...

จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระเจ้ามโหตรประเทศ กับความต่อเนื่องของกฎหมายพิเศษที่ใช้คุ้มครองดูแล ลัวะทำเหล็กแห่งบ้านบ่อหลวง
องค์ความรู้ชุด “The Kingdom’s Blacksmith : ลัวะทำเหล็กแห่งอาณาจักรล้านนา”⚔️⚔️
EP. 4 เปิดหลักฐานสำคัญชิ้นที่ 2 : จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระเจ้ามโหตรประเทศ กับความต่อเนื่องของกฎหมายพิเศษที่ใช้คุ้มครองดูแล “ลัวะทำเหล็กแห่งบ้านบ่อหลวง” 
.
..เรียบเรียงโดย นายยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ
.
..นอกจากจารึกหลาบเงินสมัยพระยาพุทธวงษ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ลำดับที่ 4 เดิมทีชุมชนชาวลัวะบ้านบ่อหลวง ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ยังปรากฏข้อมูลจารึกหลาบเงิน อีก 1 ฉบับ ที่ถูกตราขึ้นในสมัยของพระเจ้ามโหตรประเทศ เจ้าหลวงเชียงใหม่ลำดับที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2395 ซึ่งปรากฏข้อมูลในบทความเรื่อง An inscribed silver-plate grant to the Lawa of Bo Luang ของ ไกรศรี นิมมานเหมินท์ ตีพิมพ์ใน Felicitation Volumes of Southeast Asian-Studies, Presented to H. H. Prince Dhaninivat on his 80th Birthday  ของสยามสมาคม เมื่อปี พ.ศ. 2508 มีเนื้อความอธิบายกล่าวถึง ระบุว่า ได้รับสำเนาคัดลอกหลาบเงินนี้มาจากหม่อมเจ้าสนิทประยูรศักดิ์ รังสิต ซึ่งได้เคยเดินทางไปศึกษาทางมานุษยวิทยา เมื่อปี พ.ศ. 2481 ต้นฉบับจารึกเป็นแผ่นเงิน พบที่หมู่บ้านละว้า ตำบลบ่อหลวง ตั้งอยู่บนถนนสายฮอด - แม่สะเรียงในปัจจุบัน แผ่นจารึกเงินนั้นถูกฝังไว้ใต้บ้านของผู้นำหมู่บ้าน ต้องมีการนำหมู ไก่ และอื่น ๆ มาเซ่นไหว้วิญญาณผู้ดูแลรักษาก่อน จึงจะนำออกมาให้ชมและคัดลอกได้  (Krisri Nimmanahaeminda, 1965, pp.233) โดยจารึกหลาบเงินฉบับดังกล่าว มีรายละเอียดใจความสำคัญ ดังนี้
.
..พระเจ้ามโหตรประเทศ เจ้าหลวงเชียงใหม่ กลุ่มเจ้านายและขุนนางในราชสำนักเชียงใหม่ร่วมกันออกกฎหมายเฉพาะกิจ พระราชทานหลาบแผ่นเงิน ประทับตราลัญจกรรูปเทวดาถือดาบ ให้ปฏิบัติตามจารีตธรรมเนียมเก่าแก่ในการส่งส่วยเหมือนกับบรรพบุรุษทำต่อ ๆ กันมา 
..กำหนดให้ส่งส่วยค่าภาษีที่ไปหาทรัพยากรแร่เหล็กในแผ่นดินเป็นเงินบริสุทธิ์ 220 เงิน จ่ายเงินตราแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน 600 เงิน มาส่งถวายเข้าพระคลังทุกปี 
..เมื่อได้ส่งส่วยถวายเจ้าหลวงเชียงใหม่แล้ว ให้ยกเว้นการถูกเกณฑ์แรงงานไปใช้ในงานราชการทุกประเภท ห้ามมิให้ขุนนางมูลนายทั้งหลายบังคับให้ทำงาน ปล่อยให้ชาวลัวะกลุ่มนี้ทั้งหลาย ทำไร่ทำสวน เก็บรวบรวมส่วยและภาษีมาส่งเข้าพระคลังของเจ้าหลวงให้เต็มเปี่ยม 
