มหาธาตุ ในจดหมายระยะทางไปพิษณุโลก
“มหาธาตุ” ในจดหมายระยะทางไปพิษณุโลก
.
เดือนกุมภาพันธ์นี้ ทางอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดกิจกรรม “ซุโขทัย Light up : Light&Love” โดยเป็นกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเข้าชมวัดมหาธาตุยามค่ำคืน ทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ องค์ความรู้ในเดือนนี้ จึงขอนำเสนอเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดมหาธาตุ นั่นคือ “มหาธาตุ” ที่ปรากฏอยู่ในจดหมายระยะทางไปพิษณุโลก
.
โดยจดหมายระยะทางไปพิษณุโลก เป็นพระราชนิพนธ์ในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ครั้งเสด็จขึ้นมาตรวจแก้แบบปั้นหุ่นพระพุทธชินราชจำลอง ณ เมืองพิษณุโลก และตรวจดูสถานที่สร้างที่ประทับพลับพลาตามระยะเส้นทางที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จราชดำเนินขึ้นมาเททองหล่อพระพุทธชินราชจำลองอีกด้วย โดยในระหว่างที่เดินทางขึ้นมาที่เมืองพิษณุโลก หนึ่งในนั้นมีวัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัยอยู่ด้วย ดังนี้
.
“…วัดนี้เป็นวัดสำคัญในเมืองนี้ ที่มีเรื่องซึม ๆ เกี่ยวอยู่ คือ ๑ พระศรีศากยมุนีที่วัดสุทัศน์เดิมอยู่ที่นี้ แลขอมดำดินก็อยู่ที่นี้...ดูไปทางไหนก็มีแต่พระเจดีย์กับกุฎพระพุทธรูป เบียดเสียดยัดเยียดกันเต็มไปทั้งนั้น... องค์พระมหาธาตุเป็นรูปเจดีย์ทรงทนาฬ ตั้งบนชั้นแว่นฟ้า ๓ ชั้น อย่างพระมหาเจดีย์ ที่วัดพระเจดีย์เจ็ดแถว...เว้นแต่พระมหาธาตุที่นี่ใหญ่สูงกว่าหน่อย แลบนฐานเขียงมีปราสาทยอดพระเจดีย์ล้อมอยู่ ๘ องค์ ๘ ทิศ...ในซุ้มคูหาช่องคฤห์ปั้นรูปพระลีลาบ้างยืนบ้างทุกคูหา ที่ฐานเขียงเห็นจะมีลายทั้งนั้นทีเดียวเหมือนกัน เห็นแห่งหนึ่งมีรูปพระสาวกเดินประนมมือเปนแถวอยู่สามองค์ แต่จะว่าปั้นไว้ตรงไหนไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่ารูปฐานเขียงฟันอย่างไร...ด้วยวิหารกว้างหนัก ต้องลดแก้หน้าให้เล็กจึงจะดูทรงงามได้ เขาว่าพระศรีสากยมุนีเอาไปจากวิหารนี้ ดูที่ในประธานวิหารตอนใน เห็นมีรอยอิฐหักๆ กองอยู่ แต่ไม่มากนัก สูงจากพื้นวิหารเล็กน้อย... นอกจากนี้ยังมีพระเศียรพระองค์พระหล่อทิ้งเกะกะอยู่บ้างไม่เปนที่เปนทาง ในเวลาเที่ยวดูอยู่นี้ พระยาศุโขไทยตามมาอธิบายอะไรต่างๆ ให้รู้ด้วย ที่หน้าวิหารทิศใต้ มีฐานก่อด้วยแลงอันหนึ่ง เห็นจะเปนฐานพระเจดีย์ ที่ข้างฐานนั้นมีหินก้อนหนึ่ง