เครื่องถ้วยจีนชนิดเคลือบสีเดียว (สีน้ำเงิน)
#องค์ความรู้อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
เครื่องถ้วยจีนชนิดเคลือบสีเดียว (สีน้ำเงิน) จากการดำเนินงานทางโบราณคดี ณ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
เครื่องถ้วยชนิดเคลือบสีเดียว (monochrome) มีลักษณะการตกแต่งผิวภาชนะด้วยการเคลือบสีเดียวทั้งใบ ซึ่งการเคลือบภาชนะนั้น ต้องมีการชุบน้ำยาเคลือบก่อนนำเข้าเผาเคลือบ เช่น ทาน้ำยาเคลือบบนภาชนะด้วยแปรง จุ่มภาชนะลงในน้ำยาเคลือบ เทน้ำยาเคลือบบนภาชนะ และพ่นน้ำยาเคลือบบนภาชนะ โดยทำการชุบน้ำยาเคลือบขณะที่ภาชนะแห้ง หรือชุบน้ำยาเคลือบหลังการเผาดิบ ทั้งนี้น้ำเคลือบที่ปรากฏในเครื่องถ้วยจีนมี ๒ แบบ คือ
๑. felspathic หลอมเหลวในอุณหภูมิ ๑,๓๕๐ องศาเซลเซียส ใช้เป็นน้ำเคลือบธรรมดา
๒. lead silicate หลอมในอุณหภูมิที่ต่ำมาก ซึ่งตามปกติจะให้สีโดยใช้ออกไซด์ของโลหะ และเรียกว่าการลงยา (enamel) โดยทั่วไปจะใช้สำหรับการเขียนทับบนน้ำเคลือบจากหินฟันม้าที่เผาแล้วและนำเข้าเตาเผาอีกครั้งหนึ่งในอุณหภูมิต่ำ รวมทั้งใช้สำหรับเขียนลายบนภาชนะที่เผาแล้วแต่ยังไม่ได้เคลือบ หรือใช้สำหรับเคลือบทับภาชนะที่เคลือบแล้วทั้งใบเรียกว่า เครื่องเคลือบสีเดียว ซึ่งส่วนมากเป็นเครื่องเคลือบสีเหลืองและเครื่องเคลือบสีแดงเหล็ก
เครื่องถ้วยจีนชนิดเคลือบสีเดียวที่ผลิตจากการเคลือบในอุณหภูมิสูง จะใช้น้ำเคลือบจากแร่หินฟันม้า (feldspar) ชนิดธรรมดา ซึ่งมีสารชนิดหนึ่งผสมที่เป็นตัวหลอมทำให้เกิดสี พบทั้งเคลือบสีเขียว เคลือบสีขาว เคลือบสีแดง เคลือบสีน้ำตาล และเคลือบสีน้ำเงิน โดยสารที่ทำให้เกิดสีน้ำเงินในน้ำยาเคลือบ คือ โคบอลต์ออกไซด์
จากการดำเนินงานทางโบราณคดี ณ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรที่ผ่านมา พบเศษภาชนะดินเผาเคลือบสีน้ำเงิน เนื้อกระเบื้อง (porcelain) ด้านในเคลือบสีขาว ด้านนอกเคลือบสีน้ำเงิน เมื่อพ.ศ. ๒๕๕๘ ที่วัดตะแบก เป็นเศษภาชนะดินเผาส่วนลำตัว จำนวน ๒ ชิ้น น้ำหนัก ๕ กรัม มีการตัดแต่งเป็นรูปวงรีเพื่อใช้เป็น “เบี้ย” สำหรับการละเล่นของเด็ก พบเศษภาชนะดินเผาส่วนลำตัว ที่วัดมะคอก เมื่อพ.ศ. ๒๕๖๐ จำนวน ๓ ชิ้น น้ำหนัก ๒๕๕ กรัม และพบเศษภาชนะดินเผาส่วนก้นมีเชิง ที่วัดป่าแฝก เมื่อพ.ศ. ๒๕๖๓ จำนวน ๑ ชิ้น น้ำหนัก ๕ กรัม สามารถเปรียบเทียบได้กับจานชนิดเคลือบสีเดียว (สีน้ำเงิน) สมัยราชวงศ์หมิง กำหนดอายุพุทธศตวรรษที่ ๒๐ (Accession Number : ๐๐๓๐๗๔N๐๐๐๐๐๐๐๐๐) จัดแสดง ณ National Palace Museum in Taipei, Taiwan
