ปรับขนาดอักษร

ราชรถ ราชยาน คานหาม

พระมหาพิชัยราชรถ (9780)

ขนาดกว้าง 4.85 เมตร ยาว 18 เมตร(รวมงอนรถ)    สูง 11.20เมตรหนัก 13.70ตัน

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2338 เพื่ออัญเชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ออกท้องพระเมรุเพื่อถวายพระเพลิงใน พ.ศ. 2339 จากนั้นจึงถือเป็น   พระราชประเพณีที่ใช้พระมหาพิชัยราชรถเชิญพระบรมศพพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์

พระมหาพิชัยราชรถสร้างด้วยไม้แกะสลักลงรักปิดทอง ประดับกระจก ใช้กำลังพลฉุดชักจากกรมสรรพาวุธทหารบก 216 นาย

ประวัติการใช้งานพระมหาพิชัยราชรถ

พ.ศ. 2339       อัญเชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก

พ.ศ. 2342       อัญเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี

พ.ศ. 2355       อัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

พ.ศ. 2361       อัญเชิญพระศพสมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาศักดิพลเสพย์

พ.ศ. 2368       อัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

พ.ศ. 2369       อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑

พ.ศ. 2380       อัญเชิญพระศพสมเด็จพระศรีสุลาลัย พระบรมราชชนนีในรัชกาลที่ ๓

พ.ศ. 2395       อัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

พ.ศ. 2409       อัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

พ.ศ. 2412       อัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พ.ศ. 2423       อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์  พระบรมราชเทวี

พ.ศ. 2453       อัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พ.ศ. 2539       อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

พ.ศ. 2551       อัญเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ ในครั้งนั้นกรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดทำผ้าม่านลายทองแผ่ลวดและฉัตร ประดับลวดลายทองแผ่ลวดแทนของเดิมที่เป็นผ้าตาดทอง กรมสรรพาวุธทหารบกได้ซ่อมแซมโครงสร้างและระบบกลไกช่วงล่างทั้งหมด ทั้งยังได้รับการจัดทำเชือกชักลากใหม่ทั้งชุดจากกรมอู่ทหารเรืออีกด้วย

พ.ศ. 2555       อัญเชิญพระโกศพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

การบูรณะซ่อมแซมในปี พ.ศ. 2555(มีนาคม)

สรรพาวุธทหารบก

สำนักช่างสิบหมู่

กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์

- ตรวจสอบสภาพโครงสร้างและระบบกลไกต่างๆ

- ทำความสะอาดระบบกลไกและ

ช่วงล่าง

- ตรวจสอบสภาพภายนอก เครื่องประดับต่างๆ

- อนุรักษ์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

 

เวชยันตราชรถ (9781)

ขนาดกว้าง 4.85 เมตร ยาว 18 เมตร(รวมงอนรถ) สูง 11.70เมตร  หนัก 12.25 ตัน

เป็นราชรถอีกองค์หนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่ออัญเชิญพระศพ สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ ในงานพระเมรุคู่กับสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี ซึ่งทรงใช้พระมหาพิชัยราชรถ พ.ศ. 2342 ภายหลังงานพระเมรุ พ.ศ. 2342 แล้ว เวชยันตราชรถก็ถูกใช้เป็นราชรถรองในงานพระเมรุพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลต่อมา  จนถึงงานพระเมรุพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาพระมหาพิชัยราชรถชำรุด ดังนั้นในงานพระเมรุพระบาทสมเด็จพระพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 จึงได้ใช้เวชยันตราชรถเป็นรถทรงพระบรมศพ โดยออกหมายเรียก พระมหาพิชัยราชรถ และไม่มีราชรถรองในริ้วกระบวน และแม้ในการพระเมรุอัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ก็ได้ใช้เวชยันตราชรถ เป็นรถอัญเชิญพระบรมศพ เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2528 ซึ่งกรมศิลปากรก็ได้ซ่อมแซมเสริมความมั่นคง และตกแต่งความสวยงามด้วยการลงรักปิดทองประดับกระจกในการนี้ด้วย และได้ออกหมายเรียกว่า พระมหาพิชัยราชรถ

