ค้นหา
จากคำค้น "สถานการณ์" พบรายการทั้งหมด 261 รายการ
บรรณานุกรมรายชื่อหนังสือใหม่ห้องหนังสือทั่วไป
ประจำเดือน พฤศจิกายน 2565
หมวด 000 เบ็ดเตล็ด
การออกแบบและขายสติกเกอร์ + ธีมบน LINE. กรุงเทพฯ: วีไวว่า, 2562.
( 006.754 ก528 )
หมวด 100 ปรัชญา
จักราพิชญ์ อัตโน. ตำราพรหมชาติ ฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ: วารา, 2563.
( 133.52 จ231ต )
หมวด 300 สังคมศาสตร์
ครูพี่ออม รักวิชาการ. สุดยอดแนวข้อสอบ ก.พ. (ภาค ก) ระดับ 3 ฉบับ อ่านแล้ว
สอบได้แน่นอน. กรุงเทพฯ: เพชรประกาย, 2562. ( 352.65076 ค167ส )
ชนม์นิภา ฉัตรโชคไพศาล. Born to be พยาบาล Exclusive. นนทบุรี: ไอดีซีพรี
มียร์, 2561. ( 371.422 ช133บ )
ไชยันต์ รัชชกูล. อาณานิคมสมบูรณ์อาญาสิทธิราชย์ : การก่อรูปรัฐไทยสมัยใหม่จาก
ศักดินานิยมสู่ทุนนิยมรอบนอก. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: อ่าน, 2564.
( 320.9593 ช941อ )
ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. นิทานโบราณคดี. พิมพ์
ครั้งที่ 6. นนทบุรี: ดอกหญ้า2000, 2560. ( 398.3 ด495น )
ธิตินนท์ จงตั้งปิติ. Born to be ทันตะ Exclusive. นนทบุรี: ไอดีซีพรี
เมียร์, 2561. ( 371.422 ธ586บ )
อุดม สุขทอง. คู่มือเตรียมสอบ ก.พ. ฉบับสมบูรณ์ (ภาค ก.). นนทบุรี: ไอดีซีฯ,
2559. ( 352.65076 )
500 วิทยาศาสตร์
สุมาลี เทพโสพรรณ. พลอยสีส้ม พัดพารัดชา. กรุงเทพฯ: สถาบันอัญมณีวิทย์
(ประเทศไทย), 2547. ( 553.8 ส842พ )
600 วิทยาศาสตร์ประยุกต์
ขวัญเมือง แก้งดำเกิง. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ : กระบวนการปฏิบัติการเครื่องมือ
ประเมิน. กรุงเทพฯ: ไอดี ออลดิจิตอล พริ้นท์, 2564. ( 613 ข272ค )
ตำรายาศิลาจารึก : วัดพระเชตุพนธ์ ฉบับสมบูรณ์. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2562.
( 615.1 ต361 )
นฐมน ก้องธนานนท์. ทำการตลาดออนไลน์แบบเบรนด์ใหญ่ที่ไม่เคยมีใครบอกคุณ.
ปทุมธานี: ไอแอมเดอะเบสท์, 2560. ( 658.8 น149ท )
ปืนโบราณ ศาสตร์และศิลป์แห่งวิถีกระสุน. กรุงเทพฯ: บุตร-บอสเซ็นเตอร์, 2564.
( 623.442 ป651 )
ยิงแอด ดันยอด ทำตลาดออนไลน์ ให้ปังด้วย Facebook Ads + LINE OA +
Google Ads + Instagram + YouTube + Twitter. กรุงเทพฯ: รีไวว่า,
2563. ( 658.872 ย282 )
วชิรพล วันเพ็ญ. Born to be หมอ Exclusive. นนทบุรี: ไอดีซีพรีเมียร์, 2562.
( 610.92 ว151บ )
สิริรัตน์ ราษฎร์ดุษดี. Born to be เภสัชกร Exclusive. นนทบุรี: ไอดีซีพรี
มียร์, 2561. ( 615.107 ส732บ )
สุภาภรณ์ สุดหนองบัว. การดูแลผู้สูงอายุ : สถานการณ์และคุณภาพชีวิต. กรุงเทพฯ : สำนักพิม์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2564. ( 613.0438 ส838ก )
800 วรรณคดี
แก้วชมพู. รักเจ้าเอ๋ย. กรุงเทพฯ: อรุณ, 2555. ( 895.913 ก892ร )
นฏกร. อลวนกลนางฟ้า. กรุงเทพฯ: อรุณ, 2554. ( 895.913 น149อ )
น้ำฟ้า. บุพนิวาส. กรุงเทพฯ: อรุณ, 2555. ( 895.913 น527บ )
เบลินญา. ภูฟ้าใต้แสงดาว. กรุงเทพฯ: อรุณ, 2554. ( 895.913 บ826ภ )
รอมแพง. บุพเพสันนิวาส. พิมพ์ครั้งที่ 84-93. กรุงวเทพฯ: แฮปปี้ บานานา, 2561.
( น ร189บ )
_______. พรหมลิขิต. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงวเทพฯ: แฮปปี้ บานานา, 2564.
( น ร189พ )
900 ภูมิ-ประวัติศาสตร์
ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่. พิมพ์ครั้งที่ 2. นนทบุรี: ศรีปัญญา, 2564.
( 959.353 ต359 )
ส. พลายน้อย. ชาวต่างชาติในประวัติศาสตร์ไทย ฉบับปรับปรุงและเพิ่มเติม.
กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์, 2563. ( 920 ส113ช )
******************************************************************
แนะนำหนังสือน่าอ่าน เรื่อง จดหมายเหตุกรณีกราดยิง ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา
กรมศิลปากร, สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. จดหมายเหตุกรณีกราดยิง ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ, 2565. 399 หน้า. ภาพประกอบ.