ในประเทศไทยพบเครื่องถ้วยจีนเคลือบสีน้ำเงินทั้งภาชนะในสมัยราชวงศ์หมิงและสมัยราชวงศ์ชิง โดยภาชนะดินเผาชนิดเคลือบสีเดียว (สีน้ำเงิน) สมัยราชวงศ์หมิง สันนิษฐานว่าผลิตจากแหล่งเตาในมณฑลฝูเจี้ยน รูปทรงที่พบ ได้แก่ ชาม โถ และกาในลักษณะต่าง ๆ กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๒ เช่น ที่วัดธาตุลอย อำเภอสามเงา ที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ยังพบกาเหล้าเคลือบสีน้ำเงินในแหล่งเรือจมโบราณกลางอ่าว ตั้งอยู่กลางอ่าวไทยระยะทางประมาณ ๗๐ ไมล์ทะเล (ประมาณ ๑๒๙.๖๔ กิโลเมตร) ทางตะวันออกของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เช่นเดียวกับเศษภาชนะดินเผาเคลือบสีน้ำเงินทั้ง ๖ ชิ้น ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรที่กล่าวมาข้างต้น
เครื่องถ้วยจีนชนิดเคลือบสีน้ำเงินสมัยราชวงศ์ชิง สันนิษฐานว่าผลิตจากแหล่งเตาเต๋อฮั่ว มณฑลฝูเจี้ยน ในประเทศไทยพบลักษณะถ้วยก้นลึกพบร่วมกับแหล่งโบราณคดีที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓ เช่น ที่บริเวณป้อมเพชร อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่หลวงรับราชทูต อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี และที่กลุ่มโบราณสถานวัดกลางเมือง เวียงท่ากาน อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ พบภาชนะทรงถ้วยกลม ด้านนอกตกแต่งผิวภาชนะด้วยการเคลือบสีน้ำเงิน และเคลือบสีขาวด้านใน ขอบปากปาดน้ำเคลือบ นอกจากนี้ยังพบโอ่งเคลือบสีน้ำเงิน กำหนดอายุพุทธศตวรรษที่ ๒๓-๒๔ จัดเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา
เครื่องถ้วยจีนชนิดเคลือบสีเดียว (สีน้ำเงิน) เป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่พบได้ยากในประเทศไทย แสดงถึงนัยสำคัญของเมืองกำแพงเพชรช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๒ อีกทั้งยังเป็นหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นสำคัญที่แสดงถึงวิถีการดำรงชีวิต และการติดต่อสัมพันธ์ทางการค้า รวมถึงการกำหนดอายุแหล่งโบราณคดีโดยวิธีการศึกษาเปรียบเทียบ (relative dating) อีกด้วย
เอกสารอ้างอิง :
กฤษฎา พิณศรี, ปริวรรต ธรรมาปรีชากร และสว่าง เลิศฤทธิ์. ศิลปะเครื่องถ้วยในประเทศไทย พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: โอสถสภา, ๒๕๓๙.
ณัฏฐภัทร จันทวิช. เครื่องถ้วยจีนที่พบจากแหล่งโบราณคดีในประเทศไทย พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๓๗.
ณัฏฐภัทร นาวิกชีวิน. เครื่องถ้วยจีนที่พบจากแหล่งโบราณคดีในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (โบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๔.
ศิริพันธ์ ยับสันเทียะ, กษมา เกาไศยานนท์. เวียงท่ากาน ๑ รายงานการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถาน. วรรณนี ภูมิจิตร และศิริพันธ์ ยับสันเทียะ (บรรณาธิการ). กรุงเทพฯ: กองโบราณคดี กรมสิลปากร, ๒๕๓๔.
สายันต์ ไพรชาญจิตร์. “ความเคลื่อนไหวของโบราณคดีใต้น้ำในประเทศไทย และหลักฐานการพาณิชย์นาวีสมัยกรุงศรีอยุธยา.” นิตยสารศิลปากร. ปีที่ ๓๕. ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕): ๓๔-๖๙.
