ขอเชิญชมการแสดง “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” และการแสดงสมโภชพระพุทธสิหิงค์

สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ โดยจัดการแสดงหลายประเภท ทั้งการแสดงโขน การแสดงละคร การแสดงวิพิธทัศนา การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล สลับสับเปลี่ยนกันไปในทุกวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ จำนวน ๖ ครั้ง ตั้งแต่เวลา ๑๗.๓๐ น. - ๑๙.๓๐ น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ค่าเข้าชมการแสดงคนละ ๒๐ บาท นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ของชาติ ให้คงอยู่และแพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง
อีกหนึ่งรายการสำคัญคือ การแสดงสมโภชพระพุทธสิหิงค์ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รายการแสดงประกอบด้วย การแสดงระบำสัตตบุษย์มงกุฎแห่งวารี รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ นอกจากนี้ สำนักการสังคีต ยังได้สร้างสรรค์การแสดงขึ้นใหม่ คือ การแสดงสมโภช ชุด “พระพุทธสิหิงค์ มิ่งมหามงคล” บอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของพระพุทธสิหิงค์ จะจัดให้ประชาชนได้ชมในวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ขอเชิญชวนผู้สนใจชมการแสดงโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ทุกวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ และการแสดงสมโภชพระพุทธสิหิงค์ ในวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
…………………………………………………………………………..
โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
ครั้งที่ ๑ การแสดงเนื่องในวันเปิดโครงการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙
วันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
๑) การบรรเลง - ขับร้องดนตรีสากล
เป็นการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยสากล เพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง ฯลฯ โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีตกรมศิลปากร
๒) รำถวายอาลัย “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดวงประทีปทองส่องแผ่นดิน”
การแสดงชุดนี้ แสดงถึงความอาลัยถวายและเทิดพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐอย่างใหญ่หลวงต่อพสกนิกรชาวไทย


๓) ระบำวานรพงศ์
เนื่องด้วยปีนักษัตรพระบรมราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั้นตรงกับ “ปีวอก” สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จึงได้เลือก “ระบำวานรพงศ์” มาจัดแสดงขึ้นในครั้งนี้ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนี พันปีหลวง ที่ทรงเป็นผู้อนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างให้ยั่งยืน
ระบำวานรพงศ์ จัดแสดงครั้งแรกในแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญสมร ณ โรงละครแห่งชาติ ปี ๒๕๒๗ ปรากฏอยู่ในการแสดงช่วงที่หนุมานได้นำไพร่พลวานรมาสวามิภักดิ์ต่อพระราม เป็นระบำที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงทักษะความสามารถ สี และลักษณะการแต่งกายของตัวละครฝ่ายลิง
การแสดงชุดนี้เป็นการแสดงแนะนำตัวละครฝ่ายพลับพลา ซึ่งเป็นเหล่าไพร่พลวานรทั้งสองเมือง ได้แก่เมืองขีดขิน และเมืองชมพู จะเป็นการแนะนำชื่อและอิทธิฤทธิ์ของตัวละครเสนาลิง ๑๘ ตัว เรียกว่า เสนาลิง สิบแปดมงกุฎ และพญาวานรทั้ง ๗ ตนที่อยู่ในกองทัพของพระราม ออกแบบการแสดงและประพันธ์บทการแสดงโดย นายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ ประดิษฐ์ท่ารำโดยนายกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ บรรจุเพลงโดย นายจิรัส อาจณรงค์
๔) รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา (แต่งกายแบบชวา)
การแสดงชุดนี้สร้างสรรค์สร้างจากบทละคร เรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กำหนดให้ผู้แสดงแต่งกายแบบชวา เพื่อให้มีความกลมกลืนสอดคล้องกับทำนองเพลงไทยสำเนียงชวาที่ใช้บรรเลงและขับร้องประกอบการแสดง