สืบเนื่องจากเหตุการณ์กรณีกราดยิงประชาชนที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล ๒๑ โคราช จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันเสาร์ที่ ๘ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓ จนมีผู้เสีย ชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวบรวมและประมวลเอกสารทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่เกิดเหตุ การบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ รวมถึงการแก้ไขสถานการณ์ การไว้อาลัย การจัดพิธีการศาสนาและการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างกำลังใจ โดยเฉพาะพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระกรุณาธิคุณของพระบรมวงศานุวงศ์ และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือจดหมายเหตุกรณีกราดยิง ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล21 ฯ จะเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อการศึกษาอ้างอิงที่จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใจสืบไป
ศ
303.62
ศ528จ
(ห้องกรมศิลปากรและหนังสือหายาก)
นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมใหญ่สามัญของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) และการประชุมวิชาการนานาชาติ ประจำปี ๒๐๒๒ ณ ห้องประชุม หอวชิราวุธานุสรณ์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕
อิโคโมส คือองค์กรของผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านการอนุรักษ์แหล่งมรดกวัฒนธรรม ทำหน้าที่เป็นองค์กรที่ปรึกษาของยูเนสโกและคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งประเทศไทย โดยกรมศิลปากร ได้สมัครเป็นสมาชิกองค์กรอิโคโมสมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ ถือเป็นจุดกำเนิดของอิโคโมสไทย และครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่สามัญของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) และจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ ประจำปี ๒๐๒๒ (2022 ICOMOS Advisory Committee, Scientific Symposium and Annual General Assembly) ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ เพื่อให้นักวิชาการผู้ที่มีภารกิจและความเชี่ยวชาญทางด้านการอนุรักษ์และจัดการแหล่งมรดกวัฒนธรรม สมาชิกขององค์กรอิโคโมส ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับทราบความคืบหน้าของกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ประเทศไทยได้นำแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่เสนอขึ้นบัญชีมรดกโลกในปี ๒๕๖๖ ได้แก่ เมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี มาแสดงให้อิโคโมส ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของยูเนสโกได้เห็นความคืบหน้าการดำเนินการ รวมทั้งแผนงานอนุรักษ์และพัฒนาที่ประเทศไทยได้ทำควบคู่กันไป โดยการประชุมสมาชิกอิโคโมส กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๖ – ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๕ และจะมีการลงพื้นที่ชมมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทยด้วย
สำหรับการประชุมวิชาการนานาชาติประจำปี ๒๐๒๒ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ เปิดให้บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในเรื่องของการอนุรักษ์แหล่งมรดกวัฒนธรรมเข้ารับฟังและร่วมแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งในปีนี้เป็นการเสนอในหัวข้อ มรดกศาสนสถาน (Religious Heritage) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคนิคการอนุรักษ์และการจัดการมรดกวัฒนธรรม โดยนำเสนอผลงานวิชาการของสมาชิกอิโคโมสที่ผ่านการคัดเลือก ๕๗ เรื่อง จาก ๓๒ ประเทศทั่วโลก แบ่งออกเป็นหัวข้อย่อย ๕ เรื่อง ประกอบด้วย ๑. คุณค่าความสำคัญของศาสนสถานและสถานที่ประกอบพิธีกรรม ๒. อิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มีต่อการอนุรักษ์ การปกป้อง การจัดการมรดกศาสนสถาน ๓. การเปลี่ยนแปลงการใช้สอยและการรับรู้ของศาสนสถานและสถานที่ประกอบพิธีกรรมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ๔. กิจกรรมจาริกแสวงบุญในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 และ ๕. การนำมรดกศาสนสถานกลับมาใช้ใหม่ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://icomosthai.org
นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า อิโคโมสไทย กำหนดจัดงาน 2022 ICOMOS Advisory Committee, Scientific Symposium and Annual General Assembly การประชุมใหญ่สามัญของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) และการประชุมวิชาการนานาชาติ ประจำปี ๒๐๒๒ ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ ณ กรมศิลปากร กรุงเทพฯ
อิโคโมส คือองค์กรของผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านการอนุรักษ์แหล่งมรดกวัฒนธรรม ทำหน้าที่เป็นองค์กรที่ปรึกษาของยูเนสโกและคณะกรรมการมรดกโลก ประเทศไทย โดยกรมศิลปากร ได้สมัครเป็นสมาชิกองค์กรอิโคโมสมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของ อิโคโมสไทย และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของอิโคโมส เพื่อให้นักวิชาการผู้ที่มีภารกิจและความเชี่ยวชาญทางด้านการอนุรักษ์และจัดการแหล่งมรดกวัฒนธรรม สมาชิกขององค์กรอิโคโมส ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับทราบความคืบหน้าของกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
กิจกรรมในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ การประชุมใหญ่สามัญของอิโคโมส ซึ่งจำกัดเฉพาะผู้ที่เป็นสมาชิกอิโคโมสสากลเท่านั้น โดยวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม ณ ห้องประชุม หอวชิราวุธานุสรณ์ กรุงเทพฯ และการบรรยายพิเศษ โดยนายสีหศักดิ์ กองเกตุแก้ว หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในคณะกรรมการมรดกโลก (กิจกรรมนี้จำกัดเฉพาะสมาชิกอิโคโมสสากลและผู้ที่ได้รับเชิญจากกรมศิลปากรและสมาคมอิโคโมสไทย) และการประชุมเฉพาะสมาชิกอิโคโมส ในวันที่ ๒๖ – ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๕
สำหรับวันที่ ๒๙ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นการประชุมวิชาการนานาชาติประจำปี เปิดให้บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในเรื่องของการอนุรักษ์แหล่งมรดกวัฒนธรรมเข้ารับฟังและร่วมแสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งในปีนี้เป็นการเสนอในหัวข้อ มรดกศาสนสถาน (Religious Heritage) นำเสนอผลงานวิชาการของสมาชิก อิโคโมสที่ผ่านการคัดเลือกกว่า ๖๐ เรื่อง จาก ๓๒ ประเทศทั่วโลก โดยนำเสนอในระบบ hybrid แบ่งออกเป็น ๓ ห้อง จากหัวข้อย่อย ๕ เรื่อง ประกอบด้วย ๑. คุณค่าความสำคัญของศาสนสถานและสถานที่ประกอบพิธีกรรม ๒. อิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มีต่อการอนุรักษ์ การปกป้อง การจัดการมรดกศาสนสถาน ๓. การเปลี่ยนแปลงการใช้สอยและการรับรู้ของศาสนสถานและสถานที่ประกอบพิธีกรรมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ๔. กิจกรรมจาริกแสวงบุญในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 และ ๕. การนำมรดกศาสนสถานกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งการจัดการประชุมวิชาการนี้ อยู่ในการดูแลของคณะกรรมการวิชาการนานาชาติของอิโคโมสว่าด้วยเรื่องศาสนสถานและสถานที่ประกอบพิธีกรรม ที่มีชื่อย่อว่า PRERICO (เปร ริ โก) บุคคลทั่วไปสามารถเข้าฟังและแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://icomosthai.org
กรมศิลปากร มั่นใจรับมือน้ำท่วมโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ให้เกิดความเสียหายรุนแรงได้ โดยวัดไชยวัฒนารามได้กั้นแนวกันน้ำเพิ่มสูงกว่าแนวที่กั้นน้ำท่วมปี ๒๕๕๔ ส่วนโบราณสถานขนาดใหญ่ที่แช่น้ำเป็นโบราณสถานที่บูรณะแล้ว จึงเป็นอิฐใหม่ หลังน้ำลดจะสำรวจสภาพ สกัดและเปลี่ยนอิฐที่เสื่อมสภาพ สำหรับโบราณสถานในส่วนที่ยังไม่ได้รับการบูรณะจะใช้วิธีค้ำยัน ป้องกันการพังทลาย และจะมีโครงการสำรวจเพื่อหาแนวทางบูรณะภายหลังน้ำลดโดยเร็วต่อไป
นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า นายพนมบุตร จันทรโชติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากรติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำที่อาจส่งผลกระทบต่อโบราณสถานและรายงานให้ทราบเป็นระยะนั้น สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ได้รายงานสรุปสถานการณ์ เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๕ จากการที่ระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้ระดับน้ำบริเวณหน้าโบราณสถานวัดไชยวัฒนารามมีระดับต่ำกว่าระดับน้ำท่วมในปี ๒๕๕๔ อยู่ ๔๕ เซนติเมตร ประกอบกับเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักจะระบายน้ำในปริมาณมากขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น ๑๐ - ๑๕ เซนติเมตร จึงเตรียมการรับมือ ดังนี้
๑. ในพื้นที่เกาะเมืองขณะนี้ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้ทำคันป้องกันน้ำ ซึ่งจะสามารถป้องกันโบราณสถานในเกาะเมืองได้เกือบทั้งหมด จะมีเพียงป้อมเพชรและรหัสวิดน้ำในพระราชวังโบราณเท่านั้นที่ถูกน้ำท่วม (โบราณสถานสำคัญของอุทยานฯ ตั้งอยู่ภายในเกาะเมือง)ป้อมเพชร
๒. พื้นที่นอกเกาะเมือง เป็นพื้นที่ที่โบราณสถานได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยพื้นที่นอกเกาะเมืองด้านทิศเหนือและบริเวณริมลำน้ำ มีโบราณสถานได้รับผลกระทบแล้ว จำนวน ๖๗ แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโบราณสถานที่ได้รับการบูรณะเสริมความมั่นคงไว้แล้ว ถูกน้ำแช่ขังได้โดยไม่กระทบต่อโครงสร้างความมั่นคงของโบราณสถาน จะมีความเสียหายบ้างในเรื่องการชำรุดเล็กน้อยของวัสดุ เช่น อิฐผุกร่อน เปื่อยยุ่ย ซึ่งสามารถสกัดเปลี่ยนได้ (อิฐผิวนอกของโบราณสถานส่วนใหญ่เป็นอิฐใหม่ที่สกัดเปลี่ยนเมื่อครั้งบูรณะ) ส่วนโบราณสถานที่ถูกน้ำท่วมในพื้นที่น้ำไหลหรือมีคลื่นที่จะมากระทบตัวโบราณสถาน เช่น ป้อมเพชร ได้มีการใช้แนวรั้วโบราณสถานและไม้ไผ่ผูกเป็นทุ่นลดแรงจากกระแสน้ำและคลื่นที่จะมากระทบตัวโบราณสถาน สำหรับโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการบูรณะเสริมความมั่นคง ได้ตั้งนั่งร้านเสริมความมั่นคงไว้แล้ว ขณะนี้ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบโบราณสถานอยู่เป็นประจำ ในภาพรวมแล้วอุทกภัยครั้งนี้จะไม่ทำความเสียหายกับโบราณสถานในด้านโครงสร้าง (ไม่ทำให้โบราณสถานพังทลาย) แต่จะเกิดความเสียหายกับวัสดุก่อสร้างซึ่งสามารถบูรณะฟื้นฟูได้ โดยภายหลังน้ำลดจะเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการบูรณะเสริมความมั่นคงต่อไป
๓. โบราณสถานสำคัญนอกเกาะเมือง ได้ร่วมกับทางวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการป้องกันน้ำ ดังนี้
