ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,660 รายการ
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “โขนอยุธยา” วิทยากร นายจรัญ พูลลาภ นักวิชาการละครและดนตรีชำนาญการพิเศษ สำนักการสังคีต ผู้ดำเนินรายการ นายรัฐศาสตร์ จั่นเจริญ นักวิชาการละครและดนตรีชำนาญการ สำนักการสังคีต พิธีกร นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
แบบศิลปะ / สมัย ศิลปะล้านนา
วัสดุ (ชนิด) ผ้า
ขนาด เสื้อยาว ๕๓ เซนติเมตร แขนยาว ๑๑๐ เซนติเมตร
ประวัติความเป็นมา ได้มาจากอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นายไกรศรี นิมมาเหมินทร์ มอบให้
ความสำคัญ ลักษณะและสภาพของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
เสื้อสีพื้นขาวเรียบ ผ่าหน้าติดกระดุมยาวตลอด คอตั้ง แขนยาว เขียนยันต์ติดเต็มตัวเสื้อ สันนิษฐานว่าเป็นเสื้อที่ทหารชาวล้านนาสวมใส่เมื่อออกรบ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขอเชิญชมห้องจัดแสดงนิทรรศการโฉมใหม่ หลังดำเนินโครงการปรับปรุงการจัดแสดงและพื้นที่ภายในอาคาร ตั้งแต่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕ เพื่อพัฒนาให้มีความทันสมัยรองรับการใช้บริการ และส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัด โดยดำเนินการปรับปรุงการจัดแสดงโถงนิทรรศการหมุนเวียนชั้นล่าง และห้องนิทรรศการชั้นบน จำนวน ๕ ห้อง ประกอบด้วย
ห้องนิทรรศการชั้นล่าง ได้แก่ ห้องโถงบรรยายสรุปและนิทรรศการหมุนเวียน
พื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมและบรรยายสรุปการนำชมพิพิธภัณฑ์ โดยมีวีดีทัศน์เรื่อง “กรมศิลปากรกับการอนุรักษ์และสร้างสรรค์หอคำเมืองน่าน” ใช้ประกอบการบรรยาย สำหรับนิทรรศการหมุนเวียน ปัจจุบันจัดแสดงเรื่อง การแต่งกายของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน เช่น ลัวะ มลาบรี ขมุ ม้ง เมี่ยน โดยนำเสนอภาพลายเส้นการแต่งกาย ประกอบกับลวดลายผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนแผนผังแสดงการกระจายตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดน่าน
ห้องนิทรรศการชั้นบน จำนวน ๕ ห้อง
๑. ห้องเครื่องพุทธบูชา ๑ จัดแสดงโบราณวัตถุเนื่องในศาสนาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ได้แก่ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร จากโบสถ์วัดท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ แผงพระพิมพ์ ปัญจรูป และเรือเงินจากพระธาตุจอมแจ้ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งถูกพบบรรจุอยู่ในภาชนะใบเดียวกันเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแก่พระธาตุจอมแจ้ง โดยเรือเงินส่วนใหญ่ที่พบมีการจารึกชื่อผู้ถวาย คำอธิษฐานหรือคำผาถนา ตลอดจนศักราชที่สร้าง
๒. ห้องเครื่องพุทธบูชา ๒ จัดแสดงโบราณวัตถุเนื่องในศาสนาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ประกอบด้วย หีบพระธรรม พระพุทธรูปบุเงิน และแผ่นเงินจารึก มีการตกแต่งบรรยากาศของห้องนิทรรศการด้วยโมบายแขวนอักษรธรรมล้านนาโดยนำมาจากเอกสารโบราณที่เก็บรักษาอยู่ในห้องคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เรื่อง คาถาบูชาท้าวทั้งสี่ (ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ ของล้านนา)
๓. ห้องเครื่องพุทธบูชา ๓ จัดแสดงโบราณวัตถุเนื่องในศาสนาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา อาทิ วิหารจำลอง โดยมีการตกแต่งบรรยากาศของห้องนิทรรศการด้วยโคมล้านนา และมีวีดีทัศน์นำเสนอโบราณวัตถุ ๓๖๐ องศาที่จัดแสดงในส่วนของห้องพุทธบูชาทั้ง ๓ ห้อง พร้อมข้อมูลบรรยายประกอบ จำนวน ๖ จอ นอกจากนั้นยังมีการจำลองภาพวาดเจ้าผู้ครองนครน่านชมการจุดบอกไฟถวายเป็นพุทธบูชา ในงานประเพณีหกเป็ง พระธาตุ แช่แห้ง
