ค้นหา

จากคำค้น "สรุป" พบรายการทั้งหมด 631 รายการ

   บรรณานุกรมรายชื่อหนังสือใหม่ห้องหนังสือทั่วไป ประจำเดือน มิถุนายน 2565    หมวด 000  เบ็ดเตล็ด จีราวุธ  วารินทร์.  พัฒนาเว็บไซต์สมัยใหม่ด้วย STML5 JavaScript + CSS3 ฉบับ สมบูรณ์.  กรุงเทพฯ: รีไวว่า, 2562.  ( 006.74 จ575พ ) ธัชชัย  จำลอง.  คู่มือใช้งาน Notebook & Ultrabook Window 8.  กรุงเทพฯ: ซี เอ็ดยูเคชั่น, 2556.     ( 004.16 ธ439ค ) เนื่องน้อย  ศรัทธา.  ทำไม? ที่มาที่ไปของคน สัตว์ สิ่งของ ฯลฯ เล่ม 2.  กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์, 2556.  ( 030 น881ท   ล.02 ) สุรพันธ์  สามาตรกูล.  การติดตั้งไฟร์วอลล์ในองค์กรบน ContOS (ภาคปฏิบัติ).  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2563.     ( 005.8 ส852ก ) สุวรรณา  รัศมีขวัญ.  การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล.  พิมพ์ ครั้งที่ 2.  ชลบุรี: คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยบูรพา, 2564.  ( 004 ส873ก )   หมวด 100  ปรัชญา ขงจื่อ.  อรรถาธิบายคารวธรรมคัมภีร์.  พระนครศรีอยุธยา: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยจุฬา ลงกรณราชวิทยาลัย, 2564.  ( 181.112 ข111อ )     หมวด 200  ศาสนา กฐินพระราชทานวัดบรมวงศ์อิศรวราราม พระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร.  สมุทรปราการ: ทีบีเอสพี, 2562.   ( 294.3135 ก119 ) ชัยยะ  วโรธรรมรักษา.  สะสมพระเครื่อง รู้ เป็น รวย.  กรุงเทพฯ: บารมีธรรม, 2554.         ( 294.31218 ช417ส ) ชาติ  ชัยเดชสุริยะ.  บทสนทนาที่น่าสนใจในเกร็ดพุทธประวัติ.  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ เดือนตุลา, 2565.    ( 294.3122 ช516บ ) ทวี  โอมาก.  ธรรมปฏิบัติ.  กรุงเทพฯ: เอราวัณการพิมพ์, 2562.  ( 294.3144 ท187ธ ) นวลวรรณ  พูนวสุพลฉัตร.  การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในอาณาจักรหริภุญไชย สมัยพระนางจามเทวี.  พิมพ์ครั้งที่ 2.  นครปฐม: มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส, 2563.   ( 294.309 น341ก ) พระภาวนาพิศาลเมธี  พรหมจันทร์.  การยกอารมณ์ฌานขึ้นสู่วิปัสสนา ตามแนวอานา   ปาสติภาวนา.  กรุงเทพฯ: ประยูรสาส์นนไทยการพิมพ์, 2562.  ( 294.3122 พ356ก ) พระศักดิ์รินทร์  ธัมมธโร.  สัจธรรมของชีวิต.  กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล กรุ๊ป, 2563.         ( 294.315 พ395ส )   หมวด 300  สังคมศาสตร์ คู่มือป้องกันภัยจากอาชญากรรมข้ามชาติ ฉบับประชาชน.  กรุงเทพฯ: สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ, 2563.   ( 364 ค695 ) นราธิปพงศ์ประพันธ์, พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่น.  ประวัติการทูตของไทย.  พิมพ์ครั้ง ที่ 7.  กรุงเทพฯ: ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, 2564.  ( 327.593 น235ป ) พีระสิทธิ์  ภู่สาระ.  Lecture สรุปเข้มสังคม ประถม.  กรุงเทพฯ: คาร์เปเดียมเมอร์, 2563.    ( 372.83 พ199ล ) ศุภมิตร  ปิติพัฒน์.  การทูตข้ามสมุทร : เครื่องมือจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์การ ต่างประเทศของไทย.  กรุงเทพฯ: ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, 2564.   ( 327.593 ศ712ก ) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.  หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5.  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค.ลาดพร้าว, 2563.    ( 372.89044 ค121ห ) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ.  จดหมายเหตุศาบรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ห้า พุทธศักราช 2552-2553.  กรุงเทพฯ: สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ, 2562.  ( 342.0269 ศ365จ ) สิทธิพล  เครือรัฐติกาล.  อาเซียนในมุมมองของใต้หวัน.  กรุงเทพฯ: ศูนย์ศึกษาการ ต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, 2565.   ( 327.51249 ส723อ ) สุจิตรา  หนูงาม.  หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. นนทบุรี: ศูนย์หนังสือเมืองไทย, 2561.    ( 372.35044 ส753ห ) สุดารัตน์  พิมลรัตนกานต์.  ทักษะชีวิตและสังคม.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2560.         ( 301.7 ส769ท ) เสกสัณ  เครือคำ.  การจัดการความขัดแย้งทางสังคมและกระบวนการยุติธรรม ทางเลือก : แนวทางการประยุกต์ใช้สำหรับสังคมไทยยุค 4.0.  นครปฐม: เพชรเกษมการพิมพ์, 2562.   ( 303.6 ส887ก ) หมึกสีขาว.  สามชีวิต.  กรุงเทพฯ: มูลนิธิผู้หญิง, 2538.   ( 364.1534 ห194ส )     หมวด 400  ภาษาศาสตร์   ไซ,   เคอร์รา.  พูดอังกฤษเก๋ไก๋สไตล์อเมริกัน.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2559.         ( 428.3495911 ซ951พ ) นวภรณ์  อุ่นเรือน.  ภาษาไทยเพื่อสื่อสารในงานอาชีพ.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2560.    ( 495.918 น297ภ ) ผ่องศรี  ลือพร้อมชัย.  การแปลให้เก่ง.  กรุงเทพฯ: สมามผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่าย หนังสือแห่งประเทสไทย, 2559.   ( 418.02 ผ227 ก ) เหยิน,  จิ่งเหวิน.  เริ่มต้นเรียนจีน 6 (พร้อม CD).  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2556.         ( 495.18249591 ห723ร )   หมวด 500  วิทยาศาสตร์ ณิชพน  เกตุผาสุข. คู่มือเตรียมสอบ PAT ชีววิทยา.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557.         ( 570 ณ431ค ) พิพัฒน์พงศ์  ศรีวิศร.  คู่มือเก็งข้อสอบ คณิตพิชิต O-NET ม. 3.  กรุงเทพฯ: กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2559.    ( 510.76 พ699ค ) อรไท  พลเสน.  ทฤษฎีสถิติ 1.  กรุงเทพฯ: กองส่งเสริมวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2564.   ( 519.2 อ326ท ) อัญชนา  ชินบุตร.  กุญแจคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เล่ม 1.  กรุงเทพฯ: ศูนย์ ส่งเสริมวิชาการ, 2555.    ( 510.76 อ524ก  ล.01 )     หมวด 600  วิทยาศาสตร์ประยุกต์   กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.  นวดไทย ตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ มนุษยชาติ.  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, 2563. ( 615.822 ส145น  ฉ.01 ) ขายสินค้า ทำกำไรได้ทั่วโลกบน Amazon + Dropship.  กรุงเทพฯ: รีไวว่า, 2563.   ( 658.872 ข419 ) ทัตสึทากะ,  ยามาโมโตะ.  โรคขาดธรรมชาติ.  กรุงเทพฯ: มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ, 2561.         ( 613 ท343ร ) บุญเลิศ  วัจจะตรากุล.  กลยุทธ์การเอาต์ซอร์สเทคโนโลยีสารสนเทศ.  กรุงเทพฯ: ซี เอ็ดยูเคชั่น, 2551.     ( 658.4038 บ564ก ) เบญจมาศ  อภิสิทธิ์ภิญโญ.  การบัญชีต้นทุนเบื้องต้น.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2559. ศุภชัย  หอวิมานพร.  โปรแกรมเมเบิลลอจิกคอนโทรลเลอร์.  กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2562.   ( 629.895 ศ684ป ) อนุศักดิ์  ฉิ่นไพศาล.  งานซ่อมบำรุงเครื่องจักรกล (Bilingual  Book).  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2559.   ( 621.816 อ225ง )     หมวด 700  ศิลปะและนันทนาการ   ชะวัชชัย  ภาติณธุ.  ประวัติและแบบอย่างศิลปะ.  กรุงเทพฯ: ปัญญาชน, 2558.          ( 709 ช337ป ) ไปด้วยกัน.  กรุงเทพฯ: [ ม.ป.พ. ], 2564.    ( 770ป959 ) พิสุทธิ์  เกรียงบูรพา.  ลมหายใจของเขาคือ ไอคิโด.  กรุงเทพฯ: ออล ปริ้นท์ เซ็นเตอร์, 2563.   ( 796.8154 พ786ล ) ศิวกฤษฏิ์  ศราวิช.  Dramatic Photography Inspiration.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น , 2556.   ( 770 ศ541ด )   หมวด 800  วรรณคดี การะเกด.  สยบรักในควันปืน.  กรุงเทพฯ: ซิซินี อินเตอร์เนชั่นแนล, 2552.         ( 895.913 ก531ส ) กุลบดี.  คมน้ำค้าง.  กรุงเทพฯ: พิมพ์คำ, 2555.   ( 895.913 ก726ค) แก่นฝัน.  เจาะระบบ @ หัวใจ.  กรุงเทพฯ: คูลแคท, 2553.  ( 895.913 ก879จ ) _______.  ฉากรัก...ดีกหัวใจ.  กรุงเทพฯ: คูลแคท, 2552.  ( 895.913 ก879ฉ ) _______.  สืบลับ...กับดักรัก.  กรุงเทพฯ: บลูเบลล์, 2551.     ( 895.913 ก879ส ) จินนี่  จินนี่.  ภารกิจรัก พิชิตหัวใจ ยัยตัวแสบ.  กรุงเทพฯ: ฟิสิกส์เซ็นเตอร์, 2551.         ( 895.913 จ487ภ ) เจ๊เหวอ.  มติรักจากฟากฟ้า.  กรุงเทพฯ: ไฟน์บุ๊คส์, 2551.   ( 895.913 จ686ม ) ชลดา  เรืองรักษ์ลิขิต.  ตำรับสำราญ กลอนกานท์สำเริง บันเทิงศัพท์สัมฤทธิ์.          กรุงเทพฯ: ธนาเพรส, 2564.    ( 895.9112 ช221ต ) ซอมพอ.  พิษรัก  แรงแค้น.  กรุงเทพฯ: ซู การ์ บีท, 2552.  ( 8 95.913 ซ118พ ) เฌอ.  ทอรัก  ร้อยหัวใจ.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2551.    ( 895.913 ฌ999ท ) ทมยันตี.  คู่กรรม 1 (เล่ม 1 ).  พิมพ์ครั้งที่ 16.  กรุงเทพฯ: ณ บ้านวรรณกรรม, 2556. ( 895.913 ท121ค   ล.1 ) _______.  คู่กรรม 2 (เล่ม 2 ).  พิมพ์ครั้งที่ 16.  กรุงเทพฯ: ณ บ้านวรรณกรรม, 2556.      ( 895.913 ท121ค   ล.2 ) B 13 s.t.  The Legend of Blue Fire มังกรผู้เฝ้าหอคอย เล่ม 1.  กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์, 2562.   ( 895.913 บ351ค   ล.01 ) _______.  The Legend of Blue Fire มังกรผู้เฝ้าหอคอย เล่ม 2.  กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์, 2562.   ( 895.913 บ351ค   ล.02 ) เบญจรัตนะ.  เลดี้ริมทุ่ง.  กรุงเทพฯ: ษาริน, 2553.   ( 895.913 บ786ล ) ปุณณัตถ์.  เหตุร้ายอุบัติรัก.  กรุงเทพฯ: อมรินทร์, 2549.  ( 895.913 ป661ห ) พิญช์นรี.  คมทัณฑ์ประกาศิต.  กรุงเทพฯ:ไอวี่ บุ๊คเฮ้าส์, 2553.  ( 895.913 พ655ค ) พิมพ์สุรางค์.  ตะวันกลางใจ.  กรุงเทพฯ: คูลแคท, 2553.   ( 895.913 พ718ต ) _______.  สาวร้าย...สายลับ ตอน วัยรุ่นเซ็ง.  กรุงเทพฯ: บลูเบลล์, 2551.     ( 895.913 พ718 ) แพงพวย.  ตำรับรักข้ามภพ.  กรุงเทพฯ: ปริ้นเซส, 2559.   ( 895.913 พ954ต ) รอมแพง.  สายลับลิปกอส.  กรุงเทพฯ: บลูเบลล์, 2549.     ( 895.913 ร189ส ) ลิซ. อัสลันยอดรัก.  กรุงเทพฯ: พิมพ์คำสำนักพิมพ์, 2559.  ( 895.913 ล422อ ) วิรมย์รดา.  บัลลังก์เสน่หา : จากหนึ่งคำมั่น.  กรุงเทพฯ: คูลแคท, 2553.   ( 895.913 ว683บ ) วีราการ.  แรกรักสัมผัสใจ.  กรุงเทพฯ: ไฟน์บุ๊คส์, 2551.   ( 895.913 ว853ร ) วีริญจ์.  รินรักให้ล้นใจ.  กรุงเทพฯ: ษาริน, 2553.   ( 895.913 ว853ร ) เวียงแก้ว.  ลิขิตหัวใจในสายลมหนาว.  กรุงเทพฯ: ไฟน์บุ๊คส์, 2551.   ( 895.913 ว924ล ) สัมพันธภาพ.  กรุงเทพฯ: กระทรวงวัฒนธรรม, 2564.    ( 819.1301 ส612 ) แอลลี่.  กวินมาภา.  สมุทรปราการ: มันดี กรุ๊ป, 2557.  ( 895.913 อ958ก ) Amity.  Bangkok: Ministry of Culture, 2021.  ( 895.91301 A517 )     900  ภูมิ-ประวัติศาสตร์   เกร็ดน่ารู้อาเซียน.  กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์, 2555.   ( 915.9 ก762 ) เบเคอร์,  คริส.  ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย.  พิมพ์ครั้งที่ 11.  กรุงเทพฯ: มติชน, 2563.   ( 959.3 บ779ป ) อียิปต์โบราณใน 30 วินาที.  กรุงเทพฯ: ยิปซี กรุ๊ป, 2561.   ( 932 อ772 )     *****************************************



          วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๓๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากรเดินทางไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยมีนางสาวดวงกมล ยุทธเสวี ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย นายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการกองโบราณคดี และข้าราชการเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย ให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือแนวทางการบูรณะโบราณสถานและสรุปผลการดำเนินงานอุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ภายใต้การดูแลสำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย เวลา ๑๔.๓๐ น. อธิบดีกรมศิลปากรเดินทางไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตรวจเยี่ยมดูงานโครงการปรับปรุงระบบสายไฟลงดินและระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ตรวจพื้นที่โบราณสถานเขตในเมืองและเขตอรัญญิก อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และในเวลา ๑๖.๓๐ น. เดินทางไปยังอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร รับฟังการบรรยายสรุปของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร พร้อมตรวจเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร โดยเยี่ยมชมโบราณสถานวัดช้างรอบ ในโครงการอนุรักษ์ประติมากรรมปูนปั้นวัดช้างรอบ และตรวจงานโครงการขุดค้น ขุดแต่ง บูรณะและปรับภูมิทัศน์โบราณสถานวัดซุ้มกอ ตำบลนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร



  บรรณานุกรมรายชื่อหนังสือใหม่ห้องหนังสือทั่วไป ประจำเดือน  เมษายน 2565    หมวด 000  เบ็ดเตล็ด ธัชชัย  จำลอง.  คู่มือใช้งาน Access 2010 ฉบับสมบูรณ์.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2556.   ( 005.54 ธ439ค ) พรพรรณ  จันทร์แดง.  ห้องสมุดยุคใหม่.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557.   ( 025 พ247ห) สมพร  เจริญศรีสุข.  คู่มือการปฏิบัติงานการบริการยืมทรัพยากรสารสนเทศ.  จันทบุรี: หอสมุดกลาง สำนักวิทยาบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัย         ราชภัฏรำไพพรรณี, 2564.   ( 025.6 ส265ค ) _______.  วิเคราะห์การยืมหนังสือทั่วไปของผู้ใช้บริการหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ปี 2561.  จันทบุรี: หอสมุดกลาง สำนักวิทยาบริการและ         เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, 2563.     ( 025.6 ส265ว ) สุรพันธ์  สามาตรกูล.  ยกเครื่องคอมฯให้เร็วขั้นเทพ. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2559.      ( 004.0288 ส852ย )  อดิศักดิ์  จันทร์มิน.  สร้าง Web  Application อย่างมืออาชีพด้วย PHP ฉบับWorkshop เล่ม 3.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2555.   ( 006.76 อ129ส )       หมวด 100 ปรัชญา เฮปเพลล์, ไมเคิล.  Brilliant  life.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2555.  (158.1 ฮ621ส )     หมวด 300  สังคมศาสตร์ คิโยซากิ, โรเบิร์ต ที.  โอกาสอีกครั้ง มั่งคั่งอีกหน.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2560   หมวด 400  ภาษาศาสตร์ ชูเกียรติ  ตั้งคุณสมบัติ.  คู่มือสอบภาษาอังกฤษ ภาค ก. (ก.พ.) และหน่วยราชการอื่นๆ.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557.   ( 420.76 ช642ค ) สุทธิพล  หึกขุนทด.  แนวข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษ ฉบับพริกขี้หนู (Version 2 ).  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2559.   ( 420.76 ส773น ) _______.  แนวข้อสอบ O-NET ภาษาอังกฤษ ฉบับจิ๋วแต่แจ๋ว(Version 2 ).  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2559.   ( 420.76 ส773น )            หมวด 500 วิทยาศาสตร์ ศักดิ์นรินทร์  นัตธิลม.  Short Note สรุปฟิสิกส์ ม.ปลาย ฉบับเตรียมหน้าห้องสอบ.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2560.    ( 530.076 ศ325ช ) อิศระ  เชิดชู.  เฉลยข้อสอบเก่าเตรียมทหารวิชาคณิตศาสตร์(2551-2555) เหล่าตำรวจ.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557.   ( 510.76 อ755ฉ ) หมวด 600  วิทยาศาสตร์ประยุกต์ กิจจา  บานชื่น.  หลักการจัดการ.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2559.    (658 ก637ห ) บุญธรรม  ภัทราจารุกุล.  การประมวลผลภาพดิจิตอลเบื้องต้น.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2556.   ( 621.367 บ471ก ) พรรณี  สวนเพลง.  ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2555.       ( 658.4038 พ273ร ) Pilot DNA จากฝันสู่ฟ้า.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2561.   ( 629.13092 พ986 ) รุจิจันทร์  วิชิวานิเวศน์.  สารสนเทศทางธุรกิจ(ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม).  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2560.   ( 650.0285 ร655ส )   เหลียว  หวั่นหรง.  ดูแลทางเดินหายใจอย่างไรให้ไร้โรค.