ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,772 รายการ

วิทยากร นายยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ดำเนินรายการ นางสาวศุภวรรณ นงนุช ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ


กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการ ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “การอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่น วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร” วิทยากรโดย นายธนาวัฒน์ ตราชูชาติ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ และนายสรรินทร์ จรัลนภา นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ดำเนินรายการโดย นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร และ Youtube Live : กรมศิลปากร



          ...แหล่งภาพเขียนสีในพื้นที่อ่าวพังงา โดยมากเป็นภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งพบทั้งภาพบุคคล สัตว์บก สัตว์น้ำ และรูปเรขาคณิต แต่มีเพียงไม่กี่แหล่งที่ปรากฏภาพคล้ายเรือ ซึ่งใช้เป็นพาหนะในการเดินทางไปมาระหว่างแผ่นดินใหญ่กับท้องทะเลของมนุษย์ในอดีต ภาพเขียนสีที่ “แหล่งภาพเขียนสีเกาะเขาเต่า” นี้เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่ปรากฏภาพคล้ายเรือที่ค่อนข้างชัดเจน และเป็นแหล่งที่มีการค้นพบใหม่โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๓ ที่ผ่านมา…          แหล่งภาพเขียนสีเกาะเขาเต่า ตั้งอยู่ที่ ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ในเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อยู่บนเกาะซึ่งไม่ปรากฏชื่อในแผนที่ทหาร เป็นเขาหินปูนขนาดเล็ก ระหว่างคลองกะไหลและคลองกระโสม ด้านทิศใต้ของเกาะสองพี่น้องซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งภาพเขียนสีถ้ำนาค ห่างกันประมาณ ๒ กิโลเมตร เกาะเขาเต่ามีรูปร่างวงรีวางตัวตามแนวแกนทิศเหนือ – ใต้ ขนาดยาวประมาณ ๒๕๐ เมตร กว้าง ๑๒๐ เมตร           การเข้าถึงแหล่ง จากอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เดินทางโดยเรือระยะทางประมาณ ๑๓.๕ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๑๕ – ๒๐ นาที โดยผ่านคลองเกาะปันหยี เกาะปันหยี และมุ่งหน้ามาทางทิศตะวันตก ใช้เส้นทางตัดผ่านเกาะทะลุนอก เพื่อเข้าสู่บริเวณปากคลองกระโสม ใช้เส้นทางลัดเลาะเข้าไปตามคลองขนาดเล็กที่ล้อมรอบด้วยป่าชายเลน           เมื่อถึงบริเวณเพิงผาและถ้ำขนาดเล็กด้านทิศตะวันออกของเกาะ ต้องปีนขึ้นไปบริเวณเพิงผาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๓- ๕ เมตร ที่ผนังถ้ำและเพิงผาปรากฏภาพเขียนสีแดง เป็นภาพบุคคล ภาพลายเส้นหยักคล้ายคลื่น ภาพเรือ และมีภาพเขียนสีดำ เป็นภาพสัตว์สี่เท้า ซึ่งเขียนทับบางส่วนของภาพสีแดง นอกจากนี้ยังมีร่องรอยภาพที่ลบเลือนอยู่อีกจำนวนหนึ่ง          บริเวณที่ปรากฏภาพเขียนสีมีลักษณะเป็นเพิงผาเว้าเข้าไปเป็นคูหาลักษณะคล้ายถ้ำขนาดเล็ก ขนาดกว้าง ๑๐ เมตร สูง ๖ เมตร ลึก ๕ – ๘ เมตร เพิงผาหันไปทางทิศตะวันออก พื้นเป็นหิน ภายในมีความชื้นสูง ผนังถ้ำมีตะไคร่น้ำจับอยู่ทั่วไป มีร่องรอยภาพเขียนสีแดงและดำแบบเงาทึบและแบบภาพลายเส้นโครงร่าง เป็นภาพลายคลื่น ภาพเรือ ภาพบุคคล ภาพสัตว์สี่เท้า และภาพเรขาคณิต กระจายอยู่บริเวณผนังด้านในและด้านข้าง          ภาพที่เด่นชัดอยู่ส่วนกลางของผนังเพิงผา เป็นกลุ่มภาพเรือและลายเส้นหยักคล้ายคลื่น กลุ่มภาพนี้มีขนาดความกว้างและยาวด้านละประมาณ ๘๐ – ๑๐๐ เซนติเมตร โดยภาพเรือเป็นภาพในมุมมองด้านหน้าตรง เขียนลายเส้นสีแดงเป็นแกนหรือโครงสร้างเรือ และระบายสีทึบด้วยสีดำหรือสีที่เข้มกว่าสีแดงบริเวณตัวเรือและหัวเรือ ซึ่งมีลักษณะคล้ายเรือหัวโทง ที่ยังนิยมใช้กันอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน           ด้านข้างของภาพเรือเป็นลายเส้นหยักคล้ายคลื่น ซ้อนกันในแนวนอน ๕ เส้น ที่อาจสื่อถึงการใช้เรือเดินทางในทะเล ใกล้กันห่างออกไปทางขวาประมาณ ๑๐๐ เซนติเมตร ตำแหน่งภาพสูงจากพื้น ๘๐ เซนติเมตร มีภาพสัตว์สี่เท้าคล้ายช้างเขียนด้วยลายเส้นสีดำทับร่องรอยภาพสีแดง ขนาดกว้าง ๑๘ เซนติเมตร สูง ๑๑ เซนติเมตร ถัดไปทางขวาเล็กน้อยมีภาพโครงร่างแบบคร่าวๆ เขียนด้วยสีแดงคล้ายบุคคลและเรขาคณิต ///ผนังอีกด้านหนึ่งซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือ มีกลุ่มภาพเขียนสีดำเป็นภาพบุคคลแสดงท่าทางต่างๆ เช่น ยืนกางแขน แสดงท่าทางเคลื่อนไหว และกลุ่มภาพคล้ายสัตว์อยู่ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเป็นภาพบุคคลหรือลิงชูแขนลักษณะห้อยโหนอยู่ด้านล่างของภาพสัตว์สี่เท้าคล้ายช้าง ซึ่งกลุ่มภาพสีดำนี้เขียนทับไปบนภาพส่วนใหญ่ของภาพร่องรอยบุคคลสีแดงแบบเงาทึบขนาดใหญ่ โดยบุคคลทางซ้ายอยู่ในลักษณะยืนตรง มีเส้นผมที่ศีรษะ ส่วนบุคคลทางขวายืนหรือนั่งหันข้างมองออกไปทางด้านขวาหรือด้านหน้าของเพิงผา กลุ่มภาพนี้มีขนาดความกว้างและยาวด้านละประมาณ ๑๐๐ – ๑๒๐ เซนติเมตร   นอกจากนี้ยังมีร่องรอยภาพสีแดงที่ค่อนข้างลบเลือน เป็นภาพลายเส้นและภาพเรขาคณิต กระจายตัวอยู่ทั่วไปบนผนังอีกหลายจุด          แหล่งภาพเขียนสีเกาะเขาเต่า มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองสองสายคือคลองกระโสมและคลองกะไหล ที่ไหลมาบรรจบกันเพื่อใช้เป็นเส้นทางออกสู่ทะเลได้ สภาพพื้นที่เป็นเพิงผาและถ้ำขนาดเล็ก มนุษย์ในอดีตจึงสามารถใช้เพิงผาและถ้ำเป็นแหล่งพักพิงชั่วคราว สามารถประกอบกิจกรรม หรือพิธีกรรมซึ่งอาจมีการขีดเขียนวาดภาพบนผนังเพิงผาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งสันนิษฐานว่าอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ ๕,๐๐๐ – ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว           กลุ่มภาพสีแดงและสีดำที่ปรากฏบนผนังเพิงผาและถ้ำ สันนิษฐานว่าเป็นกลุ่มภาพเล่าเรื่องแสดงเหตุการณ์หรือบอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต โดยมีภาพที่สำคัญเป็นภาพเรือและลายเส้นคลื่นที่สามารถสื่อได้อย่างชัดเจนในเรื่องการเดินทางในท้องทะเลที่อาจมีคลื่นลมแรง จนผู้เขียนอาจต้องแวะเข้ามาเพื่อหลบคลื่นลมและแวะพักก่อนเดินทางต่อไป และยังมีภาพบุคคลสีแดงขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณผนังอีกด้านหนึ่ง แสดงท่าทางยืนและตรงและหันข้าง ที่อาจสื่อถึงบุคคลที่ร่วมเดินทางมากำลังรอคอยเพื่อจะเดินทางต่อไป          ส่วนกลุ่มภาพลายเส้นสีดำที่ปรากฏส่วนใหญ่เขียนทับบนกลุ่มภาพสีแดง ในระดับความสูงที่ต่ำกว่าหรือมีระดับใกล้เคียงกลุ่มภาพสีแดง ภาพลายเส้นสีดำเขียนแบบง่ายๆ อาจสื่อถึงเหตุการณ์หรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นบริเวณอื่นหรือบนแผ่นดินใหญ่ ผู้เขียนจึงเขียนถ่ายเรื่องราวที่พบเห็นหรืออยู่ในเหตุการณ์การระหว่างสัตว์สี่เท้ากับบุคคล โดยกลุ่มภาพบุคคลมีการแสดงท่าทางต่างๆ ทั้งยืนตรง กางแขน ชูแขน และกำลังเคลื่อนไหวอยู่ แสดงกิจกรรมบางอย่างที่ร่วมกันระหว่างบุคคลและสัตว์ ซึ่งอาจสื่อถึงการเลี้ยงสัตว์หรือกำลังต้อนสัตว์เหล่านั้นอยู่ กลุ่มภาพเขียนสีดำนี้เขียนขึ้นภายหลังกลุ่มภาพสีแดง ซึ่งอาจเขียนขึ้นในสมัยหลังหรืออาจเขียนขึ้นในสมัยปัจจุบันที่มีการเขียนเลียนแบบภาพสีแดงโดยบุคคลที่แวะเวียนมาใช้เพิงผาและถ้ำที่เกาะเขาเต่าก็เป็นได้           ...หมู่เกาะน้อยใหญ่ในพื้นที่อ่าวพังงา นอกจากมีความสวยงามตามธรรมชาติที่มีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนานแล้ว ยังมีเกาะอยู่อีกจำนวนมากที่อาจมีการค้นพบแหล่งภาพเขียนสีแหล่งใหม่ๆ ซึ่งจะสะท้อนให้เราเห็นภาพวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตที่เข้ามาใช้พื้นที่บริเวณนี้ได้อย่างชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย... ----------------------------------------------------------------------สำรวจ/เรียบเรียง/กราฟิก : ธวัชชัย ชั้นไพศาลศิลป์ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช----------------------------------------------------------------------