๔. ห้องเชื้อสายเจ้าผู้ครองนครน่าน จัดแสดงลำดับเจ้าผู้ครองนครน่าน ๖๔ พระองค์ ประกอบกับโบราณวัตถุจัดแสดง อาทิ ดาบฝักเงิน กระบี่พร้อมฝัก ของเจ้าอุตรการโกศล (มหาไชย มหายศนันท์) นอกจากนั้นยังมีวีดีทัศน์ เรื่อง “เฮือนเจ้านายเมืองน่าน” และ เรื่อง “ลำดับเจ้าผู้ครองนครน่าน” ประกอบในการจัดแสดง
๕. ห้องหอคำนครน่าน จัดแสดงเรื่องราวของหอคำนครน่าน อันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ในปัจจุบัน โดยมีการจัดแสดงภาพถ่ายเก่าของอาคารหอคำ เจ้าผู้ครองนครน่าน การขุดแต่งแนวกำแพงเดิมของหอคำในอดีตประกอบกับการจัดแสดงอิฐแนวกำแพงเก่าของหอคำที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๗ และเครื่องถ้วยซึ่งเป็นสมบัติเดิมของเจ้าผู้ครองนครน่าน นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงโมเดลจำลองแผนผังเมืองเก่าน่านเพื่อให้เห็นถึงขอบเขตพื้นที่และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ของเมืองน่านในอดีต
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เปิดให้บริการทุกวันพุธ - อาทิตย์ (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์ - อังคาร) ค่าเข้าชมชาวไทย ๒๐ บาท ชาวต่างชาติ ๑๐๐ บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๕๔๗๗ ๒๗๗๗
พระวิษณุสี่กร
พุทธศตวรรษที่ ๑๓
ได้มาจากเมืองศรีเทพ พระยานครพระราม สมุหเทศาภิบาล มณฑลพิษณุโลก ส่งมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒
ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องลพบุรี อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
_________________________________________
พระวิษณุสี่กร ทรงยืนตริภังค์ พระเศียรทรงกิรีฏมกุฎ* (หมวกทรงกระบอก) พระขนงต่อกันเป็นรูปปีกกา พระเนตรโปน พระนาสิกใหญ่ พระโอษฐ์หนา พระวรกายท่อนบนเปลือย พระวรกายท่อนล่างทรงพระภูษาสั้น ยืนตริภังค์ ทรงยืนบนฐานสี่เหลี่ยม พระวิษณุมีสี่กร จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระวิษณุจตุรภุช กล่าวคือ “จตุร” หมายถึงสี่ “ภุช” หมายถึงกรหรือแขน
ประติมากรรมองค์นี้ยังคงแสดงอิทธิพลจากศิลปะอินเดียอย่างชัดเจน ได้แก่ การยืนตริภังค์ แสดงการยืนเอียงส่วนพระโสณี (สะโพก) ค่อนข้างมาก รูปแบบดังกล่าวนี้ปรากฏในงานประติมากรรมศิลปะอินเดียอย่างชัดเจนตั้งแต่สมัยคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ ๙-๑๑) เป็นต้นมา และส่วนพระเศียรที่ทรงกิรีฏมกุฎนั้นแสดงถึงรูปแบบเดียวกับ กิรีฏมกุฎที่ปรากฏในศิลปะปัลลวะ ของอินเดียใต้ ซึ่งมีลักษณะสำคัญคือ เป็นหมวกทรงกระบอกเรียบ ตั้งตรงไม่สอบเข้าหากัน ไม่มีลวดลาย มีเส้นรอบวงเท่ากับพระเศียร และไม่มีกระบังหน้า รูปแบบดังกล่าวปรากฏในประติมากรรมที่ทรงกิรีฏมกุฎ อาทิ พระวิษณุ พระสุริยะ แพร่กระจายทั่วพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายแห่ง ทั้งในศรีวิชัย ทวารวดี และเขมรก่อนเมืองพระนคร**
อำมาตย์โท พระยานครพระราม สมุหเทศาภิบาลมณฑลพิษณุโลก มีจดหมายรายงานการพบเทวรูป องค์นี้ ถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ลงวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ความตอนหนึ่งกล่าวว่า
“..ข้าพระพุทธเจ้าได้ไปตรวจพบรูปพระนารายณ์หินอีกองค์หนึ่งอยู่ห่างจากกำแพงเมืองศรีเทพทางทิศใต้ราว ๒๕ เส้น มีขนาดเท่าคนร่างใหญ่ เบื้องล่างหักเพียงข้อพระบาท แต่ฐานที่ตั้งและพระบาทยังอยู่พอจะต่อเข้ารูปกันได้ ส่วนเบื้องบนพระกรขวาหักเพียงศอก พระกรซ้ายหักเพียงศอกกรหนึ่งเพียงข้อพระหัดถ์กรหนึ่ง พระพักตร์กะเทาะบ้างเล็กน้อย นอกนั้นยังดีอยู่ แต่ที่หักแล้วหายหาไม่พบ ทรงเครื่องอย่างเขมรขัดเตี่ยว (เหมือนผู้ที่แต่งตัวจะเข้าชกมวย) แต่สนับเพลาสั้นมาก มาลาที่ทรงคล้ายหมวกเตอร์กี ข้าพระพุทธเจ้าได้สั่งให้นำมาไว้ที่อำเภอวิเชียรแล้ว...”
