ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,945 รายการ
ชื่อผู้แต่ง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
ชื่อเรื่อง วิศวกรรมสาร ( ปีที่ ๒๙ ฉบับที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๑๙)
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๙
จำนวนหน้า ๕๖ หน้า
รายละเอียด
จัดพิมพ์ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ทางวิชาการในด้านวิศวกรรมศาสตร์ เป็นสื่อกลางในการแสดงความคิดเห็น และเผยแพร่ข่าวสารทางวิศวกรรมศาสตร์ เนื้อหาประกอบด้วย บทบรรณาธิการ ความแตกต่างของตัวอักษรไทย เป็นต้น พร้อมภาพประกอบ
เลขวัตถุ
ชื่อวัตถุ
ขนาด (ซม.)
ชนิด
สมัยหรือฝีมือช่าง
ประวัติการได้มา
ภาพวัตถุจัดแสดง
44/2553
(20/2549)
หินลับ เนื้อสีขาว ลักษณะแบน ขัดผิว 4 ด้าน ด้านหนึ่งมีลักษณะเหมือนบ่า
ย.10.6
ก.6.2
หนา 3.1
หิน
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุราว 2,500-2,000 ปีมาแล้ว
ได้จากบ้านเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา จ.นครนายก เมื่อประมาณ พ.ศ. 2539
เลขทะเบียน : นพ.บ.426/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 18 หน้า ; 4 x 59 ซ.ม. : ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 153 (109-119) ผูก 6 (2566)หัวเรื่อง : พระธัมสังคิณี--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.570/2 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 186 (347-356) ผูก 2 (2566)หัวเรื่อง : ลำปาฏิโมกข์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ปรมานุชิตชิโนรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระ. พระปฐมสมโพธิกถา. พระนคร: โรงพิมพ์ธรรมบรรณาคาร, ๒๕๑๕.
พระปฐมสมโพธิกถา เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ว่าด้วยเรื่องประวัติพระพุทธเจ้าโดยละเอียด ตั้งแต่ปฐมกำเนิดของพระพุทธเจ้า จนถึงท้ายที่สุดแห่งการดับขันธ์ปรินิพพาน โดยปฐมสมโพธิกถาแบ่งเนื้อหาออกเป็นตอนๆ เรียกว่า “ปริจเฉจ” รวมทั้งสิ้น ๒๙ ตอน ดังนี้ ปริจเฉจที่ ๑ วิวาหมงคลปริวัตต์
ปริจเฉจที่ ๒ ดุสิตปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๓ คัพภานิกกมนปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๔ ลักขณปริคคาหกปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๕ ราชาภิเษกปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๖ มหาภินิขมนปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๗ ทุกกรกิริยาปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๘ พุทธบูชาปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๙ มารวิชัยปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๑๐ อภิสัมโพธิปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๑๑ โพธิสัพพัญญูปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๑๒ พรหมัชเฌสนปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๑๓ ธัมมจักกปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๑๔ ยสบรรพชาปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๑๕ อุรุเวลคมนปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๑๖ อัครสาวกพรรพชาปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๑๗ กบิลวัตถุคมนปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๑๘ พิมพาพิลาปปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๑๙ สักกยบรรพชาปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๒๐ เมตไตยพยากรณปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๒๑ พุทธปิตุนิพพานปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๒๒ ยมกปาฏิหาริยปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๒๓ เทศนาปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๒๔ เทโวโรหนปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๒๕ อัครสาวกนิพพานปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๒๖ มหานิพพานปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๒๗ ธาตุวิภัชนปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๒๘ มารพันธปริวัตต์ ปริจเฉจที่ ๒๙ ธาตุอันตรธานปริวัตต์
กรมศิลปากรจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของกรมศิลปากร "เปิดพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน" โดยเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันเทศกาลสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เวลา 16.00 - 18.30 น.
ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ...ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา อัตราค่าเข้าชมชาวไทย 30 บาท / ชาวต่างชาติ 150 บาท นักเรียน นักศึกษา เด็ก ผู้พิการ และชาวไทยผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0 3524 1587
“๙ โบราณสถานที่สำคัญในจังหวัดภูเก็ต”
จังหวัดภูเก็ตนั้นถือเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สวยงามเป็นจำนวนมาก เหมาะแก่การเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจและชื่นชมธรรมชาติ ทะเล ภูเขา อีกทั้งยังถือได้ว่าเป็นเมืองที่มี ความหลากหลายทางด้านศิลปวัฒนธรรมและเชื้อชาติ เนื่องจากเคยมีบันทึกและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ รวมถึงหลักฐานทางโบราณคดี ที่แสดงถึงวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของจังหวัดภูเก็ต โบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และศึกษาดังต่อไปนี้
เรียบเรียง/กราฟฟิก
นางสาวศิริวรรณ ทองขำ นักโบราณคดีชำนาญการ
นายพิทักษ์ภูมิ อาการส นักวิชาการวัฒนธรรม
บรรณานุกรม
๑.ภาณุวัฒน์ เอื้อสามาลย์. ๒๔๗ โบราณสถานภาคใต้ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว และข้อมูลหลักฐานใหม่ทางโบราณคดี. นครศรีธรรมราช : สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา , สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช. กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. ๒๕๖๑.
