ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,152 รายการ
ชื่อผู้แต่ง ศิลปากร, กรม..
ชื่อหนังสือ ๔๗๐ ปีแห่งมิตรภาพสัมพันธ์ระหว่างไทยและโปรตุเกส.
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์หัตถศิล์ป
ปีที่พิมพ์ ๒๕๒๘
จำนวนหน้า ๙๑ หน้า : ภาพประกอบ, แผนที่
ISBN ๙๗๔ – ๗๙๒๕ – ๐๐ - ๑
เลขเรียกหนังสือ ๓๒๗.๕๙๓๐๔๖๙ ศ ๕๒๘ ส
เลขทะเบียนหนังสือ ๐๐๖๙๔๑
หมายเหตุ -
หนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยบทความ ๔ เรื่อง ซึ่งเขียนโดยนักประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสบทความเรื่องแรกเป็นการนำเสนอประวัติความสำพันธ์ระหว่างไทยและโปรตุเกสบทความเรื่องที่สองและสามเป็นการนำเสนอเอกสารชั้นต้นของโปรตุเกสที่เกี่ยวข้องกับประตุเกสที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย สมัยอยุธยา บทความสุดท้ายเกี่ยวกับพระราชทานที่ดินให้แก่ชาวโปรตุเกส
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 103/3ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 42 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57.6 ซม.หัวเรื่อง พระไตรปิฎก พระอภิธรรมบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ธรรมอีสาน ฉบับล่องชาด มีไม้ประกับ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน)อย.บ. 141/3ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 24 หน้า กว้าง 4.7 ซม. ยาว 55 ซม.หัวเรื่อง พระอภิธรรมปิฎก พระธาตุกถาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
เลขทะเบียน : นพ.บ.615/1ข ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 30 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 201 (49-56) ผูก 1ข (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาบารมี--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.686/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 40 หน้า ; 5 x 56 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 217 (202-207) ผูก 2 (2568)หัวเรื่อง : เสี่ยงฟ้าไขบักตู--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.747/ฆ/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 78 หน้า ; 4 x 53 ซ.ม. : ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 233 (362-369) ผูก ฆ1 (2568)หัวเรื่อง : กจฺจายนมูล --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง : ใบแผ่กุศลบำรุงโรงเรียนนักธรรม นครเชียงใหม่
ผู้แต่ง : -
ปีที่พิมพ์ : 2471
สถานที่พิมพ์ : ม.ป.ท.
สำนักพิมพ์ : ม.ป.พ.
จำนวนหน้า : 34 หน้า
สาระสังเขป: ประวัติและความเป็นมาของโรงเรียนนักธรรม นครเชียงใหม่ โดยการสร้างโรงเรียนนักธรรมเป็นการทำบุญอย่างสำคัญ จึงได้พิมพ์ใบฎีกานี้แจกให้รับทราบโดยทั่วกัน เริ่มแรกโรงเรียนนักธรรมชั้นตรี ตั้งขึ้นที่นครเชียงใหม่ครั้งแรก ณ วัดเชียงมั่นแห่งเดียว และย้ายมาตั้งที่วัดหอธรรม ใบแผ่กุศลนี้ใช้ในการแจกจ่ายให้ผู้คนที่สนใจร่วมทำนุบำรุงศาสนาได้ เพื่อธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาให้คงอยู่เป็นศาสนาประจำชาติไทยต่อไป
เลขทะเบียนหนังสือหายาก : 1057
เลขทะเบียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ : nlcm_rb2568_001057
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
วันอาหารโลก” (World Food Day) ตรงกับวันที่ 16 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization หรือ FAO) กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงวันก่อตั้งองค์กรเมื่อ พ.ศ. 2488 และสร้างการรับรู้ให้แก่สาธารณชนถึงพันธกิจหลักในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วโลกผ่านการขจัดความหิวโหย ความไม่มั่นคงทางอาหาร การพัฒนาระบบอาหารที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับประชากรโลก และการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกกว่า 190 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย
ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายทางด้านอาหารอย่างรอบด้าน ทั้งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะสงครามและความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจที่ผันผวน รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลกยังคงประสบภาวะขาดแคลนอาหาร ขณะเดียวกันปัญหาการสูญเสียอาหาร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) ก็ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ทรัพยากรถูกใช้อย่างสิ้นเปลือง ดังนั้นการลดการใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น การสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย การเลือกบริโภคอาหารท้องถิ่นตามฤดูกาล และลดการทิ้งอาหารที่ยังรับประทานได้ ถือเป็นการกระทำเล็กๆ ที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ใหญ่ในการรักษาความมั่นคงทางอาหารของโลกอย่างยั่งยืนได้ ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้บริโภค ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาระบบอาหารที่เป็นธรรมและสมดุล
ในแต่ละปี FAO จะกำหนดหัวข้อหลัก (Theme) เพื่อสะท้อนสถานการณ์อาหารของโลกในขณะนั้น สำหรับปี พ.ศ. 2568 นี้ มีหัวข้อว่า “Hand in Hand for Better Foods and a Better Future” หมายถึง “จับมือกันเพื่ออาหารที่ดีขึ้นและอนาคตที่ดีกว่า” โดยมุ่งเน้นการร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบอาหารที่เป็นธรรม ยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมและแคมเปญต่างๆ เพื่อสนับสนุนแนวคิดนี้ เช่น การจัดงานวันอาหารโลก ประจำปี 2568 ณ สำนักงานภูมิภาคประจำภาคพื้นเอเชีย - แปซิฟิก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ได้รับการยกย่องและได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่ง “ทูตพิเศษด้านการขจัดความอดอยากหิวโหย” (FAO Special Goodwill Ambassador for Zero Hunger) ประจำปี 2565 – 2567 ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 โดยภายในงานมีการจัดแสดงผลงานและนวัตกรรมการเกษตรเพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศสมาชิกในภูมิภาค และร่วมสนทนากับผู้แทน FAO ประเทศต่างๆ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านระบบเกษตรและอาหารสู่ความยั่งยืน
กิจกรรมจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่น่าสนใจ เช่น “กิจกรรมมื้อนี้หมดจาน” จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และบริษัทสยามคูโบต้า เพื่อรณรงค์การลดขยะอาหาร และจุดประกายการเปลี่ยนแปลงจากภายในองค์กร พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์เชิญชวนภาคีเครือข่ายและพันธมิตร เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ โดยตั้งเป้าให้พนักงานสยามคูโบต้า 3,374 คน ร่วมรับประทานอาหารหมดจานพร้อมกันในวันที่ 16 ตุลาคม 2568 เนื่องในวันอาหารโลก (World Food Day) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนการกระทำเล็กๆ ให้เป็นพลังที่ส่งต่อได้จริง
ดังนั้น ในวันอาหารโลกนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญให้เราทุกคนได้ตระหนักว่า “อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เราอิ่มเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจของความอยู่รอดของมนุษยชาติและสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักว่า อาหารทุกคำมีคุณค่า และการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบคือจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยสร้างโลกที่ไม่อดอยากและเป็นธรรมสำหรับทุกคนในอนาคต โดย “เริ่มต้นเปลี่ยนโลกได้...จากจานอาหารของเราเอง”
แหล่งข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานวันอาหารโลก ครั้งที่ 45. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 9 ตุลาคม 2568, จาก https://www.prachachat.net/sd-plus/sdplus-sustainability/news-1898549
บุญเติม แสงดิษฐ. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ: พชรการพิมพ์, 2541.
