ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,945 รายการ
อนุสาวรีย์พระนางเจ้าวิคตอเรีย อนุสาวรีย์พระนางเจ้าวิคตอเรีย ในจังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่ไหน ? ย้อนกลับในปี พ.ศ. ๒๔๒๖ รัฐบาลสยามและอังกฤษ ได้มีการตกลงทำสนธิสัญญาเชียงใหม่ ฉบับที่ ๒ โดยรัฐบาลสยามยิมยอมให้รัฐบาลอังกฤษจัดตั้งสถานกงสุลอังกฤษขึ้นที่เชียงใหม่ได้ จากนั้นคนในบังคับของอังกฤษทั้งชาวจีน อินเดีย พม่า ไทใหญ่ ต่างเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ประกอบอาชีพค้าขาย ทำไม้ และเป็นพ่อค้าวัวต่างม้าต่าง ที่ต้องตั้งคำถามเพราะเกิดความสงสัยจากภาพถ่าย ซึ่งถ่ายโดยนายเอ็ม. ทานาคา ช่างภาพชาวญี่ปุ่น เจ้าของร้านถ่ายรูป ทานาคา เป็นภาพเจ้าหน้าที่สถานกงสุลอังกฤษประจำจังหวัดเชียงใหม่พร้อมด้วยคนงานนำช้าง ม้า สัตว์เลี้ยงออกมายืนถ่ายรูปที่ด้านหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย ก่อนที่จะนำสัตว์เหล่านี้เดินออกไปตามท้องถนนสายต่าง ๆ ในเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปประมูล โดยนำเงินที่ได้นั้นส่งไปช่วยรัฐบาลอังกฤษทำสงครามกับประเทศเยอรมัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๑ เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมฝ่ายสัมพันธมิตรประกาศทำสงครามกับกลุ่มมหาอำนาจกลาง อีกทั้งปรากฏหลักฐานเอกสารจดหมายเหตุที่กล่าวถึงการเปิดอนุสาวรีย์พระนางเจ้าวิคตอเรีย ความว่า “สตริงเกอร์ได้มาเชิญพระยาสุรสีหวิสิษฐศักดิ์ ไปเปิดอนุสาวรีย์กวีนวิกตอเรีย ซึ่งพวกฝรั่งแลคนในบังคับได้ช่วยออกเงินส่งมาแต่ยุโรป และว่ารูปนั้นหล่อด้วยปรอนส์ สูง ๕ ฟุต ถานทำด้วยศิลาอ่อนสูง ๗ ฟุต ราคาในราว ๖๐๐๐ รูเปีย อนุสาวรีย์นี้ได้ตั้งอยู่ในบ้านกงสุล” ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงแรมอนันตรา ถนนเจริญประเทศ หลังจากย้ายที่ทำการสถานกงสุลอังกฤษประจำจังหวัดเชียงใหม่ไปยังถนนบำรุงราษฎร์ อนุสาวรีย์พระนางเจ้าวิคตอเรีย จึงย้ายไปไว้ ณ สุสานชาวต่างชาติในจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณฐานอนุสาวรีย์มีข้อความว่า “อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องรำลึกถึงความรักและความเคารพอย่างยิ่งยวดที่มีต่อสมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย และข้าราชบริพารที่ซื่อสัตย์ของพระองค์ ที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ นคร-ลำปาง แพร่ น่าน สวรรคโลก และระแหง ทั่วดินแดนตอนเหนือของสยาม” ปัจจุบันอนุสาวรีย์ยังคงได้รับการดูแล และอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ โดยสามารถเข้าชมได้ทางสโมสรยิมนาคา หรือประตูริมถนนเชียงใหม่ – ลำพูน ตรงข้ามสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่ผู้เรียบเรียง : นายวีระยุทธ ไตรสูงเนิน นักจดหมายเหตุชำนาญการ ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. ภาพส่วนบุคคล ชุด นายบุญเสริม สาตราภัย.#อนุสาวรีย์พระนางเจ้าวิคตอเรีย#เอกสารจดหมายเหตุ#หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถเชียงใหม่#สำนักศิลปากรที่๗#สถานกงสุลอังกฤษประจำจังหวัดเชียงใหม่อ้างอิง๑.บุญเสริม สาตราภัย. ๒๕๒๒. ลานนาไทยในอดีต. เชียงใหม่ : โรงพิมพ์ช้างเผือกการพิมพ์. ๒.บุญเสริม สาตราภัย. ๒๕๕๔. เชียงใหม่ในความทรงจำ. เชียงใหม่ : โรงพิมพ์แสงศิลป์.๓.มานิจ ชุมสาย, ม.ล. ๒๕๒๔. ไทยกับสงครามโลกครั้งที่ ๑. กรุงเทพ : พิทยาคาร.๔.สมโชติ อ๋องสกุล. ๒๕๖๒. ชุมชนรอบวัดในเชียงใหม่ : ประวัติศาสตร์ชุมชน โดยศูนย์ล้านนาศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่ : บริษัท วิทอินดีไซตน์ จำกัด.๕.สรัสวดี อ๋องสกุล. ๒๕๕๗. ประวัติศาสตร์ล้านนา. กรุงเทพฯ : อมรินทร์.๖.สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร๕ กร ๕ ม. ๖๓/๑ เรื่องเปิดอนุสาวรีย์ที่เชียงใหม่.
ภูเขานับตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาบรรดาพื้นที่ส่วนต่าง ๆ บนพื้นโลกนั้น พื้นที่ส่วนที่เป็น ภูเขา นั้นนับเป็นพื้นที่ ที่มักถูกยึดโยงทางความเชื่อและวัฒนธรรมให้เกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของท้องถิ่นนั้น ๆ โดยถือว่าเป็นอำนาจจากเบื้องบน โดยมีน้ำและแผ่นดินเป็นอำนาจพื้นล่างที่รองลงมา ภูเขาในพื้นที่ต่าง ๆ มักจะถูกกำหนดไว้ให้เป็นพื้นที่สถิตของอำนาจเหนือธรรมชาติ ซึ่งความเชื่อนี้ก็พบโดยทั่วไปในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพื้นที่อื่น ๆ อีก เช่น จีน ทิเบต และอินเดีย
ในจังหวัดชัยนาทนั้นปรากฎภูเขาอยู่หลายลูก เช่น เขาแหลม เขาพลอง เขาขยาย เขาท่าพระ เขาสรรพยา และเขาธรรมามูล เป็นต้น แต่ภูเขาที่ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฎในตราประจำจังหวัดชัยนาทมีด้วยกันอยู่ 2 ลูก อันได้แก่ เขาสรรพยา ในอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท และ เขาธรรมามูล ในอำเภอเมืองฯ จังหวัดชัยนาท โดยความสำคัญของภูเขา 2 ลูกนี้นั้นถึงขนาดที่มีผลให้ กรมศิลปากร ในสมัยจอมพลป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี นั้น เห็นควรทำตราประจำจังหวัดชัยนาท เป็นรูปธรรมจักรกับภูเขา โดย ธรรมจักร มีความหมายถึง วัดธรรมามูล ส่วนภูเขา มีความหมายถึง เขาธรรมามูล หรือเขาสรรพยาก็ได้ เลยทีเดียว
เมื่อภูเขาถูกยึดโยงเข้ากับความเชื่อที่ว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของอำนาจศักดิ์สิทธิ์จากเบื้องบนแล้วนั้น ภูเขาในหลาย ๆ ที่จึงมักถูกชาวบ้านและชาวเมืองนั้น ๆ ใช้เป็นพื้นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชุมชนหรือบ้านเมืองนั้น ๆ นับถือ เฉกเช่น บนเขาธรรมามูล ของเมืองชัยนาท ที่ปรากฎการสร้างวิหารประดิษฐานรูปเคารพบนเขา
เมื่อเดินเท้าขึ้นไปตามบันไดขึ้นเขาที่ทอดตัวตามแนวเชิงเขาอยู่ จำนวน 565 ขั้น ที่เริ่มขั้นแรกอยู่บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถวัดธรรมามูลวรวิหาร ก็จะพบลานพื้นที่ราบบนเขาธรรมามูล หลังจากนั้นเดินเท้าไปตามทางราบสลับที่สูงอีกราว 500 เมตร ก็จะพบกับวิหารหลวงพ่อนาค ที่เป็นศาสนสถานบนเขาธรรมามูลแห่งนี้ วิหารแห่งนี้เป็นศาสนสถานที่ค่อนข้างเล็ก เป็นวิหารก่ออิฐถือปูนและฉาบผนังอาคารด้วยปูนตำโบราณที่มีทางเข้าทางเดียวทางด้านหน้า ผนังด้านข้างทั้ง 2 และผนังด้านหลังพระประธาน ทึบไม่มีช่องหน้าต่าง ฐานวิหารปรากฎการทำฐานบัว ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวน 3 องค์ โดยองค์กลางเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาบด้านข้างทั้ง 2 ด้วยพระพุทธรูปนาคปรก ส่วนหลังคาของวิหารดั้งเดิมน่าจะผุพังไป มีการสร้างหลังคากระเบื้องลอนแบบปัจจุบันทดแทนไว้
จากร่องรอยดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นถึงความเชื่อความศรัทธาของชาวบ้าน ชาวเมือง ต่อภูเขาจนทำให้เกิดการสร้างศาสนสถานบนเขา เพื่อเชื่อมโยงอำนาจศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนกับความศรัทธาของชาวพื้นราบ ให้สอดประสานทางใจอันเป็นที่พึ่งอีกทางของชาวบ้านชาวเมืองชัยนาทนั่นเอง
-----------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี
https://www.facebook.com/1944769395803916/posts/pfbid0UKGaPT8RhxaPrJN11eWZswQwVy9QmrZNkSMJn5rihMoZLiAwXwzJ4wgmdwamNxM5l/
-----------------------------------------------------
*เผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 41/5ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 42 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 140/1 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 174/6 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อผู้แต่ง มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ
ชื่อเรื่อง รวมเรื่องพระร่วง
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ โรงพยาบาลมหามกุฏราชวิทยาลัย
ปีที่พิมพ์ ๒๕๒๑
จำนวนหน้า ๒๙๐ หน้า
รายละเอียด
พระราชนิพนธ์รวมเรื่องพระร่วงประกอบด้วยเรื่องต่างๆดังนี้ เที่ยวเมืองพระร่วง ตำนานเรื่องเสือป่า บทละครรำเรื่องพระร่วงหรือขอมดำดิน บทละครพูดคำกลอนเรื่องพระร่วง และ บทละครร้องเรื่องพระร่วง
ชื่อผู้แต่ง อนุมานราชธน , พระยา
ชื่อเรื่อง วรรณกรรม ของ เสถียรโกเศศ
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ พระนคร
สำนักพิมพ์ บรรณาคาร
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๕
จำนวนหน้า ๕๓๒ หน้า
วรรณกรรม ของ เสถียรโกเศศ เป็นเรื่องรวมงานเขียนต่าง ๆ ของพระยาอนุมานราชธน วรรณกรรมนี้ผู้เขียนได้เขียนขึ้นด้วยความสนใจ ใฝ่ศึกษาในแง่ความรู้ เพื่อใช้ในการศึกษาทั้งทางนิรุกศาสตร์ วรรณคดี ศิลป ขนบธรรมเนียมประเพณี
ชื่อผู้แต่ง ศาสตราจารย์หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์
ชื่อเรื่อง อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินุวงศ์)
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ หจก.โรงพิมพ์ยูไนเต็ดโปรดักชั่น
ปีที่พิมพ์ ๒๕๓๑
จำนวนหน้า ๑๓๑ หน้า
หมายเหตุ จัดพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพศาสตราจารย์หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินุวงศ์)
รายละเอียด
หนังสือที่ระลึกงานศพ ศ.จ.หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ผู้ที่มีความรู้เรื่องโบราณคดีเนื้อหาสาระประกอบด้วยเรื่องพระพุทธรูปโบราณและเราเคารพพระพุทธรูปอย่างไรและพระพุทธรูปปางต่างๆล้วนเน้นงานเขียน ของ ม.จ.หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์
เลขทะเบียน : นพ.บ.505/1กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4 x 54.5 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 169 (224-232) ผูก 1ก (2566)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “โขนอยุธยา” วิทยากร นายจรัญ พูลลาภ นักวิชาการละครและดนตรีชำนาญการพิเศษ สำนักการสังคีต ผู้ดำเนินรายการ นายรัฐศาสตร์ จั่นเจริญ นักวิชาการละครและดนตรีชำนาญการ สำนักการสังคีต พิธีกร นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
แบบศิลปะ / สมัย ศิลปะล้านนา
วัสดุ (ชนิด) ผ้า
ขนาด เสื้อยาว ๕๓ เซนติเมตร แขนยาว ๑๑๐ เซนติเมตร
ประวัติความเป็นมา ได้มาจากอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นายไกรศรี นิมมาเหมินทร์ มอบให้
ความสำคัญ ลักษณะและสภาพของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ
เสื้อสีพื้นขาวเรียบ ผ่าหน้าติดกระดุมยาวตลอด คอตั้ง แขนยาว เขียนยันต์ติดเต็มตัวเสื้อ สันนิษฐานว่าเป็นเสื้อที่ทหารชาวล้านนาสวมใส่เมื่อออกรบ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขอเชิญชมห้องจัดแสดงนิทรรศการโฉมใหม่ หลังดำเนินโครงการปรับปรุงการจัดแสดงและพื้นที่ภายในอาคาร ตั้งแต่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕ เพื่อพัฒนาให้มีความทันสมัยรองรับการใช้บริการ และส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัด โดยดำเนินการปรับปรุงการจัดแสดงโถงนิทรรศการหมุนเวียนชั้นล่าง และห้องนิทรรศการชั้นบน จำนวน ๕ ห้อง ประกอบด้วย
