ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 48,852 รายการ


วันศุกร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ นางกมลชนก ชวนะเกรียงไกร นักจดหมายเหตุชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรม “Big Cleaning Day” ทำความสะอาดพื้นที่บริเวณโดยรอบอาคาร เพื่อความสะอาด เป็นระเบียบ และสวยงาม ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี


วันศุกร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ นายสมชาย ณ นครพนม นักโบราณคดีทรงคุณวุฒิ เข้าตรวจสอบงานประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศ เพื่อเตรียมการออกแบบและจัดแสดงนิทรรศการในพิธีวางศิลาฤกษ์พิพิธภัณฑสถานงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี


กรมศิลปากรเตรียมเปิดการแสดงสังคีตศาลา หลัง กทม.ประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-๑๙ พร้อมนำความบันเทิงและความรู้สู่ประชาชน เริ่มวันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์นี้           กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักการสังคีต พร้อมเปิดการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา อีกครั้ง เริ่มวันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ หลังกรุงเทพมหานครออกประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-๑๙ ตามมติศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.)           สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้จัดโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา ปีที่ ๖๔ ใช้ ชื่อรายการว่า “เหมันต์หรรษา สังคีตศาลาพาเพลิน” มีการนำเสนอรายการแสดงเพื่อความบันเทิงหลากหลายรูปแบบจากศิลปินสำนักการสังคีต และการแสดงจากภาคเอกชน ซึ่งล้วนแสดงออกถึงเอกลักษณ์ประจำชาติ อันควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๗.๐๐ น. - ๑๙.๐๐ น. บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยได้เปิดการแสดงไปแล้วตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ และงดการแสดงเป็นการชั่วคราวในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ระลอกใหม่           ขณะนี้ เมื่อมีประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ ๑๘) ได้ผ่อน คลายมาตรการควบคุมโควิด-๑๙ ตามมติศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.) กรมศิลปากรจึงเริ่มเปิดการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา อีกครั้ง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ประเดิมครั้งแรกต้อนรับเทศกาลตรุษจีน กับกิจกรรม “แต่งกายจีนชมโขนไทย” รับชมการบรรเลงขับร้องดนตรีสากล การแสดงชุดอำนวยพรปีใหม่สายใยรักไทย - จีน และการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดรามเกียรติยศทศธรรม ทั้งนี้ ผู้เข้าชม ตลอดจนนักแสดงและเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโดยเคร่งครัด           ผู้สนใจสามารถเข้าชมการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๔ “เหมันต์หรรษา สังคีตศาลาพาเพลิน” ณ สังคีตศาลา เวทีกลางแจ้ง บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา ๑๗.๐๐ – ๑๙.๐๐ น. ระหว่างวันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๔ รวมมีการแสดงทั้งหมด ๘ ครั้ง ค่าเข้าชมการแสดง ท่านละ ๒๐ บาท จำหน่ายบัตรก่อนการแสดง ๑ ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ และ ๐ ๒๒๒๑ ๐๑๗๑



หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ เปิดให้บริการตามปกติ ผู้ใช้บริการกรุณามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่กรมศิลปากรกำหนด


ช่องทางสื่อออนไลน์ของกรมศิลปากร สามารถกดติดตามเพื่อรับชมวีดิทัศน์ องค์ความรู้ และงานมรดกศิลปวัฒนธรรมของกรมศิลปากรได้ ตามขั้นตอนดังภาพ


กรมศิลปากรได้เพิ่มช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้มรดกศิลปวัฒนธรรม ทั้งด้านนาฏศิลป์และดนตรี งานด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ งานด้านภาษา เอกสาร และหนังสือ งานด้านศิลปกรรมและช่างศิลป์ไทย โดยปรับรูปแบบให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ง่ายต่อการสืบค้น ผู้สนใจสามารถติดตามได้ที่ facebook fanpage : องค์ความรู้กรมศิลปากร facebook.com/fineartskm


วันพุธที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๓๐ น. นักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ ๓ - ๖ โรงเรียนบ้านขามราษฎร์วิทยาคม ตำบลจอมพระ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ จำนวนนักเรียน ๒๓ คน คุณครู ๘ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยแบ่งการบรรยายนำชมออกเป็น ๓ กลุ่มย่อย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด - ๑๙ โดยมี นางถนอม หลวงกลาง นางศรีสุด สีสด นางสาวอภิญญา สุขใหญ่ พนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม



ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร ขอแนะนำหนังสือน่าอ่าน เรื่อง ดินแดนแห่งแสงตะวัน บันทึกความทรงจำจากการเดินทางในดินแดนตะวันออก เป็นหนังสือแปลเรื่อง In The Land of The Sun : Notes and Memories of a Tours in The East พระนิพนธ์ของเจ้าชายวิลเลียมแห่งสวีเดน (H.R.H. Prince William of Sweden) แปลและเรียบเรียงโดย นางสาวเสาวลักษณ์ กีชานนท์ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์เจ้าชายวิลเลียมแห่งสวีเดนทรงพระนิพนธ์ขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๕๔ ในคราวเสด็จพระราชดำเนินมาร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ซึ่งเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชที่มีขึ้นหลังจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ผ่านพ้นไปแล้ว นอกจากพระราชพิธีสำคัญดังกล่าว เจ้าชายวิลเลียมยังทรงบันทึกประสบการณ์จากการเสด็จฯ ไปยังสถานที่ในสยาม และกิจกรรมต่างๆ ที่พระองค์ได้มาปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแห่งสวีเดน จนถึงการท่องเที่ยวส่วนพระองค์ ซึ่งทำให้เห็นวิถีชีวิตของบ้านเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้เป็นอย่างดีหนังสือเล่มนี้มีจำนวน ๑๖๐ หน้า ราคา ๑๑๐ บาท ผู้สนใจสามารถซื้อหนังสือดังกล่าวได้ที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร (อาคารเทเวศร์) หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ https://bookshop.finearts.go.th


     ชื่อเรื่อง : 55 ปี อุทยานแห่งชาติไทย      ผู้เขียน : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช      สำนักพิมพ์ : สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ       พันธุ์พืช      ปีพิมพ์ : 2561      เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 970-616-316-423-0      เลขเรียกหนังสือ : 333.783 อ817ห      ประเภทหนังสือ : หนังสือทั่วไป       ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 1   สาระสังเขป : อุทยานแห่งชาติ คือ มรดกที่ล้ำค่าของแผ่นดิน เป็นพื้นที่ที่ประกาศจัดตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในพื้นที่ให้คงสภาพดั้งเดิมไว้มากที่สุด สำหรับเป็นแหล่งค้นคว้าวิจัยทางวิชาการ และเป๋ยสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ในประเทศไทยจากปี 2505 ที่ได้มีการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย จนถึงปี 2560 ได้มีการประกาศอุทยานแห่งชาติแล้ว จพนวน 131 แห่ง เนื่องในโอกาสที่การบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติครบรอบ 55 ปี จึงได้มีการรวบรวมและนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาขอการบริการจัดการอุทยานแห่งชาติตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติแห่งแรกองโลก : อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park) อุทยานแห่งชาติ มรดกทางธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติความหมายและคุณค่า กำเนิดอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย : อุทยานแห่งชาติของไทย จำนวน 72 แห่ง แบ่งออกตามยุคสมัย ประกอบด้วย ยุคเริ่มแรก (พ.ศ. 2486-2520) เป็นยุคของการเตรียมการบุกเบิกเพื่อดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เป็นต้น ยุคการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ (พ.ศ. 2521-2528) เป็นยุคของการเร่งสำรวจพื้นที่ที่มีศักยภาพและความเหมาะสม เพื่อประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ เช่น อุทยานแห่งชาติภูเรือ อุทยานแห่งชาติรามคำแหง อุทยานแห่งชาติทะเลบัน อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติแม่ปิง อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติคลองลาน อุทยานแห่งชาติฦูหินร่องกล้า เป็นต้น ยุคการพัฒนาอุทยานแห่งชาติ (พ.ศ. 2529-2544) ยุคที่ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่จะสร้างรายได้หลักของประเทศ เช่น อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา อุทยานแห่งชาติออบหลวง อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี และยุคของการมีส่วนร่วมในการจัดการอุทยานแห่งชาติ (พ.ศ. 2544-2559) เป็นช่วงที่มีกระแสของการมีส่วนร่วมของชุมชนเข้ามามีบทบาท เช่น อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำเสนอเรื่องราวการจัดการอุทยานแห่งชาติในประเทศไทยยุค 4.0 : อุทยานแห่งชาติขุนสถาน วิวัฒนาการอุทยานแห่งชาติไทย และแผนที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งหวังสร้างความรู้ความเข้าใจและก่อเกิดความตระหนักแก่ประชสชนในการช่วยกันดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติอันเป็นมรดกล้ำค่าของแผ่นดิน เพื่อที่จะได้มีโอกาสสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามในอุทยานแห่งชาติต่อไปอย่างยั่งยืน  