มื้อนี้หมดจาน กิจกรรม “วันอาหารโลก” สยามคูโบต้า x สสส. ย้ำความมั่นคงทางอาหาร ลด food waste. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 9 ตุลาคม 2568, จาก https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9680000094435
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดงานวันอาหารโลก ประจำปี 2568. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 9 ตุลาคม 2568, จาก https://www.thaigov.go.th/th/news/100994
เรียบเรียงโดย นางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร บรรณารักษ์ชำนาญการ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร
กรมศิลปากร โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมโครงการศิลปากรสัญจร "นมัสการพระธาตุสองนครา ชมสิมศรีศรัทธาแดนอีสาน" ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๘ (๕ วัน ๔ คืน) ไปรับลมหนาวริมฝั่งโขง สัมผัสมนต์เสน่ห์แดนอีสาน ในเส้นทาง นครราชสีมา - นครพนม - สกลนคร - อุดรธานี - ขอนแก่น สักการะพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลแก่ชีวิต ชื่นชมความงามวิจิตรของ “สิมถิ่นอีสาน” อันทรงคุณค่า เปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับกรมศิลปากร ร่วมเดินทางอิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มศิลป์ ไปกับกิจกรรมดี ๆ ที่เปี่ยมด้วยศรัทธาและแรงบันดาลใจ สมัครร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ราคาพักเดี่ยว ท่านละ ๑๓,๘๐๐ บาท พักคู่ ท่านละ ๑๑,๐๐๐ บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๒๑๖๔ ๒๕๐๑ - ๒ ต่อ ๖๐๐๒, ๖๐๐๕ Line ศิลปากรสัญจรกรมศิลป์: @518nfnes
ชื่อสมุนไพร : คำมอกหลวง
ชื่ออื่นๆ ไข่เน่า (นครพนม) คำมอกช้าง (เหนือ); ผ่าด้าม ยางมอกใหญ่ (นครราชสีมา) ; แสลงหอมไก๋ หอมไก๋ (ลำปาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Gardenia sootepensis Hutch.
ชื่อวงศ์ Rubiaceae
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ยืนต้น ผลัดใบในช่วงสั้นๆ ก่อนออกดอก สูง 7-15 เมตร ทรงพุ่มกลมและโปร่ง แตกกิ่งน้อย กิ่งอ่อนเป็นรูปสี่เหลี่ยม และมีขน เปลือกสีเทาเข้มเรียบ แตกเป็นสะเก็ด มีน้ำยางเหนียวสีเหลืองข้นเป็นก้อนที่ปลายยอด เรือนยอดโปร่ง ลำต้นบิดงอ เปลือกต้นสีครีมอ่อนหรือเทา ค่อนข้างเรียบ หลุดลอกออกเป็นแผ่นบางๆ ใบออกเป็นกระจุกที่ปลายยอด เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม สลับตั้งฉาก รูปวงรี รูปขอบขนานแกมไข่กลับ หรือรูปไข่กลับ กว้าง 12-18 เซนติเมตร ยาว 22-30 เซนติเมตร ปลายแหลมหรือมน โคนใบมน ขอบใบเรียบ ใบอ่อนสีชมพูอ่อน มีขนสีเงิน ใบแก่เขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างมีขนละเอียด เส้นใบข้าง 16-20 คู่ ตรงและขนานกันและโค้งจรดกันที่ขอบใบ เส้นแขนงใบเห็นชัดเจน เนื้อใบหนา แข็ง กรอบ ก้านใบยาว 1 เซนติเมตร มีหูใบเป็นปลอกรอบกิ่ง หูใบอยู่ระหว่างก้านใบ ก้านใบยาว 1 เซนติเมตร ร่วงหล่นง่ายทิ้งรอยแผลกลมๆตุ่มตารูปกรวยกว้าง ยอดอ่อนมีน้ำยางคล้ายขี้ผึ้งสีเหลืองหุ้มไว้ และเห็นชัดเจน ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ หรือตามปลายยอด ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-7 เซนติเมตร มีกลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด หลอดกลีบดอกยาว 5-7 เซนติเมตร ทรงกระบอกแคบ ปลายแยก 5 พู แผ่ออก ยาว 3-4 เซนติเมตร บิดเป็นเกลียว ในดอกตูมก้านดอกยาว 1-1.5 เซนติเมตร กลีบดอกสีขาวนวลเมื่อแรกบาน แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด กลิ่นหอม เกสรตัวผู้มี 5 อัน ไม่มีก้านชู เรียงสลับกับกลีบดอก บนปากหลอด โผล่พ้นปากหลอดกลีบดอกเพียงเล็กน้อย อับเรณูรูปขอบขนาน รังไข่อยู่ใต้วงกลีบมี 1 ช่อง มีออวุลจำนวนมาก เกสรตัวเมียมี 1 อัน ปลายเกสรเพศเมียรูปกระบอง ก้านเกสรเพศเมียยาวโผล่พ้นปากหลอดกลีบดอก กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ ติดกันเป็นหลอดขนาดยาว 1.2-2 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 2 แฉก ปลายเป็นพูเล็กๆด้านหนึ่งแยกลึก ด้านนอกมีขนละเอียดเหนียวๆ ผลสด มีเนื้อ สีเขียวเข้ม เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีดำ รูปกระสวยแกมไข่กลับ หรือรูปขอบขนาน ผิวมีปุ่มหูดกับช่องอากาศ กว้าง 1.8-2.5 เซนติเมตร ยาว 2.2-4 เซนติเมตร มีติ่งที่ปลายและสันตื้นๆ 5 สัน มีเนื้อและเมล็ดขนาดเล็กหลายเมล็ด พบตามป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ออกดอกช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม ออกผลช่วงเดือนมีนาคมถึงสิงหาคม
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
เปิดบริการทุกวัน ๐๘:๓๐ - ๑๖:๓๐ น.
๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘
(ในเวลาราชการ)
#อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท
#PhuPhrabatWorldHeritageSite
#ท่องเที่ยว #มรดกโลก #ภูพระบาท
พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรมสองพระหัตถ์
ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕
จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
ประวัติ พบในเขต อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยนายวีระ วุฒิจำนงค์ มอบให้
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน เป็นแหล่งอารยธรรมพื้นที่มีความเจริญมาเป็นระยะเวลายาวนานและมีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยหัวเลี้ยวประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ โดยสมัยหัวเลี้ยวประวัติศาสตร์ มีวัฒนธรรมที่สำคัญที่เรียกว่า วัฒนธรรมทวารวดีในอีสาน ที่สามารถแบ่งย่อยจากรูปแบบงานศิลปกรรมที่พบได้อีก ๓ ระยะ คือ สมัยทวารวดีอย่างแท้จริง พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๕ และสมัยทวารวดีแบบท้องถิ่น พุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖
ตัวอย่างงานศิลปกรรมประเภทพระพุทธรูป ศิลปะทวารวดีที่พบในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดองค์นี้ มีพุทธลักษณะ พระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม พระขนงต่อกันคล้ายปีกกา พระเนตรโปนเหลือบต่ำ พระนาสิกใหญ่ พระโอษฐ์หนา ตามรูปแบบของพระพักตร์แบบพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี ขมวดพระเกศาเป็นเม็ดกลมขนาดเล็ก อุษณีษะเป็นมวยผมมีพระรัศมีเป็นต่อมกลมคล้ายดอกบัวตูมหรือลูกแก้ว ตามอิทธิพลศิลปะอินดีย สมัยปาละ
พระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบถยืน แสดงธรรมทั้งสองพระหัตถ์ในระดับพระอุระ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นใหม่ในศิลปะทวารวดี ต่างจากต้นแบบในศิลปะอินเดียที่แสดงธรรมด้วยพระหัตถ์ขวา และพระหัตถ์ซ้ายจับชายจีวร
การครองจีวร ครองแบบห่มคลุม ชายจีวรด้านหลังตกลงมาตรงๆ ถึงข้อพระบาทพับเป็นริ้วจีบเล็กน้อยทั้งสองข้าง มีเส้นต่อชายจีวรพาดพระกรทั้งสองข้างตกลงมาด้านหน้าเป็นวงโค้งที่กึ่งกลางพระชงฆ์ ตามรูปแบบของพระพุทธรูปยืนในศิลปะทวารวดี
จากรูปแบบที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นว่าพระพุทธรูปองค์นี้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย โดยเฉพาะสมัยปาละ มาผสมผสานกับลักษณะที่เป็นท้องถิ่น จนเกิดเอกลักษณ์ทางรูปแบบศิลปะที่เรียกว่า ศิลปะทวารวดีอย่างแท้จริง
พระพุทธรูปยืนสำริด ปางแสดงธรรมสองพระหัตถ์ลักษณะเดียวกันนี้ พบในเมืองทวารวดีอีกหลายแห่ง เช่น เมืองโบราณอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เมืองฝ้าย อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของผู้คนสมัยทวารวดีในแต่ละพื้นที่ที่สะท้อนผ่านงานพุทธศิลป์
บรรณานุกรม
เชษฐ์ ติงสัญชลี. พระพุทธรูปอินเดีย. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, ๒๕๕๔.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. ทวารวดีในอีสาน. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๘.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๒. นนทบุรี : เมืองโบราณ. ๒๕๖๒.