ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 4,146 รายการ

            กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “การขุดค้นพบโบราณวัตถุแผ่นทองคำดุนภาพพระพุทธรูปจากโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานพระนอน” วิทยากร พระครูธรรมจักรเสมารักษ์ เจ้าคณะตำบลเสมา เขต ๒ เจ้าอาวาสวัดธรรมจักรเสมาราม จ.นครราชสีมา, นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา, นายกิตติพงษ์ สนเล็ก ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา และนางสาวอทิตยา ถิระโชติ ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ - ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts             รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ - กันยายน ๒๕๖๘


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี นำกิจกรรมพิพิธภัณฑ์สัญจร และ กิจกรรม Workshop ไปร่วมจัดในงาน “พิศภาพ เพลินเพลง 1+2” ภายในงานมีนิทรรศการภาพถ่ายที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองศิลป์ และผสานเสียงดนตรีโฟล์คซองอันละเมียดละไม พร้อมกิจกรรม Workshop, DIY ที่สร้างสรรค์ และสินค้า OTOP คุณภาพอีกมากมาย ให้คุณได้เดินชม ช้อป ชิลล์ และสัมผัสเสน่ห์ความเป็นปราจีนบุรีอย่างงดงาม…ในพื้นที่เดียว ขอเชิญทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์แห่งสุนทรียะ ระหว่างวันที่ 1 - 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานโปรโมชั่นประตูพาวเวอร์บาย ชั้น 1 โรบินสันไลฟ์สไตล์ ปราจีนบุรี 


        สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงเนื่องในวันปิดโครงการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ ”สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง“ พบกับการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี ในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต ค่าเข้าชมคนละ ๒๐ บาท (จำหน่ายบัตรหน้างานก่อนการแสดง 1 ชั่วโมง) นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒         เนื้อเรื่องการแสดงโขนในตอนนี้ กล่าวถึง พระอิศวรมีเทวะบัญชาให้พระนารายณ์อวตารไปเป็นพระราม เพื่อปราบบรรดาอสูรและมารร้ายที่เบียดเบียนมนุษย์โลก พร้อมประทานพรให้ จักร สังข์ ตรี บัลลังก์นาค และคทา ไปจุติเป็นโอรสของท้าวทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่ละองค์นามว่า พระพรต พระลักษมณ์ และพระสัตรุด ตามลำดับ ให้บรรดาเหล่าเทวดาและอสูรเทพบุตร ลงมาจุติเป็นพลวานรในกองทัพของพระราม ส่วนพระลักษมีให้ลงไปจุติเป็นนางสีดา ธิดาของทศกัณฐ์เจ้ากรุงลงกา โดยให้นางสีดาเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งจนนำไปสู่การสู้รบกันระหว่างพระรามและทศกัณฐ์           กาลต่อมาพระราม พระลักษมณ์ และกองทัพวานร ได้ออกเดินทางติดตามนางสีดาที่ถูกทศกัณฐ์ลอบลักไปไว้ยังกรุงลงกา และได้พบกับพิเภกน้องชายของทศกัณฐ์ที่ถูกขับไล่ออกจากเมือง พิเภกได้ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา และเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระรามเพื่อคอยช่วยเหลือการศึกให้แก่กองทัพของพระรามโดยเหตุที่พิเภกถูกขับไล่ออกจากเมืองนั้น เนื่องจากทศกัณฐ์กริ้วโกรธที่พิเภกทำนายฝันร้ายของทศกัณฐ์และขอให้ส่งนางสีดาคืน แก่พระราม  เมื่อทราบข่าวว่าพิเภกเข้าร่วมในกองทัพของศัตรู ทศกัณฐ์จึงให้กุมภกรรณ อุปราช กรุงลงกาออกไปทำศึก       กุมภกรรณได้เข้ารบกับพระรามและถูกพระรามแผลงศรสังหาร ก่อนตายกุมภกรรณได้เห็นพระรามเป็นพระนารายณ์จึงได้สำนึกผิด และเรียกพิเภกเข้ามากำชับสอนสั่งให้จงรักภักดีต่อพระราม          เมื่อทศกัณฐ์ทราบข่าวการตายของกุมภกรรณจึงโกรธแค้น ยกทัพออกทำศึกกับพระราม พระรามได้แผลงศรตัดร่างกายทศกัณฐ์ขาดเป็นท่อน ๆ แต่ทศกัณฐ์ก็ร่ายมนต์ต่อติดร่างกายให้คืนกลับดังเดิม ซ้ำยังกล่าวเยาะเย้ยพระราม เมื่อทั้งสองฝ่ายทำศึกรบกันจนถึงพลบค่ำ จึงตกลงเลิกทัพกลับไปยังที่มั่นของตน     


