ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,257 รายการ


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี เปิดเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน  จัดเทศกาลพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์ สวนศิลป์บันดาลใจ           กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี ขอเชิญร่วมกิจกรรมเทศกาลพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์ สวนศิลป์บันดาลใจ Creative Museum, Prachinburi Art & Craft Fair สักการะพระพิฆเนศ องค์เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมเปิดประสบการณ์ไปกับการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน ระหว่างวันที่ 22 - 25 มกราคม 2569 เวลา 15.00 – 20.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี             นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่กรมศิลปากรได้จัดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรี ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำภูมิภาคตะวันออก ที่ได้รวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุจากแหล่งโบราณคดีต่าง ๆ ของภูมิภาคตะวันออก และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่ออนุรักษ์และศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ความเป็นมาอันยาวนานของจังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่ในภูมิภาคตะวันออก จึงได้จัดเทศกาลพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์ สวนศิลป์บันดาลใจ Creative Museum, Prachinburi Art & Craft Fair โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย             1. กิจกรรมสักการะพระคเณศจากโบราณสถานเมืองศรีมโหสถ ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ประมาณ 1,400 ปี จัดแสดงภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ เนื่องในวันคเณศชยันตี เทศกาลเฉลิมฉลองวันประสูติของพระพิฆเนศ  ซึ่งในปีนี้ ตรงกับวันที่ 22 มกราคม 2569                     2. กิจกรรม Museum Tour นำชมห้องจัดแสดง พร้อมการบรรยายโดยวิทยากร           3. กิจกรรมรถพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก พร้อมกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้เรื่องราวทางชาติพันธุ์วิทยา            4. พิศภาพ เพลินเพลง "Passion of Prachinburi" นิทรรศการภาพถ่าย บันทึกภาพความทรงจำจากวันวาน บอกเล่าความงามและความประทับใจที่มีต่อปราจีนบุรี            5. กิจกรรมการเสวนา Museum Talk                - วันที่ ๒๓  มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ - ๑๗.๕๐ น. พิพิธ - พิพิธภัณฑ์  พูดคุยกับภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก ถึงบทบาทของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่มีหน้าที่ต่อสังคมหลากมิติ                - วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ -๑๙.๕๐ น. Beyond the Shot: แรงบันดาลใจจากเลนส์สู่ภาพ พลังสะท้อนสังคม พูดคุยกับนายแพทย์จอมพล มุสิกวงศ์  และผู้แทนชมรมคนรักการถ่ายภาพ ค้นหาแรงบันดาลใจ และสารจากช่างภาพที่สะท้อนออกมาในผลงานภาพถ่าย               - วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙  เวลา ๑๖.๐๐ - ๑๖.๕๐ น. วัตถุสะสมที่มีคุณค่า อนุรักษ์เองได้แค่รู้หลักการ   พูดคุยกับนักอนุรักษ์โบราณวัตถุ เรียนรู้วิธีการอนุรักษ์วัตถุ ของสะสมที่มีคุณค่าได้ด้วยตัวเอง เพื่อนำไปต่ออายุสิ่งของที่มีคุณค่านั้นให้อยู่           6. คลินิกหมออนุรักษ์ กิจกรรม Workshop และให้คำปรึกษาการอนุรักษ์วัตถุสะสม โดย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำวัตถุสะสมมาร่วม workshop ปฏิบัติการอนุรักษ์เบื้องต้นได้           นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Workshop และการสาธิตสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ การจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกจากต้นทุนทางวัฒนธรรม งาน  Craft ศิลปะ และ Art Toys  เพลินเพลงในสวน ชมการแสดงนาฏศิลป์ และดนตรีจากนักเรียนและกลุ่มเครือข่ายในจังหวัดปราจีนบุรี          ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเทศกาลพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์ สวนศิลป์บันดาลใจ Creative Museum, Prachinburi Art & Craft Fair สะสมตราประทับที่ระลึก ชุด “โบราณวัตถุห้ามพลาด” ระหว่างวันที่ 22 – 25 มกราคม 2569 เวลา 15.00 – 20.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี (**เข้าชมนิทรรศการภายในอาคาร ค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท พระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุเกิน 60 ปี เข้าชมฟรี) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3721 1586


