ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 4,028 รายการ
นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน ในพื้นที่ของโรงเรียนสมานมิตรวิทยา อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เพื่อสืบทอดมรดกวัฒนธรรมของศาสนาอิสลาม ให้ประชาชนทั่วไป ได้ศึกษาเรียนรู้ เข้าใจและเข้าถึงได้ ซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยมอบหมายให้สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ รับผิดชอบในการอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานและศิลปวัตถุ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ดูแลรักษาซ่อมแซมคัมภีร์อัลกุรอาน รวมถึงศิลปวัตถุที่เกี่ยวเนื่องในศาสนาอิสลาม ให้มีสภาพแข็งแรง สมบูรณ์ ด้วยหลักวิชาการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึง พ.ศ.๒๕๖๕ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของกิจกรรมดังกล่าว
การดำเนินงานอนุรักษ์คัมภีร์อัลกุรอานและศิลปวัตถุด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์ ในพื้นที่ของโรงเรียนสมานมิตรวิทยา อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส แบ่งเป็น ๔ งาน ได้แก่ การปฏิบัติสงวนรักษาศิลปวัตถุด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ เช่น เครื่องมือเครื่องใช้ประเภทไม้ ทองเหลือง เซรามิก เครื่องเคลือบ เครื่องปั้นดินเผา ปืนโลหะ มีด กริช เป็นต้น การกำจัดแมลงที่อยู่ภายในคัมภีร์อัลกุรอาน ประมาณ ๗๐ เล่ม ด้วยความเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำมาก (ลบ ๑๘ องศาเซลเซียส) การซ่อมแซมคัมภีร์อัลกุรอานที่มีการชำรุดและมีอายุยาวนาน และงานสุดท้ายคือการควบคุมความชื้นในตู้จัดแสดงชั่วคราวภายในอาคารเรียน โรงเรียนสมานมิตรวิทยา เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราในตู้จัดแสดง ทั้งนี้ การดำเนินงานในพื้นที่ทุกครั้งกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ได้รับความร่วมมือร่วมใจในการปฏิบัติงานจากชาวมุสลิมในพื้นที่และชุมชนมุสลิมใกล้เคียง สามารถสร้างบุคลากรในพื้นที่ให้สามารถดำเนินงานอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องในศาสนาอิสลาม อันเป็นการอนุรักษ์แบบยั่งยืน ใช้มิติทางวัฒนธรรมในการส่งเสริม สนับสนุน อนุรักษ์และสืบทอดมรดกวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างกันในพหุสังคม
กรมศิลปากรเห็นความสำคัญของมรดกวัฒนธรรมที่ตกทอดมาจากอดีต ซึ่งควรจะต้องเก็บรักษาเพื่อให้เป็นมรดกตกทอดของชุมชนในแต่ละพื้นที่และของประเทศ จึงได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์เรียนรู้อัลกุรอานเพื่อเก็บรักษาสมบัติของแผ่นดินให้คงอยู่ต่อไป เมื่อเปิดให้บริการแล้วจะเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคัมภีร์อัลกุรอานและมรดกวัฒนธรรมอิสลาม