วันศุกร์ที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๔ พิพิธภัณสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ได้รับมอบโบราณวัตถุจากสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน ๑ รายการ คือ ภาชนะดินเผาเนื้อกระเบื้องทรงชามเคลือบสีเขียวประกบติดกับภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งทรงไหเคลือบสีน้ำตาล ศิลปะลาว(ล้านช้าง) ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒ - ๒๔ ซึ่งชาวบ้านขุดพบเมื่อ ๔ - ๕ ปีมาแล้ว และได้นำมามอบให้ สภ.อ.เมืองจันทร์เก็บรักษา ต่อมาจึงได้มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เก็บรักษาเพื่ออนุรักษ์และจัดทำทะเบียน ตามระเบียบ พ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ต่อไป


          ว่ากันว่าเมื่อชาวจีนไปอาศัยอยู่ที่ใด ก็มักจะสร้างศาสนสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรมและบูชาเทพเจ้าของตนเสมอ เป็นผลทําให้เกิด การสร้างศาลเจ้าจีนกระจายท่ัวไป ดังนั้นเมืองจันทบุรีจะมี"ศาลเจ้า"ที่ตั้งขึ้นโดยคนจีนอยู่กี่แห่ง? วันนี้ผู้เขียนมีคำตอบให้ค่ะ           เอกสารจดหมายเหตุได้มีบันทึกระบุว่า พ.ศ.2466 มีศาลเจ้าของคนจีนที่มาขอรับการจดทะเบียน จำนวน 34 ศาลเจ้า แยกตามอำเภอได้ดังนี้ 1.อำเภอเมืองจันทบุรี จำนวน 12 ศาลเจ้า ได้แก่ -ศาลจ้าวฮุ้ดโจ้ ตำบลตลาดจันทบุรี -ศาลจ้าวโจ๊ซือกง ตำบลตลาดจันทบุรี -ศาลจ้าวปากน้ำ ตำบลตลาดจันทบุรี -ศาลจ้าวสระบาป ตำบลท่าเรือจ้าง -ศาลจ้าวโป่งแรต ตำบลโป่งแรต -ศาลจ้าวคมบาง ตำบลคมบาง -ศาลจ้าวเจ้าที่ ตำบลตลาดจันทบุรี -ศาลจ้าวอาม้า ตำบลบางกะจะ -ศาลจ้าวเฮี่ยนเทียน ตำบลบางกะจะ -ศาลจ้าวอาเนี้ย ตำบลบางกะจะ(หลังนี้มีพื้นที่ 368 ตารางวา ทิศตะวันตกติดศาลจ้าวโจ้ซื่อกง) -ศาลจ้าวอาเนี้ย ตำบลบางกะจะ(หลังนี้มีพื้นที่ 48 ตารางวา ทิศตะวันตกติดถนน) -ศาลจ้าวโจ๊ซื่อกง ตำบลบางกะจะ2.