“ผี” และ “สิ่งมีชีวิตเร้นลับ”ในภาคใต้

“ผี” และ “สิ่งมีชีวิตเร้นลับ”ในภาคใต้ 

 
ตายาย ผีบรรพบุรุษของชาวพุทธ
 ตายาย คือ พ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายและบรรดาญาติมิตรผู้ล่วงลับไปแล้ว และจะได้รับอนุญาต  ให้กลับมายังโลกมนุษย์ในช่วงเทศกาลเดือนสิบ ชาวพุทธใต้จึงจัดให้มีพิธีรับ-ส่งตายาย (บุญแรก-บุญหลัง) และมีพิธีอุทิศส่วนกุศลให้เป็นพิเศษ โดยการจัดสำรับที่เรียกว่า “หฺมฺรับ” เพื่อนำไปถวายพระที่วัด ถือเป็นการทำบุญใหญ่ประจำปี ที่ชาวใต้ทุกคนจะกลับบ้านมาอยู่พร้อมหน้ากัน แต่เนื่องจาก “ตายาย” มีบุญกุศลเดิมอยู่ไม่เท่ากัน จึงมักกลับมาในรูปลักษณ์ต่างๆ แต่รูปลักษณ์ที่เป็นตัวแทนตายายที่คุ้นเคยกันดีคือรูปของเปรต จึงนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เปรตตายาย”
ยายกาหลา ตากาหลี ผู้คุ้มครองรักษาเปรว
 เปรว คือป่าช้าของชาวใต้ เชื่อกันว่าเปรวทุกแห่งอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของ ยายกาหลา ตากาหลี หรือยากะลา ตากะลี ซึ่งเรียกกันด้วยภาษาท้องถิ่นว่า “เจ้าเปรว” เมื่อจะนำศพไปฝังในเปรวจึงต้องทำพิธีบอกกล่าวขออนุญาตและขอซื้อที่กับเจ้าเปรว เพื่อให้ผู้ตายสามารถนอนหลับใหลอยู่ในเปรวได้อย่างมีความสุข
เปรต ผู้ไม่ใช่ผี แต่ต้องเป็น “ผี”
 เปรต คือสัตว์โลกชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ใน “ภูมิเปรต หรือเปตตวิสัยภูมิ” สิ่งมีชีวิตชนิดนี้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ได้กระทำบาปกรรมต่างๆ กันไป ตำราโบราณแบ่งเปรตออกเป็น ๔ ประเภทบ้าง ๑๒ ประเภทบ้าง และ ๒๑ ประเภทบ้าง แต่ทั้งหมดนี้ มีเพียงปรทัตตุปชีวิกเปรตเท่านั้นที่มีโอกาสรับส่วนบุญที่เหล่าญาติอุทิศให้ได้ และมีเงื่อนไขว่าจะต้องกล่าวอนุโมทนาบุญว่าสาธุด้วยจึงจะได้รับผลบุญที่มีผู้อุทิศให้นั้นได้  เปรตจึงมีฐานนะเป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่งที่เกิดในภพภูมิเฉพาะ ดังเช่นเหล่ามนุษย์เกิดในมนุษยภูมิ เหล่าเดรัจฉานเกิดในเดรัจฉานภูมิ แต่ด้วยรูปร่างอันน่าเกลียดน่ากลัว จึงถูกเรียกเหมารวมไปในชื่อของ “ผีเปรต”
ทวดวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้าน
 ทวด คือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถให้คุณให้โทษได้ โดยมักปรากฏกายให้เห็นได้ทั้งในรูปคน และสัตว์เช่นเสือ และงู และมักมีการสร้างศาล ศาลา เพื่อเป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพของทวด และเป็นพื้นที่สื่อสารทางจิตวิญญาณคือ การบนบานสานกล่าว การบวงสรวงขอพร ขอความคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัย และกิจกรรมอื่นๆของชาวบ้านผู้นับถือทวด
"ผีจีน" ผู้หลับไหลในฮวงซุ้ย
 ในภาคใต้มีการอพยพของชาวจีนเข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นจำนวนมาก และมีการสร้าง “ฮวงซุ้ย” ไว้เป็นสถานที่ฝังศพตามประเพณีจีน สำหรับชาวจีนที่เสียชีวิตไป และชาวใต้มักเรียกฮวงซุ้ยในอีกชื่อหนึ่งว่า “เปรวจีน”
“ผีหลังกลวง” ผู้พ่ายแพ้แก่ปลาหมอ
