สาระอีสาน เรื่อง หมอกูยอะจีง : ชาวกูยที่ประกอบอาชีพเลี้ยงช้าง
สาระอีสาน นำเสนอและเผยแพร่เกร็ดความรู้ต่าง ๆ จากข้อมูลท้องถิ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน และรวมถึงหนังสืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง มีให้บริการอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา สำหรับวันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้เป็นวันช้างไทย ดังนั้น วันนี้พี่นักภาษาโบราณ จะมานำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธ์ุหนึ่งที่มีความผูกพันกับช้างในแถบอีสานตอนล่าง นั่นก็คือ “หมอกูยอะจีง : ชาวกูยที่ประกอบอาชีพเลี้ยงช้าง” เรียบเรียงโดย นางสาวกุลริศา รัชตะวุฒิ นักภาษาโบราณ เนื้อหามีดังนี้
ชาวกูย เป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่างและบางพื้นที่ของภาคตะวันออกของประเทศไทย ในปัจจุบันพบชาวกูยอาศัยอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา สระแก้ว ปราจีนบุรี และสุพรรณบุรี ชาวกูยออกเสียงเรียกได้หลากหลาย บ้างออกเสียงเรียกว่า กุย กวย โกย โก็ย นอกจากนี้ยังมีชื่อที่ผู้อื่นเรียกชาวกูยว่า เขมรป่าดง ส่วย ข่า ไทย-กูย ไท-กวย ส่วย-ลาว ส่วย-เขมร เขมรส่วย ได้ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ชาวกูยแต่ละพื้นที่จะจำแนกชื่อเรียกกลุ่มของตนตามวิถีชีวิต อาทิ “กูยซแร” หมายถึง ชาวกูยที่ประกอบอาชีพทำนา “กูยแฎก” หมายถึง ชาวกูย ที่ประกอบอาชีพตีมีด และกูยอะจีงหรือกูยอาเจียง คือ ชาวกูยที่ประกอบอาชีพเลี้ยงช้าง บางพื้นที่เรียก “กวยตำแร็ย” (กวยช้าง)
หมอกูยอะจีง หรือ กูยอาเจียง คือ หมอช้างชาวกูยที่อาศัยอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ โดยผู้ที่จะเป็นหมอกูยอะจีงได้จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและความชำนาญในการคล้องช้างและจับช้างป่า แล้วฝึกปรือจนช้างมีความเชื่องกลายเป็นช้างบ้าน อีกทั้งต้องเป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยกับกฎเกณฑ์ต่าง ๆ และเชี่ยวชาญในการประกอบพิธีกรรมสำคัญอย่างเซ่นสรวงผีปะกำ ทั้งนี้ หมอช้างแต่ละคนก็จะมีความรู้ความสามารถและความชำนาญแตกต่างกันก็จะมีลำดับชั้นตำแหน่งที่แตกต่างเช่นกัน
การลำดับชั้นตำแหน่งของหมอกูยอะจีงนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถและจำนวนช้างป่าที่คล้องได้ โดยการจัดลำดับชั้นตำแหน่งของหมอกูยอะจีง มีทั้งหมด 6 ชั้น ได้แก่
- ชั้นที่ 1 กำลวงพืด เป็นหมอช้างชั้นสูงสุด
- ชั้นที่ 2 กำลวง หรือ กำลวงแกด เป็นหมอช้างลำดับรองจากลวงกำพืด
- ชั้นที่ 3 หมอสะดำ หรือ สะดำ เป็นหมอช้างลำดับรองจากกำลวง
- ชั้นที่ 4 หมอสะเดียง หรือ สะเดียง เป็นหมอช้างลำดับรองจากหมอสะดำ
- ชั้นที่ 5 หมอจา หรือ จา หรือ จ่า เป็นหมอช้างลำดับรองจากหมอสะเดียง
- ชั้นที่ 6 มะช้าง หรือ มะ เป็นหมอช้างลำดับต่ำสุด
และตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นต้นมา ชาวกูยในจังหวัดสุรินทร์ไม่ได้ออกไปจับช้างป่าอีกต่อไป การเลื่อนตำแหน่งหมอกูยอะจีงจึงไม่สามารถแต่งตั้งได้อีก ซึ่งหมอช้างชาวกูยรุ่นสุดท้ายในจังหวัดสุรินทร์ คือ นายมิว ศาลางาม หรือ ครูมิว หมอช้างอาวุโส ตำแหน่งหมอสะดำได้เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2562
ปัจจุบันชาวกูยในพื้นที่บ้านตากลาง บ้านศาลา บ้านหนองบัว ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ยังมีการเลี้ยงช้าง และยังคงสืบทอดรักษาวิชาคชศาสตร์มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมจารีตประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์กูย ดำรงวิถีชีวิตของคนกับช้างแบบดั้งเดิมเอาไว้ และถือว่าช้างคือส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต
โดยคชศาสตร์ชาวกูย คือ วิชาความรู้เกี่ยวกับช้างของหมอช้างที่ได้ถ่ายทอดและสืบทอดมาแต่โบราณกาลจากบรรพบุรุษชาวกูย เช่น ความรู้การจับช้างป่า ความรู้ด้านพิธีกรรมเกี่ยวกับช้างและคนเลี้ยงช้าง ทั้งนี้คชศาสตร์ชาวกูยได้รับการประกาศขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ อีกด้วย
บรรณานุกรม
สุภักดิ์ ตลับทอง. “หมอช้างกูยอะจีง : คล้องช้าง.” สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน. 14. (2542): 4999-5003.
ธีรพงษ์ กันทำ และประจวบ จันทร์หมื่น. กูย. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2568, จาก: https://ethnicity.sac.or.th/database-ethnic/161
ศูนย์สารนิเทศอีสานสิรินธร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. คชศาสตร์ชาวกูย. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2568, จาก: https://isancenter.msu.ac.th/?p=1294
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์. คชศาสตร์ชาวกูย. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2568, จาก: http://www.m-culture.in.th/album/196201/คชศาสตร์ชาวกูย
นิตยสาร สะเร็นน่า โรงเรียนตาเบาวิทยา. วิถีชาวกูย หมู่ บ้านช้าง งานช้างสุรินทร์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2568, จาก: https://www.nairobroo.com/news/elephant-in-surin/
ไทยโพสต์. ปิดตำนาน หมอสะดำ อาวุโส หมอช้างรุ่นสุดท้ายแห่งเมืองสุรินทร์. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 1 มีนาคม 2568, จาก: https://www.thaipost.net/main/detail/38590
(จำนวนผู้เข้าชม 5 ครั้ง)