ห้องนิทรรศการชั้นล่าง ได้แก่ ห้องโถงบรรยายสรุปและนิทรรศการหมุนเวียน
พื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมและบรรยายสรุปการนำชมพิพิธภัณฑ์ โดยมีวีดีทัศน์เรื่อง “กรมศิลปากรกับการอนุรักษ์และสร้างสรรค์หอคำเมืองน่าน” ใช้ประกอบการบรรยาย สำหรับนิทรรศการหมุนเวียน ปัจจุบันจัดแสดงเรื่อง การแต่งกายของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในจังหวัดน่าน เช่น ลัวะ มลาบรี ขมุ ม้ง เมี่ยน โดยนำเสนอภาพลายเส้นการแต่งกาย ประกอบกับลวดลายผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนแผนผังแสดงการกระจายตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดน่าน
ห้องนิทรรศการชั้นบน จำนวน ๕ ห้อง
๑. ห้องเครื่องพุทธบูชา ๑ จัดแสดงโบราณวัตถุเนื่องในศาสนาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ได้แก่ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร จากโบสถ์วัดท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ แผงพระพิมพ์ ปัญจรูป และเรือเงินจากพระธาตุจอมแจ้ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งถูกพบบรรจุอยู่ในภาชนะใบเดียวกันเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแก่พระธาตุจอมแจ้ง โดยเรือเงินส่วนใหญ่ที่พบมีการจารึกชื่อผู้ถวาย คำอธิษฐานหรือคำผาถนา ตลอดจนศักราชที่สร้าง
๒. ห้องเครื่องพุทธบูชา ๒ จัดแสดงโบราณวัตถุเนื่องในศาสนาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ประกอบด้วย หีบพระธรรม พระพุทธรูปบุเงิน และแผ่นเงินจารึก มีการตกแต่งบรรยากาศของห้องนิทรรศการด้วยโมบายแขวนอักษรธรรมล้านนาโดยนำมาจากเอกสารโบราณที่เก็บรักษาอยู่ในห้องคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เรื่อง คาถาบูชาท้าวทั้งสี่ (ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ ของล้านนา)
๓. ห้องเครื่องพุทธบูชา ๓ จัดแสดงโบราณวัตถุเนื่องในศาสนาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา อาทิ วิหารจำลอง โดยมีการตกแต่งบรรยากาศของห้องนิทรรศการด้วยโคมล้านนา และมีวีดีทัศน์นำเสนอโบราณวัตถุ ๓๖๐ องศาที่จัดแสดงในส่วนของห้องพุทธบูชาทั้ง ๓ ห้อง พร้อมข้อมูลบรรยายประกอบ จำนวน ๖ จอ นอกจากนั้นยังมีการจำลองภาพวาดเจ้าผู้ครองนครน่านชมการจุดบอกไฟถวายเป็นพุทธบูชา ในงานประเพณีหกเป็ง พระธาตุ แช่แห้ง
๔. ห้องเชื้อสายเจ้าผู้ครองนครน่าน จัดแสดงลำดับเจ้าผู้ครองนครน่าน ๖๔ พระองค์ ประกอบกับโบราณวัตถุจัดแสดง อาทิ ดาบฝักเงิน กระบี่พร้อมฝัก ของเจ้าอุตรการโกศล (มหาไชย มหายศนันท์) นอกจากนั้นยังมีวีดีทัศน์ เรื่อง “เฮือนเจ้านายเมืองน่าน” และ เรื่อง “ลำดับเจ้าผู้ครองนครน่าน” ประกอบในการจัดแสดง
๕. ห้องหอคำนครน่าน จัดแสดงเรื่องราวของหอคำนครน่าน อันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ในปัจจุบัน โดยมีการจัดแสดงภาพถ่ายเก่าของอาคารหอคำ เจ้าผู้ครองนครน่าน การขุดแต่งแนวกำแพงเดิมของหอคำในอดีตประกอบกับการจัดแสดงอิฐแนวกำแพงเก่าของหอคำที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๗ และเครื่องถ้วยซึ่งเป็นสมบัติเดิมของเจ้าผู้ครองนครน่าน นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงโมเดลจำลองแผนผังเมืองเก่าน่านเพื่อให้เห็นถึงขอบเขตพื้นที่และสถานที่สำคัญต่าง ๆ ของเมืองน่านในอดีต
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เปิดให้บริการทุกวันพุธ - อาทิตย์ (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์ - อังคาร) ค่าเข้าชมชาวไทย ๒๐ บาท ชาวต่างชาติ ๑๐๐ บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๕๔๗๗ ๒๗๗๗