...

100 ปีแห่งการเสด็จประพาสนครเชียงใหม่ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
“100 ปีแห่งการเสด็จประพาสนครเชียงใหม่ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว”
เมื่อ พ.ศ.2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปรารภว่า หัวเมืองมณฑลฝ่ายเหนือหรือมณฑลพายัพ เป็นเมืองสำคัญที่มีนักปราชญ์ ผู้มีความรู้ความสามารถ และโบราณวัตถุสถานที่เป็นประจักษ์พยานถึงความรุ่งเรืองในอดีต และยังไม่มีพระเจ้าแผ่นดินกรุงรัตนโกสินทร์พระองค์ใดเสด็จไปยังตามหัวเมืองในมณฑลพายัพนี้ แม้รัชกาลก่อนหน้าจะเคยเสด็จไปบ้างแล้ว แต่ยังมิได้ราชาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ อีกประการหนึ่งพระองค์ทรงเล็งเห็นว่า การเสด็จประพาสมณฑลพายัพครั้งนี้จะทำให้ทอดพระเนตรเห็นภูมิประเทศและความเป็นอยู่ของราษฎร เมื่อมีพระราชปรารภดังนี้แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ กำหนดวันที่ 6 มกราคม 2469 เป็นวันพระฤกษ์ที่จะเสด็จพระราชดำเนินโดยทางรถไฟขึ้นไปมณฑลพายัพ มีกำหนดเวลาประมาณ 1 เดือน จึงเสด็จกลับกรุงเทพมหานคร
วันที่ 6 มกราคม 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องสนามทหารบก ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี จากพระราชวังดุสิตไปยังสถานีรถไฟจิตรลดา และเคลื่อนชบวนรถไฟเวลา 8.30 นาฬิกา พระสงฆ์สวดชัยมงคลกถาถวายพระพร จากนั้นพระองค์เสด็จประพาสมณฑลพิษณุโลก เมืองพิษณุโลก เมืองแพร่ นครลำปาง เมืองเชียงราย เมืองเชียงแสน และกลับมาประทับยังนครลำปางตามลำดับ
วันที่ 22 มกราคม 2469 เวลา 11.00 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกจากสถานีรถไฟนครลำปางไปถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ เวลา 14.50 น. ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึง สมุหเทศาภิบาลมณฑลพายัพกราบบังทูลเบิกมหาอำมาตย์โท เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเครื่องเต็มยศทหารมหาดเล็ก จ.ป.ร. ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์สอดสายสะพายมหาจักรีบรมราชวงศ์ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 จากนั้นเสด็จไปประทับโฮเตลรถไฟ
จากนั้นพระราชดำเนินโดยริ้วกระบวนเข้าไปยังนครเชียงใหม่ ประกอบด้วย 1) กรมบัญชาการกองพล 2) กองบังคับการกรมทหารบกม้าพิษณุโลก 3) กรมทหารบกม้าพิษณุโลก 2 กองร้อย 4) กองบังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 8 5) กรมทหารปืนใหญ่ที่ 8 6) แตรวงกรมทหารมหาดเล็ก 7) กองบังคับการกรมทหารบกราบที่ 7 8 ) กรมทหารบกราบที่ 8 9) กองทหารสัมภาระ 10) กองเสนารักษ์ 11) กองเสือป่ารักษาดินแดนพายัพ 12) ช้างกลองนำ 13) ช้างพระชัย ผูกเครื่องเงิน มีปกตะพองห้อยข้างซองหาง ห้อยหูพู่จามรี กูบทองของเจ้าผู้ครองนครลำพูน 14) ช้างตั้ง ผูกเครื่องหุ้มผ้าแดง มีสายพานหน้าซองหางและรัดผ้าปูหลังสีน้ำเงินขลิบแดง 15) ช้างเขน ผูกเครื่องหุ้มผ้าแดง มีสายพานหน้าซองหาง ผูกกูบหวายลงรักแต่งเครื่องอาวุธ ปักธงรูปสัตว์ 16) ช้างเจ้านายพื้นเมืองนำเสด็จ แต่งเครื่องหุ้มผ้าแดงมีสายพานหน้าซองหาง ปกตะพองหน้าผ้าแดงลายทอง ห้อยหูพู่จามรี ผ้าปูหลังพื้นแดงลายทอง ประกอบด้วย เจ้าวงศ์เกษม ณ ลำปาง เจ้าอุตรการโกศล (ลำปาง) เจ้าชัยสงคราม (ลำปาง) เจ้าราชสัมพันธวงศ์ (ลำปาง) เจ้าราชสัมพันธวงศ์ (ลำพูน) เจ้าสุริยวงศ์ (ลำพูน) เจ้าราชบุตร์ (เชียงใหม่) เจ้าชัยวรเชษ (เชียงใหม่) เจ้าราชภาคินัย (เชียงใหม่) เจ้าบุรีรัตน์ (เชียงใหม่) เจ้าราชวงศ์ (ลำปาง) และเจ้าแก้วนวรัฐ ผู้ครองนครเชียงใหม่  17) กลองชุม 16 คน  18) ช้างพังนำ 19) ช้างพระที่นั่งทรง ผู้เครื่องทองของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ มีปกตะพองห้อยหูพู่จามรีห้อยข้างซองหาง ผูกกูบทองโถง (ปัจจุบันกูบทองโถงหรือสัปคับชิ้นนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่)  20) ช้างสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ผู้เครื่องทองของเจ้าผู้ครองนครลำพูน มีปกตะพองห้อยหูพู่จามรีห้อยข้างซองหาง ผูกกูบจำลองทอง (ปัจจุบันกูบชิ้นนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์)  21) ช้างมหาดเล็กเชิญเครื่อง 2 คน  22) ช้างท้าวสมศักดิ์ 23) ช้างหม่อมหลวงคลอง ชัยยันต์ ณ อยุธยา (นางสนองพระโอษฐ์) 24) ช้างหม่อมราชวงศ์พันธ์ทิพย์ เทวกุล ณ อยุธยา (นางพระกำนัล) 25) ช้างตั้งหลัง 2 เชือก 26) ช้างพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ปัจจุบันกูบหรือสัปคับชิ้นนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่) 27) ช้างพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงกำแพงเพชรอัครโยธิน 28) ช้างหม่อมเจ้าพีรพงศ์ 29) ช้างหม่อมเจ้าฉัตรมงคล 30) ช้างหม่อมเจ้าถาวรมงคลมวงศ์ 31) ช้างเจ้าส่วนบุญ (ภริยาเจ้าจักร์คำขจรศักดิ์) 32) ช้างเจ้าเรณุวรรณา (ภริยาเจ้าบุรีรัตน์ เชียงใหม่) 33) ช้างเจ้าหล้า (ภริยาเจ้าราชสัมพันธวงศ์ ลำพูน) 34) ช้างเจ้าบัวทิพย์ (ภริยาเจ้าราชภาคินัย เชียงใหม่) 35) ช้างเจ้าเรือนแก้ว (ภริยาเจ้าภาติกวงศ์ เชียงใหม่) 36) ช้างเจ้าจันทนา (ภริยาเจ้าประพันธ์พงศ์ เชียงใหม่) 37) ช้างเจ้าศิริประกาย (ภริยาเจ้ากาวิลวงศ์ ณ เชียงใหม่) 38) ช้างเจ้าวรรณรา ณ ลำพูน (บุตรีเจ้าจักรคำขจรศักดิ์) 39) ช้างพระยาบริหารราชมานพ 40) ช้างพระยาอิศรพัลลภ 41) ช้างพระยาไพชยต์เทพ 42) ช้างพระยาอัคนีสราภัย 43) ช้างหลวงสิทธิ์ นายเวร 44) ช้างพระสถลพิมาน 45) ช้างนายจ่ายวด 46) ช้างนายจ่าเรศ 47) ช้างนายชิด หุ้มแพร และ 48) แถวตำรวจภูธร เป็นขบวนปิดท้าย
ครั้นเสร็จสิ้นกระบวนแล้ว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดพระราชทานเครื่องสักการะมอบแก่ข้าราชการ 5 นาย เชิญไปบูชาปูชนียสถานตามพระอารามที่มีนามเป็นมงคล 5 แห่ง ได้แก่ วัดเชียงมั่น วัดเชียงยืน วัดชัยมงคล วัดศรีเกิด และวัดศรีบุญเรือง จากนั้นเสด็จประทับแรมบนศาลารัฐบาลมณฑล