๒.นภัคมน ทองเฝือ. โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนในเขตพื้นที่สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช. นครศรีธรรมราช : สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. ๒๕๖๓.
พระพุทธรูป
แบบศิลปะ : อยุธยา
ชนิด : สำริด
ขนาด : สูง 13.50 เซนติเมตร กว้าง 7.50 เซนติเมตร
ลักษณะ : พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานสูง 4 ขา แสดงปางมารวิชัย พระรัศมีเป็นรูปดอกบัวตูม เม็ดพระศกกลมเล็ก พระพักตร์รูปไข่ พระขนงโก่งต่อเป็นปีกกา พระนาสิกโด่งแหลมเป็นสัน พระโอษฐ์แย้มพระสรวล พระศอเป็นปล้อง ครองจีวรห่มเฉียงสังฆาฏิยาวจรดพระนาภีปลายตัดตรง มีร่องรอยปิดทอง
สภาพ : ค่อนข้างสมบูรณ์ มีรอยแตกร้าวบริเวณพระศอ ข้อพระกรทั้ง 2 ข้าง และพระชานุซ้าย
ประวัติ :พบที่วัดท่าไชย อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี พระปลัดบุญทรง มีเนตรทิพย์ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์คลานมอบให้เมื่อ พุทธศักราช 2505 ย้ายจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2544
สถานที่จัดแสดง : ห้องศาสนศิลป์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi/360/model/05/
ที่มา: hhttp://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi
องค์ความรู้สุพรรณบุรี เรื่อง วัดไผ่โรงวัว พระพุทธโคดม พระพุทธรูปหล่อโลหะที่ใหญ่ที่สุด
ผู้เรียบเรียง :
นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ
หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ
ภาพถ่ายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฉายพระรูปร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการและเจ้าเมืองประเทศราช เจ้าเมืองล้านนาที่มาเฝ้ารับเสด็จ ณ พลับพลาที่ประทับเมืองอุตรดิตถ์ หน้าพลับพลารับเสด็จหน้าวัดวังเตาหม้อ (วัดท่าถนน) พ.ศ. ๒๔๔๔ เมื่อคราวเสด็จมณฑลฝ่ายเหนือ โดยแถวหน้านับจากซ้าย-ขวาคนที่ ๕ คือ เจ้าพิริยเทพวงศ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่คนที่ ๖ คือ เจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางคนที่ ๗ คือ พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เจ้าผู้ครองนครน่าน เมื่อครั้งเป็นเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชคนที่ ๘ คือ สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมาคนที่ ๙ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕คนที่ ๑๐ คือ สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดชคนที่ ๑๑ คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
วันพุธที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๐๗.๓๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำกรมศิลปากร เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๑๓ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร จากนั้นในเวลา ๑๐.๑๕ น. ร่วมพิธีทำบุญถวายเพลพระเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรและแขกผู้มีเกียรติ ณ กรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ
วันสังขารล่อง เทศกาลสงกรานต์ชาวล้านนาเรียกว่า ปเวณีปีใหม่ หรือปาเวณีปีใหม่เมือง ในปี พ.