พระพิมพ์จากวัดธาตุกุด ร้าง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน
#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
“พระพิมพ์จากวัดธาตุกุด (ร้าง) อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน”
วัดธาตุกุด (ร้าง) หรือเจดีย์มอญปากบ่อง ตั้งอยู่ที่ตำบลปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน กรมศิลปากรได้ดำเนินงานทางโบราณคดีเมื่อ พ.ศ.2553 พบหลักฐานการสร้างซ้อนทับกัน 2 สมัย โดยสมัยแรกก่อสร้างเป็นเจดีย์ทรงระฆังในฐานแปดเหลี่ยม ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบล้านนาช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 ต่อมามีการก่อขยายส่วนฐานให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เปลี่ยนแปลงรูปแบบเป็นศิลปะแบบมอญ-พม่า สันนิษฐานว่าเป็นงานบูรณะในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23-24 นอกจากนี้ จากการขุดค้นทางโบราณคดี พบพระพิมพ์ดินเผาศิลปะพม่าแบบมัณฑเลจำนวนมาก ซึ่งเป็นรูปแบบพระพิมพ์ที่ไม่พบในที่ใดของดินแดนล้านนา ปัจจุบันพระพิมพ์จากการขุดค้นวัดธาตุกุด (ร้าง) แห่งนี้จัดแสดงอยู่ที่ห้องพระพิมพ์ล้านนา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
พระพิมพ์ที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดีวัดธาตุกุด (ร้าง) ส่วนมากเป็นพระพิมพ์ดินเผา สามารถจำแนกรูปแบบศิลปะออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ 1) ศิลปะหริภุญไชย (พุทธศตวรรษที่ 17-18) พบจำนวน 7 ชิ้น ประกอบด้วย พระพิมพ์สามใบโพธิ์หรือพระพิมพ์สามใบศรี ซึ่งเป็นพระพิมพ์รูปพระพุทธเจ้าปางมารวิชัยเรียงกัน 3 องค์ และ พระพิมพ์พระสิบสอง ซึ่งเป็นพระพิมพ์รูปพระพุทธเจ้า 12 องค์ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะปาละ 2) พระพิมพ์ศิลปะพุกาม พบจำนวน 1 ชิ้น มีลักษณะเป็นพระพิมพ์พระพุทธรูปประทับนั่งสมาธิราบบนฐานที่มีสิงห์แบกรองรับฐาน 3) พระพิมพ์ศิลปะท้องถิ่นล้านนา อิทธิพลศิลปะอังวะ พบจำนวน 7 ชิ้น เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชรปางมารวิชัยบนฐานบัวลูกแก้วอกไก่ ไม่ทรงเครื่อง พระรัศมีเป็นเปลวสูง และ 4) พระพิมพ์พระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะมัณฑเล พบจำนวน 19 ชิ้น มีลักษณะเป็นพระพิมพ์พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชรบนฐานสูง สวมศิราภรณ์ทรงมงกุฎแหลมคล้ายชฎา สวมสังวาลรูปกากบาท ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นศิลปะพม่าที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอยุธยาในสมัยราชวงศ์คองบอง
จากการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า บริเวณปากบ่องหรือบริเวณวัดธาตุกุด (ร้าง) นี้น่าจะเป็นชุมชนพม่าที่มีความเข้มแข็งมาตั้งแต่สมัยดินแดนล้านนาอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์เจ้าองค์ดำ เชื้อสายล้านช้างซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพม่าให้ขึ้นปกครองนครเชียงใหม่ จากนั้นได้รบกับเทพสิงห์ (อดีตเจ้าเมืองเชียงใหม่) และเจ้าอัตวรปัญโญ (เจ้านครน่าน) บริเวณสบทาป่าซาง แสดงให้เห็นว่าบริเวณพื้นที่นี้น่าจะมีความสำคัญมากในครั้งอดีต ต่อมาช่วง พ.