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยำรงราชานุภาพทรงมีลายพระหัตถ์ตอบกลับ อำมาตย์โท พระยานครพระราม สมุหเทศาภิบาลมณฑลพิษณุโลก ลงวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ความตอนหนึ่งว่า
“...ของโบราณซึ่งได้พบมาแล้วที่เมืองศรีเทพมักเปนของดี ๆ เสมอ ฉันคิดว่ายังจะมีของดี ๆ เหลืออยู่อีกขอให้เจ้าคุณพยายามค้นหาต่อไป พระนารายณ์ที่เจ้าคุณได้พบแล้วนั้นก็คงจะเปนของดีอีก ขอให้จัดการส่งลงไปเถิด ฉันขอขอบใจเจ้าคุณเปนอันมากที่เอาใจใส่ในเรื่องของโบราณอันเปนราชการสำคัญของบัณฑิตยสภา...”
*กิรีฏะ ในภาษาสันสกฤตแปลว่า มงกุฎ ดังนั้นจึงปรากฏกับประติมากรรม เทพเจ้า หรือบุคคลที่มีอำนาจ เช่น พระวิษณุ พระอินทร์ พระสูรยะ และบุคคลที่เป็นกษัตริย์
**โดยเฉพาะในวัฒนธรรมเขมรสมัยก่อนเมืองพระนคร มีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมสมัยราชวงศ์ปัลลวะค่อนข้างชัดเจน อาทิ สร้อยพระนามกษัตริย์จะลงท้ายด้วย “-วรมัน” เช่นเดียวกับกษัตริย์ในราชวงศ์ปัลลวะของอินเดีย
-------------------------------------------------
อ้างอิง
เชษฐ์ ติงสัญชลี. บทบาทของศิลปะอินเดียต่อเครื่องแต่งกายประติมากรรมบุคคลในเอเชียอาคเนย์. กรุงเทพฯ: มติชน,๒๕๖๒.
เชษฐ์ ติงสัญชลี. มุทรา ท่าทาง เครื่องทรง สิ่งของรูปเคารพในศาสนาพุทธ เชน ฮินดู. นนทบุรี: มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๕.
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๔)ศธ. ๒.๑.๑/๕๐. เอกสารกระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร เรื่อง เทวรูปศิลาซึ่งพบที่เมืองศรีเทพ เข้ามายังพิพิธภัณฑสถานฯ (๑๓-๑๕ เมษายน ๒๔๗๒).