วันที่ 23 มกราคม 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องเต็มยศราชการสนาม ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทรงสอดสายสะพายนพรัตนราชวราภรณ์ เสด็จพิธีทูลพระขวัญบริเวณพลับพลาทองหน้าศาลารัฐบาลมณพลพายัพ โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในฝ่ายหน้า และพระราชชายา เจ้าดารารัศมี เจ้านายมณฑลพายัพ และราษฎร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในกระบวนเครื่องพระขวัญนั้นมีเจ้านายฝ่ายเหนือฟ้อนรำนำหน้า ได้แก่ เจ้าแก้วนวรัฐ (เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่) ฟ้อนคู่กับเจ้ามหาพรหมสุรธาดา (เจ้าผู้ครองนครน่าน) เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ (เจ้าผู้ครองนครลำพูน) ฟ้อนกู่กับเจ้าราชวงศ์ ลำปาง เจ้าบุรีรัตน์ เชียงใหม่ ฟ้อนคู่กับเจ้าชัยสงคราม เชียงใหม่  เจ้าราชภาคินัย เชียงใหม่ ฟ้อนคู่กับเจ้าราชสัมพันธวงศ์ เชียงใหม่  เจ้าชัยวรเชษ ฟ้อนคู่กับเจ้าราชสัมพันธวงศ์ เชียงใหม่  เจ้าประพันธวงศ์ เชียงใหม่ ฟ้อนคู่กับเจ้าชัยสงคราม ลำปาง  และเจ้ากาวิลวงศ์ ฟ้อนคู่กับเจ้าวงศ์เกษม ณ ลำปาง
จากนั้นตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2469 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสสถานที่สำคัญต่าง ๆ ในนครเชียงใหม่ เช่น ช้างพลายเชิงดอยสุเทพ (ต่อมาเป็นพระเศวตคชเดชน์ดิลก) วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง โรงพยาบาลโรคเรื้อน (สถาบันแมคเคนเพื่อการฟื้นฟูสภาพ) กู่เจ้านายฝ่ายเหนือวัดสวนดอก วัดพระธาตุหริภุญไชย (จังหวัดลำพูน) โรงพยาบาลแมคคอร์มิค โรงเรียนดาราวิทยาลัย โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ข่วงช้างเผือก ข่วงสิงห์ วัดเจ็ดยอด โรงเรียนกสิกรรม วัดกู่เต้า สโมสรจิมคานา ม่อนจ๊อกป๊อก (ดอยสุเทพ) น้ำตกห้วยแก้ว โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย สโมสรนวรัฐ และเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพมหานครในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2469 โดยมีเจ้าแก้วนวรัฐ (เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่) พระราชชายาเจ้าดารารัศมี และเจ้านายฝ่ายชาย-ฝ่ายหญิง ร่วมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์กลับกรุงเทพมหานคร ณ สถานีรถไฟเชียงใหม่ และเสด็จถึงสถานีรถไฟจิตรลดา ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2469 เวลา 11.40 น.
ค้นคว้า/เรียบเรียง  นายนนทวัชร์ ไกรสกุล  ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่
เอกสารประกอบการเรียบเรียง
จดหมายเหตุเสด็จพระราชดำเนิรเลียบมณฑลฝ่ายเหนือ พระพุทธศักราช 2469. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนาการ, 2474. (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทานในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2474)
สถาบันพระปกเกล้า และจังหวัดเชียงใหม่. สมุดภาพเสด็จเลียบมณฑลพายัพ พ.ศ.2469. นนทบุรี: บริษัท เอ.พี. กราฟฟิคดีไซน์และการพิมพ์ จำกัด, 2561.























(จำนวนผู้เข้าชม 37 ครั้ง)


black ribbon.