ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,756 รายการ
ชื่อเรื่อง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทองผู้แต่ง สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 2 สุพรรณบุรีประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือท้องถิ่น / หนังสือกรมศิลปากรISBN/ISSN 974-425-031-3หมวดหมู่ เบ็ดเตล็ดเลขหมู่ 069.09593 ส691พสถานที่พิมพ์ ปทุมธานีสำนักพิมพ์ สารรังสรรค์ปีที่พิมพ์ 2545ลักษณะวัสดุ 75 หน้า : ภาพประกอบ ; 30 ซม.หัวเรื่อง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง
โบราณสถาน -- ไทย
อู่ทอง -- ประวัติศาสตร์
ภาษา ไทย
บทคัดย่อ/บันทึก เมืองอู่ทองเป็นเมืองโบราณที่มีความสำคัญ ที่มีการค้นพบหลักฐานทางด้านโบราณคดีจำนวนมาก และเพื่อจัดแสดงโบราณวัตถุดังกล่าวให้เป็นระบบที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ จึงได้จัดสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2508-2509
ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ ๑๐๐ ปี
๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘
ความหมายของตราสัญลักษณ์
แบบตราสัญลักษณ์ ประกอบด้วย อักษรพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ว.ป.ร. อันหมายถึง วชิราวุธ ปรมราชาธิราช บนพื้นสีดำอันเป็นสีประจำกายแห่งพระเสาร์ เทพนพเคราะห์ประจำวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันพระบรมราชสมภพ
เบื้องบนประดิษฐานพระมหาพิชัยมงกุฎประกอบพระตราวชิระ ขนาบด้วยสัปตปฎลเศวตฉัตร วงแหวนรอบอักษรพระปรมาภิไธย มีข้อความว่า “เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ ๑๐๐ ปี ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘”
เบื้องล่างเป็นแพรแถบมีเลข ๑๐๐ ขนาบด้วยเลข ๒๔๖๘ และ ๒๕๖๘ ซึ่งหมายถึงพุทธศักราช แสดงถึงปีแห่งการสวรรคตที่เวียนมาบรรจบครบ ๑๐๐ ปี
ผู้ออกแบบ : นางวราภรณ์ เชิดชู นายช่างศิลปกรรมอาวุโส กลุ่มศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร-----------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : Facebook Page กลุ่มศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/profile.php?id=61571605855495
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขอเชิญสักการะ “พระสีวลี” พระอรหันตสาวก เอตทัคคะในทาง "ผู้มีลาภมาก" เนื่องในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๗๙ “ไหว้พระสิ้นปี สีวลีมหาเถโร” ตั้งแต่บัดนี้ - ๓๑ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. เปิดทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๕๔๗๗ ๒๗๗๗ Facebook: Nan national Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน https://www.facebook.com/NanNationalMuseum1987
พระสีวลี สมุกรัก (ยางรักผสมมวลสาร) ลงรัก ปิดทอง ศิลปะล้านนาพื้นเมืองน่าน ผสมศิลปะพม่า อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๕ (๑๐๐ ปีมาแล้ว) ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รับมอบจากพระครูศิริคุณาทาน เจ้าอาวาสวัดท่าล้อ อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ขอเชิญผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไป เข้าร่วมกิจกรรม Workshop การทำน้ำอบไทย “Scent of Siam : มรดกกลิ่นหอมจากอดีตสู่ปัจจุบัน” เพื่อร่วมรำลึกความทรงจำอันงดงาม เรียนรู้ภูมิปัญญาไทย และสืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านเครื่องหอมที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน ในวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เรียนรู้ความเป็นมาและคุณค่าทางวัฒนธรรมของน้ำอบไทย ทำความรู้จักวัตถุดิบและกรรมวิธีการปรุงกลิ่นแบบดั้งเดิม และลงมือปฏิบัติการทำน้ำอบไทยด้วยตนเอง พร้อมรับผลงานกลับบ้าน
กิจกรรมนี้มุ่งส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ เสริมสร้างความผ่อนคลาย และเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง คุณสมบัติผู้สมัครต้องมีอายุ 55 ปีขึ้นไป ผู้สนใจสามารถสแกน QR Code หรือกดลิ้งค์ด้านล่างนี้เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSd3_rfOobyRVOtM3ULc4QtKav6ET4wa6tK_Z244b-lqmCRz4A/viewform?usp=preview รับจำนวนจำกัดเพียง 30 ท่านเท่านั้น (ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3525 1586 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม:Chantharakasem National Museum https://www.facebook.com/chantharakasemmuseum
กรมศิลปากร โดยกลุ่มวิจัยและพัฒนางานโบราณคดี กองโบราณคดี ร่วมกับมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา รับอาสาสมัครเข้าร่วมการขุดค้นทางโบราณคดี ณ วัดจักรวรรดิราชาวาสฯ กรุงเทพมหานคร ระยะที่ 2 ปฏิบัติงานช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน 2569 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 26 มีนาคม 2569 ทาง QR CODE ในโปสเตอร์หรือลิงก์ ลิงก์ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScSvYoE2yH1tGlV54GbeZshBdY7JWQOeft0NytQv0gf_lrKrg/viewform?
