ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,092 รายการ
ชื่อเรื่อง : ประชุมพงศาวดาร เล่ม 33 (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 59 - 61) โกศาปานไปฝรั่งเศส ภาค 3-4 พงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2512 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : องค์การค้าของคุรุสภาจำนวนหน้า : 312 หน้า สาระสังเขป : ประชุมพงศาวดาร เล่ม 33 ภาคที่ 59 กล่าวถึงเรื่องราวครั้งเมื่อโกศาปานไปฝรั่งเศส โดยคณะราชทูตได้ไปเยี่ยมสำนักสามเณรมิซซังต่างประเทศ ไปดูโรงเรียนมหาราชวิทยาลัยหลุยส์เลอครังด์ โรงพิมพ์หลวง เป็นต้น ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 60 เป็นเรื่องราวที่คณะราชทูตได้เฝ้ากราบบังคมลากลับเมืองไทย และเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นหลังจากกลับมาถึงเมืองไทย และประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 61 กล่าวถึงพงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน
กรมศิลปากรขอเชิญชมการถ่ายทอดสดการเสวนาทางวิชาการและการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี งานสัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๕ ระหว่างวันที่ ๓ - ๘ เมษายน ๒๕๖๕ ผ่านทาง facebook live กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ facebook live กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
ชื่อผู้แต่ง -
ชื่อเรื่อง พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรีสังเขป
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ อมรการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ 2516
จำนวนหน้า 48 หน้า
รายละเอียด หนังสือที่ระลึกงานฌาปนกิจศพ นาย วิรุฬ บุณยรัตน์พันธุ์ เนื้อหาประกอบด้วยประวัติผู้เสียชีวิตและสกุลุณยรัตน์พันธุ์ พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรีสังเขป จ.ศ.๑๑๒๘ – ๑๑๔๔ โรคหัวใจไขมันหรือโคเลสเตอรอล โรคกล้ามเนื้อหัวใจ ตายจากหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
วันศุกร์ที่ ๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการจ้างงาน พร้อมด้วยนางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ผู้บริหารในส่วนราชการกรมศิลปากร คณะกรรมการ ร่วมประชุมในโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ (ขุนด่านปราการชล) งวดงานที่ ๑ / ระยะที่ ๓ ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดยได้ตรวจงานบริเวณอาคาร และพื้นที่ก่อสร้าง พร้อมด้วยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่
วันอังคารที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร ประชุมหารือเรื่อง ”การพัฒนาพื้นที่กำแพงเมือง” ร่วมกับคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด นำโดยนายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด โดยมี นายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการกองโบราณคดี นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมในการประชุม ณ ห้องประชุม ๑ (อาคารเทเวศวร์) กรมศิลปากร
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ เล่มที่ 8 (ก.ค. - ก.ย. 2506 ฉ.354-371)ผู้แต่ง -ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นISBN/ISSN -หมวดหมู่ -เลขหมู่ -สถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์ -ปีที่พิมพ์ 2506ลักษณะวัสดุ 178 หน้า. : กว้าง 28 ซ.ม. ยาว 39 ซ.ม.ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก
#ภาพเก่าเล่าอดีต_เมืองราชบุรี.ในวันนี้ (31 กรกฎาคม 2565) มูลนิธิประชานุกูล ราชบุรี ข้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ได้จัดพิธีทิ้งกระจาด ทำให้พิพิธภัณฑ์ ได้ระลึกถึงภาพเก่าของมูลนิธิประชานุกูล ราชบุรี ซึ่งเคยจัดแสดงในนิทรรศการ ภาพเก่าเล่าอดีต เมืองราชบุรี จัดโดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี เมื่อ พ.ศ. 2552.ภาพชุดนั้น คือ ภาพการสงเคราะห์ผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้เมืองราชบุรี เมื่อ พ.ศ. 2503 ซึ่งเป็นเหตุเพลิงไหม้โรงงานทำธูป ถือเป็นเหตุการเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของราชบุรีมูลนิธิประชานุกูล ราชบุรี ได้ทำการตั้งกองบรรเทาทุกข์ ที่หน้าสุขศาลา เทศบาลเมืองราชบุรี ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณถนนอัมรินทร์ ใกล้กับสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี เพื่อแจกสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้งที่มีผู้บริจาค แก่ผู้ประสบภัย นับเป็นภาพชุดอันทรงคุณค่าอีกชุดหนึ่งของจังหวัดราชบุรี.#ทิ้งกระจาด ที่ตามคติความเชื่อของชาวจีน ถือเป็นการทำบุญ ทำทานให้แก่ภูตผีที่ไม่มีญาติทั้งหลาย ซึ่งจะปล่อยจากยมโลกมารับส่วนบุญบนโลกมนุษย์ปีละครั้ง งานจะจัดขึ้นทุกปีในช่วงกลางเดือน 7 ของจีน (ตรงกับเดือน 9 ของไทย) ไปจนถึงสิ้นเดือน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ประตูยมโลกเปิด.ขอขอบคุณ ภาพ: FB โจ๊ก แม็คโคร, มูลนิธิประชานุกูล ราชบุรีข้อมูล: ภาพเก่าเล่าอดีต เมืองราชบุรี โดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
เครื่องประดับทองคำรูปหน้ายักษ์ พบบริเวณเมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จัดแสดง ณ ห้องบรรพชนคนอู่ทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
เครื่องประดับทองคำ ขนาดกว้าง ๑.๑ เซนติเมตร สูง ๑.๙ เซนติเมตร สันนิษฐานว่าเป็นรูปใบหน้ายักษ์ สวมเครื่องประดับศีรษะยอดแหลม ขอบกระบังหน้าเป็นสันนูน คิ้วหนาตกแต่งด้วยขีดเป็นร่อง ระหว่างคิ้วเหนือจมูกมีรอยย่น ตาโปนกลมโต จมูกกลมใหญ่ แก้มป่อง หูสั้นมีปลายแหลม ริมฝีปากหนา อ้าปากเห็นฟันซี่ใหญ่ที่ขีดเป็นร่อง เหนือริมฝีปากด้านซ้ายและขวามีลายขีดเป็นร่องอาจเป็นหนวด ด้านหลังทำเป็นห่วงกลม และมีเดือยเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมอยู่ด้านล่าง กำหนดอายุสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๔ หรือประมาณ ๑,๒๐๐ – ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว
ประติมากรรมรูปยักษ์ ปรากฏมาแล้วตั้งแต่สมัยอินเดียโบราณ และมีพัฒนาการทางรูปแบบศิลปะของแต่ละยุคสมัยเรื่อยมา ทั้งยังส่งอิทธิพลให้ศิลปกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย กัมพูชา อินโดนีเซีย และเวียดนาม เป็นต้น สำหรับงานศิลปกรรมสมัยทวารวดี นอกจากเครื่องประดับทองคำรูปหน้ายักษ์ชิ้นนี้แล้ว ยังพบประติมากรรมรูปยักษ์ทำจากดินเผาหรือปูนปั้นตามเมืองโบราณสมัยทวารวดีต่าง ๆ พบทั้งประติมากรรมลอยตัวและประติมากรรมนูนสูงสำหรับประดับศาสนสถาน บางชิ้นสันนิษฐานว่าเป็นทวารบาลผู้พิทักษ์ศาสนสถาน เช่น เศียรยักษ์ปูนปั้นพบที่เมืองโบราณอู่ทอง เศียรยักษ์พบที่หน้าบริเวณที่ทำการไปรษณีย์ จังหวัดลพบุรี ทวารบาลดินเผารูปยักษ์ พบที่โบราณสถานวัดพระงาม จังหวัดนครปฐม เป็นต้น
เครื่องประดับรูปหน้ายักษ์ชิ้นนี้แม้มีขนาดเล็ก แต่ก็มีรายละเอียดที่คมชัด งดงาม เป็นหลักฐานที่แสดงถึงแสดงถึงความชำนาญและฝีมือของช่างสมัยทวารวดี ที่ทำเครื่องประดับทองคำนี้เมื่อกว่าพันปีมาแล้ว นอกจากนี้ที่เมืองโบราณอู่ทอง ยังพบเครื่องประดับทำด้วยทองคำอีกจำนวนหนึ่ง ได้แก่ เครื่องประดับรูปกินรี ตุ้มหู แหวน จี้และลูกปัด เป็นต้น
---------------------------------------------------
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. โบราณคดีเมืองอู่ทอง. นนทบุรี : สหมิตรพริ้นติ้ง, ๒๕๔๕.
