เครื่องถ้วยเชลียง
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ขอเผยแพร่ องค์ความรู้ประจำเดือนเมษายน ๒๕๖๘ เรื่อง "เครื่องถ้วยเชลียง"
เครื่องถ้วยเชลียง หรือเครื่องถ้วยมอญ (Mon Ware) เป็นเครื่องถ้วยเนื้อแกร่ง เคลือบผิว รุ่นแรกที่พบในเมืองศรีสัชนาลัย ผลิตตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ - ๑๙ โดยใช้เตาเผาแบบเตาขุดในดินผนังโบกยาดินเหนียว ในบริเวณแหล่งเตาบ้านเกาะน้อย และบ้านหนองอ้อ ทางทิศเหนือของเมืองศรีสัชนาลัย ถือได้ว่าเป็นต้นแบบก่อนที่จะค่อยๆพัฒนามาเป็นสังคโลกแบบสีเขียวไข่กา และชามลายปลา ลายพฤกษบุปผา ในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๑ ที่เป็นสินค้าที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
เครื่องถ้วยเชลียงเป็นชื่อที่เรียกตามชื่อเมืองโบราณที่มีมาก่อนสมัยสุโขทัย มีศูนย์กลางอยู่บริเวณวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง ห่างจากเมืองศรีสัชนาลัยมาทางทิศตะวันออก ประมาณ ๒ กิโลเมตร การขุดค้นบริเวณใกล้ศูนย์กลางเมืองเชลียง เช่น โบราณสถานวัดชมชื่น และวัดเจ้าจันทร์ พบว่ามีการใช้เครื่องถ้วยชนิดนี้อย่างแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยเมืองเชลียง และมีรูปแบบที่หลากหลายกว่าเครื่องถ้วยชนิดเดียวกันที่ผลิตเลียนแบบต่อมาในสมัยสุโขทัยจนถึงอยุธยา
ส่วนคำว่าเครื่องถ้วยมอญนั้น เป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกเครื่องถ้วยประเภทนี้ โดยเชื่อว่ากลุ่มคนมอญเป็นผู้ผลิต Roxanna M. Brown เชื่อว่ามอญในที่นี้หมายถึงกลุ่มชนเจ้าของวัฒนธรรมทวารวดีที่เจริญอยู่แถบลุ่มน้ำเจ้าพระยาในภาคกลางของประเทศไทย และแพร่วัฒนธรรมขึ้นมาทางภาคเหนือ ได้ถึงเมืองหริภุญชัย ในจังหวัดลำพูน ในแถบพื้นที่เมืองเชลียงหรือศรีสัชนาลัยคงได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมทวารวดีที่มีความเจริญด้านการผลิตเครื่องปั้นดินเผาอยู่ก่อนแล้ว ทำให้สามารถพัฒนาการผลิตเครื่องเคลือบชนิดที่เรียกว่า เครื่องถ้วยเชลียงหรือเครื่องถ้วยมอญได้
เครื่องถ้วยเชลียง มีลักษณะเด่นอยู่ที่เนื้อดินหยาบสีดำ หรือสีน้ำตาลเข้ม มีแร่เหล็กผสมอยู่มาก เมื่อเผาแล้วบริเวณที่ไม่เคลือบมีสีสนิมเหล็กเคลือบฉาบอยู่ ผิวภาชนะไม่เรียบ มีรูพรุนมาก และดูไม่สวยงาม สีเคลือบมีหลายระดับ เช่น สีเขียวอมสีเหลือง สีเขียวเข้ม หรือ สีเขียวอมฟ้า รูปทรงที่ผลิตเป็นจาน ชาม พาน ตลับ และกระปุก หากเป็นจานหรือชามมักเคลือบเฉพาะตัวภาชนะด้านในหรือเคลือบทั้งสองด้าน โดยใช้น้ำดินสีขาวทารองพื้นที่ตัวภาชนะด้านในก่อนเคลือบ ส่วนลำตัวภาชนะด้านนอกมักไม่ทาน้ำดินสีขาวรองพื้น ขอบปากจานหรือชามมีร่อยรอยปาดน้ำเคลือบ เพื่อใช้จัดวางแบบประกบปาก ที่ก้นชามด้านในบางใบมักปรากฏรอย ๓- ๕ จุดที่เกิดจากการใช้ตัวรองทรงกลมแบนที่มีขาช่วยจัดวาง ลักษณะการวางเผาภาชนะแบบนี้เหมือนกับที่เตาสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีกี๋ท่อเตี้ยๆรองรับภาชนะใบล่าง ในกลุ่มเตาที่เผาเครื่องเคลือบเชลียงมีการใข้กี๋งบน้ำอ้อยและกี๋ท่อ
