แม่พิมพ์ต่างหูเมืองโบราณยะรัง จังหวัดปัตตานี

แม่พิมพ์ต่างหูเมืองโบราณยะรัง จังหวัดปัตตานี 

ต่างหูโบราณในยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ 
ต่างหู คือ เครื่องประดับใช้สวมใส่ที่สามารถสะท้อนได้ถึงวัฒนธรรม ความเชื่อ หรือสถานะทางสังคมของผู้สวมใส่ มีความนิยมในการใส่มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ นิยมใช้ ตะกั่ว ดีบุก สำริด ทองคำ ฯลฯ เป็นวัตถุดิบในการผลิต
วิธีการสวมใส่ต่างหูโบราณ
   วิธีการสวมใส่ต่างหูของกลุ่มคนในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 ศึกษาได้จากประติมากรรมที่พบตามเมืองโบราณต่าง ๆ เช่น เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น โดยมากนิยมใส่ต่างหูลักษณะโค้งงอเป็นวงกลม ในขณะสวมใส่ต้องนำปลายต่างหูที่มีขนาดใหญ่เข้าไปในรูบนใบหูก่อน แล้วคล้องตัวต่างหูซึ่งเป็นก้านขนาดเล็กไว้กับรูบนใบหูที่เจาะไว้ จึงสันนิษฐานว่าต้องมีการขยายรูบนใบหูสำหรับการใส่ต่างหูลักษณะนี้ เพื่อให้ได้รูบนใบหูที่มีขนาดใหญ่พอที่จะสวมต่างหูชนิดนี้ได้
แม่พิมพ์ต่างหูที่พบในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12
   แม่พิมพ์ต่างหู คือ แม่พิมพ์เครื่องประดับที่นิยมใช้หินทราย หรือหินดินดานในการทำเป็นแบบ มีการแกะสลัก สำหรับเทน้ำโลหะเหลวให้เกิดเป็นต่างหูรูปแบบต่าง ๆ ส่วนมากนิยมทำเป็นแม่พิมพ์แบบประกบ (Bivalve Mold) มีการพบแม่พิมพ์ต่างหูในเมืองโบราณที่อยู่ในช่วงสมัยพุทธศตวรรษที่ 12 หลายแห่ง อาทิ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองโบราณจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี และเมืองโบราณออกแก้ว ประเทศเวียดนาม เป็นต้น
การค้นพบแม่พิมพ์ต่างหูที่เมืองโบราณยะรัง 
เมืองโบราณยะรังพบแม่พิมพ์ต่างหู ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 3 ชิ้น โดย 2 ชิ้นแรกพบจากการสำรวจของ นายอนันต์ วัฒนานิกร อดีตศึกษาธิการอำเภอยะรัง ภายในพื้นที่โบราณสถานบ้านประแว และโบราณสถานบ้านวัดราว 60 – 70 ปีมาแล้ว ส่วนชิ้นที่ 3 พบจากการขุดค้นโบราณสถานบ้านจาเละหมายเลข 2 เมื่อปี พ.ศ. 2564 
แบบที่ 1 สำหรับผลิตต่างหูแบบโค้งงอเป็นวงกลมเกือบจรดกัน 
แบบที่ 2 สำหรับผลิตต่างหูมีร่องคล้ายกลีบมะเฟือง
แบบที่ 3 สำหรับผลิตต่างหูแบบทรงกลม มีปลายแหลมคล้ายหยดน้ำ
สรุป 
  จากการพบแม่พิมพ์เครื่องประดับนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการติดต่อระหว่างเมืองโบราณยะรังและเมืองโบราณ อื่น ที่มีช่วงอายุสมัยใกล้เคียงกันคือช่วงพุทธศตวรรษที่ 12 อาทิ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองโบราณจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้น 
 
เอกสารอ้างอิง
ภูวนาท รัตนรังสิกุล. การศึกษาวิจัยโบราณวัตถุที่มีตะกั่วเป็นองค์ประกอบหลักในวัฒนธรรมทวารวดี. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2555
ศิริพร ลิ่มวิจิตรวงศ์.พัฒนาการทางวัฒนธรรมของ ชุมชนโบราณในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ก่อนพุทธศตวรรษที่ 19. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต.มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2553
สํานักศิลปากรที่ 11 สงขลา. เมืองโบราณยะรัง อําเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี. นครศรีธรรมราช : โรงพิมพ์อักษรการพิมพ์, 2568 สํานักศิลปากรที่ 11 สงขลา. พัฒนาการทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ 3 จังหวัดชายแดนใต้. สมุทรสาคร : บริษัท บางกอกอิน เฮ้าส์ จํากัด, 2565 
Anna Bennett, U Thong city of gold : the ancient history. Bangkok : River book Press, 2023 
 
เรียบเรียง : นางสาวจิตราวลี พวงมณี ผู้ช่วยนักโบราณคดี

(จำนวนผู้เข้าชม 21 ครั้ง)

black ribbon.