ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,557 รายการ

รายงานการเดินทางไปราชการ ณ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ๑.  ชื่อโครงการ The Study Visit to Hanoi, Vietnam หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับการใช้ในการปฏิบัติงาน (Intensive Language Course: ILC) ประจำปี ๒๕๕๘ ๒.  วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ในด้านการพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการทำงาน (Working Language) ของอาเซียน ๒.๒ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพสังคม วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศในกลุ่มอาเซียน ตลอดจนเป็นการเปิดโลกทัศน์และสร้างประสบการณ์ที่เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน ๓.  กำหนดเวลา           วันที่ ๔ – ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๘ ๔.  สถานที่           เมืองฮานอย  ประเทศเวียดนาม ๕.  หน่วยงานผู้จัด           สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ กระทรวงการต่างประเทศ ๖.  หน่วยงานสนับสนุน           มหาวิทยาลัยฮานอย (Hanoi University of Foreign Studies) ๗.  กิจกรรม           กิจกรรมการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ ๔ – ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘  ๘.  คณะผู้แทนไทย ผู้เข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับการใช้ในการปฏิบัติงาน (Intensive Language Course: ILC) ประจำปี ๒๕๕๘ ๙.  สรุปสาระของกิจกรรม กิจกรรม The Study Visit to Hanoi, Vietnam ตามหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับการใช้ในการปฏิบัติงาน (Intensive Language Course: ILC) ประจำปี ๒๕๕๘ เป็นการเปิดโลกทัศน์และสร้างประสบการณ์เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนให้แก่ผู้เข้าอบรมเป็นอย่างมาก ทั้งจากกิจกรรมการฟังบรรยาย การแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจ ล้วนทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศเวียดนามในแง่มุมต่างๆ อาทิ ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ สภาพสังคม เศรษฐกิจ ภาษาและวัฒนธรรม อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมแก่บุคลากรให้มีทักษะ ความรู้ความสามารถที่กว้างขวางหลากหลาย และสามารถทำงานในเวทีประชาคมอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๑๐.  ข้อเสนอแนะจากการจัดกิจกรรม จากการเข้าร่วมกิจกรรม The Study Visit to Hanoi, Vietnam ผู้เข้าอบรมได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และเศรษฐกิจหลายแห่งด้วยกัน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่ากิจกรรมครั้งนี้มิได้จัดให้มีการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติเวียดนาม (The National Museum of Vietnamese History) ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และพัฒนาการของประเทศเวียดนามในแต่ละช่วงเวลาไว้อย่างครบถ้วน อันจะช่วยให้ผู้เข้าอบรมเกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาพรวมของประเทศเวียดนามมากยิ่งขึ้น ในการจัดกิจกรรมทัศนศึกษาต่างประเทศครั้งต่อไป จึงควรจัดให้มีการเข้าศึกษาเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของประเทศนั้นๆ ด้วย เพื่อสร้างพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศนั้นๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาแง่มุมอื่นเกี่ยวกับประเทศนั้นต่อไป     นางสาวระชา ภุชชงค์   ผู้สรุปผลการเดินทางไปราชการ


ผู้แต่ง               :  กนกศักดิ์ เวชยานนท์โรงพิมพ์           :  ศิลปชัยปีที่พิมพ์           :  2492ภาษา               :  ไทยรูปแบบ             :  PDFเลขทะเบียน      :  น.32บ.2142จบเลขหมู่             :  923                         ก125ช


สาระสังเขป               : ประวัติของพลโททักษ์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ตั้งแต่เกิด เข้ารับการศึกษา ตั้งแต่ประถม จนเข้าโรงเรียนนายร้อยทหารบกและได้รับราชการทหาร                                   จนถึงตำแหน่งในกองบัญชาการทหารสูงสุด 2 ตำแหน่ง คือ  1) เจ้ากรมการศึกษาวิจัย 2) ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร                                   จนถึงแก่กรรมในวันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม 2504ผู้แต่ง                        : -โรงพิมพ์                    : ทหารอากาศปีที่พิมพ์                    : 2504ภาษา                        : ไทยรูปแบบ                      : PDFเลขทะเบียน               : น.32 บ. 5312 จบเลขหมู่                       : 923.5593                                   ท 336 ท