ที่ว่าเป็นขอมดำดินมาเพื่อฆ่าพระร่วงโผล่ขึ้นครึ่งตัวถามหาพระร่วงต่อตัวพระร่วงเอง พระร่วงจึงสาปให้คาแผ่นดินอยู่ครึ่งตัวกลายเป็นหิน แต่บัดนี้ไม่คาเสียแล้ว ขึ้นอยู่บนแผ่นดินเต็มตัว เพราะหลวงสารสาสน์ (เยรินี) มาขุดเอาขึ้นไว้ การที่ขุดขึ้นนั้น เห็นจะเพราะอยากรู้ว่าหินอะไร เดิมมันจมดินอยู่แลลึกด้วย เพราะถูกคนต่อยเอาไปเปนเครื่องราง หลวงสารสาสน์ก่อนที่จะขุด คงนึกว่าเปนหินรูปพรรณอะไรอย่างหนึ่ง แต่ขุดขึ้นมาแล้วคงเสียใจ ด้วยยังคงไม่รู้ว่าอะไรอยู่นั่นเอง จะว่าก้อนหินธรรมดาก็ใช่ จะว่ารูปพรรณอะไรก็เชิง มันเปนอย่างนี้ ถ้าเปนรูปพรรณก็งามจะเปนองค์พระ ที่รักแร้วิหารทิศด้านหลังพระมหาธาตุ มีมณฑปพระสาวสิบห้าอยู่ทั้งสองรักแร้ มณฑปนั้นมีแต่ผนัง หลังคาพังหมดแล้ว พระสาวกสิบห้าปีนั้นเปนพระยืน ก่อติดกับผนัง สูงประมาณ ๔ ฤๅ ๕ วา องค์ในมณฑปซ้ายนั้น มีอาการยืนทอดสองมือ องค์ในมณฑปขวาเห็นจะยืนยกมือหนึ่ง...เดินเลยเข้าวัดมหาธาตุไปดูเจดีย์องค์ใหญ่อีกองค์หนึ่ง อยู่ริมกำแพงวัดข้างทิศใต้ พระยาสุโขทัยว่ามีรูปนารายณ์ แต่เมื่อไปดูเห็นหาใช่นารายณ์ไม่ เป็นรูปยักษ์ ๔ กร...เดิมทีสำคัญว่าเป็นมารแบกฐานเขียงแห่งพระเจดีย์ เขาปั้นไว้บนเสาเข้าใจว่าเตาหม้อฐาน ที่ช่องท้องไม้ระหว่างเสาเขาปั้นเป็นช้างครึ่งตัวยัดไว้หันหน้าออกมา เหมือนกับวัดช้างล้อมจึงทำให้เข้าใจว่าเป็นฐานแท้ ๆ แต่เมื่อขุดลงไปเหลือบางนิดเดียว กลายเป็นพนักประทักษิณพระเจดีย์ไป รูปยักษ์ก็คืออยู่ที่เสากำแพงแก้วแบกไม้ทับหลังรูปช้างที่ช่องลูกฟัก...ที่ฐานชั้นล่างของพระเจดีย์นี้ มีรูปพระใหญ่ก่อฝากไว้ครึ่งซีกกับฐาน มีอาการเป็นพระนั่ง แต่หกคเมนลงมาหมดแล้วทั้ง ๔ ด้านครึ่งตัว...ที่ตั้งแห่งพระเจดีย์องค์นี้อยู่เบื้องขวาแห่งพระมหาธาตุ เป็นพระเจดีย์ใหญ่รองพระมหาธาตุ ในวัดมหาธาตุนี้...”
.
จะเห็นได้ว่า สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงบันทึกเกี่ยวกับวัดมหาธาตุ ณ ขณะนั้น ไว้โดยละเอียด ส่งผลให้ผู้อ่านมองเห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หากท่านใดอยากมาสัมผัสความงดงามของวัดมหาธาตุด้วยตัวเอง สามารถมาเที่ยวชมได้ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
.
อ้างอิง
- สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์. (๒๕๐๖). จดหมายระยะทางไปพิษณุโลก. เข้าถึงเมื่อ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘. เข้าถึงได้จาก https://vajirayana.org/จดหมายระยะทางไปพิษณุโลก%23google_vignette

.
เดือนกุมภาพันธ์นี้ ทางอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดกิจกรรม “ซุโขทัย Light up : Light&Love” โดยเป็นกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเข้าชมวัดมหาธาตุยามค่ำคืน ทุกวันศุกร์ – อาทิตย์ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ องค์ความรู้ในเดือนนี้ จึงขอนำเสนอเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดมหาธาตุ นั่นคือ “มหาธาตุ” ที่ปรากฏอยู่ในจดหมายระยะทางไปพิษณุโลก
.
โดยจดหมายระยะทางไปพิษณุโลก เป็นพระราชนิพนธ์ในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ครั้งเสด็จขึ้นมาตรวจแก้แบบปั้นหุ่นพระพุทธชินราชจำลอง ณ เมืองพิษณุโลก และตรวจดูสถานที่สร้างที่ประทับพลับพลาตามระยะเส้นทางที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จราชดำเนินขึ้นมาเททองหล่อพระพุทธชินราชจำลองอีกด้วย โดยในระหว่างที่เดินทางขึ้นมาที่เมืองพิษณุโลก หนึ่งในนั้นมีวัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัยอยู่ด้วย ดังนี้
.
“…วัดนี้เป็นวัดสำคัญในเมืองนี้ ที่มีเรื่องซึม ๆ เกี่ยวอยู่ คือ ๑ พระศรีศากยมุนีที่วัดสุทัศน์เดิมอยู่ที่นี้ แลขอมดำดินก็อยู่ที่นี้...ดูไปทางไหนก็มีแต่พระเจดีย์กับกุฎพระพุทธรูป เบียดเสียดยัดเยียดกันเต็มไปทั้งนั้น... องค์พระมหาธาตุเป็นรูปเจดีย์ทรงทนาฬ ตั้งบนชั้นแว่นฟ้า ๓ ชั้น อย่างพระมหาเจดีย์ ที่วัดพระเจดีย์เจ็ดแถว...เว้นแต่พระมหาธาตุที่นี่ใหญ่สูงกว่าหน่อย แลบนฐานเขียงมีปราสาทยอดพระเจดีย์ล้อมอยู่ ๘ องค์ ๘ ทิศ...ในซุ้มคูหาช่องคฤห์ปั้นรูปพระลีลาบ้างยืนบ้างทุกคูหา ที่ฐานเขียงเห็นจะมีลายทั้งนั้นทีเดียวเหมือนกัน เห็นแห่งหนึ่งมีรูปพระสาวกเดินประนมมือเปนแถวอยู่สามองค์ แต่จะว่าปั้นไว้ตรงไหนไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่ารูปฐานเขียงฟันอย่างไร...ด้วยวิหารกว้างหนัก ต้องลดแก้หน้าให้เล็กจึงจะดูทรงงามได้ เขาว่าพระศรีสากยมุนีเอาไปจากวิหารนี้ ดูที่ในประธานวิหารตอนใน เห็นมีรอยอิฐหักๆ กองอยู่ แต่ไม่มากนัก สูงจากพื้นวิหารเล็กน้อย... นอกจากนี้ยังมีพระเศียรพระองค์พระหล่อทิ้งเกะกะอยู่บ้างไม่เปนที่เปนทาง ในเวลาเที่ยวดูอยู่นี้ พระยาศุโขไทยตามมาอธิบายอะไรต่างๆ ให้รู้ด้วย ที่หน้าวิหารทิศใต้ มีฐานก่อด้วยแลงอันหนึ่ง เห็นจะเปนฐานพระเจดีย์ ที่ข้างฐานนั้นมีหินก้อนหนึ่ง ที่ว่าเป็นขอมดำดินมาเพื่อฆ่าพระร่วงโผล่ขึ้นครึ่งตัวถามหาพระร่วงต่อตัวพระร่วงเอง พระร่วงจึงสาปให้คาแผ่นดินอยู่ครึ่งตัวกลายเป็นหิน แต่บัดนี้ไม่คาเสียแล้ว