อำเภอท่าใหม่ จำนวน 12 ศาลเจ้า ได้แก่ -ศาลจ้าวโจ๊ซื่อกง ตำบลท่าใหม่ -ศาลจ้าวโจ๊ซือก๋ง ตำบลท่าใหม่ -ศาลจ้าวโรงเจตั๋ว ตำบลท่าใหม่ -ศาลจ้าวท่าน้ำ ตำบลท่าใหม่ -ศาลจ้าวหนองจอก ตำบลยายร้า -ศาลจ้าวห้วยระกำ ตำบลพลอยแหวน -ศาลจ้าวชำฆ้อ ตำบลพลอยแหวน -ศาลจ้าวหนองปรือ ตำบลเขาวัว -ศาลจ้าวตั้วล้ง ตำบลเขาวัว -ศาลจ้าวอาเหนียว ตำบลเขาบายศรี -ศาลจ้าวท่าศาลา ตำบลท่าศาลา -ศาลจ้าวปากน้ำพังลาด ตำบลช้างข้าม3.อำเภอแหลมสิงห์ จำนวน 5 ศาลเจ้า ได้แก่ -ศาลจ้าวแหลมสิงห์ ตำบลบางกะไชย -ศาลจ้าวเกาะเปริด ตำบลเกาะเปริด -ศาลจ้าวพลิ้ว ตำบลพลิ้ว -ศาลจ้าวบางเทียน ตำบลคลองน้ำเค็ม -ศาลเจ้าหนองบัว ตำบลหนองบัว 4.อำเภอขลุง จำนวน 5 ศาลเจ้า ได้แก่ -ศาลจ้าวขลุง ตำบลขลุง -ศาลจ้าวตรอกนอง ตำบลตรอกนอง -ศาลจ้าวคานรูด ตำบลเกวียนหัก -ศาลจ้าวเกาะจิก ตำบลบางชัน -ศาลจ้าวบางชัน ตำบลบางชัน          ทะเบียนศาลเจ้าเล่มนี้ ภายในประกอบไปด้วยรายนามแต่ละศาลเจ้า ที่ดินระวาง เลขที่ดิน เลขโฉนด เนื้อที่เท่าไร อาณาเขตต์ติดกับใครบ้าง และใครเป็นผู้ปกครองหรือผู้ตรวจตราสอดส่องแต่ละศาลเจ้า ศาลเจ้าเหล่านี้อาจสร้างขึ้นมาก่อนหน้าแล้วก็ได้ และในเวลาต่อมาอาจให้มาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ยกตัวอย่างศาลเจ้าขลุงได้ระบุว่ามี นายเค็งเส็ง แส้เหลา เป็นผู้ปกครองศาลแห่งนี้มาตั้งแต่ พ.ศ.2465 และยังมีนายเลี่ยนจิ้น แส้เตี่ยว เป็นผู้ตรวจตราสอดส่อง ในพ.ศ.เดียวกัน เป็นต้น           เป็นที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือศาลเจ้าที่ได้ขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ มีแค่ 4 อำเภอ ขาดอยู่ 1 อำเภอคืออำเภอมะขาม และ ณ ขณะนี้ผู้เขียนยังไม่มีหลักฐานอื่นมายืนยันว่า เป็นเพราะเหตุว่าไม่มีศาลเจ้าในขณะนั้นที่อำเภอมะขาม หรือมีเหตุผลอื่นใดกันแน่ จึงขอฝากเพื่อนๆที่สนใจในเรื่องนี้ตามต่อด้วยนะคะ (หมายเหตุ คำเรียกบางคำยังคงตามคำเขียนเดิม)-----------------------------------------------------ผู้เขียน สุมลฑริกาญจณ์ มายะรังษี นักจดหมายเหตุชำนาญการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี-----------------------------------------------------อ้างอิง หอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรี. (13)มท 7/3 เอกสารกระทรวงมหาดไทย ชุดมณฑลจันทบุรี เรื่องทะเบียนศาลเจ้า (พ.ศ.2466)