เลขทะเบียน : นพ.บ.21/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  46 หน้า  ; 5 x 57 ซ.ม. : ชาดทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ไผ่ชื่อชุด : มัดที่ 11 (114-122) ผูก 6หัวเรื่อง : อาการวัตตสูตร --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.44/8ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  44 หน้า ; 4 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 26 (254-266) ผูก 8หัวเรื่อง :  มหานิปาตวณฺณนา --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อผู้แต่ง        :   ยอช เซเดส์ , ศาสตราจารย์ชื่อเรื่อง         :   ตำนานพระพิมพ์ครั้งที่พิมพ์      :   พิมพ์ครั้งที่สิบแปดสถานที่พิมพ์    :   พระนครสำนักพิมพ์      :   กรุงเทพสยามการพิมพ์ปีที่พิมพ์         :   ๒๕๑๒จำนวนหน้า     :   ๕๖ หน้าหมายเหตุ        :  พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายประสาน  ชูตินันท์ ฌาปนสถานกองทัพบก วัดโสมนัสวิหาร วันที่  ๙  ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๒                     หนังสือตำนานพระพิมพ์นี้ มีแต่พระพิมพ์ในพระพุทธศาสนา ศาสนาเดียว มูลเหตุที่จะสร้างพระพิมพ์นั้น เกิดแต่พวกสัปบุรุษนิยมไปบูชายังที่สังเวควัตถุทั้ง ๔ คือ ที่พระพุทธองค์ประสูติ ตรัสรู้ ประทานปฐมเทศนา และปรินิพพาน พวกชาวเมืองจึงคิดทำพระพิมพ์ขึ้นสำหรับจำหน่ายแก่สัปบุรุษโดยราคาถูก ๆ ให้ซื้อหาได้ทั่วกัน พวกสัปบุรุษก็พากันนิยมยินดี จึงเกิดชองสร้างพระพิมพ์กันขึ้นด้วยประการฉะนี้


ชื่อเรื่อง : มนุสสปฏิวัติ ชื่อผู้แต่ง : วิจิตรวาทการ, พล.ต. หลวง ปีที่พิมพ์ : 2482 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์พระจันทร์ จำนวนหน้า : 46 หน้า สาระสังเขป : มนุสสปฏิวัติ คือปาฐกถาของ พล.ต. หลวงวิจิตรวาทการ แสดงที่สโมสรกลาโหม เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2482 กล่าวถึง การเปลี่ยนลักษณะนิสัยใจมนุษย์ จากสภาพอันไม่พึงปรารถนา ให้เข้าสู่สภาพอันพึงปรารถนา และอธิบายความหมายของคำว่าปฏิวัติที่ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้อย่างเปิดเผย เพราะผู้คนมักเข้าใจว่าเป็นการก่อกบฏ แต่ความจริงแล้วคำว่าปฏิวัติหมายถึงการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องเป็นไปตามปกติภาพของโลก เป็นงานที่ต้องทำเพื่อมุ่งประโยชน์แก่คนทั้งชาติ มิใช่เพื่อประโยชน์แก่บางคน บางพวก มนุสสปฏิวัติส่วนสำคัญที่ต้องทำนั้นคือการปลูกความขยันขันแข็งในการทำงาน ปลูกความนิยมในงานอาชีพ และเพาะนิสัยพึ่งตนเอง


