...

โคลงมังทรารบเชียงใหม่ กับการปรากฏตัวของแหล่งทรัพยากรเหล็กอาณาจักรล้านนาในหน้าประวัติศาสตร์
องค์ความรู้ชุด “The Kingdom’s Blacksmith : ลัวะทำเหล็กแห่งอาณาจักรล้านนา”
EP. 1 โคลงมังทรารบเชียงใหม่ กับการปรากฏตัวของแหล่งทรัพยากรเหล็กอาณาจักรล้านนาในหน้าประวัติศาสตร์
.
..เรียบเรียงโดย ยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ
.
..โคลงมังทรารบเชียงใหม่ เป็นวรรณกรรมโบราณที่ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่งที่ชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าเป็นเชื้อพระวงศ์หรือนายทหารที่มีความสำคัญของเมืองเชียงใหม่ ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองเถิน กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2158 ตันฉบับเป็นตัวหนังสือฝักขาม จำนวน 303 บท
.
..เรื่องราวที่ปรากฏในโคลงมังทรารบเชียงใหม่ตรงกับเหตุการณ์ช่วงกองทัพพม่าเข้ายึดเชียงใหม่รอบที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2157 โดย “อนอคเปตลุน” กษัตริย์ราชวงศ์ตองอูตอนปลาย เหตุการณ์ครั้งนั้นได้มีการกวาดต้อนชาวเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทางจากเมืองเชียงใหม่ เดินทางข้ามผ่านพื้นที่เทือกเขาที่คั่นกลางระหว่างอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าสู่หงสาวดี ซึ่งได้กล่าวถึงชาวลัวะที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ ดังนี้
.
      (161) สี่เสาแดนที่ตั้ง หินฝัง
ปันเขตเดิมแดนยัง          เก่าเกื้อ
ลวะไทยเท่าเทียวทัง       มวลหมู่ มาเอย
ตามแต่เดิมรั้งเรื้อ           รอดรู้ธัมมดุล ฯ
.
..เนื้อความข้างต้นแปลความได้ว่า เมื่อเดินทางไปถึงสถานที่ฝังหลักหินสี่เสา เป็นเขตหรือหมุดหมายที่แบ่งเขตแดนตั้งแต่โบราณยังคงอยู่ คนลัวะและคนไทยที่เดินมาด้วยกันทั้งหมด เมื่อมาถึงพื้นที่ตรงนี้ต่างก็ทราบดีว่าเป็นเขตแดนที่เที่ยงธรรมแต่โบราณมา
.
..นอกจากเนื้อความส่วนแรกที่กล่าวถึงผู้คนและเขตแดนแล้ว ยังมีเนื้อความสำคัญอีกส่วน ที่กล่าวถึงแหล่งทรัพยากรแร่เหล็ก ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เทือกเขาคั่นกลางระหว่างอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ความว่า
.
   (171) แม่โถเถิงแล้วเขต   กองลอย
หอมกลิ่นสาวชาวดอย       บ่อบ้าน
ติณะคร่าครานฝอย           เหลืองหล่น รุยเอย
บางแบ่งใบค้อมก้าน           แผ่ผ้ายผาย
                                           ประกา ฯ
   (172) สีสรีนวลร่มไม้       โพธิง
ตกแต่งก้านกิ่งอิง               อืบหน้า
ตระหม้อแร่เหล็กหิน            หืมบ่อ บักเอย
เป็นส่วนสินเจ้าฟ้า               ก่อนกี้มาลุน ฯ
.
..จากเนื้อความข้างต้นสามารถแปลความได้ว่า เมื่อเดินทางไปถึงดอยแม่โถ ซึ่งเป็นบริเวณอาณาเขตของบ้านกองลอย ได้กลิ่นสาวชาวดอยในหมู่บ้าน แต่ว่าหญ้าแห้งผากเป็นฝอย ใบไม้เหลืองหล่นร่วงลงมา บางต้นแตกใบอ่อนกำลังมีผล บางต้นตามกิ่งก้านอ่อนค้อมมีดอกบานเต็มไปหมด ฯ          
