ปรับขนาดอักษร
  • ประชาสัมพันธ์

นำสื่อมวลชนดูงานการอนุรักษ์ประติมากรรมเพื่อแก้ไขปัญหาโบราณสถานที่ถูกทาสีทองในจ.สุพรรณบุรี ให้คืนสภาพความเป็นของแท้ดั้งเดิม

กรมศิลปากรนำสื่อมวลชนดูงานผลการดำเนินโครงการอนุรักษ์ประติมากรรมเพื่อแก้ไขปัญหาโบราณสถานที่ถูกทาสีทองในจังหวัดสุพรรณบุรี ให้คืนสภาพความเป็นของแท้ดั้งเดิม

          วันนี้ (วันจันทร์ที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๒) นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี รองอธิบดีกรมศิลปากร นำคณะสื่อมวลชนดูงานผลการดำเนินโครงการอนุรักษ์ประติมากรรมเพื่อแก้ไขปัญหาโบราณสถานที่ถูกทาสีทองในจังหวัดสุพรรณบุรี และความก้าวหน้าในการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานสำคัญในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดนครปฐม โดยมีนางสาวอัจฉรา แข็งสาริกิจ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี และนางสาวเกษร อินทร์ขำ หัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี กรมศิลปากร ให้การต้อนรับ

         จากกรณีที่มีพุทธศาสนิกชนกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าดำเนินการทาสีทองทับลงบนประติมากรรมตามวัดต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้ประติมากรรมเกิดความเปลี่ยนแปลง และเสื่อมคุณค่าในด้านศิลปกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี กลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี และกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร จึงได้ร่วมกันดำเนินโครงการอนุรักษ์ประติมากรรมเพื่อแก้ไขปัญหาโบราณสถานที่ถูกทาสีทองในจังหวัดสุพรรณบุรี ๓ แห่ง ให้คืนสภาพความเป็นของแท้ดั้งเดิม อยู่ในสภาพที่ดี แข็งแรง และมั่นคงถาวรสืบต่อไป ดังนี้

          ๑. โครงการอนุรักษ์ประติมากรรมใบเสมาและซุ้มประตู (ลอกสีทอง) วัดโพธาราม ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์ใบเสมาและฐานโดยรอบอุโบสถ และประติมากรรมประดับซุ้มประตูทางเข้าอุโบสถและผนังซุ้มประตูทั้ง ๒ ซุ้ม

          ๒. โครงการอนุรักษ์ประติมากรรมใบเสมา (ลอกสีทอง) วัดไชนาวาส ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์ใบเสมา (ลอกสีทอง) รอบอุโบสถ จำนวน ๑๖ ใบ

          ๓. โครงการอนุรักษ์ประติมากรรม (ลอกสีทอง) วัดลาวทอง  อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์ประติมากรรมองค์พระประธาน (หลวงพ่อดำ) และใบเสมารอบอุโบสถ

          นอกจากนี้ ได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปศึกษาดูงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนากำแพงเมืองสุพรรณบุรี ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากโบราณสถานกำแพงเมืองคูเมืองสุพรรณบุรีเป็นโบราณสำคัญที่แสดงถึงขอบเขตที่ตั้งของเมืองสุพรรณบุรีตั้งแต่ยุคแรกเริ่มในสมัยอยุธยา จึงมีความจำเป็นต่อการรื้อฟื้นและการอนุรักษ์ปฏิสังขรณ์ไว้เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรม รวมถึงโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานวัดพระงาม ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองนครปฐม ซึ่งเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งในสมัยทวารวดี เพื่อนำองค์ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมในวัฒนธรรมทวารวดีของเมืองนครปฐมไปใช้เป็นข้อมูลในการศึกษาและอนุรักษ์โบราณสถาน ตลอดจนบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถานต่อไป