เรื่องที่ 341 เนื้อหาเกี่ยวกับพระธรรมเทศนา เรื่องปพฺพโตปมคาถาเทศนา เรื่องที่ 342 เนื้อหาเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาพุทธ เรื่องอานิสงส์มหาสงกรานต์ เรื่องที่ 343 เนื้อหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนวันเดือนปีอุโบสถ เรื่องที่ 344 เนื้อหาเกี่ยวกับประวัติพระพุทธศาสนา เรื่องพระมหากัจจายนมูล คือเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในพระอสีติมหาสาวกของพระโคตมพุทธเจ้า ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะในทางผู้อธิบายความย่อให้พิสดาร ในประเทศไทยนอกจากชื่อตามภาษาบาลีแล้ว ยังเป็นที่รู้จักในชื่อ "พระสังกัจจายน์" หรือ "พระสังกระจาย"เรื่องที่ 345 เนื้อหาเกี่ยวกับธรรมะ เรื่องวิธีสัมพันธ์เป็นอาทิเรื่องที่ 346 เนื้อหาเกี่ยวกับประวัติพระพุทธศาสนา เรื่องคู่มือมูลกัจจายนโดยสังเขปเลขทะเบียน จบ.บ.341/1จบ.บ.342/1 จบ.บ.343/1จบ.บ.344/9,/ก/4,/ค/1:1ก,/ฆ/1:1ก-1ค,/ง/1 จบ.บ.345/1จบ.บ.346/1


ชื่อเรื่อง : วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดพิษณุโลก ผู้แต่ง : คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปีที่พิมพ์ : 2542 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : กระทรวงมหาดไทย : กระทรวงศึกษาธิการ และกรมศิลปากร


การประชุมสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมาประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ครั้งที่ ๙/๒๕๕๗วันศุกร์ที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ .๒๕๕๗ณ ห้องประชุมสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา




ประติมากรรมดินเผารูป “พระเจ้าสุทโธทนะ”           พบจากการขุดแต่งเจดีย์หมายเลข ๑๑ เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จัดแสดง ณ ห้องอู่ทองศรีทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง           ประติมากรรมดินเผาขนาดเล็ก รูปบุรุษนั่งประนมมือ ขัดสมาธิราบ สวมศิราภรณ์หรือเครื่องประดับศีรษะทรงสูงยอดแหลม มีกรอบหน้านาง ด้านข้างประดับลายกระจัง พระพักตร์ของประติมากรรมค่อนข้างกลม พระขนงต่อกันเป็นปีกกา พระนาสิกใหญ่และโด่งเป็นสัน พระโอษฐ์หนา พระกรรณยาว สวมตุ้มหูทรงกลมขนาดใหญ่ ไม่แสดงรายละเอียดของเครื่องแต่งกาย อันแสดงถึงอิทธิพลศิลปะอินเดียแบบคุปตะ คือนิยมนุ่งห่มด้วยผ้าเนื้อบางแนบติดกับลำตัว ไม่นิยมแสดงริ้วหรือร่องรอยของเนื้อผ้า ที่พระพาหาประดับด้วยพาหุรัดหรือกำไลแขน ลายเป็นรูปใบไม้สามเหลี่ยม นุ่งผ้ายาวครึ่งแข้ง จากรูปแบบศิลปกรรม กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๔ (ประมาณ ๑,๒๐๐ – ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว)           แต่เดิมมีการตีความว่าประติมากรรมดินเผานี้เป็นรูปพระโพธิสัตว์ เทวดา บุคคลชั้นสูงหรือกษัตริย์ ต่อมามีการตีความใหม่เมื่อมีผู้อ่านและแปลความหมายของจารึกที่ใต้ฐานของประติมากรรมดังกล่าว ซึ่งเป็นอักษรหลังปัลลวะ ภาษาสันสกฤต กำหนดอายุตรงกับรูปแบบศิลปกรรม คือราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ - ๑๔ จารึกบรรทัดบนอ่านว่า “ศุทฺโธ” บรรทัดที่ ๒ ซึ่งค่อนข้างสมบูรณ์กว่า อ่านว่า “ศุทฺโธทน” จึงเชื่อได้ว่าประติมากรรมรูปบุคคล ดังกล่าว หมายถึง “พระเจ้าสุทโธทนะ” หรือพระพุทธบิดา           พระเจ้าสุโธทนะทรงเป็นพระพุทธบิดา เดิมนั้นทรงมุ่งหวังให้เจ้าชายสิทธัตถะ สืบราชบัลลังก์เป็นกษัตริย์แห่งศากยวงศ์ต่อจากพระองค์ ต่อมาเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช และตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเสด็จโปรดพระบิดา พระเจ้าสุทโธนะได้มีโอกาสสดับพระธรรมเทศนา ทรงเกิดความเลื่อมใสและบรรลุโสดาบัน เป็นอุบาสก ต่อมาในพรรษาที่ ๕ ของพระพุทธเจ้า พระเจ้าสุทโธทนะประชวรหนัก พระพุทธองค์ได้เสด็จจากกุฎาคาร ป่ามหาวัน เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี มายังเมืองกบิลพัสดุ์ ทรงแสดงธรรมโปรดพระพุทธบิดา เป็นเวลา ๗ วัน ในวันสุดท้าย พระเจ้าสุทโธทนะได้บรรลุพระอรหัตผล และพระนิพพาน           ประติมากรรมรูปพระเจ้าสุทโธทนะ ทำมาแล้วตั้งแต่ศิลปะอินเดียสมัยโบราณ เช่น ภาพสลักพุทธประวัติหลายตอนบนซุ้มประตูทางเข้าสถูปสาญจี ประติมากรรมดินเผารูปพระเจ้าสุทโธทนะกำลังทำอัญชลีมุทรานี้ น่าจะหมายถึงทรงกำลังฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธองค์ก่อนที่จะได้บรรลุพระอรหัตผลและพระนิพพานก็เป็นได้ ประติมากรรมชิ้นนี้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพบจากการขุดแต่งเจดีย์หมายเลข ๑๑ เมืองโบราณอู่ทอง และมีจารึกที่สามารถระบุได้ว่าหมายถึง “พระเจ้าสุทโธทนะ” พระพุทธบิดา อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงการแต่งกายของบุคคลชั้นสูงในวัฒนธรรมทวารวดีอีกด้วย ---------------------------------ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง---------------------------------เอกสารอ้างอิง กรมศิลปากร. รายงานการสำรวจและขุดแต่งโบราณวัตถุสถาน เมืองเก่าอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี. พระนคร : ศิวพร, ๒๕๐๙. กรมศิลปากร. โบราณคดีเมืองอู่ทอง. สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๒ สุพรรณบุรี กรมศิลปากร จัดพิมพ์, ๒๕๔๕. กรมศิลปากร. ศิลปะทวารวดี ต้นกำเนิดพุทธศิลป์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด, ๒๕๕๒. ปีเตอร์ สกิลลิ่ง และศานติ ภักดีคำ. “จารึกพระสาวกและจารึกพระเจ้าศุทโธทนะ พบใหม่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี”, เอกสารประกอบการประชุมสัมมนา เรื่อง ความก้าวหน้าในการศึกษาโบราณคดีและเมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดี, กรมศิลปากร, วันที่ ๒๔ – ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ณ โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี. และใน Fragile Palm Leaves (December 2545/2002) : 11-14.


เจ้าพระยาพระคลัง (หน). กากีกลอนสุภาพ. พระนคร: โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม, 2504. พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพนางหุ่น  วีรธรรม วันที่ 2 พฤษภาคม 2504 หนังสือ เรื่องกากีกลอนสุภาพ เป็นนิพนธ์ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) กวีเอกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นวรรณคดีที่มีความไพเราะมาก และเป็นที่รู้จักแพร่หลายอีกเรื่องหนึ่ง     895.9112 ก413กห


black ribbon.