ธรรมจักร ประดับรูปพระสูรยะและคนแบก


ธรรมจักร ประดับรูปพระสูรยะและคนแบก

ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕

ย้ายมาจากเทวสถานสำหรับพระนคร (โบสถ์พราหมณ์) กรุงเทพฯ

ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องทวารวดี อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


          ธรรมจักรศิลาสลักลายนูนต่ำ ๒ ด้าน ลักษณะดุมจักรกลมขอบประดับแถบลายกลีบบัวขนาดเล็ก ส่วนปลายซี่ล้อหรือกำสลักเป็นรูปขดม้วนคล้ายก้นหอยข้างละตัว กงล้อสลักแถบลายก้านขดสลับกับลายเม็ดพลอย ขนาบด้วยแถบลายจุดไข่ปลาหรือเม็ดลูกประคำ ขอบนอกกงล้อสลักลายกระหนกเปลว

          ส่วนกึ่งกลางโคนธรรมจักรสลักรูปพระสูรยะ ลักษณะเป็นรูปบุคคลพระเศียรทรงกิรีฏมกุฎ (หมวกทรงกระบอกแสดงความเป็นกษัตริย์หรือผู้นำ) พระพักตร์ค่อนข้างกลม มีศิรประภารอบพระเศียร ทรงสร้อยพระศอ พระหัตถ์ทั้งสองข้างยกขึ้นทรงดอกบัวหลวงตูม ประทับขัดสมาธิราบเหนือฐานหน้ากระดานเรียบ ชักชายผ้าพาดกึ่งกลางพระเพลา ขนาบข้างด้วยรูปคนแบก ลักษณะรูปบุคคลผมหยักศกถักเป็นลอน สวมต่างหูกลมขนาดใหญ่ นั่งชันเข่าทั้งสองข้าง มือวางบนเข่า แสดงการแบกหรือรองรับกงล้อธรรมจักร

          พระสูรยะบนธรรมจักรชิ้นนี้สะท้อนถึงการนำคติพระสูรยะในฐานะเทพแห่ง “แสงสว่าง” มาผสมกับธรรมจักร (กงล้อแห่งธรรม) ซึ่ง “จักร” เปรียบได้กับ “พระอาทิตย์” ที่ส่องสว่าง เมื่อนำมาใช้ในพระพุทธศาสนาจึงเปรียบเสมือนพระธรรมอันเป็นดวงประทีปส่องสว่างแก่ผู้ที่นับถือ ให้หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง และเหตุที่ในพระหัตถ์ทั้งสองของพระสูรยะทรง “ดอกบัวหลวง” เนื่องด้วย

  1. ดอกบัวหลวงมีลักษณะเป็นทรงกลมเมื่อบานออก กลีบดอกบัวแผ่ออกคล้ายกับรัศมีพระอาทิตย์
  2. ดอกบัวเป็นดอกไม้ที่สัมพันธ์กับพระอาทิตย์

          และมีข้อสังเกตหนึ่งคือ ในศิลปะอินเดียเหนือ พระสูรยะจะทรงดอกบัวหลวงที่กลีบบาน โดยรูปเคารพพระสูรยะในศิลปะอินเดียระยะแรก (สมัยคุปตะ) แสดงการทรงดอกบัวเป็น “ช่อ” ขณะที่ในสมัยหลังนับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๓ ลงมา พระหัตถ์ของพระสูรยะแต่ละข้าง จะทรงดอกบัวหลวงเพียงดอกเดียว

          ในทางตรงกันข้าม ประติมากรรมพระสูรยะในศิลปะอินเดียใต้ดอกบัวหลวงจะเป็นดอกตูม ซึ่งรูปแบบจากอินเดียใต้นี้ได้ส่งอิทธิพลต่อการสร้างรูปพระสูรยะในศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังปรากฏในศิลปะทวารวดี ศิลปะเขมรสมัยก่อนเมืองพระนครในกัมพูชา และศิลปะจามในประเทศเวียดนาม


อ้างอิง

เชษฐ์ ติงสัญชลี. เทวรูปา. กรุงเทพฯ: อมรินทร์คอเปอเรชั่น, ๒๕๖๖.

เชษฐ์ ติงสัญชลี. มุทรา ท่าทาง เครื่องทรง สิ่งของ รูปเคารพในศาสนาพุทธ เชน ฮินดู. นนทบุรี: มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๕.

เชษฐ์ ติงสัญชลี. ลวดลายศิลปะทวารวดี : การศึกษาที่มาและการตรวจสอบกับศิลปะอินเดียสมัยคุปตะ-วกาฏกะ. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์, ๒๕๖๕.

(จำนวนผู้เข้าชม 4 ครั้ง)

black ribbon.