- วัดไชยวัฒนารามได้เตรียมการป้องกันขั้นสูงสุด โดยการต่อแผงกันน้ำด้านหน้าวัด เสริมกระสอบทรายบนแนวกำแพงด้านทิศใต้ของวัดและปั้นคันดินบนแนวถนนทางด้านทิศเหนือของวัด โดยจะสามารถป้องกันน้ำได้อีก ๖๕ เซนติเมตร (สูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดในปี ๒๕๕๔ อยู่ ๒๐ เซนติเมตร)วัดไชยวัฒนาราม
- วัดธรรมารามได้เตรียมการป้องกันขั้นสูงสุด โดยการเสริมแนวกระสอบทรายด้านหน้าและด้านข้างวัดซึ่งจะทำให้สามารถป้องกันน้ำได้อีก ๔๕ เซนติเมตร (เท่ากับระดับน้ำท่วมสูงสุดในปี ๒๕๕๔)
- โบราณสถานสำคัญอื่นๆ โดยเฉพาะโบราณสถานที่เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและวัดที่อยู่กลางชุมชน เช่น วัดพุทไธสวรรย์ วัดศาลาปูน วัดพนัญเชิง ได้ประสานกับวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันน้ำท่วมไว้แล้ว ซึ่งจะมีการเสริมความสูงของแนวป้องกันน้ำตามระดับน้ำที่สูงขึ้นวัดเชิงท่า
นอกจากนี้ สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ได้รับรายงานว่าพนังกั้นน้ำจุดวัดปราสาท อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี แตกส่งผลให้น้ำไหลท่วมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี วัดโบสถ์ และพื้นที่โดยรอบ ในเบื้องต้นได้เคลื่อนย้ายโบราณวัตถุทั้งหมดไปเก็บรักษาบนชั้น ๒ รวมทั้งมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้า เหลือเพียงตู้ โต๊ะ ชั้นแท่นฐานขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทัน และขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จึงขอปิดให้บริการเข้าชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์น้ำจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
จากสถานการณ์น้ำในคลองบางกอกน้อยที่เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา กรมศิลปากร ได้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยระหว่างวันที่ 5 - 13 ตุลาคมนี้ น้ำทะเลจะหนุนสูง ประกอบกับมีมรสุม และการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นสูง ส่งผลกระทบต่อพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อย จึงเตรียมมาตรการรับมือเพื่อปกป้องเรือพระราชพิธีและวัตถุจัดแสดง ตามแผนบริหารความเสี่ยงจากเหตุอุทกภัยที่สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและกรมอู่ทหารเรือร่วมกันจัดทำไว้เมื่อปีที่ผ่านมา โดยเริ่มจากประสานอู่ทหารเรือธนบุรี เข้าร่วมตรวจสอบสภาพหมอนรองรับเรือพระราชพิธีทุกคานทุกลำและดำเนินการแก้ไขให้มีความมั่นคงแข็งแรง จากนั้นยกคานเรือพระราชพิธีขึ้นในระดับสูงสุด ผูกรัดเรือพระราชพิธีทุกลำ และเปิดวาล์วเรือพระที่นั่งเพื่อลดผลกระทบจากน้ำต่อโครงสร้างของเรือ แล้วจัดเก็บวัตถุจัดแสดงให้อยู่ในพื้นที่สูง เสริมความมั่นคงแข็งแรงให้กับโบราณวัตถุที่มีความเปราะบาง และจัดทำสะพานทางเดินชั่วคราวสำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานระหว่างน้ำขึ้นท่วมทางเดิน สำหรับระดับน้ำล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ระดับน้ำท่วมในช่วงน้ำขึ้นสูงสุด 74 เซนติเมตรจากทางเดินปกติ
ทั้งนี้ กรมศิลปากร ได้ปิดการให้บริการเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ชั่วคราวระหว่างวันที่ 4-16 ตุลาคม 2565 ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมเรือพระราชพิธี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 0 2424 0004
นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร ได้สำรวจโบราณสถานทั่วประเทศที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนมากและน้ำล้นตลิ่ง ซึ่งเป็นปัญหาอุทกภัย และรายงานสรุปสถานการณ์ ณ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ ว่ามีโบราณสถาน จำนวน ๘๒ แห่ง อยู่ในพื้นที่เสี่ยง แบ่งได้เป็น ๓ ประเภท คือ
๑. เสี่ยงมาก จำนวน ๘ แห่ง ที่โบราณสถานมีน้ำท่วมขังในระดับสูงและมีแนวโน้มว่าจะท่วมเป็นเวลานาน แต่โบราณสถานเหล่านี้ได้รับการบูรณะเสริมความมั่นคงโดยกรมศิลปากรแล้ว เช่น เมืองประวัติศาสตร์เวียงกุมกาม จังหวัดเชียงใหม่ และปราสาทตามอญ จังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ มีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษและต่อเนื่องคือ นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ป้อมเพชร จ.พระนครศรีอยุธยานายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากรวัดกษัตราธิราช จ.พระนครศรีอยุธยาวัดเจ้าย่า จ.พระนครศรีอยุธยาวัดเชิงท่า จ.พระนครศรีอยุธยาเวียงกุมกาม จ.เชียงใหม่เวียงกุมกาม จ.เชียงใหม่เวียงกุมกาม จ.เชียงใหม่
๒. เสี่ยงปานกลาง จำนวน ๓๗ แห่ง ที่โบราณสถานเริ่มมีน้ำท่วมขังแต่ยังอยู่ในระดับต่ำและยังไม่มีแนวโน้มจะท่วมมากขึ้น อีกทั้งเป็นโบราณสถานที่ได้รับการบูรณะเสริมความมั่นคงแล้ว เช่น ปราสาท (อิฐ) บ้านไผ่ จังหวัดสระแก้ว กู่โพนระฆัง จังหวัดร้อยเอ็ด และ กู่ประภาชัย จังหวัดขอนแก่น รวมทั้งโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ซึ่งมีน้ำฝนและน้ำใต้ดินมาจากแม่น้ำมูลที่กำลังเฝ้าระวังเช่นกันกู่ประภาชัย จ.ขอนแก่น
๓. เสี่ยงน้อย จำนวน ๓๗ แห่ง ที่โบราณสถานที่มีน้ำท่วมขังเฉพาะตอนฝนตกและสามารถระบายออกได้อย่างรวดเร็ว เช่น วัดใหญ่สุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี วัดโขลงสุวรรณคีรี (คูบัว) จังหวัดราชบุรี ปราสาทกังแอน จังหวัดสุรินทร์ กู่แก้วสี่ทิศ จังหวัดศรีสะเกษ ปรางค์กู่ จังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โบราณสถานในเวียงท่ากาน จังหวัดเชียงใหม่ และโบราณสถานในเมืองโบราณเชียงแสน จังหวัดเชียงราย วัดใหญ่สุวรรณาราม จ.เพชรบุรี
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนมากและน้ำล้นตลิ่งซึ่งเป็นปัญหาอุทกภัย กรมศิลปากร จึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติการเฝ้าระวังโบราณสถานอย่างต่อเนื่อง ส่วนโบราณสถานที่อยู่ในการดูแลของวัด/เอกชน ได้ทำการประสานเครือข่ายภาคประชาชนของกรมศิลปากรเพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและจะรายงานสถานการณ์ให้ทราบเป็นระยะต่อไป
นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศจึงได้สั่งการให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถาน และรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ ว่าจากอิทธิพลของพายุโนรูทำให้เกิดฝนตกหนัก เขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักระบายน้ำในปริมาณสูงขึ้นจนทำให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาสูงขึ้นมากกว่า ๑ เมตร และทางกรมชลประทานยังแจ้งเตือนว่าระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณพื้นที่อุทยานฯ จะสูงขึ้นอีกประมาณ ๓๐ - ๖๐ เซนติเมตร จึงเตรียมการรับมือดังนี้
๑. ในพื้นที่เกาะเมืองขณะนี้ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้ทำคันป้องกันน้ำ ซึ่งจะสามารถ
ป้องกันโบราณสถานในเกาะเมืองได้เกือบทั้งหมด จะมีเพียงป้อมเพชรและรหัสวิดน้ำในพระราชวังโบราณเท่านั้นที่ถูกน้ำท่วม
๒. พื้นที่นอกเกาะเมือง
- วัดไชยวัฒนารามระดับน้ำต่ำกว่าแผงกันน้ำ ๓๕ เซนติเมตร อุทยานฯ จึงได้ทำการต่อแผงกันน้ำและเสริมกระสอบทรายบนกำแพงด้านทิศใต้ของวัดซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เพิ่มอีก ๔๐ เซนติเมตร รวมแล้วสามารถป้องกันน้ำได้อีก ๗๕ เซนติเมตร ซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้มากกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดใน พ.ศ.๒๕๕๔
- วัดธรรมาราม ระดับน้ำต่ำกว่าแผงกันน้ำ ๓๐ เซนติเมตร อุทยานฯ จึงทำการเสริมกระสอบทรายบนแผงกันน้ำซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เพิ่มอีก ๓๐ เซนติเมตร รวมแล้วสามารถป้องกันน้ำได้อีก ๖๐ เซนติเมตร ซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เท่ากับระดับน้ำท่วมสูงสุดใน พ.ศ. ๒๕๕๔
- โบราณสถานสำคัญอื่นๆ โดยเฉพาะโบราณสถานที่เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและวัดที่อยู่กลาง
ชุมชม อุทยานฯ ได้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันน้ำท่วมไว้แล้ว ซึ่งจะมีการเสริมความสูงของแนวป้องกันน้ำตามระดับน้ำที่สูงขึ้น
๓. ขณะนี้ภายในพื้นที่อุทยานฯ มีโบราณสถานที่ได้ถูกน้ำท่วมแล้วกว่า ๔๐ แห่ง ส่วนใหญ่อยู่นอกเกาะเมืองด้านที่เหนือซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แต่โบราณสถานเหล่านั้นส่วนใหญ่จะได้รับการบูรณะเสริมความมั่นคงแล้ว ซึ่งจะไม่ได้รับความเสียหายมาก ส่วนโบราณสถานที่ยังไม่ได้มีการบูรณะเสริมความมั่นคง อุทยานฯ ได้มีการตั้งนั่งร้านค้ำยันเสริมความมั่นคงไว้แล้ว
ทั้งนี้ ได้เตรียมความพร้อมสูงสุดในการรับมือ โดยในพื้นที่เกาะเมืองได้ประสานกับทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาทำคันดินป้องกันน้ำเข้าเกาะเมือง ซึ่งจะสามารถป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถานได้เกือบทั้งหมด ส่วนพื้นที่นอกเกาะเมือง ในส่วนของวัดไชยวัฒนารามและวัดธรรมาราม ได้เสริมแนวป้องกันให้สามารถรับน้ำได้มากกว่าระดับน้ำท่วมใน พ.ศ. ๒๕๕๔ ส่วนโบราณสถานอื่นๆ ได้ประสานความร่วมมือกับทางวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันโบราณสถานแล้ว
วันที่ 8-9 กันยายน 2565 นางชลิตา อาภาทิพยานุกุล บรรณารักษ์ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.9 นครราชสีมา นางสมใจ มุมทอง เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน และนางอุษา ลีลามโนธรรม เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน เข้าร่วมโครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท หลักสูตร “การเสริมสร้างวัฒนธรรม ค่านิยมสุจริต การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม การต่อต้านการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนในหน่วยงานและชุมชน” ต่อสังคมในสถานการณ์ใหม่ New normal ณ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และห้องประชุมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย
โครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทให้แก่บุคลากรในสังกัด หลักสูตร “การเสริมสร้างวัฒนธรรม ค่านิยมสุจริต การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม การต่อต้านการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนในหน่วยงานและชุมชน” ต่อสังคมในสถานการณ์ใหม่ New normal ในระหว่างวันที่ ๘ – ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ณ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา และห้องประชุมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
โครงการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาทให้แก่บุคลากรในสังกัด หลักสูตร “การเสริมสร้างวัฒนธรรม ค่านิยมสุจริต การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม การต่อต้านการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนในหน่วยงานและชุมชน” ต่อสังคมในสถานการณ์ใหม่ New normal ในระหว่างวันที่ ๘ – ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ณ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา และห้องประชุมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
.