การบูรณะซ่อมแซมในปี พ.ศ. 2554 – 2555(กุมภาพันธ์ -มีนาคม)

สรรพาวุธทหารบก

กรมอู่ทหารเรือ

สำนักช่างสิบหมู่

กลุ่มวิทยาศาสตร์ เพื่อการอนุรักษ์

- เพิ่มเบรคห้ามล้อเหล็ก จากเดิม 2 ล้อ เป็น 4 ล้อ

- ทำความสะอาดและเพิ่ม ไขหล่อลื่น ล้อเหล็ก 4 ล้อ

- ทำสไลด์ล้อประดับใหม่ทั้ง 4 ล้อ

- ตั้งศูนย์ล้อประดับใหม่

- ยึดชุดคานแคร่บังคับเลี้ยว   

  ส่วนที่แตกร้าวด้วยเหล็ก   

  และทาสีใหม่

- ใส่ลวดสลิงเพิ่มจากเชือก

  หวายยึดโครงสร้าง

- ทำชุดประคองกันส่ายของ ล้อประดับ

- ติดตั้งลวดสลิงยึดบุษบก 

- ซ่อมสีล้อประดับทั้ง 4 กระดานแคร่พื้นเกรินหน้า-หลังและ งอนรถ 3 งอน

- ดำเนินการทำเชือกชักลากใหม่

- เปลี่ยนกระจกหน้า กระดานชั้นเกริน แปรก เกรินหน้าและงอนรถ

- สลักลวดลายแทนของเดิมที่ผุ

- ปิดทองประดับกระจกเสาบุษบก และประกอบบุษบก

- จัดทำและติดตั้งเฟื่องอุบะใหม่ทั้งชุดที่บุษบก (เป็นทองแดงดุนลายชุบเงินประดับกระจก)

- ปิดทองและเสริมความมั่นคงแพงพนักทั้งสองด้าน

- ปิดทองดอกไม้ร่วงใหม่

- ทำผ้าม่านและเบาะใหม่ทั้งชุด

- เช็ดทองและกระจกเกริน หน้า ชั้นเกรินและท้ายเกรินด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

 

 

ราชรถน้อย (9782, 9783, 9784)

มีลักษณะคล้ายราชรถองค์ใหญ่ทั้งสององค์ คือมีส่วนตัวรถที่แกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก คานที่ยื่นออกมาเป็นรูปนาคราช บนราชรถมีบุษบกตั้งอยู่เช่นเดียวกัน เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่ามาก มีน้ำหนักเพียง 3.85 ตันและ 3.65 ตัน เท่านั้น
          ราชรถน้อยองค์หนึ่งใช้เป็นราชรถที่สมเด็จพระสังฆราชประทับ ทรงสวดนำกระบวนพระมหาพิชัยราชรถ ราชรถองค์ที่สอง เป็นราชรถโยงผ้าจากพระบรมโกศ จัดเป็นราชรถตาม จากนั้นเป็นราชรถน้อยอีกองค์หนึ่ง ใช้เป็นรถสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ใหญ่ประทับ เพื่อทรงโปรยทานพระราชทานแก่ประชาชนที่มาเฝ้ากราบพระบรมศพตามทางสู่พระ เมรุมาศ
          ต่อจากนั้นตามด้วยราชรถรอง คือ เวชยันตราชรถและรถประทับอื่นๆ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าราชรถที่ใช้ในการพระบรมศพ มี 5 องค์ ซึ่งล้วนสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้นำออกใช้งานพระเมรุมาศทุกรัชกาลจนปัจจุบัน

การบูรณะซ่อมแซมในปี พ.ศ. 2554 – 2555(กุมภาพันธ์ -มีนาคม)

