ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,177 รายการ


โรงเรียนวัดแแกลงบน จ.ระยอง (เวลา 10.00-11.00 น.) จำนวน 20 คน วันเสาร์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. คณะครู จากโรงเรียนวัดแกลงบน ต.กะเฉด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง จำนวน ๑๗ คน เข้าเยี่ยมชม ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ โดยมีว่าที่ร้อยตรีรุ่งเรือง ชื่นชม ตำแหน่ง พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ เป็นวิทยากรนำชมในครั้งนี้


วัดผาลาด         วัดผาลาด เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ผาลาด มาจากคำว่า ผะเลิด เพราะคนและช้างต่างลื่นล้มเมื่อเดินมาตามเส้นทางขึ้นเขา และเมื่อตั้งวัดจึงตั้งชื่อว่าผาลาด         วัดผาลาดปรากฏหลักฐานในเอกสาร ตำนาน และพงศาวดาร มีประวัติศาสตร์ร่วมกับพระธาตุดอยสุเทพ ตามที่ปรากฏในพงศาวดารโยนก ความว่า “พระเจ้านครเชียงใหม่ให้สร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุองค์หนึ่ง ซึ่งเสด็จมาใหม่ไว้ในวัดบุปผารามนั้น ส่วนพระบรมสารีริกธาตุองค์เดิมซึ่งพระมหาสุมณนำมาจากเมืองสุโขทัยนั้น เพื่อจะแสวงหาที่อันสมควรสร้างพระสถูปเจดีย์ จึงเชิญผอบพระบรมธาตุขึ้นสถิตเหนือพระคชสาร อธิษฐานเสี่ยงช้างพระที่นั่งปล่อยไป ช้างทรงพระบรมธาตุนั้นก็บ่ายหน้าเดินออกประตูหัวเวียงไปขึ้นสู่ดอยอุสุจบรรพต (ดอยสุเทพ) ไปถึงผาลาดก็หยุดรออยู่ครู่หนึ่งก็ขึ้นไปถึงจอมเขาแล้วก็หยุดอยู่ ณ ที่นั้น”         อาคารเสนาสนะที่สำคัญ ได้แก่ เจดีย์เป็นศิลปะพม่าสมัยครูบาศรีวิชัย วิหารสร้างขึ้นในสมัยครูบาศรีวิชัยโดยช่างชาวพม่า ฐานโบราณสถาน (โบสถ์) (วิหารพระเจ้ากือนา) อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเจดีย์ ปูชนียวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ พระพุทธรูปเป็นศิลปะพม่า วัดยังมีบ่อน้ำที่มีการสร้างทับซ้อนกันหลายยุคหลายสมัย และศาลาเก่า         ปัจจุบันนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางขึ้นสู่วัดผาลาดตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติจากบริเวณด้านสถานีวิทยุโทรทัศน์ ช่อง ๗ ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร จะถึงวัดผาลาด และสามารถเดินลัดป่าขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพ รวมระยะทางไปกลับประมาณ ๑๐ กิโลเมตร นับว่าเป็นเส้นทางโบราณครั้งที่พระเจ้ากือนา อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นไปประดิษฐาน ณ ดอยสุเทพ ที่เต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ และโบราณสถานสำคัญตลอดเส้นทางเรียบเรียง : นายวีระยุทธ  ไตรสูงเนิน นักจดหมายเหตุชำนาญการภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่.  (เอกสารจดหมายเหตุชุด ภ หจช ชม ชม สศก ๗.๑.๔๑)อ้างอิง กรมศิลปากร.  ๒๕๐๔.  พงศาวดารโยนกฉบับหอสมุดแห่งชาติ. กรุงเทพฯ : บุรินทร์การพิมพ์ บัณฑิตชาวนครเชียงใหม่.  ๒๕๓๓.  ตำนานพระธาตุดอยสุเทพ.  เชียงใหม่ : โสภณพิพรรฒธนากร



ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       66/4หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               80 หน้า : กว้าง 4.8 ซม. ยาว 53.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       79/4หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               46 หน้า : กว้าง 4.7 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลานฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา 


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       88/1หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               52 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 53.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา 



ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       111/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               22 หน้า กว้าง 5.2 ซม. ยาว 55.6 ซม.หัวเรื่อง                     พระไตรปิฎกบทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน ธรรมอีสาน ฉบับล่องชาด มีไม้ประกับ



เลขทะเบียน : นพ.บ.694/2งห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 219 (209-226) ผูก 2ง (2568)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


        สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ร่วมกับสำนักหอสมุดแห่งชาติ กำหนดจัดโครงการอบรมจัดตั้งและอบรมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) ด้านเอกสารโบราณของกรมศิลปากร ประจำปีงบประมาณ 2569 ในวันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม ดิ อิมเพรส น่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พบกับการบรรยายและอบรมเชิงปฏิบัติการด้านเอกสารโบราณ จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมทั้งจัดแสดงนิทรรศการมรดกศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 5327 8322


