องค์ความรู้ เรื่อง อานิสงส์ผลบุญเกี่ยวกับเทียนในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

ส่องอักษรดูสาระ สำหรับช่วงเข้าพรรษานี้ นักภาษาโบราณขอพาไปส่อง อานิสงส์ผลบุญเกี่ยวกับเทียนในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เนื้อหามีดังนี้
เมื่อเข้าสู่ฤดูเข้าพรรษา พระภิกษุสงฆ์มีศาสนบัญญัติที่จะต้องจำพรรษาอยู่ ณ อาวาสใดอาวาสหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือน พุทธศาสนิกชนจึงนิยมนำปัจจัยและสิ่งของ
ที่จำเป็นต่อการจำพรรษาในฤดูฝนไปถวาย โดยเฉพาะ "เทียนพรรษา" ซึ่งถือเป็นสิ่งของจำเป็นสำคัญในการให้แสงสว่างเพื่อปฏิบัติศาสนกิจ และการถวายเทียนพรรษานี้ได้สืบทอดเป็นโบราณประเพณีอันดีงามมาอย่างช้านาน
การทำบุญด้วยแสงสว่างนี้ ผู้ถวายย่อมได้รับอานิสงส์ผลบุญอันยิ่งใหญ่ ดังที่ปรากฏในเอกสารโบราณประเภทคัมภีร์ใบลาน ฉบับของหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา เลขที่ นม.บ.514/1:1ก เรื่อง อานิสงส์จำนำเทียนพรรษา ได้กล่าวถึงอานิสงส์ของบุคคลที่ทำบุญด้วยเทียนในช่วงเข้าพรรษาโดยจำแนกอานิสงส์แห่งผลบุญตามบทบาทหน้าที่ของผู้มีส่วนร่วมไว้ 2 ประการ ดังนี้
การทำบุญด้วยแสงสว่างนี้ ผู้ถวายย่อมได้รับอานิสงส์ผลบุญอันยิ่งใหญ่ ดังที่ปรากฏในเอกสารโบราณประเภทคัมภีร์ใบลาน ฉบับของหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา เลขที่ นม.บ.514/1:1ก เรื่อง อานิสงส์จำนำเทียนพรรษา ได้กล่าวถึงอานิสงส์ของบุคคลที่ทำบุญด้วยเทียนในช่วงเข้าพรรษาโดยจำแนกอานิสงส์แห่งผลบุญตามบทบาทหน้าที่ของผู้มีส่วนร่วมไว้ 2 ประการ ดังนี้
1. อานิสงส์ของผู้ทำเทียนและผู้ถวายเทียน
สำหรับบุคคลผู้จัดทำเทียนและถวายเทียนเพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา ด้วยผลานิสงส์นี้เมื่อปฏิสนธิในโลกมนุษย์ ย่อมจักได้อุบัติในตระกูลอันสูงศักดิ์ที่เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติ อิสริยยศ และบริวาร ซึ่งจำกัดเฉพาะใน 3 ตระกูลเท่านั้น คือ ตระกูลกษัตริย์ ตระกูลเศรษฐี และตระกูลพราหมณ์ ดังข้อความที่ปรากฏในลานที่ 4 ด้านที่ 1 บรรทัดที่ 1-2 ความว่า ‘…บุคคลที่ได้ถวายเทียนจำนำพรรษานั้น แม้นว่ามาบังเกิดในมนุษย์โลกนี้ก็มิได้ไปบังเกิดที่คนต่ำช้าอนาถา...’ และบรรทัดที่ 3-5 ต่อด้วยลานที่ 4 ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 1 ความว่า ‘...ก็จะบังเกิดแต่ในตระกูลกษัตริย์ แลตระกูลเศรษฐี แลตระกูลพราหมณ์ 3 อย่างเท่านั้น ย่อมจะมาบังเกิด เกิดแต่ในตระกูลอันสูงศักดิ์ มั่งคั่ง ได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ มีทรัพย์สมบัติ มีอิสริยยศแลบริวาร ที่จะตกไร้ได้ยากลำบากยากจนนั้นหามิได้ อยู่ที่ไหนก็เป็นใหญ่ที่นั้นไม่มีภัยอันตรายมาเบียดเบียนเลย ทั้งนี้ก็ด้วยผลาอานิสงส์อันได้กระทำเทียนจำนำพรรษาได้บูชาแก่พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า ใช้แต่เท่านั้น’
นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีอายุขัยยืนยาว มีดวงตาอันเป็นทิพย์สว่างไสว และจะได้พบพระศรีอริยเมตไตรในอนาคตกาล ชีวิตจะประสบแต่ความบรมสุขในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่งหรือนอนย่อมเป็นสุขปราศจากความทุกข์ใจ ดังข้อความที่ปรากฏในลานที่ 4 ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 5 ความว่า ‘…บุคคลอันได้ถวายเทียนจำนำพรรษานี้ ก็จะมีอายุยืนยงคงอยู่นาน…’ และในลานที่ 5 ด้านที่ 1 บรรทัดที่ 1-2 ความว่า ‘…หนึ่งคนได้ถวายเทียนจำนำพรรษานี้ ก็จะมีจักขุทั้งสองซ้ายขวานั้นเป็นทิพย์บริบูรณ์ส่องสว่างกระจ่างแจ้งไม่รู้มืดมน…’ และในด้านเดียวกันบรรทัดที่ 4-5 ความว่า ‘…อันบุคคลที่ได้ถวายเทียนจำนำพรรษานั้นได้ทันพระศรีอริยเมตไตรยบรมโพธิสัตว์เจ้า…’ และในลานที่ 5 ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 2-3 ความว่า ‘…มีแต่ความบรมผาสุกทุกเวลา จะนั่งก็เป็นสุขจะนอนก็เป็นสุข ไม่มีทุกข์ภัยอันตรายเลย…’
