Appliqué
#องค์ความรู้อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
“Appliqué” การแต่งเติมดินบนเครื่องสังคโลกจากแหล่งเตาเมืองศรีสัชนาลัยที่พบระหว่างการดำเนินการโครงการพัฒนาเส้นทางชมโบราณสถานและป้ายสื่อความหมาย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (ระยะที่ ๒)
การแต่งเติมดิน (appliqué) เป็นวิธีการตกแต่งดินบนผิวของภาชนะ ส่วนมากจะติดดินบนส่วนไหล่ของภาชนะเป็นรูปต่างๆ ตามแต่จะคิดค้นขึ้น เป็นการแสดงฝีมือของผู้ทำ จนเป็นแบบอย่างและเป็นที่นิยมในลวดลายนั้นๆ ต่อมา มีวิธีการตกแต่งดังนี้
- วิธีการติดแผ่น หรือก้อนดิน หรือเส้นดิน บนผิวของภาชนะเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปดอกไม้ ตัวตุ๊กตา ห่วงหรือท่อนยาวๆ ทาบติดบนผิวภาชนะในลักษณะคล้ายเส้นเชือก ในขณะที่ดินยังหมาดๆ อยู่
- วิธีใช้ดินข้นมากๆ (slurry) ใส่ในท่อ หรือไม้กลวง หรือลูกยาง แล้วค่อยๆ บีบออกมาติดบนผิวของภาชนะให้เป็นลวดลายต่างๆ เช่น เส้นโค้ง รูปคลื่น หรือหยดเป็นก้อน
- วิธีการทาน้ำดินข้น (slip) ซ้ำกันหลายชั้น จนเป็นเส้นนูนขึ้นมาสูงกว่าผิวภาชนะเล็กน้อย ทำให้เกิดเป็นลายนูนขึ้น มีสีต่างออกไปจากผิวภาชนะ
- วิธีการนำดินอัดลงในแม่พิมพ์เล็กๆ แบบชิ้นเดียวหรือแบบเปิด ทำเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปสัตว์ รูปดอกไม้ รูปใบไม้ แล้วแกะออกจากพิมพ์ นำมาติดบนภาชนะในขณะที่ดินยังหมาดๆ อยู่
ภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง (stoneware) เป็นภาชนะจากการปั้นส่วนผสมดินที่มีหินปนอยู่มากราวร้อยละ ๕๐ หรืออาจใช้ดินเชื้อ (filler) ซึ่งเป็นเศษภาชนะดินเผาบด (grog) แทนหิน เผาไฟที่อุณหภูมิ ๑,๒๐๐–๑,๓๐๐ องศาเซลเซียส ลักษณะเนื้อภาชนะดินเผาแข็งแกร่ง เพราะเนื้อดินหลอมละลายติดกัน มีคุณสมบัติไม่ดูดซึมน้ำ
โครงการพัฒนาเส้นทางชมโบราณสถานและป้ายสื่อความหมาย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (ระยะที่ ๒) เป็นโครงการที่มีการดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ในพื้นที่วัดอาวาสใหญ่ วัดสิงห์ วัดพระสี่อิริยาบถ และวัดพระนอน ด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาป้ายสื่อความหมาย และปรับปรุงเส้นทางเดินชมโบราณสถานให้ได้มาตรฐานสากล สามารถเพิ่มศักยภาพในการอำนวยความสะดวกรองรับการใช้บริการของนักเรียนนักศึกษา ตลอดจนประชาชน และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ อันเป็นการยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานในระดับสากลในฐานะแหล่งมรดกโลก
จากการดำเนินการโครงการดังกล่าว ณ วัดพระนอน ได้พบชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง ส่วนคอและไหล่ จำนวน ๑ ชิ้น มีขนาดกว้าง ๑.๓-๘.๘ เซนติเมตร ยาว ๑๔.๒ เซนติเมตร หนา ๐.๘ เซนติเมตร ตกแต่งผิวด้วยการขดเส้นดินติดเป็นลวดลายคล้ายใบโพธิ์เรียงต่อกัน และขุดเป็นเส้น ขนานกันจำนวนสี่เส้นคล้ายรูปวงกลมโดยรอบส่วนคอและไหล่ ระหว่างวงกลมเส้นที่สามและสี่ มีการกดประทับลายเป็นเส้นทแยงเรียงต่อกัน บริเวณเส้นวงกลมเส้นที่สี่ มีการแต่งเติมดินลักษณะคล้ายหูจับขนาดกว้าง ๐.๘ เซนติเมตร ยาว ๑.๔ เซนติเมตร
