จารึกวัดอโสการาม ตอนที่ ๑
จารึกวัดอโสการาม ตอนที่ ๑
          จารึกวัดอโสการาม หรือศิลาจารึกหลักที่ ๙๓ เป็นจารึกที่พบอยู่ที่วัดในชื่อเดียวกัน ซึ่งแต่เดิมเรียกวัดแห่งนี้ว่า “วัดสลัดได” กองโบราณคดี กรมศิลปากรผู้สำรวจพบจารึกหลักนี้เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งในขณะนั้นจารึกหลักนี้ถูกจัดเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ต่อมาได้ถูกย้ายไปจัดเก็บอยู่ที่หอพระสมุดวชิราวุธในปีพ.ศ. ๒๕๑๕ ปัจจุบันถูกจัดเก็บอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก
          จารึกหลักนี้จารอยู่บนหินชนวนทั้ง ๒ ด้าน โดยด้านที่ ๑ เป็นภาษาไทย อักษรไทยสุโขทัย กล่าวถึงสมเด็จพระราชเทพีศรีจุฬาลักษณ์ พระอัครมเหสี ของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช (พระมหาธรรมราชาที่ ๒) ทรงมีพระราชศรัทธาประดิษฐานพระสถูปที่ได้รับมาจากลังกา (เมืองบน) ไว้ในวัดอโสการาม เมื่อเดือนผัคคุณ (กุมภาพันธ์-กลางมีนาคม) พ.ศ. ๑๙๔๓ ส่วนด้านที่ ๒ เป็นภาษาบาลี อักษรขอม กล่าวถึงการบำเพ็ญพระราชกุศลของสมเด็จพระราชเทพีศรีจุฬาลักษณ์
          จารึกวัดอโสการามมีความสำคัญต่อการศึกษารูปแบบศิลปกรรมมในสุโขทัย เนื่องจากเจดีย์ที่กล่าวไว้ในจารึก คือเจดีย์ประธานทรงยอดดอกบัวตูม ปรากฏศักราชและชื่อผู้สร้างที่แน่ชัด แสดงให้เห็นว่าเจดีย์ทรงยอดดอกบัวตูมเป็นรูปแบบเจดีย์ที่ระดับเชื้อพระวงศ์หรือราชสำนักเป็นผู้สร้าง นอกจากนี้จารึกหลักนี้ยังมีความสำคัญต่องานประวัติศาสตร์นิพนธ์สุโขทัยอีกด้วย โดยเนื้อความในจารึกมีข้อมูลสำคัญในการศึกษาประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้แก่ 
          ประวัติกษัตริย์สุโขทัย มีการกล่าวถึงพระราชประวัติของพระมหาธรรมราชาธิราชที่ ๒ ในจารึกวัด อโสการาม ซึ่งพระองค์เป็นโอรสของศรีธรรมราชมาตาและพระยาลิไท (พระมหาธรรมราชาที่ ๑) ประสูติเมื่อวันอังคาร เดือน ๘ ปีวอก จุลศักราช ๗๓๐ มีชายาชื่อพระราชเทพีศรีจุฬาลักษณ์ มีพระราชบุตร ๒ พระองค์ คือ พระธรรมราชาธิราช (สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ผู้หลาน) และ พระอโศก
          ขอบเขตของอาณาจักร ในจารึกมีการระบุว่าพระธรรมราชา เมื่อพระชนมายุได้ ๓๘ ปี ทรงปกครองแว่นแคว้นต่าง ๆ โดยธรรม และมีรัฐมณฑลกว้างขวาง ซึ่งอ.วินัย พงศ์ศรีเพียร ได้ตีความไว้ดังนี้
‘…ด้านทิศตะวันออก ทรงทำเมืองชื่อนครไทยเป็นรัฐสีมา 
ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทรงทำเมืองวัชชปุระ (ปัจจุบันคือเมืองเพชรบูรณ์) เป็นรัฐสีมา ด้านทิศใต้ ทรงทำดอยอุ้ย ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิงเป็นรัฐสีมา
ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทรงทำเมืองเชียงทอง (ปัจจุบันคือเมืองโบราณที่อำเภอเชียงทอง จ.ตาก) เป็นรัฐสีมา ด้านทิศตะวันตก ทรงทำเมืองนาคปุระ (ปัจจุบันคือเมืองตาก) เป็นรัฐสีมา ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทรงสร้างเมืองลักขะ (ปัจจุบันเรียกว่าเมืองสร้อย) และด้านทิศเหนือ ทรงทำรัฐหนึ่ง (สันนิษฐานว่าเป็นเมืองนันทปุระหรือน่าน) ติดต่อชวาเป็นรัฐสีมา…’ 
          นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับวัฒนธรรมความเชื่อในสมัยสุโขทัย ความรุ่งเรืองของพุทธศาสนา และบทบาทของสตรีชั้นสูง ที่ทางอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จะนำเสนอต่อไป
          อ้างอิง 
- กรมศิลปากร. (๒๕๔๘). ประชุมจารึก ภาคที่ ๘ สุโขทัย. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง.
- วินัย พงศ์ศรีเพียร. (๒๕๖๓). สุโขทัยคดี ประวัติศาสตร์ จารึกศึกษา และนิรุกติประวัติ เล่ม ๒. นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์.
- ศักดิ์ชัย สายสิงห์. (๒๕๖๑). ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. นนทบุรี: มิวเซียมเพรส.
- ____________. (๒๕๖๗). คู่มือนำชม ศิลปกรรมโบราณสมัยสุโขทัย. นนทบุรี: เมืองโบราณ.
- ศิลาจารึกวัดอโสการาม. ข้าถึงเมื่อ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๘ เข้าถึงได้จาก 
https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/235

(จำนวนผู้เข้าชม 45 ครั้ง)

black ribbon.