ศ.2294 กลุ่มไทลื้อและไทเขิน พากันสู้รบขับไล่พม่าจากเมืองเชียงแสน เพี้ย-นรลักษณ์ เจ้าเมืองเชียงแสนซึ่งเป็นขุนนางพม่าได้หลบหนีมาอยู่บริเวณสบทาระยะหนึ่ง ก่อนจะชิงเมืองเชียงแสนกลับมาได้ นอกจากนี้ปรากฏหลักฐานว่าช่วง พ.ศ.2307 พม่านำเรือจากเมืองเชียงใหม่มาเกณฑ์ข้าวจากสบทาไปถึง 1,000 ต๋าง (กระบุง) ดังนั้นช่วงพุทธศตวรรษที่ 23-24 นี้เองที่บริเวณวัดธาตุกุด (ร้าง) มีความสำคัญในฐานะชุมชนพม่าที่มีความเข้มแข็ง สอดคล้องกับรูปแบบศิลปกรรมและพระพิมพ์ที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดี ต่อมาชุมชนแห่งนี้น่าจะถูกทิ้งร้างลงเมื่อทัพเมืองลำพูนและทัพวังพร้าวร่วมกันปราบปรามชุมชนพม่า และฟื้นตัวอีกครั้งเมื่อชุมชนชาวจีนจากสระบุรีขึ้นมาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนและประกอบการค้า
ค้นคว้า/เรียบเรียง นายนนทวัชร์ ไกรสกุล ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
เอกสารประกอบการเรียบเรียง
สายกลาง จินดาสุ และคณะ. นามานุกรมแหล่งมรดกวัฒนธรรมในพื้นที่ล้านนาตะวันตก. เชียงใหม่: หจก.เชียงใหม่สแกนเนอร์, 2560.
สุระ พิริยะสงวนพงศ์. พระพุทธรูปศิลปะพม่า รูปแบบและพัฒนาการ ตั้งแต่สมัยพุกาม-หลังมัณฑเล. นนทบุรี: มิวเซียมเพรส, 2568.
หจก.เฌอ กรีน. รายการเบื้องต้น การขุดค้น-ขุดแต่งโบราณสถานวัดธาตุกุด (ร้าง), เสนอ สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่. เชียงใหม่: สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่, 2553.






“พระพิมพ์จากวัดธาตุกุด (ร้าง) อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน”
วัดธาตุกุด (ร้าง) หรือเจดีย์มอญปากบ่อง ตั้งอยู่ที่ตำบลปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน กรมศิลปากรได้ดำเนินงานทางโบราณคดีเมื่อ พ.ศ.2553 พบหลักฐานการสร้างซ้อนทับกัน 2 สมัย โดยสมัยแรกก่อสร้างเป็นเจดีย์ทรงระฆังในฐานแปดเหลี่ยม ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบล้านนาช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 ต่อมามีการก่อขยายส่วนฐานให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เปลี่ยนแปลงรูปแบบเป็นศิลปะแบบมอญ-พม่า สันนิษฐานว่าเป็นงานบูรณะในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23-24 นอกจากนี้ จากการขุดค้นทางโบราณคดี พบพระพิมพ์ดินเผาศิลปะพม่าแบบมัณฑเลจำนวนมาก ซึ่งเป็นรูปแบบพระพิมพ์ที่ไม่พบในที่ใดของดินแดนล้านนา ปัจจุบันพระพิมพ์จากการขุดค้นวัดธาตุกุด (ร้าง) แห่งนี้จัดแสดงอยู่ที่ห้องพระพิมพ์ล้านนา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