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมวันที่ 27 มีนาคม 2569 ผ่านทาง www.finearts.go.th/archae
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนางานโบราณคดี โทร. 0-2164-2523 หรือ archaeo.fad@gmail.com
องค์ความรู้ เรื่อง "เสื้อของพระนครศรีบริรักษ์ (อิน)" อดีตเจ้าเมืองขอนแก่น
เรียบเรียง/ภาพ นางสาวพรพิณ โพธิวัฒน์
ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น
สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น
#องค์ความรู้
#พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น
#สำนักศิลปากรที่๘ขอนแก่น
พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี
คำถามจากทางบ้าน ถามว่า คำว่า "มหิศร" ควรอ่านอย่างไร ระหว่าง มะหิสอน กับ มะหิสะระ
ตามข้อมูลจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔
มหิศร, มหิศวร : [มะหิด, มะหิดสอน, มะหิสวน] น. ผู้เป็นใหญ่ยิ่ง, เลือนมาจาก มเหศวร หมายถึง พระศิวะ หรือ พระเจ้าแผ่นดิน. (ส.)
ในที่นี้ มหิศรภักดี จึงหมายถึง ผู้ภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน
ดังนั้นเมื่ออ้างจากข้อมูลราชบัณฑิต
"มหิศร" สามารถอ่านได้ว่า มะหิด หรือ มหิดสอน
"มหิศวร" สามารถอ่านได้ว่า มะหิสวน
ซึ่งเป็นการอ่านออกเสียงแบบภาษาไทย
แต่ด้วยคำนี้เป็นศัพท์ภาษาสันสกฤตที่เลือนมาจากคำว่า มเหศฺวร (มหา+อิศฺวร) จึงสามารถอ่านตามรากศัพท์เดิมได้เช่นกัน
"มหิศร" อ่านเป็น มะหิสะระ
"มหิศฺวร" อ่านเป็น มะหิสวะระ หรือ มะหิสะวะระ
เช่นเดียวกันกับคำว่า "พระอิศวร"
"อิศวร" เป็นศัพท์จากภาษาสันสกฤต "อิศฺวร" สามารถอ่านตามรากศัพท์เดิมได้เป็น อิสวะระ หรือ อิสะวะระ แต่ราชบัณฑิตให้คำอ่านเป็น อิสวน ตามความสามารในการอ่านออกเสียงแบบไทย แต่ยังคงหมายถึง พระศิวะ หรือ ความเป็นเจ้าเป็นใหญ่ ตามความเดิมของภาษาสันสกฤต
ฉนั้นการอ่านออกเสียง จะแบบไหนก็ไม่ผิด หากเข้าใจรากศัพท์
แต่ที่พบมักอ่านกันตามความนิยม ซึ่งความนิยมในที่นี้ไม่ใช้นิยมแบบผิด ๆ แต่เป็นความนิยมในการอ่านออกเสียงตามวิธีการอ่านของภาษาไทย เพราะเมื่อการออกเสียงตามภาษาเดิม ตามแบบต้นฉบับที่ยืมมา คนที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่อ่านออกเสียงได้ยาก หรือไม่สามารถอ่านออกเสียงได้ จึงคงแค่รูปศัพท์เดิมไว้ แต่เปลี่ยนวิธีการออกเสียงให้ง่ายกับคนที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลักนั้นเอง
สรุป "มหิศร" จึงควรอ่านว่า มะหิดสอน หรือ มะหิสอน
ตามความถนัดในการออกเสียงแบบไทย
ส่วนคนที่อ่านเป็น มหิดสะระ หรือ มะหิสะระ อาจเป็นผู้ที่มีความรู้ในด้านภาษาบาลีสันสกฤต จึงยังยึดการอ่านตามแบบต้นฉบับไว้
ผู้เรียบเรียง
นายธัชวิทย์ ทวีสุข
ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง
สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช
กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดสื่อสร้างสรรค์ประเภทภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น ในหัวข้อ เรือพระราชพิธี: เบื้องหลังความงดงามกับการสืบสานงานศิลป์ ชิงเงินรางวัลรวม 49,000 บาท กำหนดส่งผลงานถึง 31 กรกฎาคม 2569
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี จัดการประกวดสื่อสร้างสรรค์ประเภทภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น เพื่อส่งเสริมการรับรู้และความเข้าใจแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์ของเรือพระราชพิธี ในบริบทที่เกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร พุทธศักราช 2569 โดยผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องถ่าย ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ภายใต้หัวข้อ เรือพระราชพิธี: เบื้องหลังความงดงามกับการสืบสานงานศิลป์ เนื้อหาสื่อถึงการซ่อมแซมและประดับตกแต่งเรือพระราชพิธี เผยแพร่ความรู้ด้านประวัติศาสตร์เรือพระราชพิธี หรือแง่มุมอื่น ๆ ที่สะท้อนคุณค่า ความงดงาม และการสืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย การประกวดแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