กรมศิลปากร. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์. กรุงเทพฯ : อมรินพริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๖๔
เฉิดฉันท์ รัตน์ปิยะภาภรณ์. “การศึกษาคติความเชื่อและรูปแบบของ “ยักษ์” จากประติมากรรมที่พบในประเทศไทย.” วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๓๑.
----------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
https://www.facebook.com/Uthongmuseum/posts/pfbid02N59fbeRwJEM4L17dYF8JozvoiBZ57S2FvYmosk25J1yGQ5DoGT8cob846HbqKT19l
----------------------------------------------------
*เผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๖ วันเสาร์ที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๖ กรมศิลปากรเปิดแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมให้เด็กและเยาวชนร่วมกิจกรรมฟรี ทั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์และหอสมุดแห่งชาติทั่วประเทศ โดยได้เตรียมกิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีทั้งสาระและความบันเทิง เน้นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานและหลากหลาย เพื่อให้ได้รับความรู้และเกิดความคิดสร้างสรรค์ เป็นการเปิดประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียน ปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ
เด็กๆ สามารถเข้าร่วมกิจกรรม ณ หน่วยงานกรมศิลปากรที่ใกล้บ้าน ในส่วนกลาง สอบถามรายละเอียดได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓ และ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี โทร. ๐ ๒๒๘๑ ๓๖๕๓ สำหรับในส่วนภูมิภาคสอบถามได้ที่หน่วยงานสังกัดกรมศิลปากรในจังหวัดนั้นๆ ตัวอย่าง กิจกรรมวันเด็ก ณ แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของกรมศิลปากร ในกรุงเทพมหานครยกตัวอย่าง กิจกรรมวันเด็ก ณ แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของกรมศิลปากร ในส่วนภูมิภาค
ชื่อผู้แต่ง สมาคมคหเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย
ชื่อเรื่อง วารสารคหเศรษฐศาสตร์ (ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๑๕)
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ พระนคร
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์วิบูลย์กิจ
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๕
จำนวนหน้า ๑๐๕ หน้า
รายละเอียด
ในฉบับนี้ ก็จะมีหัวข้อหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องศิลปะ เรื่องผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เรื่องอาหาร เรื่องชีวิตคู่ เรื่องการเลือกซื้อเลือกใช้ แต่จะเน้นไปที่เรื่องของอาหารและโภชนาการ โดย เฉพาะเรื่องอาหารกลางวันของโรงเรียน
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 146/3เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 178/4งเอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อเรื่อง : UTTARAKURU อุตตรกุรุ ชื่อผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ปีที่พิมพ์ : 2508 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัยจำนวนหน้า : 58 หน้า สาระสังเขป : อุตตรกุรุ ดินแดนอัศจาย์ของเอเชีย ในทวีปเอเชียเราได้ผู้เขียนเรื่องเกี่ยวกับดินแดน อุตตรกุรุ ณ ดินแดนที่มีลักษณะที่เจ้าของเรื่องยกย่องไม่น้อยไปกว่ายูโทเบียของมอร์ ส่วนเรื่องดินแดนน่าพิศวงในหนังสือไทยโบราณที่มีชื่อว่า ไตรภูมิพระร่วงเป็นหนังสือพระกลายๆ ว่าด้วยภูมิทั้ง 3