นอกจากนี้ยังเป็นผู้มีอายุขัยยืนยาว มีดวงตาอันเป็นทิพย์สว่างไสว และจะได้พบพระศรีอริยเมตไตรในอนาคตกาล ชีวิตจะประสบแต่ความบรมสุขในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่งหรือนอนย่อมเป็นสุขปราศจากความทุกข์ใจ ดังข้อความที่ปรากฏในลานที่ 4 ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 5 ความว่า ‘…บุคคลอันได้ถวายเทียนจำนำพรรษานี้ ก็จะมีอายุยืนยงคงอยู่นาน…’ และในลานที่ 5 ด้านที่ 1 บรรทัดที่ 1-2 ความว่า ‘…หนึ่งคนได้ถวายเทียนจำนำพรรษานี้ ก็จะมีจักขุทั้งสองซ้ายขวานั้นเป็นทิพย์บริบูรณ์ส่องสว่างกระจ่างแจ้งไม่รู้มืดมน…’ และในด้านเดียวกันบรรทัดที่ 4-5 ความว่า ‘…อันบุคคลที่ได้ถวายเทียนจำนำพรรษานั้นได้ทันพระศรีอริยเมตไตรยบรมโพธิสัตว์เจ้า…’ และในลานที่ 5 ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 2-3 ความว่า ‘…มีแต่ความบรมผาสุกทุกเวลา จะนั่งก็เป็นสุขจะนอนก็เป็นสุข ไม่มีทุกข์ภัยอันตรายเลย…’
2. อานิสงส์ของผู้แห่เทียน
สำหรับบุคคลผู้ชักชวนหมู่คณะมาร่วมสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษาด้วยจิตใจที่โสมนัสเลื่อมใส ย่อมผูกพันด้วยกระแสแห่งบุญให้ได้มาเกิดร่วมกันเป็นครอบครัวในทุกภพทุกชาติ โดยผู้ที่เคยเป็นพี่ก็จักได้เป็นพี่ ผู้ที่เป็นน้องก็จักได้เป็นน้อง และผู้ที่เคยครองคู่เป็นสามีภรรยาก็จักได้กลับมาเป็นคู่ครองร่วมสร้างบารมีด้วยกันอีกครั้ง ดังข้อความที่ปรากฏในลานที่ 4 ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 1-4 ความว่า ‘…อันบุคคลอันชวนกันมาแห่แหนเทียนจำนำพรรษานั้นก็ดี แต่บรรดาที่ชื่นชมโสมนัสศรัทธามาในการแห่งกุศลนี้ อันบุคคลจำพวกนี้ครั้นทำลายเบญจขันธ์แล้วนั้น ก็ย่อมได้มาบังเกิด เกิดเป็นพี่น้องกันทุกชาติ ๆ ที่เคยเป็นน้องก็เกิดมาเป็นน้อง ที่เคยเป็นพี่ก็เกิดมาเป็นพี่ ที่เคยเป็นผัวเมียกัน ก็เกิดมาเป็นผัวเมียกัน ที่จะเกิดไปห่างร้างกันนั้นหามิได้ ทั้งนี้ก็อาศัยด้วยผลาอานิสงส์อันคนได้ช่วยกันแห่แหนเทียนจำนำพรรษา…’
จากการศึกษาเนื้อหาเรื่องอานิสงส์จำนำเทียนพรรษาทั้งสองผูก สรุปได้ว่า การถวายเทียนส่งผลบุญให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง สูงศักดิ์ และประสบความสุขส่วนตน ส่วนการแห่เทียนส่งผลให้อานิสงส์แห่งกุศลหนุนนำให้เครือญาติและบุคคลอันเป็นที่รัก ได้กลับมาพบพานและเกิดร่วมกันในทุกภพทุกชาติ นอกจากเนื้อหาที่สะท้อนความเชื่อเรื่องผลบุญอย่างลึกซึ้งแล้ว คัมภีร์ใบลานทั้งสองผูกนี้ยังระบุชื่อผู้สร้างและผู้จาร (เขียน) ไว้อย่างชัดเจน โดย
• เลขที่ นม.บ.514/1: ระบุว่า พระภิกขุพระแนม ได้พร้อมใจกันสร้างไว้ในพระพุทธศาสนา เมื่อปี พ.ศ. 2473
• เลขที่ นม.บ.514/1ก: ระบุชื่อ นายยิ้ม เป็นผู้จารหนังสืออานิสงส์เทียนจำนำพรรษา
หากท่านใดสนใจศึกษาเรียนรู้เอกสารโบราณฉบับจริง สามารถเข้าใช้บริการได้ที่ ห้องอีสานศึกษา อาคาร 2 ชั้น 2 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา
• เลขที่ นม.บ.514/1ก: ระบุชื่อ นายยิ้ม เป็นผู้จารหนังสืออานิสงส์เทียนจำนำพรรษา
หากท่านใดสนใจศึกษาเรียนรู้เอกสารโบราณฉบับจริง สามารถเข้าใช้บริการได้ที่ ห้องอีสานศึกษา อาคาร 2 ชั้น 2 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา
บรรณานุกรม
“อานิสงส์จำนำเทียนพรรษา”. หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา. หนังสือใบลาน 2 ผูก. อักษรขอม-ไทย. ภาษาบาลี – ไทย. เส้นจาร. ฉบับทองทึบ. พ.ศ.2473. เลขที่ นม.บ.514/1:1ก.
(จำนวนผู้เข้าชม 30 ครั้ง)