|
๓. กลุ่มงานช่างปั้นหุ่น ช่างปั้นลายและช่างมุก
ช่างปั้น ถือเป็นงานช่างที่สำคัญแขนงหนึ่งของช่างศิลป์ไทย ในสมัยโบราณ มักเป็นงานอันเนื่องในศาสนา ได้แก่การปั้นพระพุทธรูป พระพุทธรูปที่หล่อเป็นพุทธลักษณะ และพุทธศิลป์งดงามเพียงใด ขึ้นอยู่กับฝีมือของช่างปั้นเป็นสำคัญ
การปั้น เป็นงานช่างที่ต้องใช้ฝีมือและความชำนาญอย่างสูง วัสดุที่ใช้คือ ดินเหนียว ที่มีอยู่ทั่วไป ดินเหนียวที่นำมาใช้ปั้น ต้องผ่านขั้นตอนการนวด ให้เนื้อดินประสานกันได้ที่ ช่างปั้นที่ ชำนาญจะรู้ว่าดินที่ใช้จะดีหรือไม่ ตรงขั้นตอนของการนวดดินนี้เอง
ช่างมุก เป็นงานช่างแขนงหนึ่ง ที่ต้องอาศัยฝีมือและ ความละเอียดอ่อน ในการปฏิบัติงานเป็นอย่างยิ่ง งานประดับมุกส่วนใหญ่ มักใช้กับงานประดับตกแต่งเครื่องใช้ไม้สอย ตลอดจนใช้ประดับ ส่วนประกอบอาคาร มักเป็นงานที่ตอบสนองต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากถือกันว่าเป็นงานที่ทำยาก จึงควรเป็นของสูง
การประดับมุกนั้น คือการตกแต่งสิ่งของด้วยเปลือกหอย ที่มี คุณสมบัติให้ความแวววาว สะท้อนแสงเป็นสีสันต่างๆ ที่นิยมใช้กันคือ หอยทะเล ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หอยโข่งมุก นำหอยชนิดนี้มาขัดผิวนอก ให้ถึงชั้นที่ต้องการ แล้วตัดแบ่งเปลือกหอยให้เป็นชิ้นๆ แล้วจึงนำไป ขัดแต่งให้ได้ขนาดความหนาตามที่ต้องการ
งานประดับมุกจะสวยงามหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการออกแบบลวดลาย ซึ่งช่างจะนำชิ้นหอยมุกไปโกรก ฉลุตามลวดลายที่ออกแบบไว้ โดยตัดเป็นลายชิ้นเล็กๆ เพื่อความสะดวกในการประดับมุก
๔. กลุ่มงานช่างแกะสลักและช่างไม้ประณีต
ช่างแกะสลักและช่างไม้ประณีต เป็นหนึ่งในจำนวนช่างสิบหมู่ นับเป็นงานช่างไทย ที่มีมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งงานศิลปกรรมที่เกี่ยวกับการแกะสลักไม้ มักรวมเรียกว่า "เครื่องไม้จำหลัก " และมักเป็นงานที่เกี่ยวเนื่องในพุทธศาสนา เป็นส่วนใหญ่ได้แก่ ส่วนประกอบของอาคาร โบสถ์ วิหาร หน้าบัน บานประตู นอกจากนี้ยังรวมไปถึงพระพุทธรูปไม้ อีกด้วย
ผู้ที่เป็นช่างแกะสลัก ก็คือช่างที่มีความรู้ ความสามารถในการ ออกแบบ ลวดลาย และสามารถถ่ายทอดรูปแบบลวดลายนั้น ด้วยการใช้ เครื่องมือ และมีคม แกะสลักลงบนเนื้อวัสดุ เช่น ไม้ หิน เขาสัตว์ และบนวัสดุอ่อน เช่นผลไม้ หรือหัวพืช ทำให้เกิดลวดลาย และภาพมีแสงเงา ความสูงต่ำในภาพซึ่งสามารถสัมผัสได้ ด้วยมือและสายตา
๕. กลุ่มงานช่างกระจกและช่างปิดทอง
ช่างกระจกและช่างปิดทอง ถือเป็นช่างที่มีบทบาทสำคัญ ที่ช่วยให้งานศิลปกรรม เกิดความวิจิตรสวยงามขึ้นอีก หลังจากที่งดงาม ด้วยฝีมือปั้นหล่อหรือแกะสลักที่มีอยู่เดิมแล้ว ลักษณะของงานช่างแขนงนี้ ประกอบด้วยงานช่างลงรักปิดทองและงานประดับกระจกควบคู่กัน
งานช่างปิดทองประดับกระจก เป็นงานช่างที่มีมาแต่สมัยโบราณ เป็นหนึ่งในบรรดา ช่างสิบหมู่ โดยมีวัสดุสำคัญคือกระจกซึ่งมีอยู่ ๒ ชนิด คือ กระจกเกรียบ และกระจกแก้ว คุณสมบัติของกระจก คือ ความสามารถสะท้อนแสงให้แวววาว สุกปลั่ง เป็นประกายของสีกระจก ที่มีอยู่ด้วยกัน หลายสี สวยงาม
งานศิลปะทุกชิ้นที่ส่วนช่างสิบหมู่ได้ดำเนินการ ล้วนมุ่งคำนึงถึงคุณค่า ทางความคิด และฝีมือเป็นสำคัญ
ปัจจุบันส่วนช่างสิบหมู่ สถาบันศิลปกรรม ปฏิบัติงานสนอง นโยบายของชาติด้านอนุรักษ์งานช่างศิลปไทย ด้วยการดำเนินงาน ตามแนวนโยบายของ กรมศิลปากร และงานตามที่ หน่วยราชการอื่น หรือหน่วยงานเอกชน และประชาชนได้ขอความร่วมมือมา
สามารถติดต่อ สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถาบันศิลปกรรม (เทเวศร์) โทร ๒๘๒๕๔๔๔, ๒๘๒๕๔๔๗, ๒๘๒๐๓๙๐ และ สถาบันศิลปกรรม พุทธมณฑลสาย ๕ โทร ๔๔๑๙๘๓๘, ๔๔๑๙๔๒๓
|