ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,660 รายการ


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       66/4หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               80 หน้า : กว้าง 4.8 ซม. ยาว 53.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       79/4หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               46 หน้า : กว้าง 4.7 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลานฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา 


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       88/1หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               52 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 53.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา 



ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       111/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               22 หน้า กว้าง 5.2 ซม. ยาว 55.6 ซม.หัวเรื่อง                     พระไตรปิฎกบทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน ธรรมอีสาน ฉบับล่องชาด มีไม้ประกับ



เลขทะเบียน : นพ.บ.694/2งห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 219 (209-226) ผูก 2ง (2568)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


        สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ร่วมกับสำนักหอสมุดแห่งชาติ กำหนดจัดโครงการอบรมจัดตั้งและอบรมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) ด้านเอกสารโบราณของกรมศิลปากร ประจำปีงบประมาณ 2569 ในวันที่ 25-26 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรม ดิ อิมเพรส น่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พบกับการบรรยายและอบรมเชิงปฏิบัติการด้านเอกสารโบราณ จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมทั้งจัดแสดงนิทรรศการมรดกศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 5327 8322


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต พิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เราได้ย้อนไปกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีในพื้นที่ภาคใต้ชายฝั่งทะเลอันดามันผ่านนิทรรศการการบอกเล่าเรื่องราว โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุตามยุคสมัย เริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แรกเริ่มประวัติศาสตร์ การค้าเมืองท่าโบราณ การปรากฏหลักฐานการเข้ามาของอักษรภาษาเขียน ศาสนาในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ข้อมูลหลักฐานเริ่มต้นเมืองถลางสู่มณฑลภูเก็จ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของผู้คนที่อาศัยบนเกาะภูเก็ตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน         ห้องที่ 2 ปรากฏภาษาเขียน และศาสนา เมื่อชาวอินเดียได้เดินทางเข้ามาทำการค้าในแถบพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน นอกจากจะนำสินค้าเข้ามาแล้ว ยังพบว่าชาวอินเดียได้มีการนำเอาภาษาเขียนและศาสนา เข้ามาในพื้นที่แถบนี้ด้วย โดยหลักฐานชิ้นสำคัญได้แก่ เทวรูปหินตะกอนภูเขาไฟ ที่ถูกสลักเป็นรูปเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู คือเทวรูปพระนารายณ์ พร้อมเทพบริวารอีกสององค์ได้แก่ ฤาษีมารกัณเฑยะ พระนางภูเทวี จากแหล่งโบราณคดีเขาพระนารายณ์ จังหวัดพังงา มีอายุประมาณ 1,200 ปี มาแล้ว ซึ่งเมื่อประดิษฐานด้วยกันจะครบองค์ประกอบตามคัมภีร์ศิลปศาสตร์ภาษาสันสกฤต มีชื่อเรียกว่า “วิษณุมัธยมโยคสถานกมูรติ” พบร่วมกับจารึกหลักที่ 26 (จารึกเขาพระนารายณ์) ที่ปรากฏตัวอักษรปัลลวะ ภาษาทมิฬ ที่ยืนยันถึงการเข้ามาของกลุ่มพ่อค้าชาวอินเดียใต้ นอกจากนั้นยังพบอิทธิพลของพุทธศาสนามหายาน ผ่านหลักฐานที่เป็นพระพิมพ์ดินดิบและพระพิมพ์ดินเผารูปแบบต่าง ๆ บางชิ้นด้านหลังยังพบจารึก อริยสัจสี่ พระคาถาเยธัมมา ด้วยภาษาสันสกฤต        จากหลักฐานและบันทึกของชาวต่างชาติ จะเห็นได้ว่าบนพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน มีผู้คนอยู่อาศัย และมีชาติต่าง ๆ เข้ามาแลกเปลี่ยนสินค้ามาอย่างยาวนาน เรื่อยมาจนถึงสมัยอยุธยาก็ได้ปรากฏในบันทึกพงศาวดาร เมืองถลาง คือหนึ่งในเมืองสำคัญในการทำการค้าขายแร่ดีบุก และจากบันทึกของเมืองนครศรีธรรมราช เมืองตะกั่วถลาง คือหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรปีจอ เป็นเมืองที่มีทรัพยากรดีบุกที่สำคัญต่างเป็นที่หมายตาของชาวตะวันตกมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ภายหลังเกิดศึกสงครามเก้าทัพ ก่อให้เกิดสองวีรสตรี ได้แก่ คุณหญิงจันทร์(ท้าวเทพกษัตรี) และคุณมุก(ท้าวศรีสุนทร) สองพี่น้องที่ช่วยกันปกป้องเมืองถลางจากทัพของพม่าที่เข้ามาโจมตีเมืองถลางไว้ได้สำเร็จ   จากเมืองท่าโบราณ “ตักโกลา” สู่เมืองท่าดีบุก “ถลาง” และกำลังจะเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของ “มณฑลภูเก็จ” ห้องต่อไปมีอะไร รอติดตามกันได้เลย           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง เปิดให้เข้าชม ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๒๐.- บาท ชาวต่างชาติ ๑๒๐.- บาท คณะหน่วยงาน สถานศึกษา สนใจเข้าชม ติดต่อสอบถาม โทร. ๐๗๖ - ๓๗๙๘๙๕ หรือทางกล่องข้อความ Facebook: Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง https://www.facebook.com/ThalangNationalMuseum  


