ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,482 รายการ
วันจันทร์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ นางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ บรรยายให้ความรู้ เรื่อง กระบวนการใช้พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้เป็นฐานในการส่งเสริมการเรียนรู้ของชุมชนท้องถิ่น แก่ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ณ วัดโพธิ์งามยะวึก ตำบลยะวึก อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์
วันพุธที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๓๐ น. คณะอาจาย์บุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จำนวน ๓๔ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมีนายกรภัทร์ สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม
วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๗.๐๐ น. หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ พร้อมด้วยข้าราชการเข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ ณ ศูนย์ราชการจังหวัดสุรินทร์ โดยมีนายชำนาญ ชี่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี
รายงานงบทดลองหน่วยเบิกจ่ายรายเดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๗พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์
เพื่อร่วมงานเทศกาลศิลปะอาเซียน (ASEAN Festival of Arts) โดยเทศกาลดังกล่าวจัดขึ้นทุกสองปีในช่วงเวลาเดียวกันกับการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนที่กำกับดูแลงานด้านวัฒนธรรมและศิลปะในปี ๒๕๖๗
เข้าร่วมการสัมมนาว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก (International Conference of the Memory of the World Programme) หัวข้อ “Memory of the World: At the Crossroads of the International Understanding and Cooperation” (ความทรงจำแห่งโลก: ทางแยกสำคัญของการทำความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประเทศ) และการอภิปรายนโยบายระหว่างประเทศว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก ครั้งที่ ๔ (the 4th Edition of the MoW Global Policy Forum)
พระครูบาบุญชุ่ม ญาณํสวโร อรัญวาสีภิกขุ และคณะ. ธรรมบุญ 3: พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโรอร. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2563.
รวบรวม 333 ข้อธรรม จากต้นฉบับบันทึกแต้มธรรมของครูบาเจ้าบุญชุ่ม จากหนังสือธรรมบุญ 1 มาร้อยต่อเป็นหัวข้อ ซึ่งผู้รวบรวมคัดเลือกมาให้สอดคล้องใกล้เคียงกับชีวิตผู้คนที่ปรารถนาจะปรับเปลี่ยนตัวเองไปสู่เส้นทางที่ดีงาม หนังสือนี้ได้รับรางวัลหนังสือดีเด่นประเภทสวยงาม ประจำปี 2564 มีเนื้อหา 2 ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
294.30922
พ322ธ
ห้องหนังสือทั่วไป 1
เพื่อเข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “ Creating International Alliance that Contribute to Cultural Heritage Education within the 10 ASEAN Nations” ณ ราชอาณาจักรกัมพูชา ระหว่างวันที่ ๒๙ ตุลาคม - ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๗
เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาวัฒนธรรมการอ่านสำหรับเด็กและเยาวชนอาเซียน - เกาหลี ครั้งที่ ๓ (3rd ASEAN - ROK Children’s Reading Cultural Development Committee General Meeting) ณ หอสมุดแห่งชาติสำหรับเด็กและเยาวชน กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี
วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2567 เวลา 10.30 น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบ “พระเจ้าตอง” กลับคืนสู่จังหวัดพะเยา โดยมี นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นายบำรุง สังข์ขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกรมศิลปากร พร้อมด้วยคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทยเข้าร่วม ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับ “พระเจ้าตอง” โบราณวัตถุชิ้นสำคัญกลับคืนสู่แหล่งกำเนิดในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวพะเยาให้ความเคารพศรัทธา ยังถือเป็นโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่า และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีรับมอบแล้วจะอัญเชิญ “พระเจ้าตอง” กลับไปประดิษฐาน ณ วัดศรีปิงเมือง จังหวัดพะเยา ดังเดิม เพื่อเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพะเยาต่อไป
“พระเจ้าตอง” หรือ “หลวงพ่อลอ” เป็นพระพุทธรูปสำคัญของชาวจังหวัดพะเยา เดิมประดิษฐาน ณ วัดศรีปิงเมือง หมู่ 1 บ้านเวียงลอ ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา หล่อด้วยสัมฤทธิ์ ตักกว้าง 78เซนติเมตร สูง 110 เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาที่ได้รับอิทธิพลศิลปะสุโขทัยเข้ามาผสมผสาน ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 และนิยมสร้างอย่างมากในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนศิลปโบราณวัตถุ และพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งอยู่ในความครอบครองของวัดวาอาราม โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 103 ตอนที่ 79 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2529
ปลายปี 2531 “พระเจ้าตอง” ถูกโจรกรรมไปจากวัดศรีปิงเมือง และไม่พบเบาะแสอีกเลย จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม 2567 กรมศิลปากร ได้รับการประสานจากนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ว่ามีผู้ให้ข้อมูลว่าพบพระพุทธรูปที่มีพุทธศิลป์ใกล้เคียงกับ “พระเจ้าตอง” พระพุทธรูปจากวัดศรีปิงเมือง จังหวัดพะเยาที่ถูกโจรกรรมไปกว่า 36 ปี ปรากฏอยู่ในสถานประมูลโบราณวัตถุในยุโรป โดยให้รายละเอียดเป็นภาพถ่ายและข้อมูลในเชิงลึก จึงเป็นช่องทางสำคัญในการประสานงานกับผู้ครอบครอง และสามารถนำพระพุทธรูปกลับคืนสู่ประเทศไทยได้ในที่สุด
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า เมื่อกรมศิลปากรได้รับพระพุทธรูปในวันที่ 24 ตุลาคม 2567 จึงได้ทำการตรวจพิสูจน์โดยใช้ภาพถ่ายและข้อมูล “พระเจ้าตอง” ที่ฝ่ายทะเบียน กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2528 ซึ่งเป็นหลักฐานเดียวในการนำมาพิจารณารูปแบบศิลปะ และรูปพรรณต่าง ๆ พบว่าตรงกัน นอกจากนี้ ยังได้ทำการตรวจพิสูจน์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ พบว่าพระพุทธรูปองค์นี้เคยถูกทาทับด้วยสี มีร่องรอยของสีกระจายอยู่ทั่วองค์ ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งตรงกับรูปพรรณของ “พระเจ้าตอง” ก่อนถูกโจรกรรม จึงสามารถยืนยันได้ว่าพระพุทธรูปองค์นี้คือ พระเจ้าตองของชาวเวียงลอ จังหวัดพะเยา
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ภาพ : พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๗๘ เซนติเมตร ฐานกว้าง ๗๘ เซนติเมตร สูงทั้งฐาน ๑๒๗ เซนติเมตร
ประดิษฐาน ณ วัดศรีปิงเมือง หมู่ ๑ บ้านเวียงลอ ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา
ประกาศขึ้นทะเบียนศิลปโบราณวัตถุ และพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งอยู่ในความครอบครองของวัดวาอาราม
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๐๓ ตอนที่ ๗๙ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๙
ภาพ : พระพุทธรูปปางมารวิชัย (พระเจ้าตอง) ที่ได้รับกลับสู่ประเทศไทย
มีขนาดหน้าตักกว้าง ๗๘ เซนติเมตร สูง ๑๑๐ เซนติเมตร
ถูกเปลี่ยนแปลงรูปพรรณโดยการล้างสีเดิม และตัดฐานด้านล่างออก
ทำให้ความสูงของพระพุทธรูปลดลง เหลือ ๑๑๐ เซนติเมตร
วันศุกร์ที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายดุสิต ทุมมากรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น ประชุมคณะกรรมการวิชาการเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถานในเขตพื้นที่สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น ครั้งที่ ๑/งป.๒๕๖๘ ณ ห้องประชุมสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น
วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2567 เวลา 10.30 น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบ “พระเจ้าตอง” กลับคืนสู่จังหวัดพะเยา โดยมี นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นายบำรุง สังข์ขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกรมศิลปากร พร้อมด้วยคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทยเข้าร่วม ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับ “พระเจ้าตอง” โบราณวัตถุชิ้นสำคัญกลับคืนสู่แหล่งกำเนิดในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวพะเยาให้ความเคารพศรัทธา ยังถือเป็นโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่า และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีรับมอบแล้วจะอัญเชิญ “พระเจ้าตอง” กลับไปประดิษฐาน ณ วัดศรีปิงเมือง จังหวัดพะเยา ดังเดิม เพื่อเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพะเยาต่อไป
“พระเจ้าตอง” หรือ “หลวงพ่อลอ” เป็นพระพุทธรูปสำคัญของชาวจังหวัดพะเยา เดิมประดิษฐาน ณ วัดศรีปิงเมือง หมู่ 1 บ้านเวียงลอ ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา หล่อด้วยสัมฤทธิ์ ตักกว้าง 78เซนติเมตร สูง 110 เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาที่ได้รับอิทธิพลศิลปะสุโขทัยเข้ามาผสมผสาน ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 และนิยมสร้างอย่างมากในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนศิลปโบราณวัตถุ และพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งอยู่ในความครอบครองของวัดวาอาราม โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 103 ตอนที่ 79 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2529
ปลายปี 2531 “พระเจ้าตอง” ถูกโจรกรรมไปจากวัดศรีปิงเมือง และไม่พบเบาะแสอีกเลย จนกระทั่งในเดือนสิงหาคม 2567 กรมศิลปากร ได้รับการประสานจากนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ว่ามีผู้ให้ข้อมูลว่าพบพระพุทธรูปที่มีพุทธศิลป์ใกล้เคียงกับ “พระเจ้าตอง” พระพุทธรูปจากวัดศรีปิงเมือง จังหวัดพะเยาที่ถูกโจรกรรมไปกว่า 36 ปี ปรากฏอยู่ในสถานประมูลโบราณวัตถุในยุโรป โดยให้รายละเอียดเป็นภาพถ่ายและข้อมูลในเชิงลึก จึงเป็นช่องทางสำคัญในการประสานงานกับผู้ครอบครอง และสามารถนำพระพุทธรูปกลับคืนสู่ประเทศไทยได้ในที่สุด
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า เมื่อกรมศิลปากรได้รับพระพุทธรูปในวันที่ 24 ตุลาคม 2567 จึงได้ทำการตรวจพิสูจน์โดยใช้ภาพถ่ายและข้อมูล “พระเจ้าตอง” ที่ฝ่ายทะเบียน กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2528 ซึ่งเป็นหลักฐานเดียวในการนำมาพิจารณารูปแบบศิลปะ และรูปพรรณต่าง ๆ พบว่าตรงกัน นอกจากนี้ ยังได้ทำการตรวจพิสูจน์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ พบว่าพระพุทธรูปองค์นี้เคยถูกทาทับด้วยสี มีร่องรอยของสีกระจายอยู่ทั่วองค์ ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งตรงกับรูปพรรณของ “พระเจ้าตอง” ก่อนถูกโจรกรรม จึงสามารถยืนยันได้ว่าพระพุทธรูปองค์นี้คือ พระเจ้าตองของชาวเวียงลอ จังหวัดพะเยา
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ภาพ : พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๗๘ เซนติเมตร ฐานกว้าง ๗๘ เซนติเมตร สูงทั้งฐาน ๑๒๗ เซนติเมตร
ประดิษฐาน ณ วัดศรีปิงเมือง หมู่ ๑ บ้านเวียงลอ ตำบลลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา
ประกาศขึ้นทะเบียนศิลปโบราณวัตถุ และพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งอยู่ในความครอบครองของวัดวาอาราม
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๐๓ ตอนที่ ๗๙ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๙
ภาพ : พระพุทธรูปปางมารวิชัย (พระเจ้าตอง) ที่ได้รับกลับสู่ประเทศไทย
มีขนาดหน้าตักกว้าง ๗๘ เซนติเมตร สูง ๑๑๐ เซนติเมตร
ถูกเปลี่ยนแปลงรูปพรรณโดยการล้างสีเดิม และตัดฐานด้านล่างออก
ทำให้ความสูงของพระพุทธรูปลดลง เหลือ ๑๑๐ เซนติเมตร