ตลอดจนเป็นสถานที่จัดเก็บและจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับคัมภีร์อัลกุรอานที่ได้มาตรฐานสากล และเป็นสื่อกลางในการสร้างสัมพันธ์ที่ดีอันจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญรับชมและรับฟังรายการ "หนังสือดีมีให้ฟัง" ซึ่งสำนักหอสมุดแห่งชาติจะนำหนังสือดีทรงคุณค่าที่มีสาระและความบันเทิงมาเล่าให้ทุกท่านได้ฟังทุกวันอังคาร สำหรับวันนี้ เสนอเรื่องเที่ยวที่ต่างๆ ภาค 3 ตอนที่ 3 เรื่อง “เที่ยวมณฑลเพ็ชรบูรณ์” ผู้สนใจสามารถรับชมได้ที่ https://youtu.be/UT-Tirv7pFY
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี เชิญชวนสถานศึกษา โรงเรียน หน่วยงาน หรือองค์กรใดๆ ที่มีความประสงค์ให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี นำนิทรรศการสัญจรไปจัดในกิจกรรมต่าง ๆ ของท่าน สามารถประสานผ่านทาง inbox ใน facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี หรือ โทรศัพท์ ๐๓๒ ๓๒๑ ๕๑๓ (ในเวลาทำการวันพุธ - อาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น.) ทั้งนี้ โปรดประสานงานล่วงหน้าอย่างน้อย ๒ สัปดาห์ ชุดนิทรรศการของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี มีจำนวน ๗ เรื่อง ประกอบด้วย ๑. แนะนำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ๒. อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ๓. บ้านหลังแรกในราชบุรี ๔. เครื่องประดับโคกพลับ ๕. สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ๖. กำเนิดโอ่งมังกรราชบุรี ๗. One Day Trip ราชบุรี รวมทั้งยังมีกิจกรรมระบายสีภาพโบราณวัตถุ การต่อจิ๊กซอว์ภาพสถานที่สำคัญ และโบราณวัตถุจำลอง (ภาชนะดินเผา)
สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญเข้าร่วมรับชมการถ่ายทอดสดโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในบทบาทหน้าที่ของเครือข่ายอาสาสมัครอนุรักษ์สืบสานมรดกภูมิปัญญาภาษาโบราณ ปีงบประมาณ 2566 "กิจกรรมอบรมส่งเสริมความรู้และทบทวนบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครอนุรักษ์สืบสานมรดกภูมิปัญญาภาษาโบราณ" ในวันที่ 13 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ
ผู้สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook live : National Library of Thailand
ความเชื่อของ “พรหมลิขิต”
พรหมลิขิต แปลโดยรูปศัพท์ได้ว่า ข้อความหรือลวดลายที่พระพรหมเขียนไว้ ถือเป็นคติความเชื่อที่ว่า ชะตาชีวิตของมนุษย์ได้ถูกกำหนดไว้โดยพระพรหม เทพสำคัญในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อาจสืบเนื่องมาจาก การที่พระพรหมอยู่ในฐานะพระผู้สร้าง จึงเกี่ยวพันกับมนุษย์ตั้งแต่แรกเกิด คติเรื่องพรหมลิขิตปรากฏมาตั้งแต่อินเดียและคงเผยแพร่เข้ามาในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คติเรื่องพรหมลิขิตนี้ ชาวมอญรุ่นเก่าเชื่อกันว่า เมื่อทารกใกล้คลอดจะต้องนำผ้าขาวมาปูตั้งแต่ประตูหัวกระไดบ้าน จนมาถึงสถานที่อันจะทำคลอด และจัดหาเครื่องประกอบพิธีประกอบด้วย มะพร้าวหนึ่งผล กล้วยหนึ่งหวี เครื่องหอมจำพวกแป้งและน้ำมันต่าง ๆ ดินสอและสมุดเตรียมไว้ข้างที่นอนทารกให้พร้อม เมื่อทารกกำเนิดขึ้นพระพรหมจะดำเนินบนผ้าขาว มาทำการลิขิตขีดเขียนที่หน้าผากของทารก