สันนิษฐานว่าชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งที่พบนั้น เป็นภาชนะทรงไหไม่เคลือบ ผลิตจากแหล่งเตาเมืองศรีสัชนาลัย เช่น เตาเผาหมายเลข ๖๑ กำหนดอายุโดยการนำชิ้นส่วนผนังเตาไปศึกษาค่าอายุด้วยวิธีเรืองแสงความร้อน (thermoluminescence dating) ได้ค่าอายุพุทธศักราช ๒๐๒๑-๒๐๗๙ (พุทธศตวรรษที่ ๒๑) โดยลายที่ประดับตกแต่งผิวภาชนะด้วยการขดเส้นดินม้วนเข้า ต่อหางออกไป แล้วติดลายเข้าหากัน สันนิษฐานว่ามีรูปลักษณ์คล้ายใบโพธิ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนา มีความเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ตอน พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เมืองพาราณสี ซึ่งลายที่ประดับตกแต่งผิวภาชนะมีรูปลักษณ์คล้ายใบโพธิ์ดังกล่าวนั้น นักวิชาการบางท่านเรียกว่าลาย “อุ” โดยพบลักษณะลายเดียวกันตกแต่งที่ผิวภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง แหล่งเตาตาปะขาวหาย จังหวัดพิษณุโลก จากการดำเนินการทางโบราณคดีในโครงการโบราณคดีเครื่องถ้วยไทย (TCAP) เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๗ กำหนดอายุโดยการวัดกัมมันตรังสีของคาร์บอน (carbon-14 dating) ได้ค่าอายุพุทธศักราช ๑๙๐๐ ± ๖๐ ปี หรือพุทธศักราช ๑๘๔๐-๑๙๖๐ (พุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐)
นอกจากนี้จากการพบหลักฐานทางโบราณคดีดังกล่าวในแหล่งเตาทุเรียงเมืองสุโขทัยเป็นจำนวนมาก เช่น แหล่งเตาหมายเลข สท.๓ หมายเลข สท.๗ และหมายเลข สท.๑๔ จึงสันนิษฐานว่าน่าจะผลิตจากแหล่งเตาทุเรียงเมืองสุโขทัยด้วย กำหนดอายุแหล่งเตาได้ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๒
จากการดำเนินงานทางโบราณคดีที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรก่อนหน้านี้ พบหลักฐานทางโบราณคดีในโบราณสถานใกล้เคียง เช่น วัดป่าแลง วัดมณฑป และวัดกรุสี่ห้องที่พบในลักษณะเกือบสมบูรณ์ ถูกใช้เป็นภาชนะบรรจุกระดูก
สันนิษฐานว่าเครื่องสังคโลกเนื้อแกร่ง ตกแต่งผิวภาชนะดินเผาด้วยวิธีการแต่งเติมดินเป็นลายคล้ายใบโพธิ์นี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในพื้นที่ ที่พบทั้งในเมืองกำแพงเพชร เมืองพิษณุโลก และเมืองสุโขทัย แสดงให้เห็นถึงการเป็นเมืองร่วมสมัย และการรับอิทธิพลวิถีการดำรงชีวิตภายในอาณาจักรสุโขทัย
เอกสารอ้างอิง
กมลวรรณ นิธินันทน์. รายงานการขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดี : โครงการงานอนุรักษ์หลุมขุดค้นทางโบราณคดีภายในอาคารศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลกหมายเลข ๖๑ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย. สุโขทัย : อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย, ๒๕๕๕.
กฤษฎา พิณศรี, ปริวรรต ธรรมาปรีชากร และอุษา ง้วนเพียรภาค. เครื่องถ้วยสุโขทัย : พัฒนาการของเครื่องถ้วยไทย. กรุงเทพฯ: โอสถสภา, ๒๕๓๕.
ประโชติ สังขนุกิจ. “การขุดค้นเตาบ้านเตาไห.” ศิลปากร. ๓๒, ๕ (พฤศจิกายน-ธันวาคม ๒๕๓๑): ๓๔-๔๑.
เป็นภัสญ์ ศรีสุวิทธานนท์. “ระเบียนรูป ๓.๓๗ ไหสังคโลก,” เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย : สานตำนานสายใยไม่เสื่อคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก (ระเบียนรูปเซรามิกไทย-ญี่ปุ่น). กรุงเทพฯ: สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร, ๒๕๖๕. ๒๗๕.