..ทั้งนี้ขอให้มูลนายรักกลุ่มไพร่ส่วยชาวลัวะ กลุ่มไพร่ส่วยชาวลัวะก็ขอให้รักมูลนายผู้ดูแล ขอให้ทั้งสองฝ่ายช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไพร่ขอให้เคารพเชื่อฟังมูลนาย มูลนายควรเคารพและเชื่อฟังผู้นำชาวลัวะ ขอให้ปฏิบัติตามจารีตธรรมเนียมที่กำหนดมาตั้งแต่สมัยพระยาธรรมลังกา (เจ้าหลวงเชียงใหม่ลำดับที่ 2) ผู้เป็นบิดา เมื่อไพร่มีข้อพิพาทกัน ให้ขุนผู้นำไพร่ตัดสินอย่างเป็นธรรมตามกฎหมาย หากยังไม่เป็นที่ยุติให้มูลนายที่ดูแลเป็นผู้ตัดสินตามกฎหมาย ขอให้ทุกคนประพฤติตนตามจารีตครรลองครองธรรมของตนเอง อย่าแตกแยกกัน มูลนายอย่าละทิ้งไพร่ ไพร่ก็อย่าละทิ้งมูลนาย ขอให้อยู่ด้วยกัน มูลนายขอให้ปฏิบัติตนตามจารีตประเพณีโบราณ ไม่รังแกไพร่ 
..หากไพร่ลัวะหนีจากมูลนายผู้ดูแล จะต้องจ่ายค่าปรับให้รัฐบ้านเมือง เป็นเงินเจียง 3,300 เงิน และสาปแช่งให้ไพร่ลัวะพบภัยพิบัติต่าง ๆ นา ๆ  แต่ถ้าหากมูลนาย ขุนผู้นำ และไพร่ลัวะ ปฏิบัติตามกฎหมายในแผ่นหลาบเงิน ขอให้เจริญรุ่งเรือง อุดมสมบูรณ์ อายุยืนยาวทุกคน 
..ปี พ.ศ. 2395 ได้พระราชทานหลาบแผ่นเงิน ประทับตราลัญจกรรูปเทวดาถือดาบนี้แก่ขุนนางและไพร่ชาวลัวะ ค่าธรรมเนียมในการบังคับใช้กฎหมาย 50 เงิน ค่าธรรมเนียมรับกฎหมายหลาบเงินฉบับนี้ 100 เงิน
.
..จากเนื้อความในจารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระเจ้ามโหตรประเทศ ซึ่งถือเป็นหลักฐานชั้นต้น ที่ต้นฉบับถูกเขียนขึ้นปี พ.ศ. 2395 มีลักษณะเป็นการออกกฎหมายประเภทคำสั่งเฉพาะกิจและทบทวนกฎหมายของเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ก่อน ๆ ในอดีต  เพื่อมอบให้แก่มูลนายและกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยอ้างอิงแนวปฏิบัติจากพระยาธรรมลังกา เจ้าหลวงเชียงใหม่ ลำดับที่ 2 สะท้อนให้เห็นภาพการบริหารจัดการระบบส่วยและระบบการปกครองดูแลไพร่ส่วย ที่เกิดขึ้นในช่วงสภาพทางการเมืองเชียงใหม่แตกต่างจากห้วงเวลาก่อนหน้า มีการทำสงครามเชียงตุง ทั้งยังมีความแตกแยกในเมืองเชียงใหม่แรงขึ้น จนรัฐบาลกลางกรุงเทพฯ จำเป็นต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาภายในเมืองเชียงใหม่ (สรัสวดี อ๋องสกุล, 2566, น.240) มีรายละเอียดประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
.
.. 1) ประเด็นระบบส่วย จากหลักฐานจารึกหลาบเงิน รัฐบ้านเมืองเชียงใหม่ช่วงแผ่นดินเจ้าหลวงพระเจ้ามโหตรประเทศ (พ.ศ. 2390 – 2397) น่าจะได้รับผลประโยชน์จาก “ไพร่ส่วย” กลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวง สัดส่วนหลักเป็นส่วยประเภทภาษีเงินตรา ซึ่งกลุ่มลัวะบ้านบ่อหลวงจะต้องจ่ายทั้งค่าภาษีที่ไปหาทรัพยากรในแผ่นดิน และเงินแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน ให้กับพระคลังเมืองเชียงใหม่ จำนวนรวม 820 เงิน ในทุก ๆ ปี ซึ่งสามารถนำมาสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและเสริมความพร้อมทางด้านยุทธปัจจัยให้ราชธานีเชียงใหม่ในห้วงระยะเวลาดังกล่าวอีกด้วย
.