พระพิมพ์ที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดีวัดธาตุกุด (ร้าง) ส่วนมากเป็นพระพิมพ์ดินเผา สามารถจำแนกรูปแบบศิลปะออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ 1) ศิลปะหริภุญไชย (พุทธศตวรรษที่ 17-18) พบจำนวน 7 ชิ้น ประกอบด้วย พระพิมพ์สามใบโพธิ์หรือพระพิมพ์สามใบศรี ซึ่งเป็นพระพิมพ์รูปพระพุทธเจ้าปางมารวิชัยเรียงกัน 3 องค์ และ พระพิมพ์พระสิบสอง ซึ่งเป็นพระพิมพ์รูปพระพุทธเจ้า 12 องค์ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะปาละ 2) พระพิมพ์ศิลปะพุกาม พบจำนวน 1 ชิ้น มีลักษณะเป็นพระพิมพ์พระพุทธรูปประทับนั่งสมาธิราบบนฐานที่มีสิงห์แบกรองรับฐาน 3) พระพิมพ์ศิลปะท้องถิ่นล้านนา อิทธิพลศิลปะอังวะ พบจำนวน 7 ชิ้น เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชรปางมารวิชัยบนฐานบัวลูกแก้วอกไก่ ไม่ทรงเครื่อง พระรัศมีเป็นเปลวสูง และ 4) พระพิมพ์พระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะมัณฑเล พบจำนวน 19 ชิ้น มีลักษณะเป็นพระพิมพ์พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชรบนฐานสูง สวมศิราภรณ์ทรงมงกุฎแหลมคล้ายชฎา สวมสังวาลรูปกากบาท ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นศิลปะพม่าที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอยุธยาในสมัยราชวงศ์คองบอง
จากการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า บริเวณปากบ่องหรือบริเวณวัดธาตุกุด (ร้าง) นี้น่าจะเป็นชุมชนพม่าที่มีความเข้มแข็งมาตั้งแต่สมัยดินแดนล้านนาอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์เจ้าองค์ดำ เชื้อสายล้านช้างซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพม่าให้ขึ้นปกครองนครเชียงใหม่ จากนั้นได้รบกับเทพสิงห์ (อดีตเจ้าเมืองเชียงใหม่) และเจ้าอัตวรปัญโญ (เจ้านครน่าน) บริเวณสบทาป่าซาง แสดงให้เห็นว่าบริเวณพื้นที่นี้น่าจะมีความสำคัญมากในครั้งอดีต ต่อมาช่วง พ.ศ.2294 กลุ่มไทลื้อและไทเขิน พากันสู้รบขับไล่พม่าจากเมืองเชียงแสน เพี้ย-นรลักษณ์ เจ้าเมืองเชียงแสนซึ่งเป็นขุนนางพม่าได้หลบหนีมาอยู่บริเวณสบทาระยะหนึ่ง ก่อนจะชิงเมืองเชียงแสนกลับมาได้ นอกจากนี้ปรากฏหลักฐานว่าช่วง พ.ศ.2307 พม่านำเรือจากเมืองเชียงใหม่มาเกณฑ์ข้าวจากสบทาไปถึง 1,000 ต๋าง (กระบุง) ดังนั้นช่วงพุทธศตวรรษที่ 23-24 นี้เองที่บริเวณวัดธาตุกุด (ร้าง) มีความสำคัญในฐานะชุมชนพม่าที่มีความเข้มแข็ง สอดคล้องกับรูปแบบศิลปกรรมและพระพิมพ์ที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดี ต่อมาชุมชนแห่งนี้น่าจะถูกทิ้งร้างลงเมื่อทัพเมืองลำพูนและทัพวังพร้าวร่วมกันปราบปรามชุมชนพม่า และฟื้นตัวอีกครั้งเมื่อชุมชนชาวจีนจากสระบุรีขึ้นมาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนและประกอบการค้า
ค้นคว้า/เรียบเรียง นายนนทวัชร์ ไกรสกุล ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
เอกสารประกอบการเรียบเรียง
สายกลาง จินดาสุ และคณะ. นามานุกรมแหล่งมรดกวัฒนธรรมในพื้นที่ล้านนาตะวันตก. เชียงใหม่: หจก.เชียงใหม่สแกนเนอร์, 2560.
สุระ พิริยะสงวนพงศ์. พระพุทธรูปศิลปะพม่า รูปแบบและพัฒนาการ ตั้งแต่สมัยพุกาม-หลังมัณฑเล. นนทบุรี: มิวเซียมเพรส, 2568.
หจก.เฌอ กรีน. รายการเบื้องต้น การขุดค้น-ขุดแต่งโบราณสถานวัดธาตุกุด (ร้าง), เสนอ สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่. เชียงใหม่: สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่, 2553.






(จำนวนผู้เข้าชม 80 ครั้ง)