เจดีย์ทรงวิมาน วัดเจดีย์เจ็ดแถว
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ขอเผยแพร่ องค์ความรู้ประจำเดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ เรื่อง "เจดีย์ทรงวิมาน วัดเจดีย์เจ็ดแถว"
วัดเจดีย์เจ็ดแถว เป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าเป็นวัดที่เก็บอัฐิพระบรมวงศานุวงศ์ของเมืองศรีสัชนาลัย เนื่องจากพบเจดีย์รายเป็นจำนวนมากภายในวัด และเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมายังเมืองศรีสัชนาลัย ได้ทรงทอดพระเนตรวัดเจดีย์เจ็ดแถว ทรงสันนิษฐานว่า วัดนี้เป็นวัดที่ใช้บรรจุอัฐิ รวมทั้งเจดีย์รายทั้งหลายที่มีรูปแบบแตกต่างกันนั้น ไม่ได้ทำในคราวเดียวกัน ซึ่งในบรรดาเจดีย์ที่หลากหลายรูปแบบนี้ มีรูปแบบหนึ่งที่มีความโดดเด่น คือ “เจดีย์ทรงวิมาน” เป็นเจดีย์รูปแบบพิเศษ ตั้งอยู่ในกลุ่มของเจดีย์รายทางด้านหน้าของเจดีย์ประธาน จำนวน ๒ องค์ ได้แก่ เจดีย์รายหมายเลข ๑๓ และเจดีย์รายหมายเลข ๑๙
เจดีย์รายหมายเลข ๑๓ ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเจดีย์ประธาน มีลักษณะทางสถาปัตยกรรม คือ ส่วนฐานมีลักษณะเป็นฐานย่อมุมซ้อนลดหลั่นกัน ๓ ชั้น เพื่อรองรับส่วนกลางคือเรือนธาตุที่มีการย่อมุม ในส่วนของเรือนธาตุนี้มีซุ้มจระนำซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปประจำอยู่ทั้ง ๔ ทิศ ถัดขึ้นไปเหนือเรือนธาตุเป็นฐานบัวคว่ำ - บัวหงาย ซ้อนกัน ๗ ชั้น ในส่วนของชั้นหลังคามีการย่อมุมต่อเนื่องมาจากส่วนของเรือนธาตุจนถึงยอดที่เป็นอมลกะ ถัดจากอมลกะขึ้นไป ลักษณะเป็นภาชนะทรงถ้วยคว่ำที่มีกลีบบัวคว่ำประดับล้อมรอบ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นส่วนยอดประดับด้วยปลี
เจดีย์รายหมายเลข ๑๙ ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของเจดีย์ประธาน มีลักษณะทางสถาปัตยกรรม ดังนี้ ส่วนฐานประกอบด้วยชุดฐานย่อมุมซ้อนลดหลั่นกัน ๓ ชั้น เพื่อรองรับส่วนกลางของเจดีย์หรือเรือนธาตุที่มีการย่อมุมต่อเนื่องมาจากส่วนฐาน ส่วนเรือนธาตุมีการทำซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง ๔ ทิศ ถัดขึ้นไปเหนือเรือนธาตุเป็นเรือนชั้นซ้อนแบบบัวถลาหรือหลังคาลาดเอียงซ้อนกันขึ้นไป ๖ - ๗ ชั้น ยอดบนสุดสันนิษฐานว่าประกอบด้วย อมลกะ คือ ส่วนยอดของปราสาทในศิลปะอินเดียและศิลปะขอม กลีบบัวและปลี แต่ปัจจุบันได้พังทลายไปแล้ว
เจดีย์ทรงวิมานเป็นเจดีย์ที่มีลักษณะพิเศษคือ การทำชั้นหลังคาซ้อนชั้นและการทำเจดีย์ที่มีหลังคาซ้อนชั้นลดหลั่นกันไป พบเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยเท่านั้น นักวิชาการสันนิษฐานว่า เจดีย์ทรงวิมานน่าจะได้รับอิทธิพลการสร้างชั้นหลังคามาจากศิลปะอินเดียเหนือที่นิยมทำเป็นชั้นหลังคาซ้อนขึ้นไป โดยศิลปะอินเดียเหนือ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมทรง “ปราสาท” หรืออาคารที่มีการซ้อนชั้น และในส่วนของยอด ปราสาทศิลปะอินเดียเหนือ จะไม่มีเรือนธาตุจำลองและอาคารจำลอง ทำให้แต่ละชั้นหลังคาคงเหลือเพียง “หลังคาลาด” รวมทั้งยังมีการยกกะเปาะหรือยกเก็จยื่นออกมาเป็นระยะ ๆ รอบอาคาร เส้นรอบนอกของอาคารเป็นเส้นโค้ง มีการประดับด้วยลวดลายกูฑุเต็มอันและมีกูฑุครึ่งอันขนาบอยู่ด้านข้าง ด้านบนมีการประดับอมลกะขนาดเล็กที่เก็จมุม และมีอมลกะขนาดใหญ่อยู่ด้านบนสุด เช่น เทวาลัยปรศุราเมศวร เมืองภูวเนศวร อย่างไรก็ดีศิลปะอินเดียเหนือจะมีความแตกต่างจากศิลปะอินเดียใต้ ซึ่งรูปแบบสถาปัตยกรรมศิลปะอินเดียใต้จะมีลักษณะของเรือนธาตุจำลอง และอาคารจำลองซ้อนชั้นขึ้นไป ทำให้วิมานมีขนาดสูงใหญ่และงดงามมาก และเส้นรอบนอกอาคารจะเป็นขั้นบันได การประดับลวดลายกูฑุเต็มอัน ด้านบนสุดจะเป็นโดมสลักจากหินก้อนเดียว ดังตัวอย่างที่สำคัญ คือมหาวิมานเมืองตัญชอร์ นอกจากนี้ศิลปะอินเดียเหนือได้ถ่ายทอดไปยังศิลปะพุกามในช่วงแรก ๆ อีกด้วย
เอกสารอ้างอิง
เชษฐ์ ติงสัญชลี. เจดีย์ในศิลปะพม่า-มอญ : พัฒนาการทางด้านรูปแบบตั้งแต่ศิลปะศรีเกษตรถึงศิลปะมัณฑเล. (กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาการพิมพ์, ๒๕๕๕).
มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, เที่ยวเมืองพระร่วง, (กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๒๖).
วิไลรัตน์ ยังรอต และธวัชชัย องค์วุฒิเวทย์. สุโขทัย ศรีสัชนาลัย. (กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพรส, ๒๕๕๑).
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. (กรุงเทพฯ : เรือนแก้วการพิมพ์, ๒๕๖๑).
สันติ เล็กสุขุม. เจดีย์ในสมัยสุโขทัย วัดเจดีย์เจ็ดแถว. (กรุงเทพฯ : อักษรสัมพันธ์, ๒๕๓๔).

วัดเจดีย์เจ็ดแถว เป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าเป็นวัดที่เก็บอัฐิพระบรมวงศานุวงศ์ของเมืองศรีสัชนาลัย เนื่องจากพบเจดีย์รายเป็นจำนวนมากภายในวัด และเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมายังเมืองศรีสัชนาลัย ได้ทรงทอดพระเนตรวัดเจดีย์เจ็ดแถว ทรงสันนิษฐานว่า วัดนี้เป็นวัดที่ใช้บรรจุอัฐิ รวมทั้งเจดีย์รายทั้งหลายที่มีรูปแบบแตกต่างกันนั้น ไม่ได้ทำในคราวเดียวกัน ซึ่งในบรรดาเจดีย์ที่หลากหลายรูปแบบนี้ มีรูปแบบหนึ่งที่มีความโดดเด่น คือ “เจดีย์ทรงวิมาน” เป็นเจดีย์รูปแบบพิเศษ ตั้งอยู่ในกลุ่มของเจดีย์รายทางด้านหน้าของเจดีย์ประธาน จำนวน ๒ องค์ ได้แก่ เจดีย์รายหมายเลข ๑๓ และเจดีย์รายหมายเลข ๑๙
เจดีย์รายหมายเลข ๑๓ ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเจดีย์ประธาน มีลักษณะทางสถาปัตยกรรม คือ ส่วนฐานมีลักษณะเป็นฐานย่อมุมซ้อนลดหลั่นกัน ๓ ชั้น เพื่อรองรับส่วนกลางคือเรือนธาตุที่มีการย่อมุม ในส่วนของเรือนธาตุนี้มีซุ้มจระนำซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปประจำอยู่ทั้ง ๔ ทิศ ถัดขึ้นไปเหนือเรือนธาตุเป็นฐานบัวคว่ำ - บัวหงาย ซ้อนกัน ๗ ชั้น ในส่วนของชั้นหลังคามีการย่อมุมต่อเนื่องมาจากส่วนของเรือนธาตุจนถึงยอดที่เป็นอมลกะ ถัดจากอมลกะขึ้นไป ลักษณะเป็นภาชนะทรงถ้วยคว่ำที่มีกลีบบัวคว่ำประดับล้อมรอบ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นส่วนยอดประดับด้วยปลี