กิจกรรมวันพฤหัสบดีที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๕
.
กิจกรรมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ณ อาคารสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา
.
บรรยายพิเศษ เรื่อง “มาตรการส่งเสริมคุณธรรม และความโปร่งใส ในการดำเนินงาน” โดยนายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา
.
บรรยายเรื่อง “การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน ภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยนายอุษณะ อำนาจสกุลฤทธิ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กลุ่มพัฒนาระบบบริหารราชการ กรมศิลปากร
.
บรรยายเรื่อง “การจัดกิจกรรมรณรงค์ปลุกจิตสำนึกคุณธรรมหลัก ๔ ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ของกรมศิลปากร” โดยนายอาทิตย์ ธรรมานุรักษ์กิจ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร
.
บรรยายเรื่อง “การแก้ไขปัญหาการทุจริตและการจัดการความเสี่ยงการทุจริต ด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ การใช้ทรัพย์สินของราชการ และการรับของขวัญ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด” โดยนายนิติกรณ์ แนมจันทร์ วิศวกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มตรวจสอบการบริหารพัสดุ สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดนครราชสีมา
.
บรรยายเรื่อง “การสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ตามศาสตร์พระราชา และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สู่งานจิตอาสาภาคประชาชน” โดยทีมงานวิทยากรจิตอาสา ๙๐๔ “หลักสูตรหลักประจำ” รุ่นที่ ๒/๒๕๖๑ “รุ่นเป็นเบ้าเป็นแม่พิมพ์” ประกอบด้วย
๑. นางเอื้อมพร ช่วยเกิด นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กอง ๓ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.)
๒. ร.ต.อ.หญิง วันวิสา ธีระปัญญาชัย รอง สว.กก.สสน.บก.ป. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
๓. นายวีสวัสดิ์ ศิริสุรักษ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการ สำนักงานเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ได้รับงบประมาณจากจังหวัดลพบุรี ในการพัฒนาสื่อนำชม “King Narai Palace” ตามโครงการส่งเสริมการตลาดและพัฒนาสินค้าที่ระลึกเพื่อสร้างมูลค่าด้านการท่องเที่ยว “King Narai Palace” สื่อนำชมรูปแบบสันนิษฐานของพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ ที่ประทับส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นการนำเอาเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) เทคโนโลยีโลกเสมือนมาผสานเข้ากับโลกแห่งความจริง เพื่อนำเสนอรูปแบบสันนิษฐานพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ ตลอดจนที่อยู่ของข้าราชบริพารฝ่ายในด้วยภาพ ๓ มิติ และนำเสนอข้อมูลโบราณสถานและโบราณวัตถุภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ รวมไปถึงโบราณสถานใกล้เคียงด้วย ซึ่งถือเป็นการพัฒนาสื่อนำชมโบราณสถานรูปแบบใหม่เพื่อให้สอดรับกับโลกยุคดิจิทัลที่ทุกคนสามารถพกพาความรู้และความเพลิดเพลินไปได้ทุกที่และเข้าถึงได้ทุกเวลา ทั้งยังเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ตอบสนอง และอำนวยความสะดวกในการเที่ยวชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะสามารถเที่ยวชมได้ด้วยตนเอง ขอเชิญชวนผู้สนใจเที่ยวชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี ในรูปแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) เปิดทุกวันพุธ - อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๖๔๑ ๑๔๕๘
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๕ เรื่อง “อาโรคยปณิธาน” ระหว่างวันที่ ๑๕ พฤษภาคม - ๗ สิงหาคม ๒๕๖๕ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ความเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นหนึ่งในความทุกข์ ๔ ประการของมนุษย์ (เกิด แก่ เจ็บ ตาย) ตามความเชื่อทางพุทธศาสนา ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกผู้คนต่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่อโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้นกับผู้ใดแล้วย่อมสร้างความไม่สบายกายไม่สบายใจต่อตัวผู้ป่วยเอง จนต้องหาหนทางบำบัดรักษาให้หายจากโรคภัยนั้น แต่ถ้าหากโรคภัยเกิดขึ้นกับคนในสังคมพร้อม ๆ กัน ย่อมต้องมีความอลหม่าน วุ่นวายเกิดขึ้นมากมาย แม้ว่าเราเรียนรู้ว่าโรคระบาดได้สร้างความเจ็บป่วยล้มตายแก่คนในสังคมมาตั้งแต่อดีต แต่ในปัจจุบันระบบสาธารณสุข มีการพัฒนาสามารถควบคุมและจัดการโรคได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เราห่างไกลจากคำว่า “โรคระบาด” จนกระทั่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ( Covid-19) สร้างวิกฤติให้กับประชากรโลกตลอด ๒ ปีที่ผ่านมา จึงเกิดการเรียนรู้เพื่อสู้โรคขนานใหญ่ องค์ความรู้ด้านการรักษาโรคในอดีตถูกพลิกฟื้น ควบคู่ไปกับการค้นคว้าทดลองทางวิทยาศาสตร์เพื่อผลิตยารักษา และวัคซีนป้องกันโรค มุ่งหมายเพื่อหาแนวทางการบำบัดแก้ไขโรคร้ายให้คลายลง ในอดีตที่ผ่านมา มนุษย์พยายามแสวงหาหนทางให้พ้นจากโรค ไม่ว่าจะด้วยสัญชาตญาณ การสังเกตจากธรรมชาติและสัตว์ การลองผิดลองถูก จนสั่งสมขึ้นเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์ในการรักษาโรค ซึ่งมีทั้งการรักษาเยียวยาทางกาย และจิตใจ การป้องกันไม่ให้เกิดโรค และยังคงต้องคิดหาหนทางใหม่ ๆ ที่จะต่อสู่กับโรคภัยไข้เจ็บอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ หากเราได้ศึกษาเรียนรู้โรคภัย ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตมนุษย์ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการรักษาโรค ตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่อันสำคัญของแต่ละบุคคล ชุมชน รัฐ และผู้นำ ที่ดำเนินมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน เพื่อถอดบทเรียนจากประสบการณ์ในอดีต นำมาวิเคราะห์ ปรับใช้ ในการจัดการของทุกภาคส่วนของสังคมมนุษย์ก็อาจผจญกับโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างเท่าทัน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อการเรียนรู้และเข้าใจโรคระบาดที่ประชากรโลกกำลังเผชิญอยู่ กรมศิลปากรจึงได้กำหนดจัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๕ เรื่อง “อาโรคยปณิธาน” อันหมายถึงความปรารถนาที่จะให้ปวงมนุษยชาติพ้นจากโรค ประกอบด้วยหัวข้อ มนุษย์กับโรคภัย นำเสนอเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์ โรคภัยของมนุษย์จากหลักฐานทางโบราณคดี นำเสนอโรคต่าง ๆ ที่พบบนผืนแผ่นดินไทยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน โดยอ้างอิงจากหลักฐานต่าง ๆ ทั้งทางด้านโบราณคดี ภาพจิตรกรรมฝาผนัง จารึก และบันทึกต่าง ๆ ศาสตร์แห่งการรักษา นำเสนอแนวทางการรักษาโรคที่มีวิธีอธิบายสมุฏฐานและวิธีบำบัดโรคมากกว่าหนึ่งวิธีได้แก่ ศาสตร์ด้านความเชื่อ ศาสตร์ด้านการแพทย์แผนไทย และศาสตร์ด้านการแพทย์แผนตะวันตก และสังคมระดมปัญญา สู่ชีวิตวิถีใหม่ นำเสนอการจัดการวิกฤติโรคระบาดในสังคมไทยให้ผ่านพ้นจากโรคร้ายด้วยพลังของทุกภาคส่วนในสังคม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๕ เรื่อง “อาโรคยปณิธาน” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม จนถึงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์และอังคาร)คัมภีร์พระตำรับแผนฝีดาษศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอกรมหมื่นอักษรสาสนโสภนและหลวงสารประเสริฐทรงชำระและชำระเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๔ ได้มาจากห้องสมุดกรมศึกษาธิการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ สมุดไทยดำ อักษรขอมปนไทย เส้นชุบทอง ประกอบด้วยแผนภาพฝีดาษประจำ ๑๒ เดือน วิธีการรักษา พร้อมทั้งตำรับยาในการรักษาอาการระดับต่างๆ (ยามหาระงับ เอก โท) รวมไปถึงการอธิบายลักษณะของฝีขึ้นวันกำเนิดเป็นฝีร้ายและลักษณะฝีที่ขึ้นเครื่องประดับข้อพระกร ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๐ ได้จากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา หอยเบี้ยจั่นพร้อมตลับและสายสร้อยข้อมือทองคำ พบจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ สันนิษฐานว่าเป็นการนำหอยเบี้ยมาใช้เป็นเครื่องรางของขลัง เนื่องด้วยหอยเบี้ยมีตลับปิดมิดชิด ในศาสนาฮินดูใช้หอยเบี้ยจั่นเป็นตัวแทนพระลักษมีในการบูชาพระนาง โดยที่พระนางลักษมี เป็นเทวีแห่งโชคลาภ การบูชาด้วยเบี้ยจั่นจึงถือว่าทำให้เกิดความมั่งคั่ง และความเจริญรุ่งเรือง ทั้งนี้ปกติแล้วเบี้ยจั่นใช้เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนซื้อขายมาแต่โบราณ โดยใช้เป็นเงินปลีก ตัวตัวอย่างจารึกวัดป่ามะม่วง (ภาษาไทย) หลักที่ ๑ พ.ศ. ๑๙๐๔ กล่าวถึงการบำเพ็ญทานฉลองพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ของพระมหาธรรมราชาที่ ๑ ตอนหนึ่งว่า “แล้วกระยาทานคาบนั้นทองหมื่นหนึ่ง เงินหมื่นหนึ่ง เบี้ยสิบล้าน หมากสิบล้าน ผ้าจีวรสี่ร้อย บาตรีสี่ร้อย หมอนนั่งสี่ร้อย หมอนนอนสี่ร้อย...”