    Developing the Ayutthaya historical and archaeological body of knowledge         Phraya Boranrajathanin established Ayutthaya Study by means of integrating history with archaeology in a methodical manner. His noted publications on Ayutthaya include “Tamnan Krung Kao (Legend of the Old Capital)”, “Explaining Ayutthaya Map, an opinion by Phraya Boranrajathanin”, and “Bhumisathan Ayutthaya (Ayutthaya City Plan and Landscape)”. Phraya Boranrajathanin’s writings are the result of diverse stages of research on Ayutthaya history and surveys on the precinct of Ayutthaya ancient city, paving him the way for mapping important places and buildings of the old Ayutthaya. Until today, his three masterpiece writings have become principal sources for the study of Ayutthaya history and archaeological research.


          ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พัฒนาการจัดแสดงพระตำหนักแดง ตามแผนโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ และเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเรือนไทยโบราณสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และเรียนรู้ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการอันเกี่ยวกับพิธีโบราณ ที่บอกเล่าความเป็นมาของการกำเนิดในสมัยอดีต          พระตำหนักแดง จัดแสดงนิทรรศการวิถีชีวิตของเด็กไทย ตั้งแต่การเกิด การโกนจุก จนถึงประเพณีการเรียนการศึกษา โดยโบราณวัตถุสำคัญที่จัดแสดง อาทิ พระแท่นประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระแท่นบรรทมเพลิง (กระดานอยู่ไฟ) เครื่องเล่นของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร บ้านตุ๊กตาของเจ้าจอมเลียม ในรัชกาลที่ ๕ นอกจากนี้ยังเล่าเรื่องวัฒนธรรมการกินหมากของคนไทย โดยจัดแสดงเชี่ยนหมากและภาชนะบรรจุหมากพลูในรูปทรงต่าง ๆ ตลอดจนมีการใช้สื่อจัดแสดง (AR, Mapping, และ Game) เพื่อเสริมความเข้าใจและกระตุ้นให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ในเรื่องวิถีไทย          ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมพระตำหนักแดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทุกวันพุธ – อาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๐๐ น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓


โคมป่อง ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ ขนาด: สูง ๓๔ ซม. ฐานกว้าง ๑๕ ซม. ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญชัย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ โคมป่อง ใช้สำหรับจุดไฟประทีปเพื่อบูชาพระบรมธาตุ ทรงสี่เหลี่ยม มีร่องรอยการปิดทองล่องชาด ตัวโคมหล่อโปร่งเป็นลวดลายพันธุ์พฤกษา หลังคาเป้นลักษณะของหลังคาลาดซ้อนกัน ๒ ชั้น ที่มุมทั้ง ๔ ของหลังคา มรกระหนกตัวเหงา ยอดเป็นทรงบัวตูมระหว่างหลังคาทั้ง ๒ ชั้น คั่นด้วยท้องไม้เจาะเป็นลายลูกฟัก คล้ายกับช่องใต้ฐานหน้ากระดานของโคมป่องพระรัตนปัญญาเถระ ที่มีจารึกระบุ พ.ศ. ๒๐๕๑ และพระพุทธรูปในศิลปะล้านนาที่ร่วมสมัยกัน