๕) โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ


๕) โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ
การแสดงโขนในตอนนี้ แสดงให้เห็นถึงความรักของนางมณโฑผู้เป็นมารดาที่มีต่ออินทรชิตโอรสของตน โดยนางมณโฑนั้นได้รับพรจากพระอุมา ให้ตนเองมีน้ำนมที่สามารถรักษาพิษและรักษาแผลจากศาสตราวุธได้ หลังจากอินทรชิตต้องศรของพระลักษมณ์แล้ว อินทรชิตได้กลับไปดื่มนมจากนางมณโฑจึงสามารถถอนพิษจากศรของพระลักษมณ์ได้


ครั้งที่ ๒ รายการ “สืบสานภูมิปัญญา ศาสตร์วิทยาดุริยางคศิลป์”
วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย นำเสนอให้เห็นถึงความไพเราะของเพลงไทยเเละลักษณะของวงดนตรีไทยประเภทต่าง ๆ รายการแสดงประกอบด้วย
๑) การบรรเลงโหมโรงเพลงมะลิเลื้อย ออกสระหม่า บรรเลงด้วยวงเครื่องสายปี่ชวา
๒) การบรรเลงเพลงพม่าห้าท่อนเถา บรรเลงด้วยวงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว
๓) การบรรเลงเพลงแขกโอดสามชั้น บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้แข็ง
๔) การบรรเลงเพลงเรื่องนางหงส์หกชั้น ออกเพลงชุดสิบสองภาษา บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์นางหงส์ โดยการบรรเลงและขับร้องในชุดนี้ จะมีการออกตัวผู้แสดงตามเชื้อชาติและสำเนียงภาษาของเพลงด้วย
การบรรเลง - ขับร้อง และการแสดง แสดงโดยศิลปินของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร



ครั้งที่ ๓ การบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลูกทุ่งออร์เคสตรา”



ครั้งที่ ๓ การบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลูกทุ่งออร์เคสตรา”
วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
การบรรเลงและขับร้องเพลงสากล เพลงไทยลูกทุ่ง โดยใช้วงออร์เคสตราบรรเลงประกอบการขับร้อง ฯลฯ โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร


ครั้งที่ ๔ การบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลมหวน ชวนคิดถึง เพลงวันวาน”
วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๙
การบรรเลงและขับร้องเพลงสากล เพลงไทยสากล ฯลฯ โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร


ครั้งที่ ๕ รายการวิพิธทัศนา
วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๙
๑) การบรรเลงและขับร้องเพลงแขกสาหร่ายประกอบการแสดงตาโบวิวังต์ เรื่องวิวาหพระสมุท
การแสดงชุดนี้ นำเสนอให้เห็นถึงการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยที่ผสมผสานกันระหว่างดนตรีไทย และดนตรีสากล โดยมีการแสดงละครภาพนิ่ง (ตาโบวิวังต์) เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมด้วย

๒) ระบำบานไม้ประดับมุก สุขศรีญี่ปุ่น - ไทย

๒) ระบำบานไม้ประดับมุก สุขศรีญี่ปุ่น - ไทย
การแสดงชุดนี้ สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ เนื่องในโอกาสที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ร่วมกับสำนักช่าง สิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยความร่วมมือจากสถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo National Research Institute for Cultural Properties: TNRICP) ได้จัดนิทรรศการและสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อเรื่อง “ราชประดิษฐ ฯ วิจิตรศิลป์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน งานศิลป์ประดับมุก” เมื่อวันพุธที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘ ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานครบทขับร้องประกอบการแสดง กล่าวถึงความงามของบานไม้ประดับมุกศิลปะสกุลช่างของญี่ปุ่น ซึ่งสามารถบูรณาการกับศิลปะสกุลช่างของไทยได้อย่างสวยงามลงตัว