National Palace Museum. Dish with cobalt blue glaze, white interior and dragon decoration. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙, จาก: https://digitalarchive.npm.gov.tw/.../Pub/DetailEng/32800









เครื่องถ้วยจีนชนิดเคลือบสีเดียว (สีน้ำเงิน) จากการดำเนินงานทางโบราณคดี ณ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
เครื่องถ้วยชนิดเคลือบสีเดียว (monochrome) มีลักษณะการตกแต่งผิวภาชนะด้วยการเคลือบสีเดียวทั้งใบ ซึ่งการเคลือบภาชนะนั้น ต้องมีการชุบน้ำยาเคลือบก่อนนำเข้าเผาเคลือบ เช่น ทาน้ำยาเคลือบบนภาชนะด้วยแปรง จุ่มภาชนะลงในน้ำยาเคลือบ เทน้ำยาเคลือบบนภาชนะ และพ่นน้ำยาเคลือบบนภาชนะ โดยทำการชุบน้ำยาเคลือบขณะที่ภาชนะแห้ง หรือชุบน้ำยาเคลือบหลังการเผาดิบ ทั้งนี้น้ำเคลือบที่ปรากฏในเครื่องถ้วยจีนมี ๒ แบบ คือ
๑. felspathic หลอมเหลวในอุณหภูมิ ๑,๓๕๐ องศาเซลเซียส ใช้เป็นน้ำเคลือบธรรมดา
๒. lead silicate หลอมในอุณหภูมิที่ต่ำมาก ซึ่งตามปกติจะให้สีโดยใช้ออกไซด์ของโลหะ และเรียกว่าการลงยา (enamel) โดยทั่วไปจะใช้สำหรับการเขียนทับบนน้ำเคลือบจากหินฟันม้าที่เผาแล้วและนำเข้าเตาเผาอีกครั้งหนึ่งในอุณหภูมิต่ำ รวมทั้งใช้สำหรับเขียนลายบนภาชนะที่เผาแล้วแต่ยังไม่ได้เคลือบ หรือใช้สำหรับเคลือบทับภาชนะที่เคลือบแล้วทั้งใบเรียกว่า เครื่องเคลือบสีเดียว ซึ่งส่วนมากเป็นเครื่องเคลือบสีเหลืองและเครื่องเคลือบสีแดงเหล็ก
เครื่องถ้วยจีนชนิดเคลือบสีเดียวที่ผลิตจากการเคลือบในอุณหภูมิสูง จะใช้น้ำเคลือบจากแร่หินฟันม้า (feldspar) ชนิดธรรมดา ซึ่งมีสารชนิดหนึ่งผสมที่เป็นตัวหลอมทำให้เกิดสี พบทั้งเคลือบสีเขียว เคลือบสีขาว เคลือบสีแดง เคลือบสีน้ำตาล และเคลือบสีน้ำเงิน โดยสารที่ทำให้เกิดสีน้ำเงินในน้ำยาเคลือบ คือ โคบอลต์ออกไซด์
จากการดำเนินงานทางโบราณคดี ณ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรที่ผ่านมา พบเศษภาชนะดินเผาเคลือบสีน้ำเงิน เนื้อกระเบื้อง (porcelain) ด้านในเคลือบสีขาว ด้านนอกเคลือบสีน้ำเงิน เมื่อพ.ศ. ๒๕๕๘ ที่วัดตะแบก เป็นเศษภาชนะดินเผาส่วนลำตัว จำนวน ๒ ชิ้น น้ำหนัก ๕ กรัม มีการตัดแต่งเป็นรูปวงรีเพื่อใช้เป็น “เบี้ย” สำหรับการละเล่นของเด็ก พบเศษภาชนะดินเผาส่วนลำตัว ที่วัดมะคอก เมื่อพ.ศ. ๒๕๖๐ จำนวน ๓ ชิ้น น้ำหนัก ๒๕๕ กรัม และพบเศษภาชนะดินเผาส่วนก้นมีเชิง ที่วัดป่าแฝก เมื่อพ.ศ. ๒๕๖๓ จำนวน ๑ ชิ้น น้ำหนัก ๕ กรัม สามารถเปรียบเทียบได้กับจานชนิดเคลือบสีเดียว (สีน้ำเงิน) สมัยราชวงศ์หมิง กำหนดอายุพุทธศตวรรษที่ ๒๐ (Accession Number : ๐๐๓๐๗๔N๐๐๐๐๐๐๐๐๐) จัดแสดง ณ National Palace Museum in Taipei, Taiwan
ในประเทศไทยพบเครื่องถ้วยจีนเคลือบสีน้ำเงินทั้งภาชนะในสมัยราชวงศ์หมิงและสมัยราชวงศ์ชิง โดยภาชนะดินเผาชนิดเคลือบสีเดียว (สีน้ำเงิน) สมัยราชวงศ์หมิง สันนิษฐานว่าผลิตจากแหล่งเตาในมณฑลฝูเจี้ยน รูปทรงที่พบ ได้แก่ ชาม โถ และกาในลักษณะต่าง ๆ กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๒ เช่น ที่วัดธาตุลอย อำเภอสามเงา ที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ยังพบกาเหล้าเคลือบสีน้ำเงินในแหล่งเรือจมโบราณกลางอ่าว ตั้งอยู่กลางอ่าวไทยระยะทางประมาณ ๗๐ ไมล์ทะเล (ประมาณ ๑๒๙.๖๔ กิโลเมตร) ทางตะวันออกของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เช่นเดียวกับเศษภาชนะดินเผาเคลือบสีน้ำเงินทั้ง ๖ ชิ้น ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรที่กล่าวมาข้างต้น