          ชื่อเรื่อง : My Veggie Diary รวมสุดยอดร้านอร่อยมังสวิรัติ      ผู้เขียน : นวลวรรณ สุพฤฒิพานิชย์      สำนักพิมพ์ : อมรินทร์ Cuisine       ปีพิมพ์ : 2556      เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-387-356-9      เลขเรียกหนังสือ : 647.95593 น341ม      ประเภทหนังสือ : หนังสือทั่วไป      ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 1   สาระสังเขป : เมืองไทยนับได้ว่าเป็นเมืองแห่งการกิน ทั้งผู้คน นักเดินทาง นักท่องเที่ยวมากมายล้วนขนานนามให้ว่าเป็นเมืองแห่งของกิน ไม่ว่าจะเป็นที่ใด เมื่อไหร่ก็สามารถหาของรับประทานหรือกินกันได้ตลอดวัน "My Veggie Diary รวมสุดยอดร้านอร่อยมังสวิรัติ" คัดสรรร้านอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพแนวอาหารมังสวิรัติหรือเจในเมืองไทยมารวบรวมเสนอไว้ให้เลือกถึง 59 ร้าน และยังมีร้านแนะนำอีก 20 ร้าน เป็นอาหารนานาชาติทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น ยุโรป อิตาลี เวียดนาม อินเดีย และพม่า มีขนมและเครื่องดื่มแบบแมโครไบโอติกส์ที่ปกติก็ไม่ได้หากินได้ง่ายนัก ซึ่งแบ่งร้านอาหารเป็น 3 กลุ่ม โดยสองกลุ่มแรกเหมาะสำหรับคนทานมังสวิรัติและผู้ที่รักสุขภาพ คือ กลุ่มแรก Vegan : ร้านอาหารเจ เช่น ร้านอร่อย (ลาบโปรตีนเษตรหรือเต้าหู้ ห่อหมกสมุนไพร ทอดมันกุ้งเจ) : ร้าน J-CLASS (เกี๊ยวซ่าทอด ผัดเห็ดหิมะพริกไทยดำ หอยทอดเจ) : ร้านตาละลักษณ์ (เนื้อตุ๋นยาจีน เมี่ยงสด ยำแหนมคลุก) : ร้านน้องนาส้มตำเจ (น้ำตกหมูเจ เส้นเล็กต้มยำ ซุบหน่อไม้) เป็นต้น กลุ่มสอง Veggie : ร้านอาหารมังสวิรัติ เช่น ร้าน Ethos (เทมเป้ทอด ลาซานญ่าผัก อาหารชุดฟาลาเฟล) : ร้านอโณทัย (ยำแหนม เต้าหู้ญี่ปุ่นทอดราดน้ำยำตระไคร้ สปาเกตตีพุททาเนสก้า) : ร้าน Din Dee (รวม 3 ยำ สลัดสมุนไพรไทย แกงขิงฟักทองของไทยใหญ่) : ร้าน Vieng Joom On (Mixed Grilled Mushroom Vieng Joom On with milk Mango Panna Cotta) : ร้านคุณเชิญ (เมี่ยงตะไคร้ หอยทอด สลัดแขก) : ร้านอิ่มเอม-มังสวิรัติ ( ข้าวยำภูเก็ต สลัดผักพื้นบ้านกับถั่วซิกพี เคซาเดีย) เป็นต้น และกลุ่มสาม Veggie & Vegan & Meat ร้านอาหารทั่วไปที่มีทั้งเมนูมังสวิรัติและเจ ซึ่งเหมาะสำหรับทุกคนไม่ว่าจะทานมังสวิรัติหรือทานเนื้อมีเมนูทุกแบบให้เลือกอิ่มอร่อยพร้อมกันในร้านเดียว เช่น ร้าน Shoshana (ฟาลาเฟล ฮัมมุสใส่เห็ด มะเขือยาวบด) : ร้านเวียดนามฮัท (แหนมเนือง พิซซ่าเวียดนาม กวยจั๊บญวณ) : ร้าน JOY LUCK CLUB (บรูเก็ตต้ามะเขือเทศ แซนต์วิชเต้าหู้ สลัดเห็ด) : ร้าน BROWN EYES (Root vegetables salad, Brown rice crepe roll with vegetables, Black rice and cereal cutlet) : ร้านคุณนายตื่นสาย (เห็ดคั่วงา แกงเผ็ดเป็ดย่าง สปาเกตตีปลาเค็ม) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี 20 ร้านอร่อยๆ แนะนำ เช่น ร้านบ้านใบผัก (ผัดหมี่ฮ่องกง ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ยำวุ้นเส้น) : ร้าน Be Veg Go Green (สลัดใบชาพม่า ขนมเบื้องญวนเจ เปาะเปี๊ยะสดเจ) : ร้าน Rasayana Retreat (Eggplant lasagna, Mushroom burger, Hawaiian Pizza) : ร้านอาหารเจมูลนิธิรัศมีธรรม (ไส้อั่ว น้ำพริกตาแดง ซาลาเปาเห็ดหอม) : ร้านโอม (ข้าวซอยมังสวิรัติ เกี๊ยวซ่ามังสวิรัติ ซูชิมังสวิรัติ) : ร้าน Big Mama (สลัดเห็ดไข่ ลาซานญ่าผัก สปาเกตตีผัดพริกกระเทียม) : ร้าน ณ อรุณ (ยำส้มโอ ข้าวห่อใบบัว แพนงเต้าหู้ทอด) เป็นต้น นับว่าเป็นหนังสือที่เปรียบเสมือนบันทึกข้อมูลร้านอาหารที่นักมังสวิรัติ คนที่รักสุขภาพและคนทั่วไปไม่ควรพลาดกับเมนูอาหารบุญที่กินแล้วก็อิ่มกาย อิ่มใจไปด้วยกัน