สรรพาวุธทหารบก

กรมอู่ทหารเรือ

สำนักช่างสิบหมู่

กลุ่มวิทยาศาสตร์ เพื่อการอนุรักษ์

ราชรถน้อย 9783

- ทำความสะอาดล้อเหล็ก ตั้งศูนย์ เพิ่มไขหล่อลื่น

- ทาสีลวดสลิง , ล้อประดับ

- ทำความสะอาดล้อบังคับ เลี้ยว ล้อประดับและล้อนำ

- เสริมเหล็กขอบล้อบังคับ เลี้ยว 2 ล้อ

- ซ่อมสีงอนรถ 3 งอน , บันได

ราชรถน้อย 9782

- เปลี่ยนแกนใหม่

- ทำความสะอาดล้อเหล็ก ตั้งศูนย์ หล่อลื่น

- ทาสีลวดสลิงใหม่

- ทาสีล้อประดับ

- ทำความสะอาดล้อบังคับ เลี้ยว ล้อประดับ และล้อนำ

- เสริมเหล็กขอบล้อบังคับ เลี้ยว 2 ล้อ

-ทำเชือกชักลากใหม่

 

- ติดตั้งเฟื่องอุบะใหม่

- ติดตั้งฉัตรประจำรถ 4 ต้น

- ผ้าม่านลายทองแผ่ลวด

- ทำเบาะรองใหม่ทั้งชุด

 

- เช็ดทองและกระจกด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

 

 

เกรินบันไดนาค(9787 และ 9788)

          คือ อุปกรณ์ที่ใช้อัญเชิญพระโกศพระบรมศพขึ้นหรือลงราชรถ และพระเมรุมาศแทนการใช้นั่งร้านไม้ต่อยกสูงแบบสมัยโบราณ ซึ่งใช้กำลังคนยกขึ้นลง และมีความยากลำบากและไม่สะดวก เกรินมีลักษณะเป็นรางเลื่อนขึ้นลงด้วยกว้านหมุน โดยมีแท่นที่วางพระโกศเพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้ายขึ้นหรือลง ลักษณะเป็นแท่นสี่เหลี่ยม ขอบฐานแกะสลักลายปิดทองประดับกระจก ท้ายเกรินเป็นพื้นลดระดับลงมา ซึ่งเป็นที่สำหรับเจ้าพนักงานภูษามาลาขึ้นนั่งประคอง พระโกศพระบรมศพ มีลักษณะคล้ายท้ายสำเภา ด้านข้างบุผ้าตาดทอง มีราวทั้ง 2 ข้างตกแต่งเป็นรูปพญานาค จึงเรียกว่า เกรินบันไดนาคคิดค้นโดย สมเด็จพระสัมพันธวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตร(จุ้ย) พระโอรสในสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์กับเจ้าขรัวเงิน ใช้ครั้งแรกในงานพระเมรุพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 พ.ศ.2355

 

การบูรณะซ่อมแซมในปี พ.ศ. 2554 – 2555(กุมภาพันธ์ - มีนาคม)

สรรพาวุธทหารบก

สำนักช่างสิบหมู่

กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์

เกรินบันไดนาค 9787

- เปลี่ยนรางเหล็กใหม่ทั้งหมดจากรางคู่เป็นรางเดี่ยวและซ่อมสี

- ทำชุดบังคับเลี้ยวเหมือนกับ 9788

 

เกรินบันไดนาค 9788

- เปลี่ยนรางเหล็กใหม่ทั้งหมดจากรางคู่เป็นรางเดี่ยวและซ่อมสี

- เสริมเหล็กคานใต้ท้อง

 

 

- ซ่อมแซมลวดลายที่หลุดหายไป เช่น กระจัง, กระจก เป็นต้น

- เช็ดทองด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์

 

ยานมาศสามลำคาน(นช.541, 9789)

เป็นยานที่มีคานหามขนาดใหญ่ ทำด้วยไม้จำหลักลวดลายลงรักปิดทอง มีพนักโดยรอบ 3 ด้าน และมีคานหาม 3 คาน จึงเรียกว่า พระยานมาศสามลำคาน คนหามมี 2 ผลัด ผลัดละ 60 คน ใช้สำหรับอัญเชิญพระโกศพระบรมศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ไปประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถ ที่จอดเทียบรออยู่ใกล้พลับพลายกตรงสี่แยก มุมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เมื่อพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศพระบรมศพไปถึงพระเมรุมาศแล้ว ก็จะใช้พระพระยานมาศสามลำคานนี้อัญเชิญพระโกศพระบรมศพจากพระมหาพิชัยราชรถเวียนรอบพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง อีกครั้งหนึ่ง พระยานมาศสามลำคานนี้ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 เพื่อใช้อัญเชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นครั้งแรก และครั้งล่าสุดในงานพระเมรุสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อ พ.ศ.2551

