เจ้าเมืองกำแพงเพชร เสด็จพ่อพระยาสอย
#องค์ความรู้อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
เจ้าเมืองกำแพงเพชร เสด็จพ่อพระยาสอย
...
 กำแพงเพชรเป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ในเขตพื้นที่การปกครองอำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ปรากฏขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ในจารึกกฎหมายลักษณะโจร (พ.ศ. ๑๙๔๐)  ที่เขียนเป็นภาษาไทยด้วยตัวอักษรไทยสุโขทัย กล่าวถึงพระบรมราชโองการให้ตรากฎหมาย ณ เมืองกำแพงเพชร (กำแพงเพชรบุรีศรีวิมลาสน์) เพื่อบังคับใช้ในอาณาจักรสุโขทัยและเมืองที่อยู่ในการปกครอง เช่น เชลียง กำแพงเพชร ทุ่งยั้ง ปากยม และสองแคว
 เมื่อพ.ศ. ๑๙๖๒ ภายหลังการสวรรคตของพระมหาธรรมราชาที่ ๓ (ไสลือไทย) สันนิษฐานว่าอาณาจักรสุโขทัยตกเป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา ตามพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์กล่าวถึงการจลาจลในแคว้นสุโขทัย สมเด็จพระนครินทราธิราช แห่งกรุงศรีอยุธยา จึงเสด็จมาเมืองพระบาง (เมืองนครสวรรค์) แล้วพระยาบาลและพระยารามออกมาถวายบังคม สันนิษฐานว่าพระยาบาลคือ พระมหาธรรมราชาที่ ๔ (บรมปาล) ครองเมืองพิษณุโลก และพระยาราม ครองเมืองสุโขทัย
  “...ศักราช ๗๘๑ กุนศก (พ.ศ. ๑๙๖๒) มีข่าวมาว่าพระมหาธรรมราชาธีราชเจ้านฤพาน แลเมืองเหนือทั้งปวงเปนจลาจล แลจึงเสด็จขึ้นไปถึงเมืองพระบาง ครั้งนั้นพญาบาลเมืองแลพญารามออกถวายบังคม...” 
         ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับปลีก ต้นฉบับของหอพระสมุดวชิรญาณ ได้กล่าวถึงการพระราชทานนาม “มหาธรรมราชาธิราช” ให้แก่พระยาบาลในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) พระราชโอรสในสมเด็จพระนครินทราธิราช
 “...๏ อยู่มาพระยาบาลเมืองเจ้าเมืองพิษณุโลกส่องมาถวายบังคมสมเด็จพระบาทท่าน ๒ ก็ให้พระราชทานเครื่องราชาประโภค แล้วให้ชื่อมหาธรรมราชาธิราช ๒ ก็ลาท่านขึ้นไปเมืองนั้น แลรับเครื่องพระสุพรรณบัตรรัตนมาลาราชาประโภคไปด้วย ครั้นถึงก็ให้แต่งมหามหรสพ ด้วยกฤษดาธิการ...” 
 ต่อมาใน พ.ศ. ๑๙๖๓ จารึกลานเงินเสด็จพ่อพระยาสอย ที่เขียนเป็นภาษาไทยด้วยตัวอักษรไทยสุโขทัย พบที่วัดพระสี่อิริยาบถ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร กล่าวถึงการขึ้นเสวยราชย์ (การขึ้นปกครองเมือง) ของ “เสด็จพ่อพระยาสอย” ณ เมืองกำแพงเพชร และการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ความว่า
 “มหาศักราชได้ ๑๓๔(๒) ปีชวด นักษัตร อาษาฒออกใหม่ ๓ ค่ำ วันศุกร์ ไทยรวงมุต จาริตพุทธรักษาธรรมรักษา พระสังฆรักษา อนันตกัลยาณศรีสวัสดิ์ดิลกรัตนโลกา เสด็จพ่อพระยาสอยเสวยราชย์ในบุรีศรีกำแพงเพชร เสร็จฤกษ์ (บูรพคุณินักษัตร) ได้ขึ้นราชาอาสน์อภิรมย์ สมกอรปคลามาสู่ อยู่เสวยมโนรมย์สอดสมเสพย์ ควรเทพชุมสนุก ปลุกใจเติน ตื่น คลื่นประติรพ [ประ-] ดา ปิยวาจารักยำ คำเรจนา คหคือนรบดีราชอาจหรรษาจิตใจแว่น แกว่นสาธรบวร เผิน ดัพัดใจบาป ปราบ . สรรพสากรรจ์ด้วยกายมโนพจีปรีดีใสสุทธิ์ลำอุด ซึ่งเสด็จพระมหามุ (นี) รัตนโมลีเป็นเจ้า จรเต้าคำไหน บันดาลจิตใสศรีอดิเรก อเนกจินดา ตั้งใจศรัทธากอรปด้วย ขึ้นในสุพรรณบัฏ ประดิสถาผอบพระรัตนธาตุเจ้าเหนือหลังเจ้าอันตระการอันเป็นสถานอันอนรร(ฆ) เรื่อขาวใสสุทธะ จึงประดิสถาไว้ด้วยดีในท่ามกลางธรณีที่มีปรางค์คูหา ธจึ่งเรจนาให้เป็นพระ มหาปทโมกษนิรพานสถานอันดีตราบ ธ ไปได้แก่นิรพานไซร้ ขอรู้จักชาติกำเนิดอัน ธ(เกิด) คน ธ ขอให้งามยินแรง ขอหลัก ขอมีชำนะในสงคราม ขอมีตาทิพย์ ใจทิพย์ หูทิพย์ ขอ     ขอมีขุมเงินขุมทอง อาจให้ทาน ขอมีเมียแก้ว ลูกแก้ว หลานแก้ว มนตรีแก้ว ช้างแก้ว โยธาแก้ว ชิ นอนในไสยาสน์ อย่าได้เห็นคราบเลย จุ่งได้ไปเสวยมหาปทโมกษ์นครนิรพานอันเป็นสถานที่ศักดิ์เลยแล” 