สมุดไทยขาวตำราแม่ซื้อ ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร หนังสือสมุดไทยขาว หมวดเวชศาสตร์ เลขที่ ๑๐๒ เขียนภาพลงสี ลักษณะแม่ซื้อประจำวันต่างๆ และลำบองราหู ลักษณะที่เกิด พร้อมทั้งวิธีแก้ บรรยายภาพด้วยอักษรไทย ลายเส้นสีดำ จิตรกรรมลำบองราหู ที่ปรากฏในสมุดไทยเล่มนี้ เป็นรูปอมนุษย์ ที่แสดงลักษณะอาการของโรคในเด็กทารก ตั้งแต่แรกเกิดจนมีอายุครบขวบปี โดยความเจ็บไข้ของเด็กในช่วงปีแรกเกิดขึ้นเพราะอำนาจของลำบองราหู ที่มีอาการและรูปลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน รูปลักษณ์ของลำบองราหูจึงปรากฏการใช้สัญลักษณ์ประจำจักรราศี (๑๒ ราศี) มาเป็นองค์ประกอบของรูปเพื่อสื่อความหมายถึงโรคภัยในเดือนนั้นๆ ด้วย ภาพลำบองราหูที่ปรากฏในหนังสือสมุดไทยขาวเล่มนี้ มีความคล้ายคลึงกับภาพจิตรกรรลำบองราหู บริเวณคอสองเฉลียงศาลาราย (ศาลาแม่ซื้อ) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหารพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช ๒๔๗๗ นายเสียง ปาลวัฒน์ (เป้า) สร้างอุทิศให้นายสำรวย ปาลวัฒน์ (บุตร) รูปเคารพทางพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทที่มีเค้าลางเรื่องการสะเดาะเคราะห์ ต่ออายุ เรียกว่า พระช่วยชีพ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ทรงจีวรลายดอก ซึ่งเป็นที่นิยมสร้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๕ ถือเป็นพระพุทธรูปกลุ่มที่นิยมสร้างเพื่อนำไปถวายเป็นพุทธบูชา มีการเว้นที่ว่างสำหรับจารคำอธิษฐาน ขออำนาจพุทธเทวดาบันดาลให้บุตรหายป่วย แสดงให้เห็นถึงความเชื่อเรื่องการต่ออายุด้วยการอุทิศรูปเคารพ ในลักษณะเดียวกับการสร้างพระพุทธรูปถวายเจ้านายพระองค์สำคัญอย่าง พระนิรโรคันตราย พระพุทธนิรโรคันตราย หรือ พระพุทธศรีสงขลานครินทร์พระกริ่งบาเก็ง ศิลปะจีน พุทธศตวรรษที่ ๑๘ เป็นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมาแต่เดิม พระเครื่องจำลองรูปพระไภษัชยคุรุ นิยมนำไปใส่ลงในภาชนะเพื่อทำน้ำมนต์ สำหรับดื่มชำระโรคภัยและใช้ประพรมเพื่อความเป็นสิริมงคล มีต้นแบบสำคัญอยู่ในประเทศทิเบต แล้วแพร่หลายต่อไปยังประเทศจีน โดยพระกริ่งกลุ่มนี้พบบนเขาพนมบาเก็ง ประเทศกัมพูชา ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีพระวินิจฉัยว่าถูกนำเข้ามาจากประเทศจีน ทั้งนี้ แม้ความเชื่อเรื่องการดื่มน้ำมนต์เพื่อรักษาโรคจะถูกลดบทบาทลงเหลือเพียงการใช้ประพรมก็ตาม แต่อำนาจพุทธคุณของพระกริ่งยังคงเป็นที่นับถือสืบมาจนปัจจุบันแท่นหินบดยา มีจารึกเยธมฺมาฯ ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๒ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล พบที่จังหวัดนครปฐม พ.ศ. ๒๕๐๗ กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติ แท่นหินบดยา พบเหลือครึ่งแท่นตามแนวขวาง ใต้แท่นหินบดยา มีคาถา เยธมฺมาฯ จำนวน ๕ บรรทัด อักษร ปัลลวะ ภาษาบาลี นายเทิม มีเต็ม ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาตะวันออก (ผู้ทรงคุณวุฒิกรมศิลปากร) ได้อธิบายว่า การนำคาถาเย ธมฺมา ซึ่งเป็นหัวใจพระพุทธศาสนามาจารึกบนแท่นหินบดยาจะทำให้ตัวยาศักดิ์สิทธิ์ด้วยพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับยานี้จะพ้นจากโรคคือการพ้นจากทุกข์ ปัจจุบันพบแท่นหินบดยาที่มีจารึกคาถาเยธมฺมาเพียง ๒ ชิ้น จึงนับเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนความเชื่อและความศรัทธาของผู้คนในสมัยทวารวดีที่มีต่อพระพุทธศาสนาและปรุงยารักษาโรคหน้ากากให้ยาสลบแบบชิมเมลบุช สเตนเลส พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน หน้ากากชิมเมลบุช เป็นเครื่องมือทางวิสัญญีวิทยา ประดิษฐ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2433 โดย นพ.เคอร์ท ชิมเมลบุช ศัลยกรรมชาวเยอรมัน มีลักษณะเป็นตะแกรงหน้ากากโปร่ง หุ้มด้วยผ้าสำสีหรือผ้าก็อซสำหรับหยดยาสลบ แล้วนำไปครอบจมูกและปากให้ผู้ป่วยสูดดม ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ยุคเริ่มแรกสำหรับการผ่าตัดภายในโรงพยาบาลศิริราช เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ศัลยแพทย์ในการผ่าตัดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และลดอาการเจ็บปวดของผู้ป่วยได้อย่างดีประติมากรรมฤาษีดัดตน ศิลปะรัตนโกสินทร์ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมการแพทย์แผนโบราณ และศิลปวิทยาการครั้งกรุงศรีอยุธยาไว้ ทรงพระราชดำริเอาท่าดัดตนของโยคีอินเดียที่เป็นการออกกำลังกายที่ใช้ศิลปะ เพื่อการมีสุขภาพที่แข็งแรง และแก้ปวดเมื่อย ปั้นด้วยดินเป็นฤาษีดัดตนท่าต่างๆ ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้หล่อเป็นเนื้อชินปืนกลพระสุบินบันดาล ศิลปะรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ ๔) คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างขึ้น ตามที่ทรงพระสุบินว่ามีปืนอย่างหนึ่งซึ่งเป็นรูปปืนใหญ่แต่ยิงได้หลายๆ นัด ตั้งไว้ที่หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างปืนตามกระแสพระสุบิน เมื่อสร้างเสร็จ ทอดพระเนตรแล้วก็รับสั่งว่าไม่เหมือนที่ทรงพระสุบิน แต่ยิงได้หลายนัดคล้ายคลึงกัน จึงพระราชทานชื่อว่า “พระสุบินบันดาล”