น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๓๑ มีนาคม (วันมหาเจษฎาบดินทร์) ---------------------------------------------- คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ ถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ว่า "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย" โดยอนุสรณ์ถึงคราวที่ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สอบชำระตำรายาและตำราวิชาแพทย์แขนงต่าง ๆ แต่โบราณ แล้วจารึกลงแผ่นศิลาติดไว้ในวัดราชโอรสาราม และวัดพระเชตุพนฯ เพื่อให้สาธารณชนได้ดูและนำไปใช้รักษาตัว สำหรับศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพนฯ นั้น องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม (UNESCO) ได้ประกาศรับรองให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ---------------------------------------------- อนึ่ง นิทรรศการพิเศษเนื่องวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๕ นี้ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้จัดทำนิทรรศการในหัวข้อเกี่ยวกับการแพทย์และการสาธารณสุขไทยโดยมีเรื่องราวของจารึกตำรายาดังกล่าวด้วย ---------------------------------------------- ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๑๕๐ ง ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/150/4.PDF


          วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๐๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานแถลงข่าวกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติยามค่ำคืน ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร             อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้จัดโครงการ Thailand Winter Festival ประกาศความพร้อมและแสดงศักยภาพการเป็นฮับแห่งเฟสติวัลโลก ตามยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งมรดกวัฒนธรรม ประกอบด้วย            กิจกรรมเปิดแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานในยามราตรี เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความสวยงามของโบราณสถานในยามค่ำคืน ให้ได้เห็นภาพของโบราณสถานยามที่กระทบแสงไฟสาดส่อง ซึ่งเป็นภาพสวยงามที่สร้างความประทับใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยแหล่งโบราณสถานที่จะเปิดให้เข้าชมยามราตรี ได้แก่             วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดไชยวัฒนาราม ผ่าน แสง สี จากการประดับไฟโบราณสถาน ภายใต้ชื่องาน "ราตรีนี้...ที่วัดไชยวัฒนาราม" ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และเทศกาลสำคัญ ในเวลา ๑๘.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. ตั้งแต่เดือนตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๖ ภายในงานยังมีการแสดงนาฏศิลป์และดนตรี การเสวนา การสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้าน โดยเปิดพื้นที่ให้หน่วยงาน องค์กร ภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมแสดงกิจกรรมทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการประกวดภาพถ่าย “แต่งไทย ชมวัดไชยฯ ยามราตรี” เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการแต่งชุดไทยเที่ยวชมโบราณสถานอีกด้วย              อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เปิดให้เข้าชมโบราณสถานเขตในกำแพงเมือง (วัดพระแก้ว - วัดพระธาตุ) ตั้งแต่เดือนตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๖๖ เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา ๑๘.๓๐ – ๒๐.๐๐ น. โดยมีวิทยากรบรรยายนำชมโบราณสถานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ             อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมปราสาทพิมายยามค่ำคืน (Phimai Night : Light Up) ทุกวันศุกร์ วันเสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เริ่มวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ ถึง ๒๗ มกราคม ๒๕๖๗ ระหว่างเวลา ๑๘.