 นาม “เสด็จพ่อพระยาสอย” นั้น สันนิษฐานว่าหมายถึง “พระยาแสนสอยดาว” เจ้าเมืองกำแพงเพชร ที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับปลีก ต้นฉบับของหอพระสมุดวชิรญาณ ค้นพบโดยไมเคิล วิกเกอรี่ (Michael Vickery) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ เลขที่ ๒๒๓, ๒/ก ๑๒๕ จ.ศ. ๘๔๕-๘๔๖ และนางสาวอุบลศรี อรรถพันธุ์ ค้นพบฉบับเลขที่ ๒๒๒, ๒/ก ๑๐๔ จ.ศ. ๘๐๑-๘๐๓ เพิ่มเติมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑  กล่าวถึงเหตุการณ์ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) ว่า อาณาจักรสุโขทัยอยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา โดยพระยาเชลียง ครองเมืองสวรรคโลก (เมืองศรีสัชนาลัย) พระยาธรรมราชา ครองเมืองพิษณุโลก พระยารามราช ครองเมืองสุโขทัย และพระยาแสนสอยดาว ครองเมืองกำแพงเพชร ความว่า
“...สมเด็จพระบรมราชธิราชเจ้าก็ให้ขึ้นไปหา พระยาเชลียง แลมหาธรรมราชา พระยารามราช พระยาแสนสอยดาว ๏ ขณะนั้นพระยาเชลียงไว้เมืองสวรรคโลกเจ้าราชศรียศผู้เป็นบุตร แลพระยาธรรมราชาไว้เมืองพิษณุโลกแก่พระยาเหม พระยารามราชไว้เมืองสุโขทัย แต่พระยาธรรมราชาแลไตรศวร และพระยาแสนสอยดาวไว้เมืองกำแพงเพชรแก่พระยาศิวะภักดี แล้วพระยาทั้งหลายก็ล่องมายังอยุธยา...” 
 ทั้งนี้เนื้อความดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่กล่าวถึงบทบาทสำคัญของหัวเมืองเหนือในการป้องกันขอบขัณฑสีมาทางเหนือของกรุงศรีอยุธยา จากเหตุการณ์กบฏในเมืองน่าน พระยาแก่นท้าวที่ปกครองเมืองน่านหนีมาได้ และพระยาเชลียงได้นำพระยาแก่นท้าวมาถวายบังคมกราบทูลความแก่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) ที่กรุงศรีอยุธยา ต่อมาสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) จึงมีพระราชโองการให้พระยาเชลียงนำกองทัพไปตีเมืองน่าน และให้พระยาธรรมราชา พระยารามราช และพระยาแสนสอยดาวนำกองทัพตามไปสบทบ ซึ่งในระหว่างการจัดเตรียมกองทัพไปชิงเมืองน่านคืนนั้น ได้เกิดเหตุการณ์ที่เมืองไตรตรึงษ์ไปสวามิภักดิ์ต่อเมืองเชียงใหม่ พระยาแสนสอยดาว เจ้าเมืองกำแพงเพชร จึงยกกองทัพไปตีเมืองไตรตรึงษ์จำนวน ๒ ครั้ง ดังนี้
 ครั้งที่ ๑ พระยาแสนสอยดาว และขุนนางเมืองกำแพงเพชร ได้แก่ พระศิวภักดี เจ้าฟ้าฟุ้ง และพระไกรกำแพง เข้าปล้นเมืองไตรตรึงษ์ไม่สำเร็จจึงถอยกองทัพกลับ และส่งสารไปขอความช่วยเหลือจากพระยาเชลียง
 ครั้งที่ ๒ พระยาเชลียงยกกองทัพมาร่วมรบด้วยพระยาแสนสอยดาว และเหล่าขุนนางเมืองกำแพงเพชร เข้าปล้นเมืองไตรตรึงษ์จนสำเร็จ จากนั้นจึงแต่งตั้งพระไกรกำแพงปกครองเมืองไตรตรึงษ์
 ภายหลังศึกเมืองไตรตรึงษ์ พระยาเชลียงยกกองทัพไปตีเมืองน่านตามพระบรมราชโองการของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) โดยให้พระยาแสนสอยดาว และพระยารามราชตามไปสมทบ ส่วนพระยาธรรมราชานั้น พระยาเชลียงขอให้อยู่ช่วยเจ้าราชศรียศพระโอรสของพระองค์ รักษาฐานที่มั่นของกองทัพอยู่ที่เมืองศรีสัชนาลัย  
 เมื่อ พ.ศ. ๑๙๗๖ พงศาวดารเมืองน่าน กล่าวถึงเหตุการณ์กบฏในเมืองน่าน เจ้าอินต๊ะแก่นท้าว เจ้าเมืองน่าน หรือ “พระยาแก่นท้าว” ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับปลีก ต้นฉบับของหอพระสมุดวชิรญาณ หนีมาได้ และขอกองทัพจากพระยาเชลียงไปชิงเอาเมืองน่านคืนใน พ.ศ. ๑๙๗๘ โดยศึกชิงเมืองน่านนี้ เจ้าอินต๊ะแก่นท้าว (พระยาแก่นท้าว) ขี่ช้างชื่อขวานเพชรสู้รบบนหลังช้างกับเจ้าแปง (พระยาแพงผู้เป็นกบฏ) ซึ่งขี่ช้างชื่อภาพจักรวาลบริเวณลำน้ำสมุน (ลำน้ำสาขาของแม่น้ำน่านในท้องที่อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน) และใช้ง้าวฟันขาเจ้าแปง (พระยาแพง) ตายคาคอช้าง เจ้าอินต๊ะแก่นท้าว (พระยาแก่นท้าว) จึงได้กลับมาครองเมืองน่านอีกครั้ง
 เมืองกำแพงเพชรเป็นเมืองที่มีบทบาทด้านการสงครามอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ เนื้อความในจารึกลานเงินเสด็จพ่อพระยาสอยกล่าวถึงการเสวยราชย์ในเมืองกำแพงเพชร ความศรัทธาในพุทธศาสนา เช่น การประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และการขอพรเพื่อให้มีชัยชนะในสงคราม และพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับปลีก ต้นฉบับของหอพระสมุดวชิรญาณ ได้สะท้อนภาพการเมืองการปกครองของเมืองกำแพงเพชร และบทบาทของพระยาแสนสอยดาวและหัวเมืองเหนือทั้งปวง ในการปกป้องขอบขัณฑสีมาทางเหนือของกรุงศรีอยุธยาในพุทธศตวรรษที่ ๒๐
... 
เอกสารอ้างอิง
บริษัท แอสดีคอน คอร์ปอเรชั่น จำกัด. การดำเนินการด้านการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล โครงการพัฒนาระบบคลังข้อมูล ๒๕ ลุ่มน้ำ และแบบจำลองน้ำท่วมน้ำแล้ง : ลุ่มน้ำน่าน. กรุงเทพฯ: สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร, ๒๕๕๕.
ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๑๐ เรื่องราชวงษปกรณ์ พงศาวดารเมืองน่าน ฉบับ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช พระเจ้านครน่านให้แต่งไว้สำหรับบ้านเมือง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๖๑.
ประเสริฐ ณ นคร. “กำแพงเพชรจากจารึก,” ใน รายงานการสัมมนา ประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร, ๒๑๖-๒๒๙. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์กรุงสยามการพิมพ์, ๒๕๒๗.
ประเสริฐ ณ นคร. “พระราชพงศาวดาร กรุงศรีอยุธยาฉบับปลีก.” ใน สารนิพนธ์ ประเสริฐ ณ นคร, ๓๙๗-๔๐๐. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ๒๕๔๑.
ประเสริฐ ณ นคร. “รายงานการค้นคว้าจารึกสุโขทัย.” ใน ผลงานค้นคว้าประวัติศาสตร์ไทย และเรื่องของเกลือ (ไม่) เค็ม, ๔๘-๕๑. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อักษรสมัย, ๒๕๑๔.
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และเอกสารอื่น. นนทบุรี: ศรีปัญญา, ๒๕๕๙.
พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. “เมืองกำแพงเพชรในสมัยสุโขทัย.” ใน ศาสนาและการเมืองในประวัติศาสตร์สุโขทัย-อยุธยา (พิมพ์ครั้งที่ ๓), ๒๐๖-๒๒๗. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๖๓.
มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา. นามานุกรมพระมหากษัตริย์ไทย. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา, ๒๕๕๔.
วินัย พงศ์ศรีเพียร, บรรณาธิการ, “พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับปลีก หมายเลข ๒/ก ๑๐๔ ต้นฉบับของหอพระสมุดวชิรญาณ (ชำระใหม่),” ใน ความยอกย้อนของประวัติศาสตร์ : พิพิธนิพนธ์เชิดชูเกียรติศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล, ๑๗๓-๒๒๘. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยฯ, ๒๕๓๙.
สำนักหอสมุดแห่งชาติ. ประชุมจารึก ภาคที่ ๘ จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๘.

















(จำนวนผู้เข้าชม 5 ครั้ง)

black ribbon.