ประเภทภาพถ่าย ผู้ส่งผลงานต้องเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา กำลังศึกษาในสถาบันการศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี
โดยส่งผลงานได้ไม่เกินคนละ 3 ภาพ เป็นภาพถ่ายดิจิทัลสีแนวตั้งหรือแนวนอน ที่บันทึกระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันหมดเขตรับผลงาน ไม่จำกัดประเภทของกล้องถ่ายภาพ และผู้สมัครสร้างสรรค์ขึ้นด้วยตนเอง ทั้งนี้ ภาพที่ส่งเข้าประกวดต้องสร้างสรรค์ด้วยฝีมือมนุษย์เท่านั้น และต้องไม่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดที่ใดมาก่อน
ประเภทคลิปวิดีโอสั้น ความยาวไม่น้อยกว่า 1 นาที ไม่เกิน 3 นาที แบ่งเป็นระดับนักเรียน นิสิต นักศึกษากำลังศึกษาในสถาบันการศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี และระดับบุคคลทั่วไป สัญชาติไทย โดยสามารถส่งผลงานได้เพียง 1 ชิ้น ไม่จำกัดรูปแบบ วิธีการ เทคนิคการนำเสนอ และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับถ่ายทำ โดยคลิปหรือภาพนิ่งในผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องถูกบันทึกระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันหมดเขตรับผลงาน และไม่เคยผ่านการนำไปเผยแพร่ที่ใดมาก่อน
ผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดสามารถลงทะเบียนและเข้าถ่ายภาพ/วิดีโอที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ได้ในวันและเวลาเปิดให้บริการของพิพิธภัณฑ์ ศึกษารายละเอียด กติกาการประกวด และดาวน์โหลดใบสมัคร ได้ที่เพจ Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี กำหนดส่งผลงาน ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2569 ประกาศผลการตัดสินวันที่ 21 สิงหาคม 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0 2424 0004 หรือ Facebook “Royal Barges National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี” https://www.facebook.com/RoyalBargesNationalMuseum
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ขอเชิญร่วมงาน “อุบลราชธานี คเณศจตุรถี บูชา” เนื่องในเทศกาลคเณศจตุรถี เพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของพระคเณศ เทพผู้ทรงปัญญาและผู้ขจัดอุปสรรค เปิดให้สักการะพระคเณศขอพร ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๕ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป โดยมีไฮไลท์ที่ต้องห้ามพลาด ในวันที่ ๒๕ วันวิสรชัน (Visarjan) ส่งเสด็จพระคเณศกลับสรวงสวรรค์ ร่วมพิธีอารตีพระคเณศ และพิธีอิชนาน (พิธีสรงน้ำ) สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๔๕๒๕ ๑๐๑๕ เฟซบุ๊ก “Ubon Ratchathani National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี” https://www.facebook.com/UbonNationalMuseum
เนื่องในโอกาสที่กรมศิลปากร ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) โบราณสถานสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล มรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของชาติ ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่อันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โรงละครแห่งชาติ สำนักการสังคีต สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตท่าพระจันทร์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ฟากตะวันตกของสนามหลวง โดยอาคารสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ หมู่พระวิมาน พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) ฯลฯ เป็นสถานที่ซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยของโบราณสถานในสมัยแรกสร้างหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งหาได้ยากยิ่งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ กรมศิลปากรจะดำเนินการอนุรักษ์และพัฒนาครอบคลุมพื้นที่เฉพาะในส่วนที่อยู่ภายใต้สังกัดของกรมศิลปากร รวมพื้นที่ประมาณ ๔๓ ไร่ โดยมีกรอบความคิดในการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟู “พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)” พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประกอบด้วย อาณาบริเวณและกลุ่มสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้รับการจัดการที่เหมาะสม ทางกรมศิลปากรจะทำการสำรวจ สอบค้น และรวบรวมข้อมูลเพื่อประมวลเป็นองค์ความรู้ทางมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ฟื้นฟู และอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมในอดีต เพื่อนำมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม รณรงค์สร้างจิตสำนึก เพื่อให้เยาวชนและประชาชนมีความรัก และตระหนักในคุณค่าของความเป็นไทย สร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่น ถูกต้องตามหลักวิชาการ และทันสมัย ยกระดับให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดกว้าง เข้าถึงได้ง่าย และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเยาวชนและประชาชน พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนต่อไป สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จึงได้ทำการรวบรวมรายชื่อเอกสารจดหมายเหตุ ทั้งที่เป็นภาพถ่ายและที่เป็นเอกสารลายลักษณ์ ที่มีอยู่ในสำนักหอจดหมายเหตุขึ้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปรวมถึงผู้ที่สนใจศึกษาในเรื่องของประวัติศาสตร์ ได้ทำการศึกษาค้นคว้าได้ด้วยตนเอง โดยสามารถนำรหัสเอกสารมายื่นที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อดูเอกสารจดหมายเหตุดังกล่าวได้โดยไม่ต้องสืบค้นเองจากบัญชีเอกสาร
รายละเอียดของเอกสารมีดังนี้
รหัสเอกสาภาพถ่ายเกี่ยวกับพระราชวังบวรสถานมงคล
รหัส เรื่อง
ภ 001 หวญ1-25 พระบรมฉายาลักษณ์ พระปิ่นเกล้า
ผ กต 45 พระราชวังบวรสถานมงคล
ผ กบด 4/4-12 แผนผังด้านข้างพระที่นั่งอิศเรศ
(2) ผ.กสก.4/10 พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน
ผจ.ศธ.0701/22 แผนผังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เมื่อ 2470
ผจ.ศธ0701/2 แผนที่พระราชวังบวรตอนพระราชมณเฑียร
ผจ ศธ.0701/371 พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พระนคร แผนผังหมู่พระที่นั่งต่างๆ
ผจ ศธ.0701/174 แผนผังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีแผนผังพระที่นั่ง 4 องค์
ผจ ศธ.0701/697 พระราชวังบวรสถานมงคล พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
ผจ(2)สร.0201/112 พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน
ผ.กทม./9 ป้อมพระสุเมรุ
(2) ภ.004 หวญ 36/3 พระแท่นออกขุนนางโดยปกติในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า
(2) ภ.004 หวญ 36/4 พระแท่นทรงศีลในกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์
(2) ภ.004 หวญ 50/33 พานพระภูษา รัชกาลที่ 4
(2) ภ.004 หวญ 3/1 พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พระนคร (วังหน้า)
(2) ภ.004 หวญ 3/3 พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พระนคร พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
(2) ภ.004 หวญ 3/7 พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พระนคร จิตรกรรมฝาผนังในพระที่นั่ง
พุทไธสวรรย์
(2) ภ.004 หวญ 3/2 พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน
ภ.ผท.8/154 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กองทหารปืนใหญ่ด้านทิศเหนือ แลเห็นพระราชวังบวรสถานมงคล
เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 6
ชุดเบ็ดเตล็ด
ร.5 บ.4 กรมพระราชวังบวรฯ
1-6
รหัส
เรื่อง
ร.ศ.