ส่วนคติไทยโบราณก็ใกล้เคียงกับทางมอญ กล่าวคือ เมื่อเด็กเกิดมาได้ ๖ วัน พระพรหมจะเสด็จลงมาเขียนเส้นไว้ที่หน้าผาก เพื่อกำหนดหมายว่าเด็กผู้นั้นจะมีความเป็นอยู่วิถีชีวิตอย่างไรตราบจนวันตาย อนึ่ง สิ่งที่พระพรหมกำหนดไว้กล่าวกันว่ามีอยู่ ๕ ประเภท คือ
๑. อายุขัย คือ บุคคลนั้นจะมีอายุยืนยาวหรือสั้นเพียงใด
๒. ภาวะจิตใจหรืออารมณ์
๓. สติปัญญา ความเฉลียวฉลาด
๔. ฐานะความเป็นอยู่
๕. ความรู้สึกสำนึกในบาปบุญคุณโทษ
เรื่อง พรหมลิขิต มีพื้นฐานจากทางพราหมณ์-ฮินดูอย่างชัดเจน แต่ได้กลมกลืนอยู่ในวัฒนธรรมความเชื่อในสังคมไทยเสมอมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งความเชื่อเรื่องพระพรหมมีอำนาจบันดาลโชคชะตาของมนุษย์ ยังสะท้อนออกมาในตำราพรหมชาติ ที่เกี่ยวข้องไปกับเรื่องราวทางโหราศาสตร์ ว่าด้วยอิทธิพลของวันเดือนปีเกิด อาจรวมถึงลายมือ ลายเท้า และลักษณะสัดส่วนของร่างกายอีกด้วย
สำหรับภาพโบราณวัตถุที่นำมาประกอบเรื่องราวนี้ เป็นพระพรหมองค์เดิมที่เคยประดิษฐาน ณ สี่แยกราชประสงค์ ที่สร้างขึ้นพร้อม ๆ กับการสร้างโรงแรม เพื่อขอพรให้เกิดความราบรื่น บัลดาลสิ่งร้ายให้กลายเป็นดี
ตามคำแนะนำของ พล.ร.ต. หลวงสุวิชานแพทย์ โดยการก่อสร้างศาลพระพรหม มีนายเจือระวี ชมเสรี และ ม.ล.ปุ่ม มาลากุล แห่งกรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบศาล ส่วนผู้ออกแบบและปั้นพระพรหมคือ นายจิตร พิมพ์โกวิท ช่างกองหัตถศิลป์ เป็นการปั้นตามแบบแผนกรมศิลปากร โดยปั้นด้วยปูนปลาสเตอร์ปิดทอง ซึ่งการสร้างพระพรหมที่โรงแรมเอราวัณจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างศาลพระพรหมไว้บูชาตามบ้านเรือน หรืออาคารใหญ่ ๆ อย่างแพร่หลายในสังคมไทย ก่อนที่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๙ พระพรหมจะถูกทุบทำลายโดยชายผู้หนึ่ง เป็นเหตุให้มีการซ่อมแซมโดยกรมศิลปากร แล้วนำกลับไปประดิษฐาน ณ ที่เดิม ขณะเดียวกันได้ถอดพิมพ์องค์เดิมเพื่อหล่อองค์ใหม่เป็นโลหะ ซึ่งก็คือองค์ในภาพนั่นเอง ปัจจุบันเก็บรักษา ณ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
อ้างอิง
- กรมศิลปากร. นามานุกรมขนบประเพณีไทย หมวดประเพณีราษฎร์ เล่ม ๓. กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, ๒๕๔๙.
- กรมศิลปากร. พระมหาพรหมองค์เดิม ที่บูรณปฏิสังขรณ์. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.
- ธนิต อยู่โพธิ์ และคนอื่น ๆ. พรหมสี่หน้า. กรุงเทพฯ : อมรินทร์, ๒๕๔๙.
- เสมียนอารีย์. “กำเนิดศาลพระพรหม” ณ โรงแรมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์.” ใน ศิลปวัฒนธรรม [ออนไลน์]. เข้าถึงได้http://xn--www-dkl8ayt.silpa-mag.com/history/article_89966
- ไทยรัฐ. “ครบรอบ 61 ปี วันตั้งศาลท้าวมหาพรหม ชาวไทย-ต่างชาติแห่สักการะแน่น.” ใน ไทยรัฐออนไลน์. เข้าถึงได้http://xn--www-dkl8ayt.thairath.co.th/news/crime/1121557
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ขอเชิญเที่ยวงาน "วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี ๒๕๖๗" ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๑๙ มกราคม ๒๕๖๗ ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การออกร้านจำหน่ายสินค้า การแสดงหมากรุกคน ณ ลานหน้าวัดมหาธาตุ การแสดงแสงสี ชุด อานุภาพพ่อขุนรามคำแหงมหาราช การแสดงลิเก การแสดงฉ่อย การแสดงโขน
วันอังคารที่ 23 เมษายน 2567 นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เข้าเยี่ยมชมโบราณสถานปราสาทเปือยน้อย และร่วมให้กำลังใจแก่ทีมงานในการจัดกิจกรรมโครงการจัดการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีสัญจร ประจำปี 2567 สำนักการสังคีต ณ ปราสาทเปือยน้อย อำเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น
“วันสุนทรภู่ 26 มิถุนายน”
วันสุนทรภู่ หมายถึง วันคล้ายวันเกิดของพระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่) เจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระราชวัง ซึ่งมีผลงานด้านบทกลอนที่มีคุณค่าแก่แผ่นดินเป็นจำนวนมาก
สุนทรภู่ เกิดวันจันทร์ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2329 ณ บริเวณด้านเหนือของพระราช วังหลัง (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน) บิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ส่วนมารดาไม่ทราบแน่ชัดว่า เป็นคนจังหวัดใด สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง เมื่อท่านเกิดได้ไม่ถึงหนึ่งขวบ บิดามารดาได้หย่าร้างกัน บิดากลับไปบวชที่วัดป่า อำเภอแกลง ส่วนมารดาได้ถวายตัวเป็นแม่นมของพระธิดาในกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข
สุนทรภู่อยู่กับมารดา เข้าเรียนที่สำนักวัดชีปะขาวหรือวัดศรีสุดาราม มีความรู้จนได้เป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน ด้วยความไม่ชอบงานเสมียน ทำได้ไม่นานก็ลาออก สุนทรภู่อยู่ในวังกับมารดา จนอายุได้ 20 ปี ได้ลอบรักใคร่กับสาวชาววัง ชื่อ จัน จนถูกลงโทษจองจำและถูกโบย เมื่อพ้นโทษ ได้กลับไปหาบิดาที่บ้านกร่ำ เมืองแกลง และแต่งงานกับจัน แต่อยู่กันไม่นานก็เกิดระหองระแหง คงเป็นเพราะสุนทรภู่เมาสุราอยู่เป็นนิตย์ จึงได้เลิกหย่าร้างกัน
ในสมัยรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์ และเป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จนได้รับแต่งตั้งเป็นขุนสุนทรโวหาร เป็นกวีที่ปรึกษาและคอยรับใช้ใกล้ชิด ในสมัยรัชกาลที่ 3 สุนทรภู่ถูกกล่าวหา ด้วยเรื่องเสพสุรา และเรื่องอื่นๆ จึงถูกถอดออกจากตำแหน่งขุนสุนทรโวหาร
ต่อมาสุนทรภู่ออกบวชที่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) และเดินทางไปจำพรรษาตามวัดต่างๆ บวชใหม่ถึง 2 ครั้ง แล้วลาสิกขาบทถวายตัวอยู่กับเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ (พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ) ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สุนทรภู่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระสุนทรโวหาร เจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระบวรราชวัง ในปี พ.ศ. 2394 รับราชการอยู่ 4 ปีก็ถึงแก่กรรม ในปี พ.ศ. 2398 รวมอายุได้ 69 ปี
ผลงานของสุนทรภู่มีนิราศ 9 เรื่อง นิทาน 5 เรื่อง สุภาษิต 3 เรื่อง บทละคร 1 เรื่อง บทเสภา 2 เรื่อง และบทเห่กล่อม 4 เรื่อง