กรมศิลปากรเตรียมเปิดม่านโรงละครแห่งชาติ หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่แล้วเสร็จ  พร้อมเชิญชวนประชาชนชมการแสดงทดสอบระบบแสง สี เสียง ฟรี 9-10 พ.ค.นี้         วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานแถลงข่าว “เปิดม่านโรงละครแห่งชาติ ย้อนวันวานนาฏการไทย” ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก)          อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า โรงละครแห่งชาติ ได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2508 ปัจจุบันโรงละครแห่งชาติอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นสถานที่สนับสนุนสำหรับจัดการแสดงและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติให้แก่กรมศิลปากร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และบุคคลทั่วไปทั้งในระดับชาติและนานาชาติ มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 60 ปี และได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้ทันสมัยมาแล้วหลายครั้ง จนมาในปีพุทธศักราช 2565 กรมศิลปากรจึงได้จัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง การพัฒนาปรับปรุงโรงละครแห่งชาติในครั้งนี้ ได้เสริมความแข็งแรงของเวทีการแสดง รวมทั้งติดตั้งลิฟต์เวทีสำหรับการแสดง ระบบงานวิศวกรรมไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ มีการวางระบบพื้นฐาน การควบคุมแบบศูนย์กลางด้วยคอมพิวเตอร์ที่เป็นมาตรฐานสากล ติดตั้งระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ มีห้องควบคุมระบบความปลอดภัย ระบบไฟฟ้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาคารใหม่ที่เปลี่ยนไป, ระบบวิศวกรรมสุขาภิบาล มีการปรับปรุงทั้งระบบในภาพรวมให้มีระบบบําบัดตามมาตรฐานกฎหมายปัจจุบัน, ระบบแสงเสียง ภาพ ระบบเครื่องกลประกอบการแสดง มีการปรับปรุงในด้านระบบเสียง โดยใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถรองรับการปรับเปลี่ยนค่าสวนศาสตร์ (Acoustic) สำหรับการแสดงแต่ละประเภทได้           สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้กันในโรงละครชั้นนำทั่วโลกมีจุดสำญ ดังนี้          ๑) ปรับปรุงระบบเสียงเป็น AFC (Active Field Control) โดยโรงละครแห่งชาติเป็นที่แรกในประเทศไทย     ที่ติดตั้งระบบนี้ ซึ่งระบบเสียงแบบ AFC (Active Field Control) ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงในโรงละครแห่งชาติให้ผู้ชมได้ยินเสียงไพเราะชัดเจนเท่ากันในทุกที่นั่ง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้าน AFC (Active Field Control) จากประเทศญี่ปุ่นช่วยปรับแต่งระบบเสียง          ๒) ปรับปรุงระบบเครื่องกลพิเศษ  ได้แก่ บาร์แขวนฉาก บาร์ไฟและลิฟต์เวทีสำหรับการแสดงจากระบบเดิมที่ใช้การถ่วงน้ำหนักโดยใช้คนชักรอกขึ้นลงเป็นระบบไฟฟ้าที่ควบคุมด้วยระบบดิจิทัล (Digital)          ๓) ปรับปรุงระบบแสง โดยเปลี่ยนไฟสำหรับเวทีการแสดงเป็นระบบดิจิทัล (Digital) และใช้หลอดไฟ LED (Light Emitting Diode) ทั้งหมด ซึ่งระบบนี้มีส่วนช่วยในการประหยัดไฟและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน  นอกจากนี้โคมไฟ ๑ โคม ยังสามารถทำงานได้หลากหลายยิ่งขึ้น ๔) ปรับปรุงระบบการฉายภาพโปรเจคเตอร์ (Projector) จากเดิมที่มีเพียงแบบฉายภาพจากด้านหน้า      ให้สามารถฉายภาพจากด้านหลังได้ด้วย ส่งผลให้ฉากในการแสดงดูมีมิติและเพิ่มอรรถรสในการชมได้ดีมากยิ่งขึ้น          กรมศิลปากรจะเปิดให้ประชาชนร่วมทดสอบระบบแสง สี เสียง ชมการแสดงฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันที่ 9 และ 10 พฤษภาคม 2569 ประกอบด้วย  การบรรเลงและขับร้องวงดุริยางค์สากล “Classic meets now” เพลงหวานวันวาน จากวันนั้นถึงวันนี้ วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น.,  การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนเกสรทมาลาพลีชีวัน วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น.,  การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย “เสนาะเสียงศิลป์แผ่นดิน ศิลปินศิลปากร” วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น.,  การแสดงละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนแม่ทัพคนใหม่ วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น.          ผู้สนใจสามารถสำรองบัตรชมการแสดงได้ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยมีวิธีการสำรองบัตร 2 วิธี ได้แก่ 1. เดินทางเข้ามาสำรองบัตรและรับบัตร ณ อาคารหน้าพระพิฆเนศ บริเวณภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ในวันและเวลาราชการ 2. จองผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ https://ntt.finearts.go.th (1 ท่าน ต่อบัตร 2 ใบ)  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร โทร. 0 2221 6532, 0 2224 1342  


