ปรับขนาดอักษร

คติไตรภูมิกับการสร้างพระเมรุและพระเมรุมาศ

คติไตรภูมิกับการสร้างพระเมรุและพระเมรุมาศ

          พระเมรุเป็นสถาปัตยกรรมชั่วคราวที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรตามคติ ความเชื่อของไตรภูมิวิทยา โลกสัณฐาน และจักรวาลวิทยา อันเป็นคตินิยมที่ได้รับอิทธิพล ของศาสนาพราหมณ์ และพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ และแสดงความอาลัยแด่เจ้านายชั้นสูงพระองค์นั้นเป็นวาระสุดท้าย ในบทความนี้ผู้เขียน นำเสนอเรื่องราวเป็น2 ส่วน คือ แนวคิดตามระบบไตรภูมิ และคติความเชื่อเรื่องไตรภูมิ ในงานพระเมรุมาศ – พระเมรุ ไว้ดังนี้

1. แนวคิดตามระบบไตรภูมิ
          ไตรภูมิ หมายถึง ภพภูมิทั้งสาม คือ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ กล่าวคือ พระพุทธศาสนาจะแบ่งภูมิตามโลกธาตุหรือหนึ่งจักรวาลตามสภาวะจิตในแง่พุทธปรัชญาภูมิทั้งสามนี้แบ่งออกเป็นภูมิย่อย ๆ ซ้อนทับอยู่บนโครงสร้างของจักรวาลอีกทีหนึ่งทั้งหมด 31 ภูมิ (รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล. 2546 : 26 - 27) คือ
          กามภูมิ 11 รูปภูมิ 16 และอรูปภูมิ 4ดังที่ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา (2545 : 56 - 57) ได้กล่าวสรุปความว่า กามภูมิ คือ ภูมิของผู้ที่ยังเกี่ยวข้องอยู่ในกาม มีความผูกพันอยู่ด้วยกาม เป็นภูมิที่เกิดของเทวดา 6 ภูมิ เรียกว่า “ฉกามาพจร” หรือสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น ได้แก่ จตุมหาราชิกาดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี และปรนิมมิตวสวัตตี ต่ำกว่าสวรรค์ลงมาเป็น มนุษยภูมิ 1 ดิรัจฉานภูมิ 1 อสูรกายภูมิ 1 เปรตภูมิ 1 และนรกภูมิ 1 รวม 11 ภูมิ
          รูปภูมิ คือ ที่อยู่ของพรหมที่มีรูปร่าง เป็นผู้ที่เสวยความสุขที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย กาม มี 16 ชั้น เรียกว่า “โสฬสพรหม”  อ่านต่อ ที่นี่
 

ภาพ : พระเมรุในการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี