หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา
for w3c
for w3c
KING RAMA IX COMMEMORATIVE NATIONAL LIBRARY, NAKHON RATCHASIMA
เว็บท่ากรมศิลปากร
Thai
English
ก
ก
ก
C
C
C
search
search
หน้าหลัก
เกี่ยวกับหน่วยงาน
วิสัยทัศน์และพันธกิจ
ประวัติและบทบาทหน้าที่
โครงสร้างและบุคลากร
หน่วยงานในสังกัด
ข่าวและกิจกรรม
ข่าวประชาสัมพันธ์
คลังภาพกิจกรรม
ข่าวกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครงาน
คลังวิชาการ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
ความรู้ทั่วไป
คลังภาพทรงคุณค่า
วีดีทัศน์
นิทรรศการ
บริการ
ฐานข้อมูล Single Search
ฐานข้อมูลห้องสมุดดิจิทัล D-Library
E-Newspaper หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสารออนไลน์
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์จากสำนักพิมพ์
คลังดิจิทัลมรดกทางศิลปวัฒนธรรม
ฐานข้อมูลเอกสารโบราณ จารึก สมุดไทย ตู้พระธรรมและคัมภีร์ใบลาน
Link เครือข่าย
หอสมุดแห่งชาติ
หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง เฉลิมพระเกียรติ
หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ นครพนม
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
หอสมุดแห่งชาติ ชลบุรี
หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา
หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช
หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สงขลา
หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ตรัง
ประชาชนควรรู้
กฎหมายและระเบียบ
เรื่องน่ารู้
ติดต่อเรา
หน้าแรก
คลังวิชาการ
ความรู้ทั่วไป
วัดศรีสวาย เมื่อราวปี พ.ศ.๒๔๕๐
ภาพเก่านี้ถูกถ่ายเมื่อราวปี พ.ศ.๒๔๕๐ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จประพาสโบราณสถานเมืองสุโขทัยหลายแห่ง และพระราชนิพนธ์ในหนังสือเที่ยวเมืองพระร่วง กล่าวถึงโบราณสถานวัดศรีสวายแห่งนี้โดยสรุปว่าทรงพบรูปพระสยุมภู (พระอิศวร) ในวิหาร ก็ทรงตั้งข้อสันนิษฐานว่าวัดศรีสวายเดิมอาจเป็นเทวสถานทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดูแล้วแปลงเป็นวัดในพุทธศาสนาในภายหลัง
หากท่านผู้อ่านมีเวลาอ่านเพิ่มเติมผู้เขียนได้นำข้อความต้นฉบับจากพระราชนิพนธ์เที่ยวเมืองพระร่วงมาประกอบเพื่อให้ทุกท่านได้เข้าใจถึงสภาพแวดล้อมของโบราณสถานวัดศรีสวายเมื่อครั้งนั้นเพิ่มมากขึ้นดังนี้ “...ยังมีสถานที่ภายในกำแพงซึ่งควรดูอยู่อีกแห่งหนึ่ง คือ สถานที่ราษฎรเรียกว่า วัดศรีสวาย อยู่ใกล้วัดมหาธาตุไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่นี้มีคูรอบและมีกำแพงก่อด้วยแลงแท่งเขื่องๆ ในนั้นมีเป็นปรางค์อยู่ ๓ ยอด แต่แยกๆ กันอยู่เป็น ๓ หลัง หลังกลางฐานสี่เหลี่ยม ด้านละ ๓ วา สูง ๑๐ วา หลังข้างๆ สองหลังเท่ากัน ฐานสี่เหลี่ยมด้านละ ๑๐ ศอก สูง ๖ วา รูปปรางค์นั้นเป็นอย่างเทวสถาน ๓ ยอดที่ลพบุรีมีลวดลายอย่างทำนองนั้น คือ เป็นรูปพระเป็นเจ้าทั้ง ๓ และรูปนารายณ์ปางต่างๆ ที่ช่องผนังข้างล่างเดิมมีรูปพระนารายณ์ปั้นไว้ แต่เมื่อไปดูนั้นหลุดทลายเสียแล้วยังคงเห็นแต่เป็นเงาๆ อยู่ที่พื้นผนัง ไม่แลเห็นเป็นสี่กร แต่เห็นได้ว่าถือจกรมือหนึ่ง ราษฎรผู้เฒ่าได้เล่าว่า ได้เคยเห็นเป็นรูปสี่กร ต่อหน้าปรางค์ใหญ่เป็นโบสถ์มีผนังทึกเจาะช่องแสงสว่างเป็นรูปลูกกรงไว้เป็นช่องๆ มีประตูทางเข้าตรงหน้า ๑ ประตู ด้านข้างๆ ละประตู รวม ๓ ช่อง กรอบประตูข้างบนทำด้วยศิลาดำ (หินชนวน) ทั้งแท่งแผ่นหนึ่งๆ กว้าง ๑ ศอก ยาว ๓ ศอกคืบ หนาประมาณ ๖ นิ้ว ประตูด้านข้างมีแห่งละแผ่น แต่บนประตูด้านตรงหน้าพาดเรียงกันถึง ๔ แผ่น เมื่อเข้าไปในโบสถ์แล้วแลเห็นทางเข้าไปในปรางค์ได้มองเข้าไปเห็นหลักไม้ปักอยู่ ๒ หลักท่าทางดูเหมือนที่นั่งพระยายืนชิงช้าจึงสันนิษฐานว่าที่นี้คงเป็นโบสถ์พราหมณ์ และผู้เป็นตัวแทนพระเป็นเจ้าในพิธีรำเขนงและโล้ยัมพวายนั้น คงนั่งในปรางค์นั้นเองค้นไปค้นมาก็เผอิญไปพบศิลาทำเป็นรูปพระสยุมภูทิ้งอยู่อันหนึ่ง ซึ่งดูเป็นพยานขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ว่าวัดศรีสวายนี้คือโบสถ์พราหมณ์...” ซึ่งในเชิงอรรถได้กล่าวเพิ่มเติมว่าวัดศรีสวายเดิมเป็นเทวสถานเป็นแน่ นามเดิมเห็นจะเรียกว่า “ศรีศิวายะ” . *๑ ศอก เท่ากับ ๕๐ เซนติเมตร **๑ วา เท่ากับ ๒ เมตร
------------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
(จำนวนผู้เข้าชม 4921 ครั้ง)