ปีพุทธศักราช ๒๕๓๑ เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในประวัติศาสตร์ไทย รัฐบาลจึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต จัดงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกถวายเป็นราชสักการะ ทั้งนี้ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น รับพระราชกระแสว่า “...หากจะสร้างสิ่งใดถวายพระองค์ท่าน ขอให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณชนโดยส่วนรวม ซึ่งไม่มีสถานที่ใดที่จะเหมาะสมเท่ากับการจัดสร้างห้องสมุด ให้เป็นศูนย์กลางการรวบรวมเอกสาร ความรู้ ศิลปวัฒนธรรม เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า ที่ถือเป็นรากฐานของการพัฒนาทรัพยากรบุคคล อันจะนำไปสู่การพัฒนาบ้านเมืองต่อไป ...” จึงได้ดำริให้มีโครงการสร้างหอสมุดแห่งชาติสาขาขึ้นอีก ๓ แห่ง พร้อมทั้งได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษกทั้ง ๓ แห่ง ได้แก่ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี และหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี
ในระยะแรกเริ่มการก่อสร้างหอสมุดแห่งชาติ ที่จังหวัดเชียงใหม่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้มอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกระทรวงมหาดไทย กรมศิลปากร กองทัพภาคที่ ๓ และจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งหน่วยราชการอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการจัดทำโครงการ ออกแบบ จัดหาทุนทรัพย์ และควบคุมดำเนินการก่อสร้าง ตลอดจนประสานงานในการติดตั้งและจัดหาอุปกรณ์ประกอบอาคาร และจัดสภาพแวดล้อมต่าง ๆ โดยงบประมาณในการก่อสร้างได้มาจากรัฐบาล ภาคส่วนต่างๆ ทั้งผู้มีจิตศรัทธา ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น ๓๔,๘๑๑,๙๐๘ บาท (สามสิบสี่ล้านแปดแสนหนึ่งหมื่นหนึ่งพันเก้าร้อยแปดบาท)
สำหรับสถานที่ในการก่อสร้างได้รับการสนับสนุนที่ดินจากเขตการทางเชียงใหม่ ฝั่งด้านตรงข้ามคูเมือง จำนวน ๔ ไร่ ๒ งาน (๖๐ x ๑๒๐ เมตร) โดยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๑ และเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ ๑ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๒
เพื่อให้การออกแบบก่อสร้างหอสมุดแห่งชาติภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ มีความสง่างาม เป็นไปตามแบบของสถาปัตยกรรมล้านนาไทย และตรงตามวัตถุประสงค์โดยเกิดประโยชน์ใช้สอยสูงสุด รูปแบบอาคาร จึงมีลักษณะเป็นอาคารไทยประยุกต์ ๒ ชั้น โดยให้มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่นภาคเหนือ คือ กาแล อยู่บนหน้าจั่วของหลังคา มีเนื้อที่ใช้สอยประมาณ ๒,๐๐๐-๒,๕๐๐ ตารางเมตร ตามมาตรฐานของหอสมุดแห่งชาติขนาดใหญ่ ออกแบบโดยนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์

โมเดลจำลอง อาคารหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
การก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่

การก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่

การก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
การก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
หอสมุดแห่งชาตินี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระราชทานนามว่า “หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่” เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑
อาคารหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่

การประดับธงชาติที่อาคารหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงนามในสมุดเยี่ยม
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเยี่ยมชมกิจการหอสมุดแห่งชาติ รัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ฟังการรายงานเรื่องเอกสารโบราณ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรเอกสารโบราณ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สังกัดสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งอยู่ เลขที่ ๒๐/๑ ถนนบุญเรืองฤทธิ์ ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นหอสมุดแห่งชาติส่วนภูมิภาคแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมรักษาหนังสือและเอกสารโบราณในส่วนภูมิภาค เพื่อบริการความรู้สู่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในส่วนภูมิภาค เพื่อให้เป็นศูนย์บริการข่าวสาร เป็นศูนย์รวบรวมวารสาร หนังสือ และสิ่งพิมพ์ในส่วนภูมิภาค เป็นศูนย์พัฒนาวิชาชีพบรรณารักษ์ เป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารระหว่างชาติแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของหอสมุดแห่งชาติ และเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนและยืมคืนสิ่งพิมพ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ มีการจัดแบ่งพื้นที่อาคาร ๒ ชั้น เป็นห้องต่างๆ ดังนี้
ชั้นล่างของอาคาร ด้านทิศเหนือ มีห้องเก็บวารสารหนังสือพิมพ์ ห้องอ่านหนังสือเด็ก และห้องอ่านหนังสือทั่วไป ตรงกลางจะเป็นห้องประชุม และห้องเก็บพัสดุ ด้านทิศใต้ มีห้องคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา ห้องเก็บและซ่อมหนังสือ ห้องประชุมสัมมนาขนาดเล็ก และห้องหนังสือท้องถิ่นภาคเหนือ
ชั้น ๒ ของอาคาร ด้านทิศเหนือ ประกอบด้วยห้องโสตทัศนอุปกรณ์ ห้องหนังสือค้นคว้า และห้องทำงานของบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ ด้านทิศใต้ เป็นห้องแสดงศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือและศิลปวัตถุ


ห้องบริการต่างๆ ของหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษกเชียงใหม่
(จำนวนผู้เข้าชม 10 ครั้ง)