ผู้แต่ง : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตาก ปีที่พิมพ์ : ม.ป.ป. สถานที่พิมพ์ : ตาก สำนักพิมพ์ : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตาก      กะเหรี่ยงหรือปกาเกอะญอ เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่บรรพบุรุษอพยพมาตั้งถิ่นฐานในแถบภาคเหนือของไทย ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้มีวิถีชีวิตที่ต่างจากชนเผ่าอื่นๆ ใช้ชีวิตอิงกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีและสังคมวัตถุนิยมในปัจจุบัน ทำให้ปกาเกอะญอต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว จนตั้งตัวไม่ทัน ทำให้เกิดการสับสนในการเลือกรับและปฏิเสธ โดยเฉพาะด้านประเพณีวัฒนธรรมและความเชื่อที่ถูกปรับเปลี่ยนไปตามอิทธิพลของการพัฒนา




พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง พระปฐมเจดีย์: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/phrapathomchedi      ความเป็นมาของการก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ นั้นมีมูลเหตุมาจากความพยายามในการรวบรวมโบราณวัตถุที่กระจัดกระจายอยู่ภายในแขวงมณฑลนครชัยศรี กล่าวคือ ในราวปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระองค์ทรงโปรดให้มีการย้ายเมืองนครชัยศรีจากตำบลบ้านท่านา มายังบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ โดยขณะนั้นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการรวบรวมโบราณวัตถุที่กระจัดกระจายอยู่ภายในแขวงมณฑลนครชัยศรี เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ได้มีการรื้อทำลายโบราณสถานและโบราณวัตถุโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ตัดผ่านจังหวัดนครปฐม จึงเกิดการรื้อทำลายโบราณสถานเพื่อปรับหน้าดิน รวมถึงการนำเอาเศษอิฐจากโบราณสถานไปถมสร้างรางรถไฟด้วย ฯลฯ      ดังนั้น ในปี พ.ศ.2438 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงทรงมีพระดำริให้ทำการรวบรวมโบราณวัตถุ ในแขวงมณฑลนครชัยศรี โดยขณะนั้นเจ้าพระยาศรีวิไชยชนินทร์ สมุหเทศาภิบาลมณฑลนครชัยศรี จึงมอบให้หลวงพุทธเกษตรานุรักษ์ (จร จรณี) กับหลวงไชยราษฎร์รักษา (โพธิ์ เคหะนันท์) เป็นผู้ดำเนินการรวบรวมโบราณวัตถุ     โบราณวัตถุที่รวบรวมได้ในระยะแรก ได้ถูกนำมาเก็บรักษาไว้บริเวณระเบียงคดรอบองค์พระปฐมเจดีย์ ต่อมาได้มีการเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุดังกล่าวเข้าไปไว้ในวิหารด้านตรงข้ามพระอุโบสถ ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2454 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงรามชานุภาพ โปรดประทานชื่อวิหารหลังนี้ว่า “พระปฐมเจดีย์พิพิธภัณฑสถาน”     ในปี พ.ศ.2477 กรมศิลปากรได้รับ พระปฐมเจดีย์พิพิธภัณฑสถาน เข้ามาเป็นสาขาหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้ “พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504” นั้น บทบัญญัติในพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้กำหนดให้พิพิธภัณฑสถานในความดูแลของกรมศิลปากร เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้วย ดังนั้น พระปฐมเจดีย์พิพิธภัณฑสถาน จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์”     นับตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) งานสำรวจและขุดค้นทางโบราณคดี ตลอดจนงานขุดแต่งบูรณะโบราณสถานภายในจังหวัดนครปฐม ได้ดำเนินไปอย่างกว้างขว้าง เป็นผลให้มีโบราณวัตถุเพิ่มเข้ามายังพิพิธภัณฑ์ฯเป็นจำนวนมาก ทำให้อาคารจัดแสดงหลังเดิม (อาคารจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์ ในปัจจุบัน) นั้นมีขนาดไม่เพียงพอต่อการจัดแสดงโบราณวัตถุ ที่นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปี พ.ศ.2510 กรมศิลปากร จึงได้อนุมัติงบประมาณเพื่อใช้ก่อสร้างอาคารจัดแสดงหลังปัจจุบันของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ หลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ จึงได้เคลื่อนย้ายโบราณวัตถุจากอาคารจัดแสดงหลังเดิม มายังอาคารจัดแสดงหลังใหม่และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2514 โดยใช้ชื่ออาคารหลังใหม่นี้ว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์” โดยโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่จัดแสดง ส่วนใหญ่นั้นเป็นโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ เนื่องในวัฒนธรรมทวารวดี






กฐินพระราชทาน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ วัดทรงศิลา  ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ในวันเสาร์ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ 




       จัดแสดงนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์



black ribbon.