ศ. 2567 นี้ตรงกับวันที่ 13 เมษายน 2567 คำว่า “ส์กุรานส์ขาน สังขาน สังกราน หรือ สังขราน” ในล้านนาหมายความตรงกันกับ "สงกรานต์" มาจากภาษาสันสกฤตว่า "สงกรานติ" แปลว่า เคลื่อนไป อันหมายถึง ดวงอาทิตย์ย้ายราศีจากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่ง ในแต่ละปีจะมี "สังกรานต์-สงกรานต์" ๑๒ ครั้ง แต่ครั้งที่มีความหมายที่สุด คือการที่ดวงอาทิตย์ย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งปัจจุบันตกประมาณวันที่ ๑๓ เมษายน การเข้าสู่ราศีดังกล่าวถือเป็นการเริ่มปีใหม่ ทางล้านนาเรียกวันที่ดวงอาทิตย์ย้ายจากราศีมีนว่า วันสังกรานต์ล่อง (อ่าน "วันสังขานล่อง") ในตอนเช้ามืดของวันสังกรานต์ล่องนี้ จะมีการจุดสะโพก (สะโป้ก) จุดพลุ จุดประทัด ยิงปืนขึ้นฟ้า ผู้มีปืนจะต้องยิงกระสุนที่ค้างในลำกล้องออกไป เชื่อว่าปืนที่ยิงในวันนี้จะแม่นฉมังนัก ในอดีตทางวัดจะมีการเคาะระฆังเป็นสัญญาณ บางแห่งก็จะหาค้อนหาไม้ไปเคาะตามต้นไม้ ต้นดอก โดยถือว่าถ้าได้เคาะแล้วในปีนั้นต้นไม้ดังกล่าว จะมีลูกดกจะมีดอกบานงามตามความเชื่อแบบเรื่องเล่ากันว่าตอนเช้ามืด "ปู่สังกรานต์" หรือ "ย่าสังกรานต์" จะแต่งตัวนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าสีแดง สะพายย่ามขนาดใหญ่ ปากคาบกล้องยาเส้น ถ่อแพล่องไปตามน้ำ ปู่ย่าสังกรานต์นี้จะนำเอาสิ่งซึ่งไม่พึงปรารถนาตามตัวมาด้วย จึงต้องมีการยิงปืน จุดประทัด หรือทำให้เกิดเสียงดังต่าง นัยว่าเป็น "การไล่สังกรานต์" และถือกันว่าปืนที่ใช้ยิงขับปู่หรือย่าสังกรานต์แล้วนั้นจะมีความขลังมาก ในวันนี้ตั้งแต่เช้าตรู่จะมีการทำความสะอาด ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ซักเสื้อผ้าที่สามารถซักได้ ส่วนที่นอนหรือสิ่งที่ชักล้างไม่ได้ก็จะนำออกไปตากหรือปัดฝุ่นเสีย ในบริเวณบ้านก็จะเก็บกวาดใบไม้ และเผาขยะมูลฝอยต่างๆ ทำความสะอาดหิ้งพระ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ สรงด้วยน้ำอบน้ำหอม หรือน้ำเข้าหมิ่นส้มป่อย ส่วนดอกไม้บูชาพระซึ่งมักจะเป็นยอดของต้นหมากผู้-หมากเมียใน หม้อไหดอก หรือแจกันนั้นก็จะเปลี่ยนใหม่ด้วย บางพื้นที่จะมีการไปซักผ้าริมน้ำ เตรียมหาน้ำพุทธมนต์ หรือน้ำส้มป่อยน้ำอบน้ำหอมไว้เช็ดพรมตามเนื้อตามตัวหรือใช้สระหัวเป็นพิธี ที่เรียกว่าดำหัวเรื่องนี้มีตำราอีกต่างหาก เรียกว่าเช็ดกาลกิณีออกทิ้งไป เช็ดจัญไรออกทิ้งไป สตรีก็จะมีการดำหัวหรือสระผมเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเมื่อสระผมแล้วก็จะต้องเงยหน้าไปตามทิศที่กำหนดไว้ และทัดดอกไม้ (ดอกพระยา) ที่เป็นนามของปีของแต่ละปี เสื้อผ้าที่นุ่งห่มก็จะเป็นเสื้อผ้าใหม่ นอกจากนี้แล้วตามวัด หมู่บ้าน ชุมชน จังหวัด นิยมนำพระพุทธรูปสำคัญ และจัดขบวนแห่พระพุทธรูปสำคัญประจำเมือง ไปตามถนนสายต่างๆ แล้วนำไปประดิษฐานไว้เพื่อให้ประชาชนได้เข้านมัสการสรงน้ำพระพุทธรูปดังกล่าวเพื่อความเป็นศิริมงคลต้อนรับปีใหม่ในเมืองน่านจะมีสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ วัดสวนตาล เสามิ่งเมือง (เสาหลักเมือง) วัดมิ่งเมือง และมีขบวนแห่พระพุทธรูปสำคัญ และยังมีการจุดบอกไฟด้วยเอกสารอ้างอิง มน บำรุง บารมี. "สังกรานต์ล่อง (วันสงกรานต์) ." สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม 13. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์, 2542: 6724-6726. "สังกรานต์ (สงกรานต์) ." สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม 13. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์, 2542: 6723-6723.
วันเสาร์ที่ 22 เมษายน 2566 หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ ร่วมกับ วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี จัดกิจกรรม "Art Kids Summer Camp" ครั้งที่ 1 กิจกรรมปั้นดินเบาเสริมสร้างจินตนาการและพัฒนาการทางกล้ามเนื้อ วิทยากรโดย อาจารย์โดม คล้ายสังข์ วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี ,พี่ต้นข้าวและพี่ไวน์ นักศึกษาจากวิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี
วันที่ 9 เมษายน 2567 เวลา 07.00 น. นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย ประจำปี พ.ศ.2567 โดยมี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณพิธีหน้าศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี