ค้นหา
จากคำค้น "สรุป" พบรายการทั้งหมด 631 รายการ
ผลจากการที่ เมืองโบราณศรีเทพ ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ด้วยคุณค่าที่โดดเด่นจากรูปแบบของผังเมือง สถาปัตยกรรม และรูปแบบศิลปกรรม เป็นตัวแทนของการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธแบบเถรวาท มหายาน และพราหมณ์ ฮินดู เมื่อประมาณ ๑,๐๐๐ - ๑,๖๐๐ ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาอรุณรุ่งแห่งอารยธรรมสมัยประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเยี่ยมชมมากกว่าวันละ ๕,๐๐๐ คน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเป็นกระแสและข้อห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของโบราณสถานและการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนความพร้อมด้านต่าง ๆ เนื่องจากคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช) ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม (นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ) เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (นางสาวเพ็ญพิสุทธ์ จินตโสภณ) และคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ (นายกฤษณ์ คงเมือง) อธิบดีกรมศิลปากร (นายพนมบุตร จันทรโชติ) ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม (นางสาวเพชรรัตน์ สายทอง) รองอธิบดีกรมศิลปากร (นายสถาพร เที่ยงธรรม) นายอำเภอศรีเทพ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ นางจินตนา ทองใจสด นายกเทศมนตรีตำบลพุเตย และประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีเทพ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสนุ่น นายกเทศบาลตำบลโคกสะอาด และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ ณ เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยได้สำรวจสถานที่สำคัญ ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนมรดกโลก ได้แก่ โบราณสถานภายในเมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานเขาคลังนอก หลังจากรับฟังบรรยายสรุป และเยี่ยมพื้นที่สำคัญดังกล่าวแล้ว รมว.วธ. ในฐานะผู้แทนของรัฐบาล ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีซึ่งติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถเดินทางมาด้วยตนเองได้ โดย รมว.วธ. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยและให้ความสำคัญ ในเรื่องความปลอดภัยของโบราณสถาน สวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวในการเข้าชม ตลอดจนความพร้อมของ สิ่งอำนวยความสะดวกในการรองรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งการบริหารจัดการต่าง ๆ ที่ครอบคลุมในทุกมิติ เพื่อคงความโดดเด่น และคุณค่าในการเป็นมรดกโลกให้คงอยู่ตลอดไป พร้อมกับส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล
ทั้งนี้ รมว.วธ. กล่าวถึงแนวทางการเพิ่มศักยภาพในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากในช่วงนี้ว่า ขอให้กรมศิลปากร ประสานกับจังหวัดเพชรบูรณ์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดำเนินการในสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ การเพิ่มรถสุขาเคลื่อนที่ โดยขอความอนุเคราะห์จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล พร้อมสั่งการให้กรมศิลปากร เพิ่มจำนวนรถรางเพื่อให้บริการนำชมกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ สำหรับโบราณสถานเขาคลังนอก ซึ่งเป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ ที่อนุญาต ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมด้านบนได้นั้น ขอให้กรมศิลปากร จัดเจ้าหน้าที่เพื่ออธิบายข้อควรระมัดระวังในการเยี่ยมชม เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้ความรู้ ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กรมศิลปากร สำรวจสภาพความเปลี่ยนแปลงของโบราณสถานอย่างละเอียด และรายงานให้ทราบเป็นระยะ เพื่อประกอบการพิจารณาว่าการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากมีผลต่อโบราณสถานหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โบราณสถานเขาคลังนอก ก่อสร้างด้วยศิลาแลงและอิฐ และผ่านการอนุรักษ์มาแล้ว จึงน่าจะไม่ได้รับผลกระทบ สำหรับโบราณสถานภายในเมืองโบราณศรีเทพ ทราบข้อมูลจากกรมศิลปากรว่า ได้มีการป้องกัน โดยเว้นระยะไม่ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสส่วนลวดลายประดับ ที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้
การลงตรวจพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มีการหารือและมอบหมายให้กรมศิลปากรดำเนินการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องน้ำสาธารณะ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึก โดยคำนึงถึงการออกแบบที่รองรับผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้บริการกับนักท่องเที่ยวได้ครบทุกด้าน โดยการก่อสร้างทุกอย่างต้องเป็นไปด้วยความเหมาะสม ตามแผนแม่บทที่วางไว้ รวมถึงการสร้างศูนย์ข้อมูลเมืองโบราณศรีเทพ ที่จะได้นำโบราณวัตถุสำคัญซึ่งพบในเมืองโบราณศรีเทพมาจัดแสดงต่อไป โดยจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ นอกจากนั้นยังขอให้มีการนำอัตลักษณ์ของศิลปกรรมอันโดดเด่นที่พบในเมืองโบราณศรีเทพ เช่น ลวดลายประดับรูปคนแคระ ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาต่อยอดเป็นลวดลายบนไอศกรีม และจะได้สนับสนุนให้เกิดการต่อยอดเป็นสินค้าและงานหัตถกรรมอื่น ๆ โดยเน้นการส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นเป็นผู้ผลิต ทั้งนี้กระทรวงวัฒนธรรมจะสนับสนุนด้านการตลาดและการพัฒนาทักษะฝีมือในการผลิตของคนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมให้เป็น Soft Power อย่างแท้จริง โดยแนวทางในการดำเนินการต่าง ๆ จะได้กราบเรียนให้นายกรัฐมนตรีทราบต่อไป
สำหรับแผนการดำเนินการในระยะยาว รมว.วธ ได้มอบนโยบายให้กรมศิลปากร เผยแพร่ความรู้เรื่องเมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งพบว่ายังมีอีกหลายแห่งที่สำคัญในประเทศไทย และมีอายุร่วมสมัยกับเมืองโบราณศรีเทพ เช่น เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรีเมืองนครปฐมโบราณ เมืองโบราณจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ เมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เมืองฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ เมืองโบราณยะรัง จังหวัดปัตตานี ฯลฯ โดยเชื่อว่าเมืองโบราณเหล่านี้มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมต่อไปในอนาคต ถือเป็นการต่อยอดในการที่เมืองโบราณศรีเทพ ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก ภายใต้แนวคิด “เมืองทวารวดีที่ห้ามพลาด” นอกจากนั้นยังขอให้กรมศิลปากร ทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบเมืองโบราณศรีเทพ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ไปพร้อมกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
โครงการขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อศึกษาแหล่งโบราณคดี วัดโพธาราม ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ปีงบประมาณ 2566 สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ดำเนินโครงการขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อศึกษาแหล่งโบราณคดีวัดโพธาราม ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาโครงการสำรวจ ขุดค้นเพื่อศึกษาเส้นทางข้ามคาบสมุทรในภาคใต้ตอนบนของประเทศไทย
เนื่องจากพื้นที่บริเวณชุมชนโบราณเมืองไชยาตั้งอยู่บนเส้นทางข้ามคาบสมุทรที่สำคัญ พบแหล่งโบราณคดี/โบราณสถาน/โบราณวัตถุ
ที่สำคัญเป็นจำนวนมาก และในปีงบประมาณ 2565 สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการขุดค้นแหล่งโบราณคดีหลายแห่งในพื้นที่เมืองโบราณไชยา ประกอบกับเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 มีการขุดพบพานทองคำ ที่วัดโพธาราม สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราชจึงดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดโพธาราม ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อศึกษาพัฒนาการทางโบราณคดีของแหล่งโบราณคดีดังกล่าวและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีในเส้นทางข้ามคาบสมุทรเพิ่มเติม
การดำเนินงานขุดค้นทางโบราณคดีบริเวณพื้นที่วัดโพธาราม ดำเนินการขุดเป็นหลุมขุดค้นขนาด 2 x 2 เมตร ตั้งอยู่ห่างจากกำแพงวัดด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 1 เมตร หลุมขุดค้นวางตัวขนานกับแนวกำแพงวัด กำหนดระดับอ้างอิงหลักไว้ที่บริเวณหลังกำแพงวัด
การดำเนินงานขุดค้น
การดำเนินงานขุดค้นได้ทำการขุดค้นตามระดับชั้นดินสมมติครั้งละ 10 เซนติเมตร จนถึงระดับชั้นดินธรรมชาติ เเละในระหว่างขุดค้นได้ทำ
การร่อนดินในแต่ละระดับชั้นดินสมมติควบคู่กันไปเพื่อตรวจสอบลูกปัดแก้วที่อาจปะปนอยู่ในดินที่ขุดค้น เนื่องจากสภาพพื้นที่ในบริเวณตำบลพุมเรียงเป็นพื้นที่ที่พบการกระจายตัวของลูกปัดแก้วอยู่ทั่วไป
ผลการดำเนินงาน
จากการขุดศึกษาทางโบราณคดีพบว่าสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ในหลุมขุดค้น มีลักษณะของชั้นดินที่ถูกรบกวนจากกิจกรรมในปัจจุบันในช่วงตั้งแต่ระดับชั้นผิวดิน (65 cm.dt.) จนถึงระดับความลึกประมาณ 75 เซนติเมตรจากผิวดิน (140 cm.dt.) ดินที่พบในระดับชั้นนี้มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย เนื้อดินละเอียด มีเศษชิ้นส่วนวัสดุและขยะปัจจุบันปะปนอยู่ร่วมกับโบราณวัตถุประเภทต่าง ๆ โดยโบราณวัตถุที่พบมากสุดในระดับชั้นดินนี้ ได้แก่ เศษกระเบื้องมุงหลังคาดินเผาประเภทกาบกล้วย เศษอิฐหัก ภาชนะดินเผาประเภทเนื้อแกร่ง และชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีน ลูกปัดแก้ว ชิ้นส่วนต่างหูทองคำ (?) เหรียญอีแปะจีน
ระดับชั้นดินตั้งแต่ 75 เซนติเมตรจากผิวดิน (140 cm.dt.) ลงมาจนถึงระดับ 115 เซนติเมตร จากผิวดิน (180 cm.dt.) ในระดับชั้นดินนี้ไม่ปรากฏการปะปนของเศษวัสดุหรือขยะในปัจจุบันแล้ว ลักษณะของดินที่พบในระดับชั้นนี้มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ในระดับชั้นนี้ได้ปรากฏ
1. ร่องรอยของแนวอิฐที่วางเรียงกันเป็นลักษณะวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 120 เซนติเมตร ปรากฏอยู่ในบริเวณผนังหลุมด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ (SW) ลักษณะเป็นเศษอิฐไม่เต็มก้อนวางปูเรียงกันเพียงชั้นเดียวคล้ายพื้น หรือฐานรากของสิ่งก่อสร้างที่ถูกขุดรื้อออกไป
2. ร่องรอยของหลุม ภายในหลุมปรากฏหม้อดินเผา เนื้อดิน ก้นกลม ตกแต่งด้วยลายกดประทับจำนวน 1 ใบ วางคว่ำอยู่ ภายในหม้อดินเผาบรรจุเศษกระดูกที่หลงเหลือจากการเผาศพไว้ ไม่ปรากฏโบราณวัตถุใด ๆ อยู่ภายใน
นอกจากนี้ในระดับชั้นดินนี้ยังพบ เศษกระเบื้องมุงหลังคาดินเผาประเภทกาบกล้วย ภาชนะดินเผาประเภทเนื้อแกร่ง ภาชนะดินเผาประเภทเนื้อดิน และชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีน พบลูกปัดแก้วปะปนอยู่แต่มีปริมาณน้อยกว่าระดับชั้นดินช่วงบน
ระดับชั้นดินตั้งแต่ 115 เซนติเมตรจากผิวดิน (180 cm.dt.) จนถึงระดับ 160 เซนติเมตรจากผิวดิน (225 cm.dt.) ดินในระดับชั้นนี้มีลักษณะเป็นดินทราย เนื้อละเอียด มีสีเทา ลักษณะคล้ายดินชายทะเล มีความชื้นในดินมาก และปรากฏน้ำใต้ดินซึมขึ้นมาตั้งแต่ระดับ 150 เซนติเมตรจากผิวดิน (215 cm.dt.) ในระดับชั้นนี้ไม่ปรากฏโบราณวัตถุใด ๆ ปรากฏอยู่ ซึ่งกำหนดให้เป็นระดับชั้นสิ้นสุดวัฒนธรรม ประกอบกับน้ำใต้ดินขึ้นสูงมากจนไม่สามารถดำเนินการขุดค้นต่อได้ จึงยุติการขุดค้นที่ระดับความลึก 160 เซนติเมตร จากผิวดิน (225 cm.dt.)
โบราณวัตถุ
1. โบราณวัตถุประเภทชิ้นส่วนประกอบสถาปัตยกรรม ได้แก่ ชิ้นส่วนกระเบื้องมุงหลังคาดินเผาประเภทกระเบื้องกาบกล้วย และกระเบื้องปลายตัด, ชิ้นส่วนกระเบื้องดินเผาปูพื้น และชิ้นส่วนอิฐ
2. โบราณวัตถุประเภทภาชนะดินเผาจากแหล่งผลิตภายในประเทศ ได้แก่ เศษภาชนะดินเผาประเภทเนื้อแกร่ง และเศษภาชนะดินเผาประเภทเนื้อดิน สามารถกำหนดอายุได้ราวสมัยอยุธยา – สมัยรัตนโกสินทร์ แต่ไม่สามารถระบุแหล่งผลิตได้ชัดเจน
3. โบราณวัตถุประเภทภาชนะดินเผาจากแหล่งเตาต่างประเทศ ได้แก่
เศษภาชนะดินเผาเนื้อละเอียดจากแหล่งเตาในประเทศจีน สามารถกำหนดอายุได้ในช่วงสมัยราชวงศ์ชิง และสมัยสาธารณรัฐ
4. โบราณวัตถุประเภทอื่น ๆ ได้แก่ ชิ้นส่วนลูกปัดแก้ว, เหรียญอีแปะจีน, เบี้ยดินเผา, ลูกกระสุนดินเผา, ขี้แร่เหล็ก (Slag), ชิ้นส่วนต่างหูทองคำ (?) และชิ้นส่วนลูกปัดกระดูกปลา
ชั้นดินทางวัฒนธรรมและสรุปผลการดำเนินงาน
จากการดำเนินงานทางโบราณคดีสามารถเเบ่งชั้นวัฒนธรรมได้ เป็น 2 สมัย ดังนี้
สมัยที่ 1
มีความหนาของชั้นดินประมาณ 40 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับพื้นดินในปัจจุบันประมาณ 75 เซนติเมตร ลักษณะเป็นชั้นดินร่วนปนทราย เป็นชั้นกิจกรรมของวัดโพธารามในอดีต ปรากฏร่องรอยหลักฐานเป็นแนวพื้นอิฐเรียงอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ใกล้กับแนวกำแพงวัดปัจจุบัน และร่องรอยกิจกรรมการฝังอุทิศกระดูก การกำหนดอายุเชิงเทียบ (Relative Dating) ของ
ชั้นวัฒนธรรมนี้กับโบราณวัตถุประเภทเครื่องถ้วยจีนสามารถกำหนดอายุได้ในช่วงสมัยอยุธยาตอนปลาย – ช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ราวพุทธศตวรรษที่
23 – 24
สมัยที่ 2
มีความหนาของชั้นดินประมาณ 75 เซนติเมตรตั้งแต่ระดับผิวดินลงมา ลักษณะเป็นชั้นดินร่วนปนทราย เป็นชั้นกิจกรรมของวัดโพธารามในปัจจุบันหรืออดีตที่ไม่ห่างไกลมากนัก ปรากฏร่องรอยของการถมปรับและขุดตัดพื้นที่อยู่โดยรอบ ซึ่งจากข้อมูลการสัมภาษณ์ทราบว่ามีการนำดินจากภายนอกและภายในวัดมาปรับถมพื้นที่ โดยเฉพาะในบริเวณผนังหลุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ การกำหนดอายุเชิงเทียบ (Relative Dating) ของชั้นวัฒนธรรมนี้เป็นไปได้ยาก เนื่องจากพบโบราณวัตถุปะปนหลายสมัย แต่หากกำหนดจากระดับของชั้นทับถมที่อยู่เหนือจากชั้นวัฒนธรรมแรกเริ่มจึงอาจกำหนดได้ว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นในชั้นวัฒนธรรมที่ 2 นี้อยู่ในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ราวพุทธศตวรรษที่ 25 เป็นต้นมา
แนะนำหนังสือน่าอ่าน
เรื่อง ภาษากฎหมายไทย
ธานินทร์ กรัยวิเชียร. ภาษากฎหมายไทย. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : กระทรวงยุติธรรม, 2540. 182 หน้า.
เป็นหนังสือให้ความรู้ตั้งแต่ ความเป็นมาของภาษากฎหมายไทย และ ภาษากฎหมายของนานาประเทศ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆ อิทธิพลของภาษาอังกฤษในกฎหมายไทย ข้อพิจารณาของภาษาอังกฤษไทยในปัจจุบัน โวหารกฎหมายไทย การฝึกฝนเรื่องโวหารกฎหมายที่ว่าดี,ดีนั้นประการใด การฝึกฝนเรื่องโวหารกฎหมาย และสรุปความท้ายเล่มสารบัญค้นและเรื่องค้นคำ
349.593014
ธ515ก
ห้องค้นคว้า
อธิบดีกรมศิลปากรกำชับสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช กำกับดูแลโครงการอนุรักษ์โบราณสถานวัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมส่งนักวิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินการอนุรักษ์ปืนใหญ่โบราณก่อนนำจัดแสดงตามหลักวิชาการต่อไป
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวผู้รับเหมาทุบรื้อปืนใหญ่โบราณในวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช อ้างเพื่อการเป็นมรดกโลกนั้น สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ได้เข้าตรวจสอบและรายงานว่า วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช มีหนังสือลงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๖ ขออนุญาตซ่อมแซมปรับปรุงวิหารในวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จำนวน ๕ หลัง ได้แก่ วิหารพระม้า วิหารโพธิ์ลังกา วิหารพระแอด และวิหารสามจอม (วิหารพระเจ้าศรีธรรมโศกราช) โดยแจ้งว่างานจัดทำเอกสารนำเสนอการเป็นมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) ใกล้แล้วเสร็จ คงเหลือเฉพาะงานแก้ไขซ่อมแซมปรับปรุงวิหาร ๕ หลัง ที่อยู่ในสภาพชำรุด และมีวัสดุแปลกปลอมติดตั้งอยู่ โดยรายการรื้อย้ายแท่นปืนใหญ่ ๙ ชุด เพื่อปรับพื้นปูหินอ่อนตามเดิม บริเวณรอบวิหารพระแอด อยู่ในรายการขออนุญาตในครั้งนี้ ซึ่งกรมศิลปากรได้อนุญาตให้ดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงตามแบบรูปรายการได้ โดยใช้ช่างฝีมือที่มีความชำนาญและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลร่วมกันระหว่างสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช และวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร แต่เมื่อสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช เสนอขอความเห็นชอบโครงการฯ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และดำเนินการจัดจ้างรวมทั้งการขอเข้าทำงานของผู้รับจ้าง ไม่ได้มีการแจ้งให้สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ทราบแต่อย่างใด สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช จึงได้สั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงานไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับอนุญาต และได้นัดประชุมร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้แทนวัดที่ได้รับแต่งตั้ง ผู้ควบคุมงาน สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช และผู้รับจ้าง ได้ข้อสรุปดังนี้
๑. มอบหมายให้ผู้แทนสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช ควบคุมการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง โดยจะต้องดำเนินการติดตั้งป้ายโครงการฯ เพื่อชี้แจงการปฏิบัติงานต่อสาธารณชนให้เรียบร้อยโดยด่วน รวมทั้งให้ผู้รับจ้างเสนอแผนการทำงานเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้ควบคุมงานพิจารณาก่อนดำเนินการ
๒. พระธรรมวชิรากร เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร สั่งการให้เคลื่อนย้ายปืนใหญ่ที่รื้อถอนแท่นฐานจากบริเวณวิหารพระแอด ไปจัดเก็บรักษาภายในพิพิธภัณฑ์วัด ซึ่งกรมศิลปากรจะส่งนักวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ดำเนินการอนุรักษ์ปืนใหญ่ ก่อนการติดตั้งแท่นฐานและจัดแสดงตามหลักวิชาการต่อไป
๓. การเข้าปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ตามสัญญาจ้างจะต้องแจ้งต่อวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ทราบล่วงหน้าทุกครั้ง รวมทั้งจะต้องไต้รับอนุญาตจากวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ก่อนการเข้าปฏิบัติงานภายในวิหารแต่ละหลัง
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ติดตาม กำกับดูแลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด และรายงานให้ทราบเป็นระยะต่อไป
ธานินทร์ กรัยวิเชียร. ภาษากฎหมายไทย. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : กระทรวงยุติธรรม, 2540. 182 หน้า.
เป็นหนังสือให้ความรู้ตั้งแต่ ความเป็นมาของภาษากฎหมายไทย และ
ภาษากฎหมายของนานาประเทศ เช่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆ อิทธิพลของภาษาอังกฤษในกฎหมายไทย ข้อพิจารณาของภาษาอังกฤษไทยในปัจจุบัน โวหารกฎหมายไทย การฝึกฝนเรื่องโวหารกฎหมายที่ว่าดี,ดีนั้นประการใด การฝึกฝนเรื่องโวหารกฎหมาย และสรุปความท้ายเล่มสารบัญค้นและเรื่องค้นคำ
349.593014
ธ515ก
ห้องค้นคว้า
เดือน ก.ค.66
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖
นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร
เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “กรมศิลปากรกับงานโบราณคดีในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ”
ในการประชุมสรุปผลการดำเนินงานทางวิชาการโบราณคดีและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ
ภายใต้โครงการศึกษาวิจัยชุมชนโบราณและมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็ก
บริเวณต้นลำน้ำชี ในเขตพื้นที่อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖
โดยความร่วมมือระหว่างสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
ณ ห้องประชุมชั้น ๙
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “กรมศิลปากรกับงานโบราณคดีในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ” ในการประชุมสรุปผลการดำเนินงานทางวิชาการโบราณคดีและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ภายใต้โครงการศึกษาวิจัยชุมชนโบราณและมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็ก บริเวณต้นลำน้ำชี ในเขตพื้นที่อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยความร่วมมือระหว่างสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ณ ห้องประชุมชั้น ๙ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ
กรมศิลปากร ขอเชิญชวนชาวจังหวัดชัยภูมิและผู้สนใจ เข้าร่วมฟัง "การประชุมสรุปผลการดำเนินงานทางวิชาการโบราณคดี เเละประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ" จัดโดยความร่วมมือระหว่างสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ณ ห้องประชุมชั้น ๙ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด หรือ สำรองที่นั่งได้กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๔๔๔๗ ๑๕๑๘ กด ๒ (ในวันและเวลาราชการ)