 ผีหลังกลวง เป็นผีที่มีรูขนาดใหญ่อยู่กลางหลัง มีถิ่นอาศัยบริเวณเชิงเขาบูกิตบือซาฝั่งทิศเหนือแถบบ้านทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ผีกลุ่มนี้บ้างก็ว่าเป็นผีดิบดูดเลือด บ้างก็ว่าเป็นผีที่ชอบแอบเข้ามาปะปนกับชาวบ้านเพื่อช่วยตำข้าว หากชาวบ้านเผลอก็จะขโมยข้าวที่ดีและขาวที่สุดไป ทิ้งไว้แต่เม็ดกรวดและข้าวที่เสียหายอยู่ในครกตำข้าว โดยวิธีที่จะเอาชนะมันได้ก็คือการเอาปลาหมอใส่ในรูข้างหลังของมัน ซึ่งจะทำให้มันกรีดร้องทรมานและวิ่งหนีไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าของชาวสตูล ซึ่งเล่าว่าบริเวณเขาแก้ว มักมีผีหลังกลวงมาช่วยดำนาในช่วงบ่ายๆเย็น แต่พอรุ่งเช้าก็จะพบว่าต้นกล้าที่ดำไว้มักถูกถอนทิ้งไปหมดแล้ว
"โต๊ะชาย" ปู่โสมเฝ้าทรัพย์
         ตำนานท้องถิ่นมักกล่าวถึงดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาทรัพย์สมบัติของบรรพชน วิญญาญ
เหล่านี้จึงมีสถานะเป็นที่เคารพนับถือของผู้คน ในบางพื้นที่เรียกวิญญาณเหล่านี้ว่าทวด แต่ในพื้นที่โบราณสถานโคกอิฐ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เรียกดวงวิญญาณนี้ว่า "โต๊ะชาย" ซึ่งเล่ากันว่ามีลักษณะเป็นดวงวิญญาณ ๔ ดวง คือ ลุงดำ ลุงอิน ลุงลาย และลุงเพชร โดยชาวบ้านยังคงนิยมไปบนบานกับโต๊ะชายอยู่เป็นเนืองนิตย์มาจนปัจจุบัน
ฮันตูปารี “นางไม้” แสนงามและจิตใจดี
 ฮันตูปารี คือเหล่านางไม้ซึ่งมีหน้าที่รักษาทรัพย์สมบัติในถ้ำ ซึ่งในอดีตมักอนุญาตให้ชาวบ้านหยิบยืมถ้วยโถโอชามและสิ่งของมากมายไปใช้ในงานพิธีต่างๆ โดยมีข้อแม้ว่าเมื่อเสร็จงานแล้วจะต้องนำสิ่งของมาคืนให้ครบถ้วน แต่สุดท้ายชาวบ้านมักทำข้าวของแตกหักเสียหายและบางรายไม่นำมาคืน ฮันตูปารีจึงปิดสถานที่เก็บของแล้วหายตัวไปไม่ปรากฏให้ใครเห็นอีก กล่าวกันว่าลักษณะของฮันตูปารีที่สังเกตได้นั้นคือเวลาสนทนากันจะไม่สบตาคู่สนทนาและจะเป็นฝ่ายตอบเท่านั้น และจมูกของนางจะมีเพียงรูเดียวคือไม่มีผนังกั้นระหว่างรูจมูกทั้งสอง
"ญิน" สิ่งมีชีวิตเร้นลับของชาวมุสลิม
 ญิน ไม่ใช่ผี แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่พระเจ้าสร้างขึ้นจากไฟที่ไร้ควัน และทำให้มันไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาของมนุษย์ จึงกลายเป็นสิ่งมีชีวิตเร้นลับ ญินที่ถูกสร้างขึ้นนี้มีทั้งมีคุณสมบัติบางอย่างคล้ายมนุษย์เช่น สติปัญญา มีความสามารถพิเศษในการเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ญินอยู่อาศัยทั่วไปบนแผ่นดิน แต่ส่วนใหญ่พบได้ในทะเลทราย สถานที่ปรักหักพัง และสกปรก ทั้งนี้ในหมู่ญินปรากฏทั้งญินที่ดี และญินที่ไม่ดี โดยญินที่คิดร้ายและกลายเป็นญินชั่วจะได้แก่ ชัยฏอน และอิบลีส แต่ญินชั่วร้ายมันก็ไม่มีอำนาจใดๆเหนือมนุษย์ นอกจากการกระซิบและการหลอกลวง ให้มนุษย์หลงผิดไปจากเส้นทางที่พระเจ้าได้กำหนดไว้  
 
เรียบเรียง : นายสารัท ชลอสันติสกุล นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ 

(จำนวนผู้เข้าชม 99 ครั้ง)

black ribbon.