พัชรินทร์ ศุขประมูล, วิเศษ เพชรประดับ และเมธินี จิระวัฒนา. รูปและสัญลักษณ์แห่งพระศากยพุทธ. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๓๒.
พัชรี สาริกบุตร. เทคโนโลยีสมัยโบราณ (Primitive Technology) เครื่องมือหิน งานโลหะ เครื่องปั้นดินเผา แก้ว และลูกปัด. กรุงเทพฯ : ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๓. (เอกสารอัดสำเนา).
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุรศักดิ์ก่อสร้าง. รายงานการขุดแต่งวัดกรุสี่ห้อง ในเขตอรัญญิก เมืองกำแพงเพชร. กำแพงเพชร : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, ๒๕๔๓. (เอกสารอัดสำเนา).
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุรศักดิ์ก่อสร้าง. รายงานการขุดแต่งวัดป่าแลง ในเขตอรัญญิก เมืองกำแพงเพชร. กำแพงเพชร : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, ๒๕๔๓. (เอกสารอัดสำเนา).
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุรศักดิ์ก่อสร้าง. รายงานการขุดแต่งวัดมณฑป ในเขตอรัญญิก เมืองกำแพงเพชร. กำแพงเพชร : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, ๒๕๔๓. (เอกสารอัดสำเนา).
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. รายงานการดำเนินงานทางโบราณคดีแหล่งเตาทุเรียงเมืองเก่าสุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณพุทธศักราช ๒๕๕๙-๒๕๖๐. สุโขทัย: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, ๒๕๖๐.
Thongaram, Bundit. “Sangkhalok of Si Satchanalai: From Local Kilns of Thai Ceramic Products to Asia.” In Ancient Maritime Cross-cultural Exchanges: Archaeological Research in Thailand. (pp. 192-207). Amara Srisuchat & Wilfried Giessler (Eds.). Bangkok: The Fine Arts Department, 2019.








“Appliqué” การแต่งเติมดินบนเครื่องสังคโลกจากแหล่งเตาเมืองศรีสัชนาลัยที่พบระหว่างการดำเนินการโครงการพัฒนาเส้นทางชมโบราณสถานและป้ายสื่อความหมาย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (ระยะที่ ๒)
การแต่งเติมดิน (appliqué) เป็นวิธีการตกแต่งดินบนผิวของภาชนะ ส่วนมากจะติดดินบนส่วนไหล่ของภาชนะเป็นรูปต่างๆ ตามแต่จะคิดค้นขึ้น เป็นการแสดงฝีมือของผู้ทำ จนเป็นแบบอย่างและเป็นที่นิยมในลวดลายนั้นๆ ต่อมา มีวิธีการตกแต่งดังนี้
- วิธีการติดแผ่น หรือก้อนดิน หรือเส้นดิน บนผิวของภาชนะเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปดอกไม้ ตัวตุ๊กตา ห่วงหรือท่อนยาวๆ ทาบติดบนผิวภาชนะในลักษณะคล้ายเส้นเชือก ในขณะที่ดินยังหมาดๆ อยู่
- วิธีใช้ดินข้นมากๆ (slurry) ใส่ในท่อ หรือไม้กลวง หรือลูกยาง แล้วค่อยๆ บีบออกมาติดบนผิวของภาชนะให้เป็นลวดลายต่างๆ เช่น เส้นโค้ง รูปคลื่น หรือหยดเป็นก้อน
- วิธีการทาน้ำดินข้น (slip) ซ้ำกันหลายชั้น จนเป็นเส้นนูนขึ้นมาสูงกว่าผิวภาชนะเล็กน้อย ทำให้เกิดเป็นลายนูนขึ้น มีสีต่างออกไปจากผิวภาชนะ
- วิธีการนำดินอัดลงในแม่พิมพ์เล็กๆ แบบชิ้นเดียวหรือแบบเปิด ทำเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปสัตว์ รูปดอกไม้ รูปใบไม้ แล้วแกะออกจากพิมพ์ นำมาติดบนภาชนะในขณะที่ดินยังหมาดๆ อยู่
ภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง (stoneware) เป็นภาชนะจากการปั้นส่วนผสมดินที่มีหินปนอยู่มากราวร้อยละ ๕๐ หรืออาจใช้ดินเชื้อ (filler) ซึ่งเป็นเศษภาชนะดินเผาบด (grog) แทนหิน เผาไฟที่อุณหภูมิ ๑,๒๐๐–๑,๓๐๐ องศาเซลเซียส ลักษณะเนื้อภาชนะดินเผาแข็งแกร่ง เพราะเนื้อดินหลอมละลายติดกัน มีคุณสมบัติไม่ดูดซึมน้ำ