เจดีย์รายหมายเลข ๑๙ ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของเจดีย์ประธาน มีลักษณะทางสถาปัตยกรรม ดังนี้ ส่วนฐานประกอบด้วยชุดฐานย่อมุมซ้อนลดหลั่นกัน ๓ ชั้น เพื่อรองรับส่วนกลางของเจดีย์หรือเรือนธาตุที่มีการย่อมุมต่อเนื่องมาจากส่วนฐาน ส่วนเรือนธาตุมีการทำซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง ๔ ทิศ ถัดขึ้นไปเหนือเรือนธาตุเป็นเรือนชั้นซ้อนแบบบัวถลาหรือหลังคาลาดเอียงซ้อนกันขึ้นไป ๖ - ๗ ชั้น ยอดบนสุดสันนิษฐานว่าประกอบด้วย อมลกะ คือ ส่วนยอดของปราสาทในศิลปะอินเดียและศิลปะขอม กลีบบัวและปลี แต่ปัจจุบันได้พังทลายไปแล้ว
เจดีย์ทรงวิมานเป็นเจดีย์ที่มีลักษณะพิเศษคือ การทำชั้นหลังคาซ้อนชั้นและการทำเจดีย์ที่มีหลังคาซ้อนชั้นลดหลั่นกันไป พบเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยเท่านั้น นักวิชาการสันนิษฐานว่า เจดีย์ทรงวิมานน่าจะได้รับอิทธิพลการสร้างชั้นหลังคามาจากศิลปะอินเดียเหนือที่นิยมทำเป็นชั้นหลังคาซ้อนขึ้นไป โดยศิลปะอินเดียเหนือ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมทรง “ปราสาท” หรืออาคารที่มีการซ้อนชั้น และในส่วนของยอด ปราสาทศิลปะอินเดียเหนือ จะไม่มีเรือนธาตุจำลองและอาคารจำลอง ทำให้แต่ละชั้นหลังคาคงเหลือเพียง “หลังคาลาด” รวมทั้งยังมีการยกกะเปาะหรือยกเก็จยื่นออกมาเป็นระยะ ๆ รอบอาคาร เส้นรอบนอกของอาคารเป็นเส้นโค้ง มีการประดับด้วยลวดลายกูฑุเต็มอันและมีกูฑุครึ่งอันขนาบอยู่ด้านข้าง ด้านบนมีการประดับอมลกะขนาดเล็กที่เก็จมุม และมีอมลกะขนาดใหญ่อยู่ด้านบนสุด เช่น เทวาลัยปรศุราเมศวร เมืองภูวเนศวร อย่างไรก็ดีศิลปะอินเดียเหนือจะมีความแตกต่างจากศิลปะอินเดียใต้ ซึ่งรูปแบบสถาปัตยกรรมศิลปะอินเดียใต้จะมีลักษณะของเรือนธาตุจำลอง และอาคารจำลองซ้อนชั้นขึ้นไป ทำให้วิมานมีขนาดสูงใหญ่และงดงามมาก และเส้นรอบนอกอาคารจะเป็นขั้นบันได การประดับลวดลายกูฑุเต็มอัน ด้านบนสุดจะเป็นโดมสลักจากหินก้อนเดียว ดังตัวอย่างที่สำคัญ คือมหาวิมานเมืองตัญชอร์ นอกจากนี้ศิลปะอินเดียเหนือได้ถ่ายทอดไปยังศิลปะพุกามในช่วงแรก ๆ อีกด้วย
เอกสารอ้างอิง
เชษฐ์ ติงสัญชลี. เจดีย์ในศิลปะพม่า-มอญ : พัฒนาการทางด้านรูปแบบตั้งแต่ศิลปะศรีเกษตรถึงศิลปะมัณฑเล. (กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาการพิมพ์, ๒๕๕๕).
มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, เที่ยวเมืองพระร่วง, (กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๒๖).
วิไลรัตน์ ยังรอต และธวัชชัย องค์วุฒิเวทย์. สุโขทัย ศรีสัชนาลัย. (กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพรส, ๒๕๕๑).
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. (กรุงเทพฯ : เรือนแก้วการพิมพ์, ๒๕๖๑).
สันติ เล็กสุขุม. เจดีย์ในสมัยสุโขทัย วัดเจดีย์เจ็ดแถว. (กรุงเทพฯ : อักษรสัมพันธ์, ๒๕๓๔).

(จำนวนผู้เข้าชม 128 ครั้ง)
สงวนลิขสิทธิ์ © 2563 กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม
-
นโยบายเว็บไซต์ |
มาตรฐาน |
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เว็บท่ากรมศิลปากร