ชื่อเรื่อง                     กจฺจายนมูล (ศัพท์สนธิ) สพ.บ.                       278/2ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               72 หน้า : กว้าง 4.2 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม.หัวเรื่อง                     พุทธศาสนา                              ศัพท์สนธิ                                   บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


ชื่อเรื่อง                     มหานาคเสน (มหานาคเสน)สพ.บ.                      328/5ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               52 หน้า : กว้าง 5.5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง                     พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี




สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.44/1-6  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


มงฺคลตฺถทีปนี (มงฺคลตฺถทีปนี เผด็จมงคลสูตร)  ชบ.บ.88ก/1-9  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.343/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 64 หน้า ; 5 x 57.5 ซ.ม. : ทองทึบ-ชาดทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 134  (370-377) ผูก 6 (2565)หัวเรื่อง : สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (พระยมกปกรณา)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


        ชื่อผลงาน: เสียงขลุ่ยทิพย์         ศิลปิน: เขียน ยิ้มศิริ (พ.ศ. 2465 - 2514)         เทคนิค: ประติมากรรมสำริด          ขนาด: สูง 58.5 ซม.         ปีที่สร้างสรรค์: พ.ศ. 2492         รางวัล/เกียรติยศ: เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง ประเภทประติมากรรม จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1 พุทธศักราช 2492          รายละเอียดเพิ่มเติม: เขียน ยิ้มศิริ ศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาประติมากรรม หนึ่งในศิลปินคนสำคัญในยุคบุกเบิกสร้างสรรค์งานศิลปะสมัยใหม่ ในประเทศไทย และหนึ่งในลูกศิษย์รุ่นแรก ๆ ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผลงาน “เสียงขลุ่ยทิพย์” เป็นประติมากรรมชิ้นที่โดดเด่นที่สุดชิ้นหนึ่ง ในชีวิตการทำงานของศิลปิน งานของเขียน ยิ้มศิริ เป็นการผสมผสานระหว่างแรงบันดาลใจในความพริ้วไหวของรูปทรงและโครงร่างลายเส้นรอบนอกของงานศิลปะไทยประเพณี กับการแสดงออกแบบลดทอนรูปทรงในแนวทางงานศิลปะสมัยใหม่             Title: Musical Rythm         Artist: Khien Yimsiri (1922 - 1971)         Technique: bronze casting         Size: 58.5 cm. (H.)         Year: 1949         Award: Honorary gold medal award on sculpture, from the 1st National Exhibition of Art in 1949.         Detail: Khien Yimsiri, artist of distinction on sculpture and a pioneer sculptor of modern Thai art whom is considered as early pupil of Silpa Bhirasri. His well-known sculpture entitled “Musical Rythm” is regarded as one his best, Khien's sculptures likely take an inspiration especially on fluidity of forms and contour from traditional Thai art but at the same time being contorted as modern expression.


ชื่อผู้แต่ง            ศิลปากร , กรม ชื่อเรื่อง             คู่มือนำชม เมืองสุโขทัย เมืองศรีสัชชนาลัยและเมืองกำแพงเพชร ครั้งที่พิมพ์          - สถานที่พิมพ์       - สำนักพิมพ์         โรงพิมพ์การศาสนา ปีที่พิมพ์             ๒๕๒๐ จำนวนหน้า         ๑๙๐  หน้า หมายเหตุ           กรมศิลปากร จัดพิมพ์เนื่องในการจัดโบราณคดีสัญจร สู่เมืองพระร่วง วันที่ ๔ - ๖ มีนาคม ๒๕๒๐                          เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในด้านการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมแก่ประชาชนชาวไทย ให้ตระหนักและทราบซึ่งถึงคุณค่า ซึ่งก่อให้เกิดความรักหวงแหนและร่วมใจกันอนุรักษ์สมบัติทางด้านศิลปวัฒนธรรม เป็นมรดกของอนุชนชาวไทยทุกท่าน กรมศิลปากรมีหน้าที่เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมจึงได้สนองนโยบาย โดยจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ+สังคมแห่งชาติ กรมศิลปากรจึงได้กำหนดจัดโบราณคดีสัญจรสู่เมืองสุโขทัย เมืองศรีสัชชนาลัย เมืองกำแพงเพชร และนำชมเมืองพระร่วง ซึ่งเคยเป็นอาณาจักรสุโขทัยที่มีความเจริญรุ่งเรืองแล้ะวในอดีตเมื่อ ๗๐๐ ปีล่วงมา


black ribbon.