-------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล
Facebook : National Museum Bangkok : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
https://www.facebook.com/nationalmuseumbangkok/posts/pfbid02Hi1YQT6zNb6ZYtFFSMfvBMBjpUUiDtfv6KKVQ8mSZATLr2j2AEWoetDpBJr8TNAgl
เจดีย์จำลอง
เลขทะเบียน ๓๙๘ / ๒๕๑๖
แบบศิลปะ / สมัย ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ - ๒๒
วัสดุ (ชนิด) สำริด
ขนาด ฐานกว้าง ๔.๖ เซนติเมตร สูง ๑๗ เซนติเมตร
ประวัติความเป็นมา พุทธสถานจังหวัดเชียงใหม่ มอบให้
ความสำคัญ ลักษณะและสภาพของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
เจดีย์จำลอง ส่วนฐานล่างเป็นทรงกลมคล้ายหม้อดอก หรือหม้อบูรณฆฏะ ซึ่งชาวล้านนาเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์หรือความเจริญรุ่งเรือง ส่วนฝาทำเป็นเจดีย์ทรงกลม ตั้งบนฐานปัทม์ซ้อนกันสามชั้น รองรับองค์ระฆังกลม ส่วนยอดทำเป็นทรงกรวยแหลม บนสุดทำเป็นหัวเม็ดทรงมัณฑ์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระธาตุหรือพระบรมสารีริกธาตุ
ชื่อเรื่อง โบราณคดีและประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณบุรีผู้แต่ง เขมชาติ เทพไชยประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือท้องถิ่นISBN/ISSN 974-418-089-7หมวดหมู่ ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เลขหมู่ 959.373 ข636บสถานที่พิมพ์ นนทบุรีสำนักพิมพ์ บริษัท ไซเบอร์ ร็อค เอเยนซี่ กรุ๊ป จำกัดปีที่พิมพ์ 2557ลักษณะวัสดุ 122 หน้า : ภาพประกอบ ; 29 ซม.หัวเรื่อง สุพรรณบุรี – ประวัติศาสตร์ สุพรรณบุรี -- โบราณสถานภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก สุพรรณบุรีมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นเมืองที่มีศิลปวัฒนธรรมหลากหลายจึงได้มีการศึกษาค้นคว้า สำรวจและวิเคราะห์หาหลักฐานโบราณคดี ดังปรากฎอย่างชัดเจนว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคหินใหม่ ได้มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง มีการติดต่อค้าขายกับภายนอกชุมชน หลักฐานด้านโบราณคดีที่พบ เช่น โบราณวัตถุ โบราณสถาน ภาชนะดินเผา เหรียญเงินจารึกศรีทวารวดี และจารึกบนแผ่นทองแดงอักษรปัลลาวะและภาษาสันสกฤต เมื่อขอมเริ่มเข้ามามีบทบาทในดินแดนแถบนี้จึงปรากฎโบราณสถานและศิลปกรรมเขมรกระจายอยู่ทั่วไป และปรากฎชื่อสุพรรณภูมิเมื่อขอมเริ่มเสื่อมอำนาจในพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญเมื่อไทยรบกับพม่า ในรัชกาลที่ 5 เป็นเมืองหนึ่งในมณฑลนครชัยศรีและเป็นจังหวัดสุพรรณบุรีในสมัยรัชกาลที่ 6
โบราณวัตถุชิ้นสำคัญ อันมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับงานพระศพของเจ้านายในอดีต คือ “บุษบกพร้อมพระโกศเจ้านายเชื้อสายวังหน้า”
บุษบกไม้ปิดทองประดับกระจก (พ.ท.ย. ๑) และพระโกศทองคำลงยาราชาวดี (พ.ท.ย. ๕) เป็นโบราณวัตถุที่มีประวัติความเป็นมาระบุในทะเบียนว่า "ของกรมหมื่นพิทยาลงกรณ์" ประดิษฐานอยู่ภายในห้องมุขท้ายพระที่นั่งบูรพาภิมุข พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร แต่ไม่ปรากฏว่าเป็นของเจ้านายพระองค์ใด ภายในพระโกศบรรจุวัตถุสำคัญ ประกอบด้วย พระกราม 1 องค์ พระอัฐิขนาดเล็ก 2 องค์ และดอกพิกุลเงินพิกุลทองอย่างละหนึ่งดอก โดยบุษบกองค์นี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยมีการตรวจสอบรูปแบบทางศิลปกรรมแล้ว พบว่ามีความคล้ายคลึงกับบุษบกไม้ลงรักปิดทองประดับกระจกที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระอัฐิสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ (กรมพระราชวังช้างเผือก) ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ภาพ : บุษบกพร้อมพระโกศ คลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และพระรูปพระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (ต้นราชสกุล รัชนี)
Post by Admin Sarun
ชื่อผู้แต่ง หม่อมเจ้าอิศรญาณ
ชื่อเรื่อง สุภาษิตอิศรญาณ
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๗
สถานที่พิมพ์ ธนบุรี
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์อักษรเพชรเกษม
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๒
หมายเหตุ พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพร้อยเอกโปร่ง เมนะชัย
สุภาษิตอิศรญาณ หรือ เพลงยาวเจ้าอิศรญาณ ของหม่อมเจ้าอิศรญาณทรงแต่ง หม่อมเจ้าอิศรญาณ เป็นคนที่มีภาวะจิตใจที่ไม่เป็นปกติ ครั้งหนึ่งทำอะไรวิปริตไป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสประภาษว่าบ้า หม่อมเจ้าอิศรญาณน้อยใจ จึงแต่งเพลงยาวฉบับนี้
กรมศิลปากร โดยกลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรมประกอบนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๗ "เอกสารล้ำค่า จารึกสยาม (Priceless Document of Siam)" การสาธิต "การสวดมหาชาติคำหลวง : ราชประเพณีที่สืบทอดจากกรุงศรีอยุธยา" วิทยากรโดย เจ้าหน้าที่พิธี กรมการศาสนา และดำเนินรายการโดย นางสาวชนิดา สีหามาตย์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ในวันอาทิตย์ที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๒.๓๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุม อาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน เวลา ๑๒.๓๐ - ๑๓.๐๐ น. และเริ่มกิจกรรมการสาธิตฯ เวลา ๑๓.๐๐ น.)