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2557.      ( 611.2 ห736ค ) อนุศักดิ์  ฉิ่นไพศาล.  การบริหารอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2562.   ( 658 อ225ก )   หมวด 700  ศิลปะและนันทนาการ อำนวยพร  บุญจำรัส.  BLACK & WHITE  PHOTOGRAPHY.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2556.   ( 770 อ684บ )   หมวด 800  วรรณคดี รัตมา.  อ้อมกอดจอมมาเฟีย.  นนทบุรี: ณัฐกานต์คมโอภาส, ม.ป.ป.    ( 895.913 ร379อ ) เรมิกาญจน์.  เชลยเล่ห์รัก.  กรุงเทพฯ: ไลต์ ออฟ เลิฟ, 2555.    ( 895.913 ร765ช ) ­_______.  เชลยสิเน่หา.  กรุงเทพฯ: ไลต์ ออฟ เลิฟ, 2555.     ( 895.913 ร765ช ) _______.  ไฟรักแคริบเบียน.  กรุงเทพฯ: ไลต์ ออฟ เลิฟ, 2554.     ( 895.913 ร765ฟ ) _______.  ไฟรักซาตาน.  พิมพ์ครั้งที่ 4.  กรุงเทพฯ: ไลต์ ออฟ เลิฟ, 2555.    ( 895.913 ร765ฟ ) วิญญาณ  ความตาย  หายนะ.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2562.     ( 808.838733 ว568 )       *****************************************


วไป)    ภาสกร  วงศ์ตาวัน.  นานาชาติในแผ่นดินอยุธยา ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์สยามกับตะวันตก.  นนทบุรี: ศรีปัญญา, 2561.  248 หน้า.  ปภาพประกอบ.           220 บาท. เนื้อหาประกอบด้วยเรื่องการเข้ามาของชาวต่างชาติในสยาม  โปรตุเกส ฝรั่งชาติแรกในแผ่นดินสยาม   ฮอลันดาชาติที่เข้ามาเพื่อการค้า  ฝรั่งเศสเป้าหมายอยู่ที่ยึดเมืองและให้สมเด็จพระนารายณ์เข้ารีต  อังกฤษขาดทุนเพราะถูกกลั่นแกล้ง  จีนพ่อค้าตัวจริงในสยาม  แขกมัวร์จากพ่อค้าสู่เสนาบดี  มลายู ชวามักกะสัน จามชนกลุ่มน้อยคู่สังคมไทย   มอญญาติสนิทของชาวสยาม  ญวณนักลี้ภัยตลอดกาล  ญี่ปุ่นซื่อสัตย์และเด็ดเดี่ยว  และบทสรุปความหลากหลายคือเอกลักษณ์ที่น่าชื่นชม 959.303 ภ493น ฉ.02         (ห้องหนังสือทั่วไป)     


สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ.  รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ  ในการวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการกระทำตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 213 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ: สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ, 2563.  484 หน้า.           หนังสือวิจัยเล่มนี้มีเนื้อหาประกอบด้วย บทคัดย่อ  บทสรุปผู้บริหาร บทนำ กรอบแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและระบบการร้องทุกข์ทางรัฐธรรมนูญของประเทศต่างๆได้แก่ ประเทศเยอรมนี ออสเตรีย ตุรกี เกาหลีใต้และอังกฤษ อำนาจของศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปและระบบการฟ้องคดีสิทธิมนุษยชนในสหภาพยุโรป บทวิเคราะห์อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและระบบการร้องทุกข์ทางรัฐธรรมนูญของไทย และบทสรุปและข้อเสนอแนะ           342.593         ศ365อ                เดือน พ.ค.65        ห้องค้นคว้า    


หนังสือหายาก E-book เรื่อง สรุปกิจการและความเห็นต่างๆในกรมตำรวจกรมตำรวจ.  สรุปกิจการและความเห็นของกองต่างๆในกรมตำรวจ.  พระนคร: อักษรโสภณ, 2497.


สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง.  เมืองโบราณอู่ทอง : รายงานสรุปผลการศึกษาโบราณสถานที่เนินพลับพลา ในปี 2560.  กรุงเทพฯ: ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2560.  128 หน้า.  ภาพประกอบ.             เป็นหนังสือรายงานการสำรวจและการขุดค้นเมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่เนินพลับพลาปี 2560  เนื้อหาภายในเล่ม คือ  ที่ตั้งและสภาพภูมิศาสตร์เมืองโบราณอู่ทอง การศึกษาเปรียบเทียบลักษณะที่ตั้งและสภาพภูมิศาสตร์ระหว่างเมืองอู่ทอง เมืองคูบัว และเมืองนครปฐม ศึกษาโบราณสถานสมัยทราวดีที่เมืองอู่ทอง ได้แก่ โบราณสถานทางพุทธศาสนา โบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับระบบจัดการน้ำและเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์ การขุดศึกษาโบราณสถานที่เนินพลับพลา ในปี 2558 หลักฐานที่ค้นพบ เช่น ลูกปัดหิน หินบด ต่างหูโลหะ เป็นต้น พร้อมทั้งสรุปและข้อเสนอแนะ ภาคผนวก1 - 3 รายการโบราณวัตถุชิ้นพิเศษ รายงานผลการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ แผนผังท้ายเล่ม ตามลำดับ             อ           959.373           ส363ม           ฉ.01-ฉ.02          เดือน พ.ค.65          ห้องค้นคว้า    




กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ.  ผ้าราษฎรบนพื้นที่สูง อัตลักษณ์เส้นใยชนเผ่า.  กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2560.                244 หน้า.  ภาพประกอบ.             หนังสือรวบรวมผ้าราษฎรในเขตพื้นที่สูงทางภาคเหนือของประเทศไทย ได้แก่ ผ้ากะเหรี่ยง ผ้าม้ง ผ้าเมี่ยน ผ้าอาข่า ผ้าลีซอ ผ้าลาหู่ มลาบี ลัวะ ขมุ ถิ่น ตั้งแต่  ลักษณะ วิธีการผลิต วัตถุดิบ เครื่องมือเครื่องใช้ในการทอ การย้อมสี ลวดลายความหมาย เป็นต้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงและแนวโน้ม บทสรุปท้ายเล่ม               อ           746.92           พ534ผ          เดือน ก.พ. 65        (ห้องค้นคว้า)  