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต พิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เราได้ย้อนไปกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีในพื้นที่ภาคใต้ชายฝั่งทะเลอันดามันผ่านนิทรรศการการบอกเล่าเรื่องราว โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุตามยุคสมัย เริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แรกเริ่มประวัติศาสตร์ การค้าเมืองท่าโบราณ การปรากฏหลักฐานการเข้ามาของอักษรภาษาเขียน ศาสนาในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ข้อมูลหลักฐานเริ่มต้นเมืองถลางสู่มณฑลภูเก็จ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของผู้คนที่อาศัยบนเกาะภูเก็ตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน         ห้องที่ 2 ปรากฏภาษาเขียน และศาสนา เมื่อชาวอินเดียได้เดินทางเข้ามาทำการค้าในแถบพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน นอกจากจะนำสินค้าเข้ามาแล้ว ยังพบว่าชาวอินเดียได้มีการนำเอาภาษาเขียนและศาสนา เข้ามาในพื้นที่แถบนี้ด้วย โดยหลักฐานชิ้นสำคัญได้แก่ เทวรูปหินตะกอนภูเขาไฟ ที่ถูกสลักเป็นรูปเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู คือเทวรูปพระนารายณ์ พร้อมเทพบริวารอีกสององค์ได้แก่ ฤาษีมารกัณเฑยะ พระนางภูเทวี จากแหล่งโบราณคดีเขาพระนารายณ์ จังหวัดพังงา มีอายุประมาณ 1,200 ปี มาแล้ว ซึ่งเมื่อประดิษฐานด้วยกันจะครบองค์ประกอบตามคัมภีร์ศิลปศาสตร์ภาษาสันสกฤต มีชื่อเรียกว่า “วิษณุมัธยมโยคสถานกมูรติ” พบร่วมกับจารึกหลักที่ 26 (จารึกเขาพระนารายณ์) ที่ปรากฏตัวอักษรปัลลวะ ภาษาทมิฬ ที่ยืนยันถึงการเข้ามาของกลุ่มพ่อค้าชาวอินเดียใต้ นอกจากนั้นยังพบอิทธิพลของพุทธศาสนามหายาน ผ่านหลักฐานที่เป็นพระพิมพ์ดินดิบและพระพิมพ์ดินเผารูปแบบต่าง ๆ บางชิ้นด้านหลังยังพบจารึก อริยสัจสี่ พระคาถาเยธัมมา ด้วยภาษาสันสกฤต        จากหลักฐานและบันทึกของชาวต่างชาติ จะเห็นได้ว่าบนพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน มีผู้คนอยู่อาศัย และมีชาติต่าง ๆ เข้ามาแลกเปลี่ยนสินค้ามาอย่างยาวนาน เรื่อยมาจนถึงสมัยอยุธยาก็ได้ปรากฏในบันทึกพงศาวดาร เมืองถลาง คือหนึ่งในเมืองสำคัญในการทำการค้าขายแร่ดีบุก และจากบันทึกของเมืองนครศรีธรรมราช เมืองตะกั่วถลาง คือหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรปีจอ เป็นเมืองที่มีทรัพยากรดีบุกที่สำคัญต่างเป็นที่หมายตาของชาวตะวันตกมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ภายหลังเกิดศึกสงครามเก้าทัพ ก่อให้เกิดสองวีรสตรี ได้แก่ คุณหญิงจันทร์(ท้าวเทพกษัตรี) และคุณมุก(ท้าวศรีสุนทร) สองพี่น้องที่ช่วยกันปกป้องเมืองถลางจากทัพของพม่าที่เข้ามาโจมตีเมืองถลางไว้ได้สำเร็จ   จากเมืองท่าโบราณ “ตักโกลา” สู่เมืองท่าดีบุก “ถลาง” และกำลังจะเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของ “มณฑลภูเก็จ” ห้องต่อไปมีอะไร รอติดตามกันได้เลย           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง เปิดให้เข้าชม ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๒๐.- บาท ชาวต่างชาติ ๑๒๐.- บาท คณะหน่วยงาน สถานศึกษา สนใจเข้าชม ติดต่อสอบถาม โทร. ๐๗๖ - ๓๗๙๘๙๕ หรือทางกล่องข้อความ Facebook: Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง https://www.facebook.com/ThalangNationalMuseum  


          พี่บรรณนี่ขอชวนผู้อ่านไปค้นพบเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจจากหนังสือดีที่มีให้บริการในหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี วันนี้ขอนำเสนอเรื่อง “ชาซอง”           ชาซอง (Teabags) ถูกคิดค้นในช่วงต้นยุค 1900 โดยชาวอเมริกันนามว่า โธมัส ซัลลิแวน (Thomas Sullivan) ในช่วงแรกเขาได้บรรจุชาลงในผ้าไหม ซึ่งให้รสชาติไม่ดีนักเมื่อสกัดชาออกมา ต่อมาเขาได้นำแนวคิดนี้มาพัฒนาและปรับใช้วัสดุที่เป็นผ้าตาข่ายพร้อมกับด้ายและป้าย โดยซองชารุ่นแรกเหล่านี้ได้รับความนิยมค่อนข้างสูงในสหรัฐอเมริกาอยู่หลายทศวรรษ ต่อมาในช่วงปี 1950 ชาซองเริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในอังกฤษ เนื่องจากความสะดวกสบายและความง่ายในการชง ทำให้ชาซองชนะใจคนอังกฤษทั้งประเทศและเริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลก ปัจจุบันชาซองได้พัฒนาไปอย่างมากทั้งด้านคุณภาพและความหลากหลาย หากสนใจเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับชา สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ เรื่อง “สมุดแผนที่โลกของชา” ที่ห้องค้นคว้า หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี   ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ สมิธ, คริสตี้.  สมุดแผนที่โลกของชา = World atlas of tea.  กรุงเทพฯ: บลูสกายบุ๊คส์, 2560.   


พบกับโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด #ทับหลังสลักภาพท้าวหิมวันต์ถวายนางปารพตีแด่พระศิวะ และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรประทับยืน 4 กร #Roi-Et National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด #เรียบเรียงโดย นายสุริยชัย เพียรงาน นศ.ฝึกประสบการณ์ สาขาประวัติศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


black ribbon.