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียน (google form) ได้ทาง https://shorturl.at/S6Q7F (รับจำนวนจำกัด) หรือติดตามรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญชวนประชาชนร่วมงาน “๔ วัด ๑ วัง เมื่อครั้งต้นกรุงฯ” ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา วันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถอ่านรายละเอียด และลงทะเบียนได้ทาง QR-code หรือทางลิ้งนี้ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSexOHIlzh9--JWQUGZPI8_BHYqw8WwGDTCWlCxkm3JmhKNQiw/viewform?fbclid=IwY2xjawGW8-pleHRuA2FlbQIxMAABHbeHkDy46TwXuUMFctqL4EXyX-u-1wRKm_5Lbdt_8xgIuhpNZVZjGyCxGw_aem_KH4HyZl_5iBvxAsTVV5m1g
โดยเดินทางไปด้วยรถไฟขบวนพิเศษ (*มีรถไฟบริการฟรี เฉพาะเที่ยวไปเท่านั้น) รับจำนวนจำกัดเพียง ๑๕๐ ที่นั่ง------------------------------------------------------
**โปรดอ่าน***รายละเอียดการเดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมกำหนดการเชิญชวนประชาชนร่วมงาน ๔ วัด ๑ วัง เมื่อครั้งต้นกรุงฯ (วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดไชยวัฒนาราม และ พระราชวังจันทรเกษม)
วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๐.๒๐ น.
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมลงทะเบียนที่จุดลงทะเบียนบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง
เวลา ๑๐.๓๐ - ๑๑.๕๕ น.
ออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ด้วยรถไฟขบวนพิเศษ ถึงสถานีรถไฟบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (มีรถไฟบริการฟรี เฉพาะเที่ยวไป รถออกเวลา ๑๐.๓๐ น.)
เวลา ๑๑.๕๕ - ๑๖.๓๐ น.
เที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ในบริเวณพื้นที่บางปะอินตามอัธยาศัย (ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง)
- มีกิจกรรมถ่ายภาพย้อนยุคโดยห้องภาพฉายานิติกร ณ อาคารพลับพลา สถานีรถไฟบางปะอิน (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๗.๑๕ น.
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเดินทางด้วยรถไฟขบวนพิเศษออกจากสถานีบางปะอินถึงสถานีอยุธยา (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
เวลา ๑๗.๑๕ - ๑๘.๐๐ น.
เดินทางจากสถานีรถไฟอยุธยาถึงวัดพระราม
เวลา ๑๘.๒๐ - ๑๙.๐๐ น.
การแสดงต้อนรับและพิธีเปิดงาน
เวลา ๑๙.๐๐ - ๒๑.๐๐ น.
ชมการแสดงระเบ็ง และโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนทุก และตอนพระรามข้ามสมุทร โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร
--------------------------------------ข้อมูลการเดินทางสำหรับประชาชน
การเดินทางจากสถานีรถไฟบางปะอิน
มีบริการรถเช่าสาธารณะ (รถตุ๊กตุ๊ก) สำหรับว่าจ้างไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในเขตพื้นที่บางปะอิน เช่น พระราชวังบางปะอิน วัดนิเวศธรรมประวัติ วัดชุมพลนิกายาราม ร้านอาหาร คาเฟ่ต่าง ๆ เป็นต้น โดยราคาตามแต่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตกลงกับผู้ให้บริการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
หากผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ประสงค์ท่องเที่ยวภายในเขตพื้นที่บางปะอิน สามารถเดินทางต่อไปยังตัวเมืองอยุธยาได้โดยขบวนรถไฟจากสถานีบางปะอิน ซึ่งมี ๓ เที่ยว ได้แก่
๑. ขบวนรถไฟที่ ๒๓๓ ออกเดินทางเวลา ๑๒.๕๕ น. ถึงสถานีอยุธยาเวลา ๑๓.๐๖ น.
