กรมศิลปากรเตรียมเปิดม่านโรงละครแห่งชาติ หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่แล้วเสร็จ

กรมศิลปากรเตรียมเปิดม่านโรงละครแห่งชาติ หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่แล้วเสร็จ 
พร้อมเชิญชวนประชาชนชมการแสดงทดสอบระบบแสง สี เสียง ฟรี 9-10 พ.ค.นี้

        วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานแถลงข่าว “เปิดม่านโรงละครแห่งชาติ ย้อนวันวานนาฏการไทย” ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) 
         อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า โรงละครแห่งชาติ ได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2508 ปัจจุบันโรงละครแห่งชาติอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นสถานที่สนับสนุนสำหรับจัดการแสดงและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติให้แก่กรมศิลปากร หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และบุคคลทั่วไปทั้งในระดับชาติและนานาชาติ มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 60 ปี และได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้ทันสมัยมาแล้วหลายครั้ง จนมาในปีพุทธศักราช 2565 กรมศิลปากรจึงได้จัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง การพัฒนาปรับปรุงโรงละครแห่งชาติในครั้งนี้ ได้เสริมความแข็งแรงของเวทีการแสดง รวมทั้งติดตั้งลิฟต์เวทีสำหรับการแสดง ระบบงานวิศวกรรมไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ มีการวางระบบพื้นฐาน การควบคุมแบบศูนย์กลางด้วยคอมพิวเตอร์ที่เป็นมาตรฐานสากล ติดตั้งระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ มีห้องควบคุมระบบความปลอดภัย ระบบไฟฟ้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาคารใหม่ที่เปลี่ยนไป, ระบบวิศวกรรมสุขาภิบาล มีการปรับปรุงทั้งระบบในภาพรวมให้มีระบบบําบัดตามมาตรฐานกฎหมายปัจจุบัน, ระบบแสงเสียง ภาพ ระบบเครื่องกลประกอบการแสดง มีการปรับปรุงในด้านระบบเสียง โดยใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถรองรับการปรับเปลี่ยนค่าสวนศาสตร์ (Acoustic) สำหรับการแสดงแต่ละประเภทได้ 
         สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้กันในโรงละครชั้นนำทั่วโลกมีจุดสำญ ดังนี้
         ๑) ปรับปรุงระบบเสียงเป็น AFC (Active Field Control) โดยโรงละครแห่งชาติเป็นที่แรกในประเทศไทย     ที่ติดตั้งระบบนี้ ซึ่งระบบเสียงแบบ AFC (Active Field Control) ช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงในโรงละครแห่งชาติให้ผู้ชมได้ยินเสียงไพเราะชัดเจนเท่ากันในทุกที่นั่ง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้าน AFC (Active Field Control) จากประเทศญี่ปุ่นช่วยปรับแต่งระบบเสียง
         ๒) ปรับปรุงระบบเครื่องกลพิเศษ  ได้แก่ บาร์แขวนฉาก บาร์ไฟและลิฟต์เวทีสำหรับการแสดงจากระบบเดิมที่ใช้การถ่วงน้ำหนักโดยใช้คนชักรอกขึ้นลงเป็นระบบไฟฟ้าที่ควบคุมด้วยระบบดิจิทัล (Digital)
         ๓) ปรับปรุงระบบแสง โดยเปลี่ยนไฟสำหรับเวทีการแสดงเป็นระบบดิจิทัล (Digital) และใช้หลอดไฟ LED (Light Emitting Diode) ทั้งหมด ซึ่งระบบนี้มีส่วนช่วยในการประหยัดไฟและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน  นอกจากนี้โคมไฟ ๑ โคม ยังสามารถทำงานได้หลากหลายยิ่งขึ้น
๔) ปรับปรุงระบบการฉายภาพโปรเจคเตอร์ (Projector) จากเดิมที่มีเพียงแบบฉายภาพจากด้านหน้า      ให้สามารถฉายภาพจากด้านหลังได้ด้วย ส่งผลให้ฉากในการแสดงดูมีมิติและเพิ่มอรรถรสในการชมได้ดีมากยิ่งขึ้น

         กรมศิลปากรจะเปิดให้ประชาชนร่วมทดสอบระบบแสง สี เสียง ชมการแสดงฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันที่ 9 และ 10 พฤษภาคม 2569 ประกอบด้วย  การบรรเลงและขับร้องวงดุริยางค์สากล “Classic meets now” เพลงหวานวันวาน จากวันนั้นถึงวันนี้ วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น.,  การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนเกสรทมาลาพลีชีวัน วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น.,  การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย “เสนาะเสียงศิลป์แผ่นดิน ศิลปินศิลปากร” วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น.,  การแสดงละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนแม่ทัพคนใหม่ วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น.
         ผู้สนใจสามารถสำรองบัตรชมการแสดงได้ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยมีวิธีการสำรองบัตร 2 วิธี ได้แก่ 1. เดินทางเข้ามาสำรองบัตรและรับบัตร ณ อาคารหน้าพระพิฆเนศ บริเวณภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ในวันและเวลาราชการ 2. จองผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ https://ntt.finearts.go.th (1 ท่าน ต่อบัตร 2 ใบ)  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร โทร. 0 2221 6532, 0 2224 1342
 

(จำนวนผู้เข้าชม 39 ครั้ง)

black ribbon.