พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่ที่เลขที่ ๔ ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ในบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีเนื้อที่ทั้งหมด ๑๘,๔๐๐ ตารางเมตร หรือประมาณ ๒๓ ไร่

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นับเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีรากฐานมาจากพิพิธภัณฑสถานส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๒ โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งขึ้นในหมู่ พระอภิเนาวนิเวศน์ ในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานนามว่า “ประพาสพิพิธภัณฑ์” เพื่อใช้เป็นที่จัดตั้งแสดงศิลปวัตถุ โบราณวัตถุที่ทรงรวบรวมไว้ แต่มิได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชม พิพิธภัณฑสถานในครั้งนั้นเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “มิวเซียม”

พระอภิเนาวนิเวศน์ 
 พระอภิเนาวนิเวศน์

พระที่นั่งอนันตสมาคม ท้องพระโรงในหมู่พระอภิเนาวนิเวศน์
เป็นที่เสด็จออกรับแขกเมือง และโปรดให้จัดตั้งเครื่องราชบรรณาการจากนานาประเทศไว้ ณ พระที่นั่งองค์นี้ด้วย


          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมิวเซียมหลวงขึ้นที่ หอคองคอเดียหรือศาลาหทัยสมาคม ภายในพระบรมมหาราชวังชั้นนอก เพื่อจัดแสดงสิ่งของต่าง ๆ เปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นครั้งแรก เนื่องในการเฉลิมพระชนพรรษาครบ ๒๑ พรรษา ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๑๗ จึงถือว่าวันนี้เป็นวันกำเนิดกิจการพิพิธภัณฑสถานสำหรับประชาชนในประเทศไทย ปัจจุบันกำหนดเป็น “วันพิพิธภัณฑ์ไทย”
                                

 

พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานสำหรับสาธารณชนแห่งแรกของไทย

 
หอคองคอเดียหรือศาลาสหทัยสมาคม
 ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานสำหรับสาธารณชนแห่งแรกของไทย

หอคองคอเดียหรือศาลาสหทัยสมาคม
 

          มิวเซียมหลวงเปิดให้ประชาชนเข้าชมเฉพาะในการเฉลิมพระชนมพรรษาต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ถึง พ.ศ. ๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศยกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล พระราชวังบวรฯ ว่างลง จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมิวเซียมหลวง จากพระบรมมหาราชวังมาจัดตั้งในพระราชวังบวรฯ เฉพาะพระที่นั่ง ๓ องค์ด้านหน้า คือพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย มิวเซียมหลวงที่วังหน้าจัดเป็นพิพิธภัณฑสถานประเภททั่วไป โดยจัดแสดงวัตถุรวมทุกสาขาวิชา ได้แก่ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ และวัตถุทางธรรมชาติวิทยา ฯลฯ เปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นการถาวร

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๓๒ โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะพิพิธภัณฑสถานขึ้นเป็นกรมพิพิธภัณฑ์ ขึ้นกับกระทรวงธรรมการ มีพระองค์เจ้าไชยานุชิต กรมหมื่นพงศาดิศรมหิป เป็นอธิบดีคนแรก

                           

                                มิวเซียมหลวงที่วังหน้า สมัยรัชกาลที่ ๕                                                   การจัดแสดงภายในมิวเซียมหลวง


          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้รวมงานของกรมพิพิธภัณฑ์ เข้ากับงานช่างอย่างประณีต กระทรวงโยธาธิการ ยกฐานะขึ้นเป็นกรมใหม่ชื่อว่า กรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๕ และโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงมุรธาธร เป็นผู้บัญชาการ

          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้โอนงานกรมศิลปากรไปเป็นหน้าที่ของ หอพระสมุดสำหรับพระนคร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๙ โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งราชบัณฑิตยสภาขึ้นรับผิดชอบงานหอพระสมุดทั้งสิ้น มีแผนกโบราณคดีทำหน้าที่ในการจัดการพิพิธภัณฑสถานและตรวจรักษาโบราณวัตถุสถานทั่วพระราชอาณาจักร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหมู่พระที่นั่งในพระราชวังบวรสถานมงคลทั้งหมด จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร

          สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นายกราชบัณฑิตยสภา ได้ปรับปรุงการจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานใหม่ โดยปรับเปลี่ยนจากพิพิธภัณฑสถานประเภททั่วไป เป็นพิพิธภัณฑสถานประเภทโบราณคดีและศิลปะ เก็บรวบรวมและสงวนรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๙

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี
ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๙

พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร พ.ศ. ๒๔๖๙


ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนครได้เปลี่ยนมาอยู่ภายใต้การดูแลของ “กองพิพิธภัณฑ์และโบราณคดี” กรมศิลปากร ซึ่งรัฐบาลจัดตั้งขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ และได้ประกาศแต่งตั้งให้พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร เป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” ในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ และการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๗๗

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


          หน่วยงานที่กำกับดูแลพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปลี่ยนแปลงไปตามการแบ่งส่วนราชการ กรมศิลปากรแต่ละยุคสมัย คือ “กองพิพิธภัณฑ์และโบราณคดี” ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กองพิพิธภัณฑ์และโบราณวัตถุ” ภายหลังเปลี่ยนเป็น “กองโบราณคดี” งานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นกับกองโบราณคดี จนปี พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงได้แยกออกจากงานโบราณคดี จัดตั้งขึ้นเป็น “กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ” ถึง พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้มีการแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากรขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยรวมงานกองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเข้ากับกองโบราณคดี ยกฐานะขึ้นเป็นสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สังกัดสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

(จำนวนผู้เข้าชม 26 ครั้ง)

black ribbon.