โครงการพัฒนาเส้นทางชมโบราณสถานและป้ายสื่อความหมาย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (ระยะที่ ๒) เป็นโครงการที่มีการดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ในพื้นที่วัดอาวาสใหญ่ วัดสิงห์ วัดพระสี่อิริยาบถ และวัดพระนอน ด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาป้ายสื่อความหมาย และปรับปรุงเส้นทางเดินชมโบราณสถานให้ได้มาตรฐานสากล สามารถเพิ่มศักยภาพในการอำนวยความสะดวกรองรับการใช้บริการของนักเรียนนักศึกษา ตลอดจนประชาชน และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ อันเป็นการยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานในระดับสากลในฐานะแหล่งมรดกโลก
จากการดำเนินการโครงการดังกล่าว ณ วัดพระนอน ได้พบชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง ส่วนคอและไหล่ จำนวน ๑ ชิ้น มีขนาดกว้าง ๑.๓-๘.๘ เซนติเมตร ยาว ๑๔.๒ เซนติเมตร หนา ๐.๘ เซนติเมตร ตกแต่งผิวด้วยการขดเส้นดินติดเป็นลวดลายคล้ายใบโพธิ์เรียงต่อกัน และขุดเป็นเส้น ขนานกันจำนวนสี่เส้นคล้ายรูปวงกลมโดยรอบส่วนคอและไหล่ ระหว่างวงกลมเส้นที่สามและสี่ มีการกดประทับลายเป็นเส้นทแยงเรียงต่อกัน บริเวณเส้นวงกลมเส้นที่สี่ มีการแต่งเติมดินลักษณะคล้ายหูจับขนาดกว้าง ๐.๘ เซนติเมตร ยาว ๑.๔ เซนติเมตร
สันนิษฐานว่าชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งที่พบนั้น เป็นภาชนะทรงไหไม่เคลือบ ผลิตจากแหล่งเตาเมืองศรีสัชนาลัย เช่น เตาเผาหมายเลข ๖๑ กำหนดอายุโดยการนำชิ้นส่วนผนังเตาไปศึกษาค่าอายุด้วยวิธีเรืองแสงความร้อน (thermoluminescence dating) ได้ค่าอายุพุทธศักราช ๒๐๒๑-๒๐๗๙ (พุทธศตวรรษที่ ๒๑) โดยลายที่ประดับตกแต่งผิวภาชนะด้วยการขดเส้นดินม้วนเข้า ต่อหางออกไป แล้วติดลายเข้าหากัน สันนิษฐานว่ามีรูปลักษณ์คล้ายใบโพธิ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนา มีความเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ตอน พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เมืองพาราณสี ซึ่งลายที่ประดับตกแต่งผิวภาชนะมีรูปลักษณ์คล้ายใบโพธิ์ดังกล่าวนั้น นักวิชาการบางท่านเรียกว่าลาย “อุ” โดยพบลักษณะลายเดียวกันตกแต่งที่ผิวภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง แหล่งเตาตาปะขาวหาย จังหวัดพิษณุโลก จากการดำเนินการทางโบราณคดีในโครงการโบราณคดีเครื่องถ้วยไทย (TCAP) เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๗ กำหนดอายุโดยการวัดกัมมันตรังสีของคาร์บอน (carbon-14 dating) ได้ค่าอายุพุทธศักราช ๑๙๐๐ ± ๖๐ ปี หรือพุทธศักราช ๑๘๔๐-๑๙๖๐ (พุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐)
นอกจากนี้จากการพบหลักฐานทางโบราณคดีดังกล่าวในแหล่งเตาทุเรียงเมืองสุโขทัยเป็นจำนวนมาก เช่น แหล่งเตาหมายเลข สท.๓ หมายเลข สท.๗ และหมายเลข สท.๑๔ จึงสันนิษฐานว่าน่าจะผลิตจากแหล่งเตาทุเรียงเมืองสุโขทัยด้วย กำหนดอายุแหล่งเตาได้ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๒
จากการดำเนินงานทางโบราณคดีที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรก่อนหน้านี้ พบหลักฐานทางโบราณคดีในโบราณสถานใกล้เคียง เช่น วัดป่าแลง วัดมณฑป และวัดกรุสี่ห้องที่พบในลักษณะเกือบสมบูรณ์ ถูกใช้เป็นภาชนะบรรจุกระดูก
สันนิษฐานว่าเครื่องสังคโลกเนื้อแกร่ง ตกแต่งผิวภาชนะดินเผาด้วยวิธีการแต่งเติมดินเป็นลายคล้ายใบโพธิ์นี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในพื้นที่ ที่พบทั้งในเมืองกำแพงเพชร เมืองพิษณุโลก และเมืองสุโขทัย แสดงให้เห็นถึงการเป็นเมืองร่วมสมัย และการรับอิทธิพลวิถีการดำรงชีวิตภายในอาณาจักรสุโขทัย
เอกสารอ้างอิง
กมลวรรณ นิธินันทน์. รายงานการขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดี : โครงการงานอนุรักษ์หลุมขุดค้นทางโบราณคดีภายในอาคารศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลกหมายเลข ๖๑ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย. สุโขทัย : อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย, ๒๕๕๕.