ขึ้นอยู่บนแผ่นดินเต็มตัว เพราะหลวงสารสาสน์ (เยรินี) มาขุดเอาขึ้นไว้ การที่ขุดขึ้นนั้น เห็นจะเพราะอยากรู้ว่าหินอะไร เดิมมันจมดินอยู่แลลึกด้วย เพราะถูกคนต่อยเอาไปเปนเครื่องราง หลวงสารสาสน์ก่อนที่จะขุด คงนึกว่าเปนหินรูปพรรณอะไรอย่างหนึ่ง แต่ขุดขึ้นมาแล้วคงเสียใจ ด้วยยังคงไม่รู้ว่าอะไรอยู่นั่นเอง จะว่าก้อนหินธรรมดาก็ใช่ จะว่ารูปพรรณอะไรก็เชิง มันเปนอย่างนี้ ถ้าเปนรูปพรรณก็งามจะเปนองค์พระ ที่รักแร้วิหารทิศด้านหลังพระมหาธาตุ มีมณฑปพระสาวสิบห้าอยู่ทั้งสองรักแร้ มณฑปนั้นมีแต่ผนัง หลังคาพังหมดแล้ว พระสาวกสิบห้าปีนั้นเปนพระยืน ก่อติดกับผนัง สูงประมาณ ๔ ฤๅ ๕ วา องค์ในมณฑปซ้ายนั้น มีอาการยืนทอดสองมือ องค์ในมณฑปขวาเห็นจะยืนยกมือหนึ่ง...เดินเลยเข้าวัดมหาธาตุไปดูเจดีย์องค์ใหญ่อีกองค์หนึ่ง อยู่ริมกำแพงวัดข้างทิศใต้ พระยาสุโขทัยว่ามีรูปนารายณ์ แต่เมื่อไปดูเห็นหาใช่นารายณ์ไม่ เป็นรูปยักษ์ ๔ กร...เดิมทีสำคัญว่าเป็นมารแบกฐานเขียงแห่งพระเจดีย์ เขาปั้นไว้บนเสาเข้าใจว่าเตาหม้อฐาน ที่ช่องท้องไม้ระหว่างเสาเขาปั้นเป็นช้างครึ่งตัวยัดไว้หันหน้าออกมา เหมือนกับวัดช้างล้อมจึงทำให้เข้าใจว่าเป็นฐานแท้ ๆ แต่เมื่อขุดลงไปเหลือบางนิดเดียว กลายเป็นพนักประทักษิณพระเจดีย์ไป รูปยักษ์ก็คืออยู่ที่เสากำแพงแก้วแบกไม้ทับหลังรูปช้างที่ช่องลูกฟัก...ที่ฐานชั้นล่างของพระเจดีย์นี้ มีรูปพระใหญ่ก่อฝากไว้ครึ่งซีกกับฐาน มีอาการเป็นพระนั่ง แต่หกคเมนลงมาหมดแล้วทั้ง ๔ ด้านครึ่งตัว...ที่ตั้งแห่งพระเจดีย์องค์นี้อยู่เบื้องขวาแห่งพระมหาธาตุ เป็นพระเจดีย์ใหญ่รองพระมหาธาตุ ในวัดมหาธาตุนี้...”
.
จะเห็นได้ว่า สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงบันทึกเกี่ยวกับวัดมหาธาตุ ณ ขณะนั้น ไว้โดยละเอียด ส่งผลให้ผู้อ่านมองเห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หากท่านใดอยากมาสัมผัสความงดงามของวัดมหาธาตุด้วยตัวเอง สามารถมาเที่ยวชมได้ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
.
อ้างอิง
- สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์. (๒๕๐๖). จดหมายระยะทางไปพิษณุโลก. เข้าถึงเมื่อ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘. เข้าถึงได้จาก https://vajirayana.org/จดหมายระยะทางไปพิษณุโลก%23google_vignette

(จำนวนผู้เข้าชม 2 ครั้ง)
สงวนลิขสิทธิ์ © 2563 กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม
-
นโยบายเว็บไซต์ |
มาตรฐาน |
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เว็บท่ากรมศิลปากร