๓) ละครเบิกโรง เรื่องนิลบรรพตเทพสุดา เทพเจ้าแห่งงานช่างสตรี

๓) ละครเบิกโรง เรื่องนิลบรรพตเทพสุดา เทพเจ้าแห่งงานช่างสตรี
การแสดงละครนี้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทโองการไหว้ครูช่าง ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย ซึ่งกล่าวถึงนางนิลบรรพตเทพสุดา เทพเจ้าครูช่างคหรรมฝ่ายสตรีและเทวีแห่งการค้าขาย ภาคหนึ่งของพระวิษณุกรรม โดยการแสดงละครเรื่องนี้ นำเสนอให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาและการประทานพรของนางนิลบรรพตเทพสุดา นอกจากนี้ยังมีการนำกระบวนท่ารำเพลงหน้าพาทย์ของคุณหญิงนัฏกานุรักษ์ (เทศ สุวรรณภารต) อดีตผู้ควบคุมหมวดนาฏศิลป กรมศิลปากร ซึ่งใกล้สูญหายมาใช้ในประกอบอยู่ในการแสดงละครเรื่องนี้ด้วย
๔) ระบำศิลปหัตถกรรม
การแสดงชุดนี้ สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดงานหัตถกรรมแบบงานช่างสตรีชาววัง ที่สะท้อนภูมิปัญญาศาสตร์และศิลป์เชิงช่างที่บรรพบุรุษได้ประดิษฐ์และออกแบบให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีไทย บทประพันธ์บรรยายถึงงานหัตถกรรม ๗ ประเภท ซึ่งล้วนมีความประณีตพิถีพิถันและหลากหลาย ได้แก่ งานบายศรี งานร้อยมาลัย งานปักสะดึง งานพุ่มเทียน งานทอผ้า งานแกะสลัก และงานจักสาน ซึ่งงานศิลปหัตถกรรมนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้ความห่วงใยและสนพระทัยราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง การแสดงชุดนี้ จึงสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ในฐานะผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภกงานศิลปหัตถกรรมของไทย


๕) ระบำอัฐโลกบาล
ระบำอัฐโลกบาล เป็นระบำที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ กล่าวถึงท้าวโลกบาลทั้ง ๘ องค์ ผู้ประจำรักษาทิศทั้ง ๘ ทิศ รวมไปถึงอาวุธและพาหนะทรงของเทพแต่ละองค์ ซึ่งปรากฏอยู่ในโคลงแถลงระเบียบระบำแบบหลวง เรื่องศุภลักษณ์วาดรูป พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


๖) ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง


๖) ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง
ผู้ชนะสิบทิศ บทประพันธ์ของยาขอบ ได้ถูกนำมาสร้างเป็นการแสดงละครพันทางของกรมศิลปากร โดยนายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ สำหรับการแสดงการแสดงละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง มีเนื้อเรื่องย่อดังนี้
หลังจากที่มหาเถรกุโสดอได้ทูลขอชีวิตจะเด็ดต่อพระเจ้าเมงกะยินโยและให้สัญญาว่าจะคอยดูแลจะเด็ด มิให้ก่อเรื่องเดือดร้อนและเข้าวังอีก เมื่อมหาเถรพาจะเด็ดมาพำนักอยู่ที่วัดกุโสดอได้สั่งห้ามจะเด็ดเข้าวังเป็นอันขาด เหตุนี้จึงทำให้จะเด็ดว้าวุ่นใจ ด้วยทั้งห่วงแม่นมเลาชีกับห่วงและคิดถึงตะละแม่จันทรา จึงคิดขัดคำสั่งมหาเถรและเฝ้าคอยโอกาสที่จะลักลอบเข้าวัง ครั้นยามดึกสงัดของคืนหนึ่ง จะเด็ดได้ลอบย่องออกจากกุฏิด้วยคิดว่ามหาเถรจำวัดแล้ว แต่มหาเถรก็ล่วงรู้นิสัยใจคอของศิษย์รักเป็นอย่างดี จึงคอยเฝ้าระมัดระวังมิให้จะเด็ดคลาดสายตา เมื่อเห็นพฤติกรรมของศิษย์รักแล้ว มหาเถรจึงเป็นกังวลว่าสักวันหนึ่งจะเด็ดต้องได้รับโทษเพราะแอบเข้าวังไปหาตะละแม่จันทราอีก จึงตัดสินใจนำจะเด็ดไปฝากไว้ที่บ้านขุนวังทะกะยอดิน




ครั้งที่ ๖ การแสดงวันปิดกิจกรรมการแสดงดนตรีสำหรับประชาชนปีที่ ๖๙
การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี
วันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙
เนื้อเรื่องการแสดงโขนในตอนนี้ กล่าวถึง พระอิศวรมีเทวะบัญชาให้พระนารายณ์อวตารไปเป็นพระราม เพื่อปราบบรรดาอสูรและมารร้ายที่เบียดเบียนมนุษย์โลก พร้อมประทานพรให้ จักร สังข์ ตรี บัลลังก์นาค และคทา ไปจุติเป็นโอรสของท้าวทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่ละองค์นามว่า พระพรต พระลักษมณ์ และพระสัตรุด ตามลำดับ ให้บรรดาเหล่าเทวดาและอสูรเทพบุตร ลงมาจุติเป็นพลวานรในกองทัพของพระราม ส่วนพระลักษมีให้ลงไปจุติเป็นนางสีดา ธิดาของทศกัณฐ์เจ้ากรุงลงกา โดยให้นางสีดาเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งจนนำไปสู่การสู้รบกันระหว่างพระรามและทศกัณฐ์
กาลต่อมาพระราม พระลักษมณ์ และกองทัพวานร ได้ออกเดินทางติดตามนางสีดาที่ถูกทศกัณฐ์ลอบลักไปไว้ยังกรุงลงกา และได้พบกับพิเภกน้องชายของทศกัณฐ์ที่ถูกขับไล่ออกจากเมือง พิเภกได้ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา และเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระรามเพื่อคอยช่วยเหลือการศึกให้แก่กองทัพของพระรามโดยเหตุที่พิเภกถูกขับไล่ออกจากเมืองนั้น เนื่องจากทศกัณฐ์กริ้วโกรธที่พิเภกทำนายฝันร้ายของทศกัณฐ์และขอให้ส่งนางสีดาคืน แก่พระราม เมื่อทราบข่าวว่าพิเภกเข้าร่วมในกองทัพของศัตรู ทศกัณฐ์จึงให้กุมภกรรณ อุปราช กรุงลงกาออกไปทำศึกกุมภกรรณได้เข้ารบกับพระรามและถูกพระรามแผลงศรสังหาร ก่อนตายกุมภกรรณได้เห็นพระรามเป็นพระนารายณ์จึงได้สำนึกผิด และเรียกพิเภกเข้ามากำชับสอนสั่งให้จงรักภักดีต่อพระราม
เมื่อทศกัณฐ์ทราบข่าวการตายของกุมภกรรณจึงโกรธแค้น ยกทัพออกทำศึกกับพระราม พระรามได้แผลงศรตัดร่างกายทศกัณฐ์ขาดเป็นท่อน ๆ แต่ทศกัณฐ์ก็ร่ายมนต์ต่อติดร่างกายให้คืนกลับดังเดิม ซ้ำยังกล่าวเยาะเย้ยพระราม เมื่อทั้งสองฝ่ายทำศึกรบกันจนถึงพลบค่ำ จึงตกลงเลิกทัพกลับไปยังที่มั่นของตน