         นายปอล เปลลิโยต์ (Paul Pelliot) นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ที่เข้ามาดําเนินการขุดค้นทางโบราณคดีร่วมกับสมเด็จฯ กรมพระยาดํารง ราชานุภาพ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ ได้ให้ข้อสันนิษฐานเป็นบุคคลแรกว่าเจ้าของ วัฒนธรรมทวารวดีเป็นชาวมอญ ทําให้ ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ (G. Cedes) ซึ่งให้ความสนใจและศึกษาเกี่ยวกับชนชาติมอญในอินโดจีน ได้ ทําการศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งค้นพบหลักฐานจารึก ภาษามอญโบราณ ที่วัดโพธิ์ (ร้าง) จังหวัดนครปฐม อันเป็นจารึกภาษามอญ ที่เก่าที่สุดเท่าที่สํารวจพบในปัจจุบัน มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ จึงมี ความมั่นใจและสรุปว่า ชนชาติมอญที่เคยมีความสําคัญทางด้านประวัติ ศาสตร์พม่านั้น น่าจะเป็นผู้เผยแผ่วัฒนธรรมอินเดียทางตอนกลางของ อุษาคเนย์ รวมถึง ศาสตราจารย์ปิแอร์ ดูปองต์ (Pierre Dupont) ภัณฑารักษ์ และนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ผู้ทําการขุดค้นโบราณสถานสําคัญสมัย ทวารวดีที่นครปฐม ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๓ จํานวน ๓ แห่งคือ เนิน พระ วัดพระเมรุ และเจดีย์จุลประโทน ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน จึงนําเสนอ ผลการศึกษาค้นคว้าเป็นวิทยานิพนธ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ และตีพิมพ์เผยแพร่ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ในชื่อเรื่อง โบราณคดีมอญแห่งอาณาจักรทวารวดี (L'Archéologie Mône de Dvâravatî)                    นักวิชาการรุ่นหลังบางท่านให้ความเห็นว่า แม้ประชาชนชาวทวารวดี ที่ตั้งถิ่นฐานในบริเวณภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศไทย จะใช้ภาษามอญโบราณควบคู่ไปกับภาษาบาลีและสันสกฤต แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าจะเป็นชนกลุ่มเดียวกับชาวมอญที่ตั้งถิ่นฐานในประเทศ พม่าตอนล่างหรือไม่ เนื่องจากรัฐทวารวดีมีความเก่าแก่กว่ารัฐมอญในพม่า และมีพัฒนาการมาจากชุมชนโบราณที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณภาคกลาง ตอนล่างของประเทศไทยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยอ้างถึงคําอธิบาย ของนักภาษาศาสตร์ว่า กลุ่มภาษามอญ-เขมรที่เป็นสาขาหนึ่งของภาษา ตระกูลออสโตรเอเชียติคนั้น เป็นภาษาเก่าแก่ของชุมชนในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ จึงพบว่ามีการใช้กันอยู่ในกลุ่มชนหลายกลุ่มในภูมิภาคนี้ รวมถึง กลุ่มชนในรัฐทวารวดีด้วย อย่างไรก็ดีนักวิชาการบางท่านกลับเสนอแนวคิด อีกประเด็นหนึ่งว่า วัฒนธรรมทวารวดีอาจเป็นอารยธรรมระยะต้นของกลุ่ม ชนชาวมอญ ที่ขยายตัวเข้าไปยังตอนกลางของประเทศพม่า ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๖ เรื่องของกลุ่มชนผู้เป็นเจ้าของวัฒนธรรมทวารวดีจึง ยังไม่เป็นที่ยุติในปัจจุบัน  


พัฒนาการและการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เวียงท่ากาน ที่ตั้งและสภาพภูมิประเทศของเวียงท่ากาน เวียงท่ากานตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านท่ากาน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะภูมิประเทศของเมืองตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขา เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง  ตัวเมืองโบราณมีสภาพเป็นเนินสูง พื้นที่โดยรอบเป็นที่ราบลุ่ม มีลำน้ำแม่ขาน ซึ่งเป็นสาขาย่อยของแม่น้ำปิง ไหลผ่านทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากตัวเมือง ๒ กิโลเมตร มีลำเหมืองสายเล็กๆ ชักน้ำจากน้ำแม่ขานเข้ามายังคูเมืองด้านทิศใต้ และลำเหมืองขนาดเล็กที่ชักน้ำเข้าเมืองทางทิศตะวันออก ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นระบบชลประทานที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยโบราณ                เวียงท่ากานเป็นเมืองโบราณที่มีลักษณะตามการตั้งเมืองในสมัยหริภุญไชย คือ เมืองมักจะตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ บนเนินดินสูงประมาณ ๓๐๐ เมตร ตัวเมืองมักมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยม โดยเวียงท่ากานนี้ มีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมมน ขนาด ๕๘๐x๗๘๕ เมตร ก่อสร้างเป็นคันดิน ๒ ชั้น มีคูเวียงคั่นกลาง ส่วนที่สมบูรณ์ที่สุดของคันดินกำแพงเมืองมีขนาดเฉลี่ยกว้าง ๕ เมตร สูง ๓ เมตร และคูเวียงกว้าง ๑๐ พบโบราณสถานจำนวน ๒๗ วัดทั้งในกำแพงเมืองและนอกเขตกำแพงเมือง เวียงท่ากานในเอกสารประวัติศาสตร์               ตามเอกสารประวัติศาสตร์ของล้านนา เวียงท่ากานปรากฏชื่อในพงศาวดารตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ว่า “เวียงพันนาทะการ” ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสำคัญเมืองหนึ่งเพราะพญามังรายโปรดให้นำต้นโพธิ์จากลังกาทวีปหนึ่งในจำนวน ๔ ต้น มาปลูกที่เวียงแห่งนี้ ชื่อพันนาทะกานปรากฏอีกครั้งในสมัยพญาติโลกราช เมื่อล้านนาตีเมืองเงี้ยวได้ และได้จำเชลยชาวเงี้ยวไปไว้ที่พันนาทะกาน และปรากฏชื่ออีกครั้งในสมัยพระเมืองแก้ว                 นอกจากเอกสารประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีตำนานพื้นบ้านที่เกี่ยวกับชื่อเมือง โดยคำว่า “ท่ากาน” มาจากคำว่า “ต๊ะก๋า” เนื่องจากมีกาเผือกตัวใหญ่จะบินมาลงที่หมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านกลัวว่าจะเกิดความเดือดร้อน จึงช่วยกันไล่กาไป หมู่บ้านแห่งนั้นจึงได้ชื่อว่า “บ้านต๊ะก๋า” (“ต๊ะ” เป็นภาษาพื้นถิ่นเมืองเหนือ แปลว่า “ห้าม/ไล่” คำว่า “ก๋า” แปลว่า “กา”) ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๐ เจ้าอาวาสวัดท่ากานได้เปลี่ยนชื่อจากบ้านต๊ะก๋ามาเป็น “บ้านท่ากาน” พัฒนาการการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เวียงท่ากาน               ในพื้นที่เวียงท่ากานพบร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาตั้งแต่วัฒนธรรมหริภุญไชยต่อเนื่องมาจนถึงสมัยล้านนา ก่อนจะถูกทิ้งร้างไปไปในช่วงเวลาสั้นๆ และได้รับการฟื้นฟูกลับมาตั้งบ้านเมืองอีกครั้งในสมัยเจ้ากาวิละ โดยในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีได้มีการนำดินในชั้นวัฒนธรรมที่ปรากฏกิจกรรมในพื้นที่ไปหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีเทอร์โมลูมิเนสเซนต์ (TL) และวิเคราะห์ร่วมกับโบราณวัตถุที่พบ โดยหลักฐานทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่กลางเวียงท่ากานนี้ มีการจับจองและอยู่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่สมัยวัฒนธรรมหริภุญไชย (ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔) อยู่อาศัยเรื่อยมาจนถึงสมัยล้านนา (พุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๒) จนกระทั่งอาณาจักรล้านนาล่มสลาย และมีการกลับมาฟื้นฟูเมืองอีกครั้งในสมัยรัตนโกสินทร์ สามารถสรุปพัฒนาการของการตั้งถิ่นฐานในเวียงท่ากานได้ ดังนี้ สมัยวัฒนธรรมหริภุญไชย                เป็นชั้นวัฒนธรรมแรกเริ่มที่ปรากฏการเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เวียงท่ากานแห่งนี้ โดยพบการใช้พื้นที่บริเวณกลางเมือง ซึ่งเป็นจุดที่มีความสูงมากที่สุด เป็นสุสานหรือแหล่งฝังศพ จากการรวบรวมการศึกษาที่ผ่านมาของ ผาสุข อินทราวุธ ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าวัฒนธรรมสมัยหริภุญไชยน่าจะมีสองช่วง คือ ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๔ โบราณวัตถุที่พบในช่วงเวลานี้ มีความคล้ายคลึงกับวัฒนธรรมทวารวดีจากที่ราบภาคกลาง และถูกเชื่อมโยงกับตำนานจามเทวี และช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๙ ลักษณะของวัตถุทางวัฒนธรรมเปลี่ยนไป มีความใกล้ชิดกับวัฒนธรรมพุกาม ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาที่พบในหลุมขุดค้นที่เวียงท่ากานนี้ เป็นสิ่งของที่ใช้กันในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๙ จึงเชื่อว่าวัฒนธรรมที่เวียงท่ากานน่าจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงราวๆพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕ เป็นอย่างน้อย หลักฐานที่พบในหลุมขุดค้นและการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ สามารถแบ่งอายุสมัยของเมืองนี้ได้เป็น ๒ ช่วง คือ สมัยวัฒนธรรมหริภุญไชยตอนต้น (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖) และสมัยวัฒนธรรมหริภุญไชยตอนปลาย (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๙) และหลักฐานหลายชิ้น ได้แก่ โครงกระดูกม้า ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีน ลูกปัดหินคาร์เนเลียน เปลือกหอยทะเล เหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นการติดต่อแลกเปลี่ยนกับชุมชนภายนอกที่อยู่ไกลออกไป แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการติดต่อทางตรงหรือทางอ้อม แต่สิ่งที่สามารถเชื่อมั่นได้ คือ บริเวณเวียงท่ากานเป็น “จุดแลกเปลี่ยนการค้า” มาตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ แล้ว                 สมัยหริภุญไชยตอนต้น (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖) พบการฝังศพในพื้นที่กลางเมือง โดยมีลักษณะการฝังศพที่แตกต่างจากแหล่งโบราณคดีประเภทแหล่งฝังศพอื่นๆในภาคเหนือ จากการเปรียบเทียบลักษณะการฝังศพเช่นนี้ที่มีอายุสมัยอยู่ในช่วงไล่เลี่ยกัน ได้แก่ แหล่งโบราณคดีดงแม่นางเมือง ในอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ ซึ่งเมืองโบราณดังกล่าวพบโบราณวัตถุที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมทวารวดีและมีการใช้พื้นที่อย่างต่อเนื่องจนพัฒนาเป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธ จึงมีความเป็นไปได้ที่บรรพชนของเวียงท่ากานอาจอพยพเคลื่อนย้ายมาจากแถบภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งโบราณวัตถุที่พบก็ชี้ให้เห็นว่าชุมชนแห่งนี้มีการติดต่อกับชุมชนภายนอกแล้ว  โครงกระดูกมนุษย์                จากการดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีบริเวณทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของวัดท่ากาน โดยหลุมขุดค้นมีขนาด ๗X๔ เมตร พบโครงกระดูกมนุษย์และชิ้นส่วนกระดูกที่สามารถประเมินขั้นต่ำได้ว่า โครงกระดูกในหลุมมีประมาณ ๖๐ โครง ทุกโครงถูกจัดอยู่ในท่านอนงอเข่า ลักษณะช่วงขาหรือการวางตัวของกระดูกส่วนขาทั้งท่อนบนและท่อนล่าง น่าจะเป็นร่องรอยที่แสดงถึงการมัด และคาดว่าน่าจะมีการตัดเส้นเอ็นร่วมด้วย แสดงให้เห็นว่าเป็นพิธีกรรมการฝังศพที่เวียงท่ากานเป็นการฝังศพครั้งที่ ๑ ยกเว้นโครงกระดูกทารกที่อยู่ในท่านอนหงายเหยียดยาว โครงกระดูกที่พบมีทั้งเพศหญิงและเพศชาย และมีอายุตั้งแต่อยู่ในวันทารกจนถึงวัยผู้ใหญ่ มีการขุดหลุมฝังศพให้มีขนาดและลักษณะหลุมพอดีกับร่างผู้ตาย การค้นพบโครงกระดูกที่เวียงท่ากานนี้ แสดงความเป็นไปได้ว่าอาจมีผู้คนกลุ่มอื่นเคลื่อนย้ายขึ้นมาภาคเหนือ โดยคนกลุ่มนี้ไม่ได้นับถือพุทธศาสนา แต่เป็นกลุ่มคนที่มีความเชื่อและนับถือผีบรรพบุรุษ จึงแสดงออกผ่านทางพิธีกรรมการทำศพแบบฝัง ที่น่าสนใจคือ ความเชื่อเรื่องผีและการฝังศพยังคงดำรงอยู่ต่อมาจนถึงสมัยล้านนา       โครงกระดูกม้า                การขุดค้นพบโครงกระดูกม้าที่เวียงท่ากานนี้ ถือเป็นการค้นพบโครงกระดูกม้าที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีการขุดค้นพบในประเทศไทย การศึกษาเกี่ยวกับม้าที่พบในประเทศไทยนั้นสันนิษฐานว่ามีการนำเข้ามาในสมัยทวารวดี ปรากฏในเอกสารจีนสมัยราวงศ์ถัง (พ.