 

การบูรณะซ่อมแซมในปี พ.ศ. 2554 – 2555

สรรพาวุธทหารบก

สำนักช่างสิบหมู่

กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์

- เสริมรางเหล็กที่ถาดเลื่อนพระโกศ

- ขยับหูล็อกถาดให้แน่นขึ้น

- ทาสีใหม่ทั้ง 3 ลำคานและพื้นแดง

- ดำเนินการซ่อมสีม้ารอง 4 ตัว

- ซ่อมแซมลวดลายที่หลุดหายไป

- เช็ดทองและกระจกด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

 

พระที่นั่งราเชนทรยาน

ความสูงจากฐานถึงยอดสูง ราว 4.15 เมตร กว้าง 1.03 เมตร ยาว 1.91 เมตร

เป็นพระที่นั่งที่สร้างขึ้นโดยช่างหลวงในสมัยรัชกาลที่ 1 ทรงบุษบกย่อมุมไม้สิบสอง หลังคาซ้อน 5 ชั้น สร้างจากไม้แกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก พนักพิงและกระจังปฏิญาณแกะสลักเป็นภาพเทพพนมไว้ตรงกลาง ครุฑยุดนาคซึ่งประดับที่ฐาน 14 ตัว มีคานสำหรับหาม 4 คาน ใช้คนหาม 56 คน แต่เวลาปกติจะคงคานประจำไว้ 2 คาน การประทับจะต้องนั่งห้อยพระบาท ใช้เวลาเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนแห่อย่างใหญ่ที่เรียกว่า ขบวนสี่สาย เช่น ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะเสด็จพระราชดำเนินจากพระราชมณเฑียร ไปถวายสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นอกจากนั้นแล้วยังใช้ในการเชิญพระบรมโกศพระบรมอัฐิพระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระบรมราชินีจากพระเมรุมาศท้องสนามหลวง เข้าสู่พระบรมมหาราชวังด้วย

ในปี พ.ศ. 2527 ได้เชิญออกมาซ่อมบูรณะ และต่อมาปี พ.ศ. 2539 เชิญมาใช้ในการเชิญพระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จากพระเมรุมาศท้องสนามหลวงกลับสู่พระบรมมหาราชวังในปี พ.ศ. 2551 พระที่นั่งราเชนทรยานยังได้เชิญพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ด้วย

 

การบูรณะซ่อมแซมในปี พ.ศ. 2554 – 2555(กุมภาพันธ์ -มีนาคม)

สรรพาวุธทหารบก

สำนักช่างสิบหมู่

กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์

- เคลื่อนย้ายพระที่นั่งราเชนทรยานมายังโรงราชรถ

- ซ่อมสีคานหาม

- ซ่อมแซมลวดลายที่หลุดหายไป

- ดำเนินการทำม่านใหม่ทั้งชุด

- ดำเนินการทำเบาะรองใหม่

- เช็ดทองและกระจกด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

 

วอสีวิกากาญจน์

          เป็นราชยานประทับราบสำหรับเจ้านายฝ่ายในและพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ในกระบวนเสด็จพยุหยาตราทางสถลมารค มีลักษณะเป็นพระวอไม้ หลังคา 2 ชั้น ประดับช่อฟ้าใบระกานาคสะดุ้งและหางหงส์เป็นรูปนาค 3 เศียร มีพนักกั้นโดยรอบเว้นช่องว่างสำหรับขึ้นลงทั้ง 2 ข้าง ที่ตัวพนักรอบนั้นทำด้วยงาแกะสลักลายประณีตละเอียดเป็นลายดอกไม้ มีคานหาม 2 คาน ใช้คนหาม 8 คน ที่ปลายคานประดับหัวเม็ดทรงมัณฑ์ทำด้วยงาช้าง

นอกจากใช้เสด็จพระราชดำเนินในงานพระราชพิธีแล้ว ยังใช้ในงานพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชินีด้วย คือ เชิญพระราชสรีรางคารจากพระเมรุมาศท้องสนามหลวงกลับเข้าพระบรมมหาราชวัง