…………………………………………………………………………..
การแสดงสมโภช เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์
วันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น.
เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินมาในพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้จัดเตรียมการแสดงสมโภชที่มีความหลากหลาย จำนวน ๔ ชุด ดังนี้
๑) การแสดงสมโภช ชุด “พระพุทธสิหิงค์ มิ่งมหามงคล”
เป็นการแสดงที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ เพื่อเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งประชาชนชาวไทยเคารพศรัทธา เชื่อมั่นว่าจะดลบันดาลความมงคล ความเจริญรุ่งเรือง และช่วยบำบัดทุกข์โศก ตามตำนานกล่าวไว้ว่าพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปที่พระมหากษัตริย์ลังกาได้สร้างขึ้น เมื่อพุทธศักราช ๗๐๐ และอัญเชิญเข้าสู่ประเทศไทยในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ปัจจุบันประดิษฐาน อยู่ ๓ แห่ง คือ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, หอพระสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และวัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่
โดยการแสดงสมมติให้ผู้แสดงเป็นดั่งตัวแทนชาวไทยร่วมร่ายรำเป็นขบวนอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ จากสุโขทัยเข้ามาสู่กรุงเทพมหานคร เมื่อประดิษฐานแล้วจะเป็นการแสดงสมโภช จากภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง และระบำสัตตบุษย์มงกุฎแห่งวารี แสดงโดยศิลปินของสำนักการสังคีต และยังได้รับความร่วมมือจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ และคณะ รวมถึงวงมังคละ จากจังหวัดสุโขทัย มาร่วมแสดงในชุดนี้ด้วย


๒) ระบำสัตตบุษย์มงกุฎแห่งวารี
การแสดงชุดนี้ เป็นชุดที่นางสาววันทนีย์ ม่วงบุญ ผู้ชำนาญการศิลปะการแสดง กรมศิลปากร ออกแบบประดิษฐ์ท่ารำ และปรับคำร้องจากบทกวีนิพนธ์เรื่อง Lotus ของ Kelvin Brown ซึ่งคุณสุเพียงพิศ ภูยาธร พรฤกษ์งาม ร้อยกรองเป็นภาษาไทย โดยมีนายไชยยะ ทางมีศรี ผู้ชำนาญการด้านดุริยางค์ไทย และศิลปินแห่งชาติ บรรจุเพลง ด้วยเนื้อหานั้นจะบรรยายถึงดอกบัวอันเป็นดอกไม้สวยงามกลางท้องน้ำที่บริสุทธิ์ ควรค่าสำหรับพุทธบูชา ซึ่งแม้ว่าดอกบัวจะเกิดจากเปือกตม แต่ก็สามารถผุดพ้นขึ้นมาเหนือน้ำยามรุ่งอรุณ เพื่ออวดความงามเปล่งปลั่งของกลีบ ดอก ใบ ก้าน และสี จึงเปรียบประดุจเป็นมงกุฎแห่งสายน้ำกลางแสงตะวัน
๓) รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา (แต่งกายแบบชวา)
การแสดงชุดนี้สร้างสรรค์สร้างจากบทละคร เรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กำหนดให้ผู้แสดงแต่งกายแบบชวา เพื่อให้มีความกลมกลืนสอดคล้องกับทำนองเพลงไทยสำเนียงชวาที่ใช้บรรเลงและขับร้องประกอบการแสดง




๔) โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ
การแสดงโขนในตอนนี้ แสดงให้เห็นถึงความรักของนางมณโฑผู้เป็นมารดาที่มีต่ออินทรชิตโอรสของตน โดยนางมณโฑนั้นได้รับพรจากพระอุมา ให้ตนเองมีน้ำนมที่สามารถรักษาพิษและรักษาแผลจากศาสตราวุธได้ หลังจากอินทรชิตต้องศรของพระลักษมณ์แล้ว อินทรชิตได้กลับไปดื่มนมจากนางมณโฑจึงสามารถถอนพิษจากศรของพระลักษมณ์ได้




(จำนวนผู้เข้าชม 25 ครั้ง)
สงวนลิขสิทธิ์ © 2563 กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม
-
นโยบายเว็บไซต์ |
มาตรฐาน |
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เว็บท่ากรมศิลปากร