          พี่บรรณนี่ขอชวนผู้อ่านไปค้นพบเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจจากหนังสือดีที่มีให้บริการในหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี วันนี้ขอนำเสนอเรื่อง “ชาซอง”           ชาซอง (Teabags) ถูกคิดค้นในช่วงต้นยุค 1900 โดยชาวอเมริกันนามว่า โธมัส ซัลลิแวน (Thomas Sullivan) ในช่วงแรกเขาได้บรรจุชาลงในผ้าไหม ซึ่งให้รสชาติไม่ดีนักเมื่อสกัดชาออกมา ต่อมาเขาได้นำแนวคิดนี้มาพัฒนาและปรับใช้วัสดุที่เป็นผ้าตาข่ายพร้อมกับด้ายและป้าย โดยซองชารุ่นแรกเหล่านี้ได้รับความนิยมค่อนข้างสูงในสหรัฐอเมริกาอยู่หลายทศวรรษ ต่อมาในช่วงปี 1950 ชาซองเริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในอังกฤษ เนื่องจากความสะดวกสบายและความง่ายในการชง ทำให้ชาซองชนะใจคนอังกฤษทั้งประเทศและเริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลก ปัจจุบันชาซองได้พัฒนาไปอย่างมากทั้งด้านคุณภาพและความหลากหลาย หากสนใจเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับชา สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ เรื่อง “สมุดแผนที่โลกของชา” ที่ห้องค้นคว้า หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี   ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ สมิธ, คริสตี้.  สมุดแผนที่โลกของชา = World atlas of tea.  กรุงเทพฯ: บลูสกายบุ๊คส์, 2560.   


พบกับโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด #ทับหลังสลักภาพท้าวหิมวันต์ถวายนางปารพตีแด่พระศิวะ และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรประทับยืน 4 กร #Roi-Et National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด #เรียบเรียงโดย นายสุริยชัย เพียรงาน นศ.ฝึกประสบการณ์ สาขาประวัติศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม



ปุย แก้วศรี (2458 – 2530)   นางปุย แก้วศรี เกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 4 ปีเถาะ ตรงกับวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2458 ที่บ้านต้นตาล ตำบลหาดยาง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายฮุย สโมสร มารดาชื่อ นางเชย มีพี่น้อง 6 คน   การทำงาน นางปุย แก้วศรี ประกอบอาชีพทำนา ภายหลังครอบครัวได้อพยพไปตั้งรกรากที่อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี โดยยังคงประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก ด้วยความขยันหมั่นเพียรได้บุกเบิกพื้นที่ทำนานับร้อยไร่ และพื้นที่ปลูกไม้ผลต่างๆ เช่น ทุเรียน เป็นต้น   ชีวิตครอบครัว นางปุยได้สมรสกับนายสุน แก้วศรี ราวปี พ.ศ. 2477 - 2478 มีบุตรและธิดาด้วยกัน 6 คน ดังนี้                    1. นางชุบ คงมี 2. นายทรัพย์ แก้วศรี 3. นายทรงวิทย์ แก้วศรี (ราชบัณฑิตและนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศาสนา) 4. นางสมศรี แก้วศรี 5. นายวรเชษฐ์ แก้วศรี 6. นางสมนึก แก้วปกรณ์กุล           การถึงแก่กรรม          เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 นางปุยได้หมดสติ ญาติจึงได้นำส่งโรงพยาบาล แต่อาการไม่ดีขึ้น และได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 ณ โรงพยาบาลสระแก้ว รวมอายุได้ 72 ปี ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ   บรรณานุกรม ทรงวิทย์ แก้วศรี.  เอกลักษณ์ไทย.  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2534.   รายละเอียดเนื้อหา  ความเป็นอยู่และประเพณีไทย เอกลักษณ์ไทย ประวัติศาสตร์ไทย   เลขเรียกหนังสือ   ห 392.09593 ท146อ สถานที่จัดเก็บ     หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี  


ชื่อเรื่อง                          หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 12  ฉบับที่ 704 (10 ธ.ค. 2513) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สถานที่พิมพ์                สุพรรณบุรี สำนักพิมพ์                   มนัสการพิมพ์ ปีที่พิมพ์                        2513 ลักษณะวัสดุ                12 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม. ภาษา                             ไทย


black ribbon.