จากการขุดค้นทางโบราณคดีและในแหล่งเรือจมบริเวณอ่าวไทย เครื่องถ้วยไทยที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดที่พบในระบบการค้าทางทะเล คือ เครื่องถ้วยเชลียง โดยพบร่วมกับเครื่องถ้วยชามลายเขียนสีครามของเวียดนาม และเครื่องถ้วยชามเคลือบสีเขียวของจีน ผลิตจากกลุ่มเตาหลงฉวน สมัยราชวงศ์หยวน พบในแหล่งเรือจมรางเกวียนเพียงแห่งเดียว ประกอบด้วย ชาม ๒ ใบ และ กระปุกจำนวน ๑๑ ใบ
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. โบราณคดีวิเคราะห์ ๒ : เครื่องถ้วยบุรีรัมย์และเครื่องถ้วยสุโขทัย. กรุงเทพฯ : ดอกเบี้ย, ๒๕๓๙.
ปริวรรต ธรรมาปรีชากร. เอกสารประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติการ เครื่องปั้นดินเผาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พัฒนาการ แรงบันดาลใจ และการตรวจพิสูจน์. ม.ป.ท., ๒๕๕๘.
สายันต์ ไพรชาญจิตร์. ข้อเสนอเพื่อการพิจารณาใหม่ เรื่องการผลิตและการค้าเครื่องสังคโลกที่มาก่อนสมัยพ่อขุนรามคำแหง. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย, ๒๕๔๔.
อังศ์วรา ยุทธนากรกุล. การตรวจสอบอายุแหล่งเรือจมรางเกวียน ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี. ปริญญาศิลปะศาสตร์บัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๖.

เครื่องถ้วยเชลียง หรือเครื่องถ้วยมอญ (Mon Ware) เป็นเครื่องถ้วยเนื้อแกร่ง เคลือบผิว รุ่นแรกที่พบในเมืองศรีสัชนาลัย ผลิตตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ - ๑๙ โดยใช้เตาเผาแบบเตาขุดในดินผนังโบกยาดินเหนียว ในบริเวณแหล่งเตาบ้านเกาะน้อย และบ้านหนองอ้อ ทางทิศเหนือของเมืองศรีสัชนาลัย ถือได้ว่าเป็นต้นแบบก่อนที่จะค่อยๆพัฒนามาเป็นสังคโลกแบบสีเขียวไข่กา และชามลายปลา ลายพฤกษบุปผา ในพุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๑ ที่เป็นสินค้าที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
เครื่องถ้วยเชลียงเป็นชื่อที่เรียกตามชื่อเมืองโบราณที่มีมาก่อนสมัยสุโขทัย มีศูนย์กลางอยู่บริเวณวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เชลียง ห่างจากเมืองศรีสัชนาลัยมาทางทิศตะวันออก ประมาณ ๒ กิโลเมตร การขุดค้นบริเวณใกล้ศูนย์กลางเมืองเชลียง เช่น โบราณสถานวัดชมชื่น และวัดเจ้าจันทร์ พบว่ามีการใช้เครื่องถ้วยชนิดนี้อย่างแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยเมืองเชลียง และมีรูปแบบที่หลากหลายกว่าเครื่องถ้วยชนิดเดียวกันที่ผลิตเลียนแบบต่อมาในสมัยสุโขทัยจนถึงอยุธยา