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. โดยเปิดให้เข้าชมถึงพื้นที่ชั้นในสุดของโบราณสถานในยามค่ำคืนเป็นครั้งแรก (ปราสาทพิมาย เมรุพรหมทัต ประตูชัยเมืองพิมาย) นอกจากนี้ ยังเปิดให้สักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาสนสถาน “พระกมรเตงชคตวิมาย” พระพุทธรูปนาคปรก และประติมากรรมพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ มหาราช รวมถึงการเปิดพื้นที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม              อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความสวยงามของโบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์ยามค่ำ ตั้งแต่เวลา ๑๘.๓๐ – ๒๑.๐๐ น. ระหว่างเดือนธันวาคม ๒๕๖๖ - มกราคม ๒๕๖๗ ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์              โบราณสถานเวียงกุมกาม จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมพิเศษ “แอ่วกุมกามยามแลง” ในวันที่ ๑ – ๒ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. ณ ลานกิจกรรมวัดอีก้าง - วัดหนานช้าง เยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญของเวียงกุมกาม อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาสมัยพญาเม็งรายที่มีอายุเก่าแก่กว่า ๗๐๐ ปี ชมกาดกุมกาม @ Night เลือกซื้ออาหารและสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน และชมบูธกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งรับชมการแสดงจากสำนักการสังคีต ภายใต้แนวคิด “กิจกรรมโขนในเวียง” ด้วยการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด ทูษณ์ - ขร - ตรีเศียร – ยกรบ โดยมีการออกแบบ แสง สี เสียงประกอบการแสดงด้วยเทคนิคพิเศษเพื่อให้เข้ากับฉากหลังที่เป็นโบราณสถานเวียงกุมกาม              กิจกรรมเปิดพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน : Night at the Museums เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในบรรยากาศที่แตกต่าง ตลอดจนได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมไทย โดยมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ร่วมสัมผัสความงดงามของโบราณสถานวังหน้า ที่ประทับของพระมหาอุปราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในยามค่ำ พร้อมทั้งชมห้องจัดแสดงนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ (ยกเว้นวันจันทร์ - อังคาร) ระหว่างวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจัดแสดงเครื่องทอง สมัยอยุธยาที่สวยงามและมีจำนวนมากที่สุดของประเทศไทย ขยายเวลาการเปิดพิพิธภัณฑ์จนถึงเวลา ๑๘.๓๐ น. ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ เพื่อให้มีความต่อเนื่องสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมโบราณสถานในยามค่ำคืนที่วัดไชยวัฒนาราม              นอกจากนี้ กรมศิลปากร ได้จัดกิจกรรมพิเศษให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของกรมศิลปากร (Thailand Winter Festival) ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ สะสมบัตรเข้าชมที่มีตราประทับกิจกรรมไม่น้อยกว่า ๕ สถานที่ (เจ้าหน้าที่จะประทับตราในบัตรเข้าชม ณ จุดจำหน่ายบัตร) นำมารับของที่ระลึก ได้แก่ เหรียญพระพุทธสิหิงค์ รุ่นครบรอบ ๑๑๒ ปีกรมศิลปากร, สมุดภาพ (ไดอารี่) และภาพชุด (ปฏิทิน) มรดกเรืองรอง เครื่องทองอยุธยา จำนวนจำกัดเพียง ๑๐๐ ชุด ได้ที่อาคารกรมศิลปากร (เทเวศร์) ชั้น ๓ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นต้นไป (วันและเวลาราชการ) จนกว่าของที่ระลึกจะหมด ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟสบุ๊ก เพจ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร 



เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๒ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการอ่างเก็บน้ำแม่เริมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลบ้านเป้า อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ รหัสเอกสาร ภ หจภ กษ ๑.๑/๑๐๒ ผู้สนใจสามารถสืบค้นเอกสารจดหมายเหตุเพิ่มเติมได้ที่ https://archives.nat.go.th/Home/ หรือสนใจสั่งซื้อหนังสือออนไลน์ https://shorturl.asia/nQ5WZ



             กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต ขอเชิญชมการแสดงโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ 68 “เหมันต์สุขสันต์ หฤหรรษ์สังคีต” ทุกวันอาทิตย์ ระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม 2568 เวลา 17.30 – 19.30 น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร บัตรเข้าชมการแสดงคนละ 20 บาท              นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า โครงการดนตรีสำหรับประชาชน เป็นการแสดงประจำปีของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร นำเสนอความบันเทิงและความรู้สู่ประชาชน มาเป็นเวลาถึง 68 ปี เพื่อเผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม สำหรับปีนี้ กำหนดจัดการแสดงทุกวันอาทิตย์ รวม 7 ครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 16 มีนาคม 2568 เวลา 17.30 – 19.30 น. ซึ่งในวันเปิดโครงการฯ วันที่ 26 มกราคม 2568 สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้เตรียมการแสดงชุดพิเศษต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ประกอบด้วย การแสดงชุดมะเส็งหรรษา เริงร่าเภรี ปีใหม่ไทยจีน การแสดงละคร เรื่องเอียฮู ผู้กตัญญู และละคร เรื่องสามก๊ก ตอน จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า นอกจากนี้ ยังได้เตรียมรายการแสดงที่หลากหลายสลับสับเปลี่ยนกันไป ทั้งการแสดงโขน ละคร ระบำ รำ ฟ้อน การบรรเลงดนตรีไทย และดนตรีสากล โดยศิลปินของสำนักการสังคีต ดังนี้              วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 การบรรเลงดนตรีไทย “ชุดร้อยเรียงเสียงดนตรี”              วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 การแสดงวิพิธทัศนา ประกอบด้วย การบรรเลงดนตรีไทย ระบำสวัสดิรักษา ระบำอัศวลีลา การแสดงชุดจับม้ามังกร (แนวตลก) และการแสดงละคร เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนหึงนางลาวทอง – ลักพานางวันทอง ซึ่งเป็นการแสดงที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ เพื่อเฉลิมพระเกียรติกรมพระราชวังบวรสถานมงคลที่ทรงมีคุณูปการต่อศิลปวัฒนธรรมของชาติ                           วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 การบรรเลง – ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลิเกออร์เคสตรา”              วันที่ 2 มีนาคม 2568 การบรรเลงดนตรีไทย และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด ร่มโพธิสมภารมารซื่อ             วันที่ 9 มีนาคม 2568 การบรรเลงดนตรีไทย การแสดงระบำนาฏดุริยะแห่งภูพระบาท รำฉุยฉายนางวิฬาร์แสนรู้ การแสดงสร้างสรรค์ ชุดสกุณกินรีศรีสำอาง และละครนอก เรื่องแก้วหน้าม้า ตอนถวายลูก             วันที่ 16 มีนาคม 2568 การบรรเลงดนตรีสากล ฟ้อนลาวคำหอม ออกฟ้อนแพน ละคร เรื่องพระลอ ตอนตามไก่ และละคร เรื่องสุวรรณหงส์ ตอนกุมภณฑ์ถวายม้า            ขอเชิญผู้สนใจชมการแสดงรายการ “เหมันต์สุขสันต์ หฤหรรษ์สังคีต” ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ค่าเข้าชมการแสดงคนละ 20 บาท นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ของชาติ ให้คงอยู่และแพร่หลายอย่างกว้างขวางต่อไป 


           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จัดแสดงนิทรรศการ “ความสัมพันธ์ของสีกับจังหวะลีลา” โดยจรูญ ศรียะพันธุ์ และดร. จิรโรจน์ ศรียะพันธุ์ ระหว่างวันที่ 7 - 29 พฤษภาคม 2568 โดยได้รับเกียรติจากนายชวน หลีกภัย เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ เมื่อวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.30 น. และมีนางสาวนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน             สำหรับนิทรรศการ“ความสัมพันธ์ของสีกับจังหวะลีลา” โดย จรูญ ศรียะพันธุ์ และดร.จิรโรจน์ ศรียะพันธุ์ เป็นนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินทั้งสองท่าน ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นพ่อ - ลูก การจัดแสดงผลงานจิตรกรรมไม่เพียงแต่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างสีกับจังหวะลีลาเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงแนวทางการสร้างสรรค์งานและความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและลูก ซึ่งงานสร้างสรรค์ของศิลปินแต่ละท่านมีลักษณะเฉพาะตัว ทั้งรูปแบบ เทคนิค เนื้อหาและเรื่องราว ซึ่งมาจากการสั่งสมประสบการณ์ของศิลปิน             ขอเชิญชมนิทรรศการ“ความสัมพันธ์ของสีกับจังหวะลีลา” ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ณ อาคารนิทรรศการ 6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. เปิดทุกวันพุธ - อาทิตย์ (ปิดให้บริการวันจันทร์ - อังคาร) อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท และนักเรียน นักศึกษา ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี-------------------------------------------------- “The Relation of Colors and Rhythms" by Jaroon Sriyapanthu, Jirarot Sriyapanthu Exhibition dates 7th - 29th May 2025 : 9 AM. - 4 PM. Closed on Monday - Tuesday. At Building 6, The National Gallery of Thailand


        กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน "การพัฒนาศักยภาพแหล่งโบราณสถานในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" วิทยากร นางสาวนาตยา ภูศรี ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ - ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร        รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๘ - กันยายน ๒๕๖๙


black ribbon.