ศ.๑๑๖๑ – ๑๔๕๙) กล่าวว่าทูตทวารวดีเคยขอม้าพันธุ์ดีจากจีนแลกกับงาช้างและไข่มุก ในช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๙ นั้น ม้าถือเป็นสัตว์สำคัญที่มีการควบคุม ไม่สามารถซื้อขายได้อย่างเสรี ซึ่งบุญช่วย ศรีสวัสดิ์กล่าวว่า ในสมัยจักรพรรดิว่องเต้ (เข้าใจว่าน่าจะหมายถึง ฮ่องเต้/จักรพรรดิของจีน) ทรงอนุญาตให้ขุนผางคำมีอำนาจเก็บภาษีผ่านด่านทั้ง ๙ แห่งในเขตแดนอาณาจักรไทเมาได้ พ่อค้าชาวจีน พม่า ไต ต้องเสียค่าผ่านด่านทุกบ้านทุกเมือง และได้แต่งตั้งเศรษฐีทั้ง ๙ ที่ประจำด่านทั้ง ๙ นั้น เป็นหัวหน้าหมู่บ้านและค้าขายม้า และบริเวณเวียงท่ากานนี้น่าจะเป็น ๑ ในเมืองที่ปรากฏชื่อในบันทึกของจีน นอกจากนั้น มีการศึกษาสารพันธุกรรม (DNA) ของม้าธรรมชาติในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย นำโดย สัตวแพทย์หญิง ดร.ศิรยา ชื่นกำไร พบว่า ม้าไทยมีพันธุกรรมอยู่ในกลุ่มเดียวกับม้าพื้นเมือง (Domestic Horse) ของมองโกล มีความสูงประมาณ ๑๒๐-๑๔๐ เซนติเมตร ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย โดยเป็นผลมาจากการขยายตัวของเส้นทางการค้าโบราณ "Tea Horse Road" เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เมื่อธิเบตมีความต้องการใบชาปู่เอ๋อว์จากยูนนาน จึงเกิดเส้นทางการค้าจากยูนนานไปธิเบต อินเดีย เวียดนาม และคงแพร่เข้ามายังภาคเหนือของประเทศไทยในที่สุด อย่างไรก็ตาม การค้นพบโครงกระดูกม้าโบราณที่เวียงท่ากาน จึงเป็นการค้นพบครั้งสำคัญ ที่แสดงให้เห็นว่าผู้คนในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย มีการนำม้ามาเลี้ยง ตั้งแต่ราว ๑,๐๐๐ ปีมาแล้ว และม้าตัวนี้ก็ถือเป็นม้าสำคัญ เนื่องจากมีการจัดท่าปลงศพเช่นเดียวกับโครงกระดูกมนุษย์ ทั้งยังถูกฝังในพื้นที่สุสานเดียวกับที่ฝังศพมนุษย์อีกด้วย      ตลับเคลือบสีขาว                พบบริเวณเอวของโครงกระดูกหมายเลข ๗ เป็นตลับทรงกระบอกพร้อมฝา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของฝา ๔.๘ เซนติเมตร สูงรวม ๓.๓ เซนติเมตร สมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ กำหนดอายุอยู่ในช่วงต้น-กลางพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ตลับชิ้นนี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการติดต่อกับชุมชนภายนอกและแสดงให้เห็นว่าการฝังศพในบริเวณวัดท่ากานดำเนินมาจนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ เป็นอย่างน้อย      ลูกปัดคาร์เนเลียน                 พบเพียงเม็ดเดียว บริเวณข้างกระดูกสันหลังของหลุมฝังศพหมายเลข ๒๕ เป็นลูกปัดหินทรงกลม สีส้ม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๖ เซนติเมตร จากการพบลูกปัดนี้เพียงเม็ดเดียว ทำให้กล่าวได้ว่าลูกปัดนี้ไม่ใช่ของอุทิศที่ใช้ประดับร่างกาย แต่น่าจะเป็นลูกปัดที่ปะปนอยู่ในชั้นดินก่อนมีการฝังศพ แต่ก็เป็นหลักฐานอีกชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าชุมชนเวียงท่ากานมีการติดต่อกับชุมชนภายนอก                สมัยวัฒนธรรมหริภุญไชยตอนปลาย (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๙) ในช่วงแรกของสมัยนี้ ผู้คนยังมีความเชื่อเกี่ยวกับพิธีกรรมการฝังศพอยู่ และพบร่องรอยโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบริเวณแหล่งฝังศพ ซึ่งมีความสูงของระดับพื้นที่มากกว่า โดยพบเป็นหลุมเสากลม ปักเป็นคู่ ๓ จุด มีผังเป็นรูปสามเหลี่ยม พบร่องรอยของการใช้ไฟ ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์หลายชนิด ที่มีร่องรอยการสับตัดบนกระยาวของกระดูกสัตว์ รวมทั้งยังพบตุ้มถ่วงแห แวดินเผา เหล่านี้แสดงถึงวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นบริเวณที่อยู่อาศัย ในชั้นวัฒนธรรมนี้ จากหลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงระบบเศรษฐกิจการดำรงชีพ เพราะการล่าสัตว์น่าจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเกษตรกรรมสมัยประวัติศาสตร์ หรือการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ไม่ได้เป็นรูปแบบเดียวของระบบเศรษฐกิจ แต่ยังมีกลุ่มคนที่เป็นนายพรานดำรงอยู่ในสังคมด้วย ในช่วงกลางถึงปลายของชั้นวัฒนธรรมนี้ พบชิ้นส่วนภาชนะดินเผาที่มีการตกแต่งแบบหริภุญชัย นอกจากนั้นยังพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำจากโลหะ ได้แก่ ชิ้นส่วนปิ่นปักผม และหัวหอก(?) รวมทั้งเปลือกหอยมุก เปลือกหอยเบี้ย และชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีน คือ เครื่องถ้วยชิงไป๋ สมัยราชวงศ์ซ่งใต้ด้วย ในช่วงปลายของชั้นวัฒนธรรมนี้ก็เริ่มพบผลิตภัณฑ์จากแหล่งเตาในล้านนาแล้ว คือ เครื่องถ้วยสันกำแพง ความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษเริ่มลดความสำคัญลง ความเชื่อเรื่องพุทธศาสนา เริ่มเข้ามาในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ดังที่พบพระพิมพ์ดินเผาในชั้นดินชั้นบนของหลุมฝังศพ และคงเปลี่ยนเป็นสังคมพุทธศาสนาเต็มขึ้นในสมัยล้านนา      เครื่องถ้วยสันกำแพง               ชิ้นส่วนของภาชนะดินเผาที่พบมีการตกแต่งด้วย การเคลือบสีน้ำตาล เคลือบสีเขียว และการเซาะร่องใต้เคลือบ กำหนดอายุได้ในพุทธศตวรรษที่ ๑๙      ชิ้นส่วนปิ่นปักผม                สภาพไม่สมบูรณ์ ปลายด้านหนึ่งหักหายไป มีสนิมเกาะโดยรอบ ปลายอีกด้านหนึ่งทำเป็นรูปทรงคล้ายดอกบัวตูม จุกแหลม เส้นผ่านศูนย์กลางบริเวณคล้ายดอกบัวตูม ๒.