เครื่องถ้วยจีนชนิดเคลือบสีน้ำเงินสมัยราชวงศ์ชิง สันนิษฐานว่าผลิตจากแหล่งเตาเต๋อฮั่ว มณฑลฝูเจี้ยน ในประเทศไทยพบลักษณะถ้วยก้นลึกพบร่วมกับแหล่งโบราณคดีที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓ เช่น ที่บริเวณป้อมเพชร อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่หลวงรับราชทูต อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี และที่กลุ่มโบราณสถานวัดกลางเมือง เวียงท่ากาน อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ พบภาชนะทรงถ้วยกลม ด้านนอกตกแต่งผิวภาชนะด้วยการเคลือบสีน้ำเงิน และเคลือบสีขาวด้านใน ขอบปากปาดน้ำเคลือบ นอกจากนี้ยังพบโอ่งเคลือบสีน้ำเงิน กำหนดอายุพุทธศตวรรษที่ ๒๓-๒๔ จัดเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา
เครื่องถ้วยจีนชนิดเคลือบสีเดียว (สีน้ำเงิน) เป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่พบได้ยากในประเทศไทย แสดงถึงนัยสำคัญของเมืองกำแพงเพชรช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๒ อีกทั้งยังเป็นหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นสำคัญที่แสดงถึงวิถีการดำรงชีวิต และการติดต่อสัมพันธ์ทางการค้า รวมถึงการกำหนดอายุแหล่งโบราณคดีโดยวิธีการศึกษาเปรียบเทียบ (relative dating) อีกด้วย
เอกสารอ้างอิง :
กฤษฎา พิณศรี, ปริวรรต ธรรมาปรีชากร และสว่าง เลิศฤทธิ์. ศิลปะเครื่องถ้วยในประเทศไทย พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: โอสถสภา, ๒๕๓๙.
ณัฏฐภัทร จันทวิช. เครื่องถ้วยจีนที่พบจากแหล่งโบราณคดีในประเทศไทย พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๓๗.
ณัฏฐภัทร นาวิกชีวิน. เครื่องถ้วยจีนที่พบจากแหล่งโบราณคดีในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (โบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๔.
ศิริพันธ์ ยับสันเทียะ, กษมา เกาไศยานนท์. เวียงท่ากาน ๑ รายงานการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถาน. วรรณนี ภูมิจิตร และศิริพันธ์ ยับสันเทียะ (บรรณาธิการ). กรุงเทพฯ: กองโบราณคดี กรมสิลปากร, ๒๕๓๔.
สายันต์ ไพรชาญจิตร์. “ความเคลื่อนไหวของโบราณคดีใต้น้ำในประเทศไทย และหลักฐานการพาณิชย์นาวีสมัยกรุงศรีอยุธยา.” นิตยสารศิลปากร. ปีที่ ๓๕. ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕): ๓๔-๖๙.
National Palace Museum. Dish with cobalt blue glaze, white interior and dragon decoration. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙, จาก: https://digitalarchive.npm.gov.tw/.../Pub/DetailEng/32800









(จำนวนผู้เข้าชม 47 ครั้ง)
สงวนลิขสิทธิ์ © 2563 กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม
-
นโยบายเว็บไซต์ |
มาตรฐาน |
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เว็บท่ากรมศิลปากร