..2) ประเด็นระบบการปกครองดูแลไพร่ส่วย จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงบ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่า พระเจ้ามโหตรประเทศ เจ้าหลวงเชียงใหม่ลำดับที่ 4 มีการออกกฎหมายเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการชุมชนชาวลัวะบ้านบ่อหลวง ตามแนวทางหรือนโยบายแบบจารีตที่มีมาตั้งแต่สมัยพระยาธรรมลังกา เจ้าหลวงเชียงใหม่ลำดับที่ 2 (ผู้เป็นพระราชบิดา) ซึ่งจะใช้อำนาจคุ้มครองไม่ให้ฝ่ายบ้านเมืองและฝ่ายศาสนามาเกณฑ์ไพร่ลัวะกลุ่มนี้ไปใช้แรงงานใดๆ ปกป้องไม่ให้มูลนายข่มเหงรังแก เพื่อเปิดโอกาสให้ไพร่ส่วยชาวลัวะกลุ่มนี้ได้ทำการผลิตทรัพยากรและเงินตราให้รัฐอย่างเต็มที่ ทั้งนี้รัฐจะเรียกร้องเงินตราเป็นการตอบแทนในรูปแบบของส่วย
..นอกจากนี้เนื้อความในจารึกหลาบเงินฉบับนี้ ยังแสดงถึงนัยถึง ความพยายามควบคุมไพร่ส่วย หรือ กำลังคน ให้อยู่ในการปกครองของมูลนายรัดกุมกว่าช่วงรัชกาลก่อนหน้า ดังจะเห็นได้จาก การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาข้อพิพาทของไพร่ส่วย การกำชับแนวทางการปกครอง การดูแลเกื้อกูลกันระหว่างมูลนายและไพร่ส่วย ที่มีแนวทางปฏิบัติและลำดับขั้นที่ชัดเจนมากขึ้น 
..ทั้งนี้ยังระบุมาตรการกรณีไพร่ส่วยหนีหรือเปลี่ยนมูลนาย จะต้องจ่ายค่าปรับให้รัฐบ้านเมือง เป็นเงินเจียงจำนวนมากถึง 3,300 เงิน ซึ่งมีอัตราสูงกว่ารัชกาลก่อนหน้าถึง 22 เท่า ขณะที่อัตราส่วยและภาษีอื่น ๆ มีการผันแปรไม่มากนัก นัยข้างต้นนี้แสดงให้เห็นว่า กลุ่มไพร่ส่วยลัวะบ้านบ่อหลวง ถูกควบคุมราชสำนักเชียงใหม่อย่างเข้มงวดมากขึ้น ให้อยู่ในโครงสร้างระบบศักดินาและภายใต้การดูแลของมูลนายอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจสอดคล้องกับสภาวะการณ์สงครามและความขัดแย้งทางการเมืองที่เชียงใหม่ประสบอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว
.
เอกสารอ้างอิง
- สรัสวดี อ๋องสกุล. (2566). ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 13. เชียงใหม่: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
- อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว. (2560). หลาบ (ตราสาร) : คำจารึกอาชญาของกษัตริย์ล้านนา. ใน สำนักศิลปะและวัฒนธรรม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, งานเสวนาวิชาการ หลาบ (ตราสาร) : คำจารึกอาชญาของกษัตริย์ล้านนา. เชียงใหม่: สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
- วิชญา มาแก้ว. (2559). ระบบเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคทองของอาณาจักรล้านนา (ค.ศ.1355-1525). (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สาขาวิชาประวัติศาสตร์.
- Nimmanhaeminda, K. (1965). An inscribed silver-plate grant to the Lawa of Bo Luang. In Felicitation Volumes of Southeast Asian-Studies, Presented to H. H. Prince Dhaninivat on his 80th Birthday, vol. 2, 185-205.
.
ที่มาของภาพ
- หม่อมเจ้าสนิทประยูรศักดิ์ รังสิต
- Nimmanhaeminda, K. (1965). An inscribed silver-plate grant to the Lawa of Bo Luang. In Felicitation Volumes of Southeast Asian-Studies, Presented to H. H. Prince Dhaninivat on his 80th Birthday, vol. 2, 185-205.
“Courtesy of the Journal of the Siam Society"
.
ขอขอบพระคุณ
- The Journal of the Siam Society
- สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์
.
#ลัวะทำเหล็ก #เหล็กล้านนา #โบราณโลหะวิทยาดินแดนล้านนา





(จำนวนผู้เข้าชม 7 ครั้ง)


black ribbon.