๑ เซนติเมตร จากลักษณะนี้จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นปิ่นปักผม สมัยล้านนา                หลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่าพื้นที่เข้าสู่สมัยล้านนา เมื่อเริ่มพบชิ้นส่วนเครื่องถ้วยล้านนาในชั้นวัฒนธรรมหริภุญไชย ซึ่งปริมาณโครงกระดูกที่พบก็ลดจำนวนลง และอาจกล่าวได้ว่าเวียงท่ากานเข้าสู่สมัยล้านนาอย่างเต็มตัวเมื่อพญามังรายได้นำต้นศรีมหาโพธิ์จากลังกาประทานปลูกในพันนาทะการ เมื่อพิจารณาจากหลุมขุดค้นทางโบราณคดีจะพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านประเภทของหลักฐานอย่างชัดเจน โดยโบราณวัตถุที่พบจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ในศาสนสถาน ทั้งชิ้นส่วนประกอบสถาปัตยกรรม กระเบื้องดินเผา อิฐ กุณฑี แท่งหินบด และกล้องยาสูบ กระดูกสัตว์ที่พบหลากหลายชนิดก็หายไป พบเพียงกระดูกวัว-ควาย ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาที่พบก็มาจากแหล่งเตาของล้านนาและเครื่องถ้วยจีนที่สามารถกำหนดอายุได้ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๓ ขณะที่ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาจากแหล่งเตาพื้นเมืองซึ่งมีการตกแต่งแบบหริภุญชัยก็ยังพบตลอดมา ส่วนหลักฐานที่ยังสามารถพบเห็นได้ในพื้นที่อย่างชัดเจน คือ โบราณสถานประเภทวัดนั่นเอง นอกจากหลักฐานสถาปัตยกรรมแล้ว ยังมีหลักฐานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งของเวียงท่ากาน คือ โถสมัยราชวงศ์หยวน ที่พบภายในกลุ่มโบราณสถานกลางเวียงที่แสดงให้เห็นฐานะของผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งอาจจะเป็นเจ้าเมืองแห่งนี้ และสะท้อนให้เห็นความมั่งคั่งของเมืองแห่งนี้อีกด้วย      โบราณสถานในพื้นที่เวียงท่ากาน                โบราณสถานหลายแห่งมีองค์ประกอบแผนผังของวัดโบราณครบถ้วนสมบูรณ์ สังเกตได้จากขอบเขตกำแพงวัดที่ยังชัดเจนและครบสมบูรณ์ รูปแบบแผนผังของวัดจะมีลักษณะที่ใกล้เคียงกัน มีองค์ประกอบหลักของวัด คือ                      • หันหน้าไปทางทิศตะวันออก                      • มีเจดีย์เป็นประธาน มีวิหารหลวงอยู่ด้านหน้า                      • มีการแบ่งส่วนที่เป็นเขตพุทธาวาสและสังฆาวาส                      • บริเวณวัดจะมีกำแพงวัดล้อมรอบ มีโขงประตูทางเข้า                สิ่งก่อสร้างสำคัญในสมัยล้านนานี้ คือ เจดีย์ จากการศึกษาของ ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์พบว่า สามารถแบ่งรูปแบบเจดีย์ของเวียงท่ากานได้เป็น ๔ กลุ่ม ได้แก่                    o เจดีย์ทรงปราสาทยอด พบไม่เต็มองค์ ถูกก่อครอบทับ เช่น เจดีย์วัดกู่ไม้แดง                    o เจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนา เชื่อว่าต้นแบบที่สำคัญของเจดีย์กลุ่มนี้ คือ พระธาตุหริภุญไชย                    o เจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาที่มีอิทธิพลศิลปะสุโขทัย มีชุดรองรับองค์ระฆังเป็นบัวถลาในผังกลม                    o เจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาระยะหลัง มีชุดรองรับองค์ระฆังเป็นบัวถลาในผังหลายเหลี่ยม เช่นเดียวกับพระธาตุดอยสุเทพ                รูปแบบเจดีย์เท่าที่เหลือหลักฐานส่วนใหญ่เป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาระยะหลังในกลุ่มที่ ๓ และ ๔ เท่านั้น จากการศึกษารูปแบบเจดีย์ที่พบในเวียงท่ากานพบว่า เจดีย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ เจดีย์ทรงระฆังที่มีส่วนรองรับองค์ระฆังเป็นบัวถลา      โถราชวงศ์หยวน                พบจากการขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดีเจดีย์องค์หนึ่งมในพื้นที่โบราณสถานวัดกลางเวียง โถใบนี้มีขนาดปากกว้าง ๒๑ เซนติเมตร สูง ๓๘ เซนติเมตร ผลิตจากกลุ่มเตาจิ่งเต๋อเจิ้น เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น มณฑลเจียงซี ในสมัยราชวงศ์เยวี๋ยน ราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ตรงกับรัชกาลพญาผายูแห่งอาณาจักรล้านนา บนโถมีการเขียนประดับตกแต่งด้วยการเขียนลายสีน้ำเงิน ลวดลายที่ปรากฏเป็นลวดลายมงคลของจีน โดยลวดลายที่ประดับบริเวณส่วนลำตัวของโถ คือ ลายดอกโบตั๋น ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นราชาแห่งดอกไม้ มีความหมายถึง ความร่ำรวย เกียรติยศ ความรัก เหนือขึ้นไปบริเวณไหล่เป็นลายหงส์และมังกรที่ใช้เทคนิคการปั้นแปะ ปั้นให้เป็นมังกรแบบลอยตัวขึ้นมา เมื่อลายทั้งสองประกอบกันจึงเป็น ลายหงส์ร่อนมังกรรำ มีความหมายถึง ช่วงเวลาแห่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง ส่วนบริเวณคอและตีนโถประดับด้วยลวดลายมงคลลายของจีน ประกอบด้วย ลายไข่มุกไฟ หมายถึงความงามและความบริสุทธิ์  แผ่นมุมแห่งชัยชนะ หมายถึง ชัยชนะ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด และการขจัดปัดเป่าภูตผีปีศาจ  นอแรดคู่ หมายถึง ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ความสุข และความมั่งคั่ง  ปะการัง หมายถึง ความมีอายุยืน หอยสังข์ หมายถึง การอวยพรให้โชคดีและประสบความสำเร็จ กรับ เป็นตัวแทนของเฉากว๋อจิ่ว หนึ่งในแปดเซียนในลัทธิเต๋าของจีน  



black ribbon.