ส่วนคำว่าเครื่องถ้วยมอญนั้น เป็นชื่อที่ชาวบ้านใช้เรียกเครื่องถ้วยประเภทนี้ โดยเชื่อว่ากลุ่มคนมอญเป็นผู้ผลิต Roxanna M. Brown เชื่อว่ามอญในที่นี้หมายถึงกลุ่มชนเจ้าของวัฒนธรรมทวารวดีที่เจริญอยู่แถบลุ่มน้ำเจ้าพระยาในภาคกลางของประเทศไทย และแพร่วัฒนธรรมขึ้นมาทางภาคเหนือ ได้ถึงเมืองหริภุญชัย ในจังหวัดลำพูน ในแถบพื้นที่เมืองเชลียงหรือศรีสัชนาลัยคงได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมทวารวดีที่มีความเจริญด้านการผลิตเครื่องปั้นดินเผาอยู่ก่อนแล้ว ทำให้สามารถพัฒนาการผลิตเครื่องเคลือบชนิดที่เรียกว่า เครื่องถ้วยเชลียงหรือเครื่องถ้วยมอญได้
เครื่องถ้วยเชลียง มีลักษณะเด่นอยู่ที่เนื้อดินหยาบสีดำ หรือสีน้ำตาลเข้ม มีแร่เหล็กผสมอยู่มาก เมื่อเผาแล้วบริเวณที่ไม่เคลือบมีสีสนิมเหล็กเคลือบฉาบอยู่ ผิวภาชนะไม่เรียบ มีรูพรุนมาก และดูไม่สวยงาม สีเคลือบมีหลายระดับ เช่น สีเขียวอมสีเหลือง สีเขียวเข้ม หรือ สีเขียวอมฟ้า รูปทรงที่ผลิตเป็นจาน ชาม พาน ตลับ และกระปุก หากเป็นจานหรือชามมักเคลือบเฉพาะตัวภาชนะด้านในหรือเคลือบทั้งสองด้าน โดยใช้น้ำดินสีขาวทารองพื้นที่ตัวภาชนะด้านในก่อนเคลือบ ส่วนลำตัวภาชนะด้านนอกมักไม่ทาน้ำดินสีขาวรองพื้น ขอบปากจานหรือชามมีร่อยรอยปาดน้ำเคลือบ เพื่อใช้จัดวางแบบประกบปาก ที่ก้นชามด้านในบางใบมักปรากฏรอย ๓- ๕ จุดที่เกิดจากการใช้ตัวรองทรงกลมแบนที่มีขาช่วยจัดวาง ลักษณะการวางเผาภาชนะแบบนี้เหมือนกับที่เตาสันกำแพง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีกี๋ท่อเตี้ยๆรองรับภาชนะใบล่าง ในกลุ่มเตาที่เผาเครื่องเคลือบเชลียงมีการใข้กี๋งบน้ำอ้อยและกี๋ท่อ
จากการขุดค้นทางโบราณคดีและในแหล่งเรือจมบริเวณอ่าวไทย เครื่องถ้วยไทยที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดที่พบในระบบการค้าทางทะเล คือ เครื่องถ้วยเชลียง โดยพบร่วมกับเครื่องถ้วยชามลายเขียนสีครามของเวียดนาม และเครื่องถ้วยชามเคลือบสีเขียวของจีน ผลิตจากกลุ่มเตาหลงฉวน สมัยราชวงศ์หยวน พบในแหล่งเรือจมรางเกวียนเพียงแห่งเดียว ประกอบด้วย ชาม ๒ ใบ และ กระปุกจำนวน ๑๑ ใบ
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. โบราณคดีวิเคราะห์ ๒ : เครื่องถ้วยบุรีรัมย์และเครื่องถ้วยสุโขทัย. กรุงเทพฯ : ดอกเบี้ย, ๒๕๓๙.
ปริวรรต ธรรมาปรีชากร. เอกสารประกอบการอบรมเชิงปฏิบัติการ เครื่องปั้นดินเผาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พัฒนาการ แรงบันดาลใจ และการตรวจพิสูจน์. ม.ป.ท., ๒๕๕๘.
สายันต์ ไพรชาญจิตร์. ข้อเสนอเพื่อการพิจารณาใหม่ เรื่องการผลิตและการค้าเครื่องสังคโลกที่มาก่อนสมัยพ่อขุนรามคำแหง. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย, ๒๕๔๔.
อังศ์วรา ยุทธนากรกุล. การตรวจสอบอายุแหล่งเรือจมรางเกวียน ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี. ปริญญาศิลปะศาสตร์บัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๖.

(จำนวนผู้เข้าชม 6 ครั้ง)
สงวนลิขสิทธิ์ © 2563 กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม
-
นโยบายเว็บไซต์ |
มาตรฐาน |
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เว็บท่ากรมศิลปากร