๒. ขบวนรถไฟที่ ๒๑๑ ออกเดินทางเวลา ๑๔.๑๙ น. ถึงสถานีอยุธยาเวลา ๑๔.๓๑ น.
๓. ขบวนรถไฟที่ ๒๐๗ ออกเดินทางเวลา ๑๕.๔๓ น. ถึงสถานีอยุธยาเวลา ๑๕.๕๗ น.
**ขบวนรถทั้ง ๓ เที่ยวมีค่าโดยสารราคา ๓ บาท ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง**
หากผู้เข้าร่วมกิจกรรมประสงค์เดินทางต่อกับขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษไปยังสถานีอยุธยา ขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษจะออกจากสถานีบางปะอินเวลา ๑๗.๐๐ น. และถึงสถานีอยุธยาเวลา ๑๗.๑๕ น. (ไม่คิดค่าโดยสาร)
การเดินทางจากสถานีรถไฟอยุธยาและการเดินทางเพื่อเที่ยวชมงาน ๔ วัด ๑ วังเมื่อครั้งต้นกรุงฯ
มีบริการรถเช่าสาธารณะ (รถตุ๊กตุ๊ก) จากสถานีรถไฟอยุธยาสำหรับเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในบริเวณเมืองอยุธยา ***ราคาตามแต่ตกลงกับผู้รับจ้าง
มีบริการรถเช่าสาธารณะ (รถตุ๊กตุ๊ก) ประจำบริเวณวัดทั้ง ๔ วัด ได้แก่ วัดพระราม วัดราชบูรณะ
วัดมหาธาตุ วัดไชยวัฒนาราม และพระราชวังจันทรเกษม สำหรับว่าจ้างเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ***ราคาตามแต่ตกลงกับผู้รับจ้าง
การเดินทางจากอยุธยากลับกรุงเทพฯ
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้เองตามอัธยาศัย โดยสามารถเดินทางได้หลายวิธีทั้งรถไฟและรถตู้สาธารณะ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
รถไฟ
จากสถานีอยุธยา ถึงสถานีหัวลำโพง (ขบวนรถขาเข้า)
- ขบวนรถที่ ๒๑๐ บ้านตาคลี - กรุงเทพ (หัวลำโพง)
ออกจากสถานีอยุธยา เวลา ๑๘.๔๘ น. ถึงสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เวลา ๒๐.๓๕ น.
(ค่าโดยสาร ๑๕ บาท)
จากสถานีอยุธยา ถึงสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ (ขบวนรถขาเข้า)
- ขบวนรถที่ ๑๐๒ เชียงใหม่ - กรุงเทพอภิวัฒน์
ออกจากสถานีอยุธยา เวลา ๑๙.๑๖ น. ถึงสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ เวลา ๒๐.๒๕ น.
(ค่าโดยสาร ๒๐ บาท)
รถตู้สาธารณะ
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถขึ้นรถได้ที่ บขส. อยุธยา มีรถให้บริการเที่ยวแรกเวลา ๐๔.๐๐ น. เที่ยวสุดท้ายออกเวลา ๑๗.๓๐ น. (วิ่งเส้นทาง อยุธยา – รังสิต – ลาดพร้าว - BTS หมอชิต) (ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรับผิดชอบค่าโดยสารเอง)
**บริการเสริมพิเศษ**
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถจองรถตู้ล่วงหน้าเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้ในราคา ๑๕๐ บาท โดยรถจะออกเดินทางจากวัดพระรามซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน ๔ วัด ๑ วังเมื่อครั้งต้นกรุงฯ ในเวลา ๒๐.๓๐ น. ปลายทาง bts หมอชิต (วิ่งเส้นอยุธยา รังสิต ลาดพร้าว bts หมอชิต) แต่ต้องแจ้งให้ผู้จัดงานทราบล่วงหน้ารวมถึงต้องชำระเงินล่วงหน้าภายในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ โดยสามารถโอนเงินเพื่อสำรองที่นั่งได้ที่บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ ๔๓๕-๐๘๘๙๗๐-๐ ชื่อบัญชี น.ส.นภาพิมพ์ จินสกุล พร้อมเก็บสำเนาสลิปแจ้งการโอนเงินไว้เป็นหลักฐานสำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตอนเดินทางกลับ หมายเลขติดต่อ คุณนภาพิมพ์ โทร. ๐๘๕-๐๘๘-๖๗๗๓