..ดูสีใบโพธิ์ดูนวลงามร่มรื่น กิ่งก้านเหมือนคนตัดแต่งไว้ ก่ายพิงกันคลุมไปหมด ที่นี้มีภูเขาที่เป็นบ่อแร่เหล็ก เป็นที่รับรู้และกำหนดเป็นหลักไว้ว่า ทรัพยากรเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของพระเจ้าแผ่นดินมาตั้งแต่โบราณ ฯ
.
..จากเนื้อความในโคลงมังทรารบเชียงใหม่ เนื้อหาส่วนที่ 161 171 และ 172 ช่วยสะท้อนนัยบางประการให้เห็นภาพของพื้นที่ ทรัพยากร และผู้คน ที่มีเกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านโลหกรรมทำเหล็กช่วงที่พม่าปกครองเชียงใหม่ (พุทธศตวรรษที่ 22) ซึ่งนำมาสู่การสันนิษฐานเบื้องต้นภาพบางประการในอดีต ได้ตามประเด็นดังนี้
.
.. 1) ประเด็นสถานะพื้นที่ พื้นที่เทือกเขาสูงคั่นกลางระหว่างอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่และอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้อำนาจและการบริหารจัดการโดยราชธานีเชียงใหม่มาแล้วก่อน ปี พ.ศ. 2157 สันนิษฐานว่าการควบคุมพื้นที่และการกำหนดปักปันเขตแดนระหว่างกลุ่มชนในพื้นที่แถบนี้ (กลุ่มคนลัวะบนพื้นที่สูงและกลุ่มคนไทบนพื้นราบ) น่าจะมีมาตั้งแต่ช่วงราชวงศ์มังรายปกครองอาณาจักรล้านนา และเป็นที่รับรู้โดยประจักษ์ของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่
.
.. 2) ประเด็นสถานะทรัพยากร ช่วงพุทธศตวรรษที่ 22 กลุ่มชนชั้นนำและผู้ปกครองต่างรับรู้ดีว่าที่ แม่โถเป็นแหล่งทรัพยากรแร่เหล็กที่สำคัญของราชธานีเชียงใหม่ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ภายใต้พระราชอำนาจของกษัตริย์ล้านนามาแต่โบราณ อย่างน้อยก่อนปี พ.ศ. 2158 จึงสันนิษฐานได้ว่า บ่อเหล็กแม่โถ น่าจะเป็นแหล่งทรัพยากรที่มีการใช้งานและอยู่ในการควบคุมดูแลของราชธานีเชียงใหม่ มาตั้งแต่ช่วงราชวงศ์มังรายปกครองอาณาจักรล้านนา (พุทธศตวรรษที่ 19 – ครึ่งแรกของพุทธศตวรรษที่ 22)
.
...3) ประเด็นสถานะผู้คน ช่วงพุทธศตวรรษที่ 22 อาณาบริเวณดอยแม่โถและปริมณฑลโดยรอบบ่อเหล็ก น่าจะมีกลุ่มชุมชนช่างเหล็กชาวลัวะตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ และน่าจะมีบทบาทในการทำเหมือง ถลุงเหล็ก รวมถึงตีเครื่องมือเหล็ก ส่งให้แก่ราชธานีเชียงใหม่สืบต่อมาเหมือนเมื่อครั้งบรรพบุรุษ ตั้งแต่ช่วงราชวงศ์ มังรายปกครองอาณาจักรล้านนา ทั้งนี้น่าจะมีสถานะทางสังคมพิเศษเรียกว่า “ไพร่ส่วย” ซึ่งเป็นไพร่ที่มีหน้าที่จัดเก็บทรัพยากรผลผลิตตามต้องการของรัฐ โดยจะได้รับการคุ้มครองดูแลจากราชธานี ตามประเพณีของรัฐจารีตโบราณ
.
เอกสารอ้างอิง
- สรัสวดี อ๋องสกุล. (2557). ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อมรินทร์.
- สิงฆะ วรรณสัย. (2522). โคลงเรื่องมังทรารบเชียงใหม่. เชียงใหม่: ศูนย์หนังสือเชียงใหม่.
- อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว และเดวิด เค. วัยอาจ. (2543). ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่. เชียงใหม่: สำนักพิมพ์ซิลเวอร์ม.



(จำนวนผู้เข้าชม 6 ครั้ง)


black ribbon.