     ชื่อเรื่อง : ทำไมความรักทำร้ายคน      ผู้แขียน : อู่จื้อหง      สำนักพิมพ์ : วารา      ปีพิมพ์ : 2562      เลขประจำตัวมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-8158-72-2      เลขเรียกหนังสือ : 152.41 อ868ท      ประเภทหนังสือ : หนังสือทั่วไป      ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 1   สาระสังเขป : "สิ่งที่สำคัญกว่า..ฉันรักคุณ.. คือ..ฉันจะรักคุณอย่างไร..ทุความรัก คือ บทเรียน" จาก "ทำไมความรักทำร้ายคน" เป็นหนังสือแปลจากภาษาจีนที่มียอดจำหน่ายมากกว่า 500,000 เล่มที่ประเทศจีน โดยผู้เขียนชาวจีนนามว่า อู่จื้อหง แปลโดยผู้แปลชาวไทย วันวิสา ศักดิ์สัมพันธ์กุล ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมและนำเสนอเรื่องราวความรักในมุมมองที่หลากหลาย แบ่งออกเป็น 4 ภาค ประกอบด้วย ภาค 1 ความรักคือการกำเนิดใหม่ เช่น รักแรกพบคือสิ่งล่อใจที่อันตรายอย่างร้ายแรง ทฤษฏีความรัก 7 ปี โอกาสรักแท้ ระวังกฎ 7 ข้อของความรัก ทุกความรักคือบทเรียน เป็นต้น : ภาค 2 สงครามความรักเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลักเลี่ยงได้ เช่น ความไม่มั่นคงทำลายชีวิตการแต่งงานของจางป๋อจือ (Cecilia Cheung) อย่าใช้มาตรฐานของตัวเองมาตัดสินคนอื่น สำหรับความสัมพันธ์แบบใกล้ชิด เราต้องทิ้งเกราะป้องกันไปซะ ความรักที่เกิดขึ้นเพื่อพ่อแม่ มันถูกต้องหรือเปล่า เป็นต้น : ภาค 3 ใครคือบุคคลที่สามของคุณ แฟนหนุ่มของฉัน มักมีผู้หญิงคนใหม่ จะมากเกินไปไหมถ้าขอให้คนรักให้กำลังใจเรา ความรักทางไกล พึ่งพาผู้อื่นและพึ่งพาตัวเอง ทำไมพวกเขาถึงอยากแต่งงานกับอาชญากร เป็นต้น และ ภาค 4 เดินทางไปหารักแท้ เช่น ผู้ชายคืออะไร ผู้หญิงคืออะไร ได้พบคุณพ่อของคุณอีกครั้ง พิสูจน์ความรักของคุณ ตราประทับความสุขในมือของคุณ ลืมตำนานความรักไปซะ เปิดใจของคุณ เป็นต้น หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านค้นหาสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความรักไม่ว่าจะร้ายหรือดีได้อย่างมีความสุขและเข้าใจอย่างถ่องแท้      