ในปี พ.ศ. 2529 ในโอกาสครบรอบ 200 ปี สุนทรภู่ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นกวีเอกของโลก เพื่อรำลึกถึงสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้วันที่ 26 มิถุนายน เป็นวันที่รำลึกถึงสุนทรภู่ มีการก่อสร้างอนุสาวรีย์สุนทรภู่ไว้ที่ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 เวลา 09.00 น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2567 “150 ปี พิพิธภัณฑ์ไทย สยามซิวิไลซ์ A Passage to Wisdom” และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “มองอนาคตของพิพิธภัณฑ์ในทศวรรษหน้า” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2567 ในวาระครบรอบ 150 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง มิวเซียม ณ หอคองคอเดีย และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2417 “พิพิธภัณฑ์ไทย” จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติ ที่สะท้อนภาพชาวสยามในการศึกษาหาความรู้ในกิจการต่าง ๆ และร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองสู่ความ “ซิวิไลซ์” ทัดเทียมนานาอารยประเทศ จึงเป็นโอกาสพิเศษที่คนพิพิธภัณฑ์ และผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ จะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์สร้างสรรค์จากพิพิธภัณฑ์ผ่านมุมมองที่หลากหลาย เพื่อให้พิพิธภัณฑ์เป็นสถาบันแห่งองค์ความรู้สำหรับประชาชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน
กิจกรรม “150 ปี พิพิธภัณฑ์ไทย สยามซิวิไลซ์ A Passage to Wisdom” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 21 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ไปจนถึง 20.00 น. ประกอบด้วย
1. การเสวนาและการบรรยายจากผู้บริหารองค์กรด้านพิพิธภัณฑ์ของไทย รวมถึงผู้ปฏิบัติงานพิพิธภัณฑ์ที่จะมาร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวความรู้ต่าง ๆ สู่สาธารณชน อาทิ การเสวนาเรื่อง “150 ปี พิพิธภัณฑ์ไทย สยามซิวิไลซ์: A Passage to Wisdom” การบรรยายเรื่อง “พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช” การบรรยายเรื่อง “20 ปี พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย” สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครหรือรับชมผ่าน LIVE ทาง Facebook และ Youtube : Office of National Museums, Thailand
2. การจัดแสดงนิทรรศการพิเศษกับวัตถุสะสมชิ้นพิเศษจากพิพิธภัณฑ์เครือข่าย 24 แห่ง อาทิ พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน พิพิธบางลำพู กรมธนารักษ์ พิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด
3. การออกร้านกิจกรรมพิเศษและการจำหน่ายของที่ระลึกจากพิพิธภัณฑ์เครือข่ายอีก 20 แห่ง
อาทิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย
4. ตลาดสินค้าสร้างสรรค์ประเภทอาร์ตทอย
นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 18 - 22 กันยายน 2567 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยังจัดให้มีกิจกรรม Museum Talk ยามค่ำ และเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ Night Museum พร้อมทั้งนำชมพิพิธภัณฑ์ในหัวข้อ "เปิดกรุพิศวง : ปริศนาที่มาโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์ Cabinets of Curiosities" ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ ณ จุดลงทะเบียนศาลาลงสรง ตั้งแต่เวลา 17.00 น. (ไม่รับลงทะเบียนล่วงหน้า)
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทาง Facebook : Thai Museum Day https://www.facebook.com/thaimuseumday และ Facebook : Education.National Museum Bangkok เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร https://www.facebook.com/eduNMB
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๘ “เหมันต์สุขสันต์ หฤหรรษ์สังคีต” วันอาทิตย์ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รายการแสดงวันปิดฯ มีดังนี้ ๑. การบรรเลง-ขับร้องดนตรีสากล ๒. ฟ้อนลาวคำหอม ออกฟ้อนแพน เป็นการแสดงที่มีความสวยงามน่าชมชุดหนึ่ง โดยในครั้งนี้จัดแสดงตามบทประพันธ์ของจ่าเผ่นผยองยิ่ง (โคม) และต่อด้วยฟ้อนแพน อันเป็นศิลปะการฟ้อนแบบไทยพื้นเมืองภาคเหนือ ผู้แสดงฟ้อนรำตามท่วงทำนองเพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีจะเข้ในเพลงลาวแพน ๓. ละคร เรื่องพระลอ ตอนตามไก่ เป็นการแสดงตอนหนึ่งในละครเรื่องพระลอ บทพระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ กล่าวถึง ปู่เจ้าสมิงพรายได้ใช้ผีลงสิงไก่แก้ว เพื่อให้ไปล่อพระลอ กษัตริย์แห่งเมืองแมนสรวงให้เดินทางไปพบพระเพื่อนพระแพง สองพระธิดาผู้เลอโฉมของเมืองสรอง โดยการแสดงชุดนี้ แสดงให้เห็นลีลาการเยื้องย่างกรีดกราย หลบ หนีไล่ ของไก่แก้วกับพระลอด้วยท่วงทีงดงามตามแบบฉบับของนาฏศิลป์ไทย ๔. ละคร เรื่องสุวรรณหงส์ ตอนกุมภณฑ์ถวายม้า บทพระนิพนธ์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ โดยกรมศิลปากรนำมาปรับปรุงเป็นละครนอกแบบหลวง การแสดงตอนนี้มีเนื้อหาที่สนุกสนาน ท่ารำมีความอ่อนช้อยงดงามได้อรรถรสของการชมละครอย่างครบถ้วน
นำแสดงโดยศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต บัตรราคา ๒๐ บาท (จำหน่ายบัตรก่อนการแสดง ๑ ชั่วโมง) ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ และ โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๓
สุดาวรรณ” เผยบอร์ดอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ไฟเขียว เสนอ “พระปรางค์ วัดอรุณฯ” สู่บัญชีชั่วคราว เตรียมดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
ส่งต่อบอร์ดมรดกโลกไทย - ครม. เห็นชอบ ระบุเอกสารฉบับสมบูรณ์ “วัดพระมหาธาตุฯ” ส่งถึงศูนย์มรดกโลกเรียบร้อย
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้ทรงคุณวุฒิและอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 1/2568 ที่ประชุมได้พิจารณาในวาระต่างๆ ดังนี้ การนำเสนอพระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อขอบรรจุเข้าสู่บัญชีชั่วคราว (Tentative List) ในชื่อ "พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (Phra Prang of Wat Arun Ratchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin)" ซึ่งเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมในพุทธศาสนาประเภทพระปรางค์ที่มีความโดดเด่นที่สุด เป็นอัตลักษณ์หนึ่งเดียวของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย คุณสมบัติที่เลือกนำเสนอตรงตามเกณฑ์มรดกโลกข้อที่ 1 และข้อที่ 2 คือ เป็นผลงานสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมชิ้นเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระปรางค์ในศิลปะอยุธยา และพัฒนามาเป็นลักษณะเฉพาะของพระปรางค์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในสมัยรัตนโกสินทร์
“ขั้นตอนการนำเสนอแหล่งมรดกเพื่อขอบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราว หลังจากนี้ต้องเสนอให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบก่อนนำเสนอเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกเพื่อให้รับรองบรรจุรายชื่อในบัญชีเบื้องต้น ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ช่วงเดือนมิถุนายน 2568 นี้” รมว.วธ. กล่าว
นางสาวสุดาวรรณ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดกรอบเวลาการนำส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) ของแหล่งมรดกวัฒนธรรมในบัญชีชั่วคราว เนื่องจากการส่งเอกสารฯ (Nomination Dossier) รอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นปีสุดท้าย ก่อนปรับเปลี่ยนเป็นระบบใหม่ที่ต้องมีการประเมินขั้นต้น (Preliminary Assessment) ประกอบกับข้อกำหนดที่ให้รัฐภาคีสามารถนำเสนอแหล่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เพียงปีละ 1 แหล่ง และจำกัดจำนวนแหล่งที่บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อพิจารณาการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลกปีละไม่เกิน 33 แหล่ง คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม จึงพิจารณากำหนดกรอบเวลาในการนำส่งเอกสารฯ ของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่จะเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายในประเทศอย่างเป็นธรรม ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกวัฒนธรรมในบัญชีชั่วคราว 4 แหล่ง ได้แก่ 1. กลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด 2. อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา 3. พระธาตุพนม กลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้อง และ 4. สงขลา และชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา
รมว.วธ. กล่าวว่า นอกจากนี้ ฝ่ายเลขาฯ ได้รายงานต่อที่ประชุมให้รับทราบ 2 เรื่อง ดังนี้ 1. การส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส รอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ความคืบหน้าปัจจุบันศูนย์มรดกโลกได้ส่งสำเนาเอกสารฯ ดังกล่าวไปยัง สภาการโบราณสถานสากล (ICOMOS) องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งเป็นขั้นตอนกระบวนการตรวจประเมินแหล่งที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยศูนย์มรดกโลกแจ้งให้ประเทศไทยเตรียมความพร้อมสำหรับลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจประเมินศักยภาพและการบริหารจัดการแหล่งและอาจมีการขอข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2569
2. ภารกิจการลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแนะนำกรณีการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยา เมื่อเดือนมกราคม 2568 โดยได้ประชุมรับฟังข้อมูลร่วมกับทุกภาคส่วน ซึ่งข้อแนะนำเบื้องต้นของผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ปรับปรุงรูปแบบโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ปรับลดขนาดและความสูงสถานีรถไฟความเร็วสูงและสันรางลง พร้อมทั้งเลื่อนตำแหน่งที่ตั้งอาคารสถานีรถไฟความเร็วสูงให้มีระยะห่างจากสถานีรถไฟอยุธยาที่เป็นโบราณสถานมากขึ้น นอกจากนี้ผลักดันแผนปฏิบัติการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่ถูกจัดเป็นแผนระดับ 3 ให้เป็นที่รับรู้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน ซึ่งกรมศิลปากร จะประสานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำเสนอต่อ ครม. และกรมศิลปากรยังได้ประชุมหารือกับกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อปรับปรุงผังเมืองรวมพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ด้านทิศตะวันออกของเกาะเมืองหรืออโยธยา ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยาให้เป็นพื้นที่การอนุรักษ์โบราณสถานและปกป้องรักษาคุณค่าโดดเด่นระดับสากล (OUV) แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญชมนิทรรศการ “ศิลป์ นิยาม : ความรัก ความงาม ความสุข” นิทรรศการพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 133 ปีชาตกาล ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ร่วมค้นหาและดื่มด่ำกับนิยามของ “ศิลปะ” ผ่าน 3 มุมมองอันเป็นนิยามศิลปะของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย “ความรัก” ที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ “ความงาม” ที่ศิลปะได้ถ่ายทอด และ “ความสุข” ที่มอบคืนให้ผู้คน พร้อมนวัตกรรมการจัดแสดง โฮโลแกรมอาจารย์ศิลป์ ที่จะทำให้เรื่องราวกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 15 - 25 กันยายน 2568 เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร) เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ อาคารนิทรรศการ 6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 240 บาท
---------------------------------------------------
Exhibition: “Art Defined: Love, Beauty, Joy”
A special exhibition commemorating the 133rd anniversary of Professor Silpa Bhirasri, the father of modern Thai art.
Explore and immerse yourself in the definition of “art” through three perspectives as envisioned by Professor Silpa Bhirasri:
• “Love” that nourishes the soul
• “Beauty” expressed through artistic creation
• “Joy” that art returns to the people
Experience innovative displays, including a hologram of Professor Silpa, bringing his story back to life.
15–25 September 2025
Open Wednesday to Sunday (Closed Monday–Tuesday)
09:00–16:00
Exhibition Hall 6, The National Gallery of Thailland, Chao Fa Road
Admission: Thai visitors 30 THB | International visitors 240 THB
สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญเข้าร่วมโครงการรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กิจกรรมการอภิปราย เรื่อง “บทเพลงแห่งสายลมรัก แว่วในดวงใจนิรันดร์” วิทยากรโดย นายเสกข์ ทองสุวรรณ (ศิลปิน YAMAHA ARTIST THAILAND) และ นายนนท์ บูรณสมภพ (นักดนตรี วง อ.ส. วันศุกร์) ผู้ดำเนินรายการโดย นายบุญยศักดิ์ ปัญจสุนทร (นายช่างภาพชำนาญงาน) ในวันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 - 16.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำนักหอสมุดแห่งชาติ
ผู้สนใจเข้าร่วมฟังการอภิปราย สามารถลงทะเบียนออนไลน์ผ่านลิงก์ https://forms.gle/mFLkyfyZpauCMrwu8 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9828 - 32 ต่อ 102 ในวันและเวลาราชการ