แผ่น
หมายเหตุ
ร.5 บ.4/1
เรื่องต่างๆ ของกรมพระราชวังบวรฯ
(11 มิ.ย. 76-24 มี.ค. 94
76-94
210
ร.5บ.4/2
หนังสือพระศักดาภิเดชวรฤทธิ์ทูลเกล้าถวายพระราชหัตถเลขาที่พระราชทานพระยามหามนตรี เรื่องกรมพระราชวังบวรสถานมงคล จศ. 1236รศ.112
(ธ.ค. 93-7 พ.ค.112)
93-112
26
ร.5 บ.4/3
ลายพระหัตถ์ถึงกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ
(6 ม.ค.93)
93
8
ร.5 บ.4/4
พระราชหัตถเลขาถึงกรมพระราชวังบวรสถานมงคลมีเรื่องต่างๆ
(มี.ค.98-มิ.ย.104)
98-104
23
ร.5 บ.4/5
เงินหัวเมืองชายทะเลตะวันตกซึ่งข้นพระราชวังบวร
(เม.ษ.106-เม.ย.108)
106-108
18
ร.5.บ4/6
เสด็จประพาสสิงคโปร์ (มลายู) ทรงเยี่ยมคุก โรงทหาร โรงโปลิศ และโรงทำสับปะรด
(ม.ท.)
ม.ท.
20
บัญชีเอกสารจดหมายเหตุที่เกี่ยวกับพระราชวังบวรสถานมงคล
ชุดกระทรวงศึกษาธิการ
รหัส
เรื่อง
พ.ศ.
แผ่น
หมายเหตุ
(4) ศธ 2.3.6/2
การซ่อมแซมพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย
(28 มิ.ย.2477- 14 พ.ค.2478)
2477-2478
28
(4) ศธ.2.3.6/80
การซ่อมสังคีตศาลาในบริเวณพิพิธภัณฑ์
เอกสารจดหมายเหตุที่เกี่ยวกับพระราชวังบวรสถานมงคล
จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าศึกษาค้นคว้าได้ที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในวันและเวลาราชการ และวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 8.30 น.-16.00 น.
เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๐.๓๐ น. หอสมุดแห่งชาติกรมศิลปากร จัดงานบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาหอสมุดแห่งชาติปีที่ ๑๑๐ ณ อาคาร ๒ สำนักหอสมุดแห่งชาติ โดย พระเทพคุณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายพีรพน พิสณุพงศ์ รองอธิบดีกรมศิลปากร (รักษาราชการแทนอธิบดีกรมศิลปากร) ประธานฝ่ายฆราวาส และมีดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ "เก็บภาพเก่ามาเล่าต่อ" ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชมอีกด้วย
อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 28 มีนาคม 2556
ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด
สถานที่ : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ
ติดต่อ : เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
โทรศัพท์ 02-2222222
วันจันทร์ ที่ ๑๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เพื่อนำมาจัดสร้างพระบรมโกศจันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ เป็นผู้อ่านโองการบวงสรวง มีข้าราชการและประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก อนึ่ง ไม้จันทน์หอมนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ได้คัดเลือกต้นไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ จำนวน ๑๒ ต้น โดยจะดำเนินการตัด และแปรรูป พร้อมนำส่งมอบให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เพื่อนำไปจัดสร้างพระบรมโกศจันทน์ เพื่อใช้ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในลำดับต่อไป