       ชื่อเรื่อง : ปลายทางที่ "จ่องคำ"      ผู้เขียน : บุญยงค์ เกศเทศ      สำนักพิมพ์ : กากะเยียสำนักพิมพ์      ปีพิมพ์ : 2557      เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ : 978-616-7661-17-9      เลขเรียกหนังสือ : 305.895919054 บ532ป      ประเภทหนังสือ : หนังสือทั่วไป      ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป 1   สาระสังเขป : สารคดีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของ "ไท-คำตี่" เรื่อง ปลายทางที่ "จ่องคำ" เป็นเสมือนบันทึกภาคสนามที่นำเสนอประสบการณ์เดินทางของผู้เขียนที่ได้เดินทางไปประเทศอินเดีย และนำเรื่องราวระหว่างทางทั้งสภาพความเป็นอยู่ สังคม วัฒนธรรมและชีวิตของผู้คนที่ได้พบมาบอกเล่าผ่านการบันทึกตั้งแต่เริ่มเดินทางจนจบการเดินทาง มีเรื่องราวมากมาย เช่น เรื่องราวการเดินทางด้วยรถปุโรทั่งที่แน่นเบียดเสียด ทำให้ผู้โดยสารต้องทั้งห้อยโหน ปีนป่ายไปนั่งบนหลังคา เกาะราวข้างๆ ผ่านเส้นทางที่โครตทรหดคล้ายกึ่งทางเกวียน : เรื่องราวของกลุ่มคนงานหญิงเมืองดุมดูมาที่ทำงานในไร่ชา คล้องสายสะพายพาดไว้ที่รองบ่า ผูกโยงสายเชือกถักแบนหนาจากขอบกระบุงคาดไว้บนหน้าผาก มีผ้าคลุมรองรับไว้อีกชั้นหนึ่งกำลังเด็ดใบชาเหวี่ยงข้ามไหล่ไปด้านหลังลงในกระบุงอย่างชำนาญ : เรื่องราวของสายน้ำโลหิตที่กั้นอาณาเขตเมืองดุมดูมา มลรัฐอัสสัม กับแขวงโลหิต รัฐอรุณาจัลประเทศ อันได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตพี่น้องเผ่าพันธ์ไทหลายกลุ่ม ทั้งอ้ายตอน ผาแก่ โนรา ไทรง คำยัง ตลอดจนคำตี่ได้พึ่งพิงเป็นเสมือนมรดกชีวิตที่ธรรมชาติและบรรพชนถ่ายโยงความรู้สึกโอบเอื้อมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน : เรื่องราวประวัติความเป็นมาของไทคำตี่ ตามหลักฐานประวัติศาสตร์ราว พ.ศ. 2337 เคยมีอำนาจเหนือไทอาหม เนื่องจากในช่วงเวลานั้นไทอาหมเกิดการแตกแยกภายในทำให้อำนาจที่เคยมีอ่อนแอลง : เรื่องราววัฒนธรรมด้านอาหารของชาวคำตี่ ทั้งการแสวงหาอาหาร ปรุงอาหาร ถนอมอาหาร ตลอดจนศิลปะในการกินอาหารที่น่าสนใจ อาทิ "ม็อกปาเน่า" คือ การหมักปลาแดกในกระบอกไม้ไผ่ ซึ่งกระบอกไม้ไผ่ยังใช้ทำ "ล้ามปา" (ภาชนะเผาหรือต้มปลา) "ล้ามเข่า" (เผาเป็นข้าวหลาม) "เหล่า / หลุกเหล่า / น่ำเหล่า / เหล่าจะป้อ / เหล่าเข่าหนู๊หว๊าน" คือ ข้าวหมักหรือข้าวหมากที่นิยมใส่ "หย่าเหล่า" หรือ ส่าเหล้า สำหรับใส่ผสมกับข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว เพื่อหมักไว้สักสามถึงห้าวัน เพื่อจะได้ข้าวหมากตามต้องการ เป็นต้น : เรื่องราวของคัมภีร์ ปู่สอนหลาน เป็นหลักประพฤติ ขนบจารีตอันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบเนื่องต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น อาทิ การแต่งกาย ผู้ชายนิยมสวมเสื้อผ้าฝ้าย นุ่งโสร่งที่ทอด้วยผ้าฝ้ายหรือไหม สอดสลับสีเขียว แดง ม่วง และดำ ใช้ผ้าโพกศรีษะ คลุมเส้นผมมิให้ย้อยลงมาปรกหน้าผากหรือต้นคอ นิยมตัดผมสั้น : ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วต้องนุ่งซื่นสีดำเท่านั้น โดยมีผ้าสีเขียวสดเรียก ผ้าลังวัด พันรอบเอว ใช้ผ้าสีขาวโพกศรีษะ เสื้อสีขาวแขนยาวทรงกระบอกหรือแขนสั้นก็ได้ อาจใช้คลุมไหล่หรือห่มสไบเฉียงบ่าปิดอก ส่วนผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน จะนุ่งผ้าสีใดก็ได้ ยกเว้นสีดำ นิยมสวมเสื้อสีขาวนวลกรือสีสันอื่น ผมยาวปล่อยสยายปะบ่าหรือจับรวบมัดด้วยผ้า ขมวดไว้ที่ท้านทอย ขมวดมุ่นเกล้าบ้าง เป็นต้น นอกจากรายระเอียดแล้วยังมีภาพประกอบที่ถ่ายไว้ระหว่างการเดินทางแสดงให้เห็นและเข้าใจได้อย่างชัดเจนเช่นกัน


black ribbon.