กฤษฎา พิณศรี, ปริวรรต ธรรมาปรีชากร และอุษา ง้วนเพียรภาค. เครื่องถ้วยสุโขทัย : พัฒนาการของเครื่องถ้วยไทย. กรุงเทพฯ: โอสถสภา, ๒๕๓๕.
ประโชติ สังขนุกิจ. “การขุดค้นเตาบ้านเตาไห.” ศิลปากร. ๓๒, ๕ (พฤศจิกายน-ธันวาคม ๒๕๓๑): ๓๔-๔๑.
เป็นภัสญ์ ศรีสุวิทธานนท์. “ระเบียนรูป ๓.๓๗ ไหสังคโลก,” เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย : สานตำนานสายใยไม่เสื่อคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก (ระเบียนรูปเซรามิกไทย-ญี่ปุ่น). กรุงเทพฯ: สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร, ๒๕๖๕. ๒๗๕.
พัชรินทร์ ศุขประมูล, วิเศษ เพชรประดับ และเมธินี จิระวัฒนา. รูปและสัญลักษณ์แห่งพระศากยพุทธ. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๓๒.
พัชรี สาริกบุตร. เทคโนโลยีสมัยโบราณ (Primitive Technology) เครื่องมือหิน งานโลหะ เครื่องปั้นดินเผา แก้ว และลูกปัด. กรุงเทพฯ : ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๓. (เอกสารอัดสำเนา).
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุรศักดิ์ก่อสร้าง. รายงานการขุดแต่งวัดกรุสี่ห้อง ในเขตอรัญญิก เมืองกำแพงเพชร. กำแพงเพชร : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, ๒๕๔๓. (เอกสารอัดสำเนา).
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุรศักดิ์ก่อสร้าง. รายงานการขุดแต่งวัดป่าแลง ในเขตอรัญญิก เมืองกำแพงเพชร. กำแพงเพชร : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, ๒๕๔๓. (เอกสารอัดสำเนา).
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุรศักดิ์ก่อสร้าง. รายงานการขุดแต่งวัดมณฑป ในเขตอรัญญิก เมืองกำแพงเพชร. กำแพงเพชร : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร, ๒๕๔๓. (เอกสารอัดสำเนา).
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. รายงานการดำเนินงานทางโบราณคดีแหล่งเตาทุเรียงเมืองเก่าสุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณพุทธศักราช ๒๕๕๙-๒๕๖๐. สุโขทัย: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, ๒๕๖๐.
Thongaram, Bundit. “Sangkhalok of Si Satchanalai: From Local Kilns of Thai Ceramic Products to Asia.” In Ancient Maritime Cross-cultural Exchanges: Archaeological Research in Thailand. (pp. 192-207). Amara Srisuchat & Wilfried Giessler (Eds.). Bangkok: The Fine Arts Department, 2019.








(จำนวนผู้เข้าชม 4 ครั้ง)
สงวนลิขสิทธิ์ © 2563 กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม
-
นโยบายเว็บไซต์ |
มาตรฐาน |
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เว็บท่ากรมศิลปากร