ปรับขนาดอักษร
  • ประชาสัมพันธ์

ขอเชิญสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน “ทศพุทธปฏิมาธิราช”

          เนื่องในศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๑ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้จัดกิจกรรมพิเศษสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน   “ทศพุทธปฏิมาธิราช” โดยอัญเชิญพระพุทธรูปทรงเครื่อง ๑๐ องค์ ให้ประชาชนกราบสักการบูชา ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร มีพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยสุโขทัยเป็นประธาน และได้คัดสรรพระพุทธรูปอีก ๙ องค์ ที่มีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับพระพุทธรูปทรงเครื่องและหลักธรรมราชา ซึ่งเป็นหลักธรรมที่ใช้สำหรับพระราชา หรือผู้ปกครองที่ทำให้ประชาชนพึงพอใจโดยธรรมและนำมาซึ่งความผาสุขของบ้านเมือง อาณาประชาราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี นำมาประดิษฐานให้ประชาชนสักการบูชา เพื่อน้อมนำถึงพระมหากรุณาธิคุณและอำนวยความสุขสวัสดิ์พิพัฒน์มงคล ในวาระแห่งการเริ่มต้นสู่ศักราชใหม่

          กิจกรรมพิเศษสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน เนื่องในเทศกาลปีใหม่นี้     กรมศิลปากรได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ ๘ แล้ว ทั้งนี้ในแต่ละปีได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ต่างเดินทางมาสักการบูชาพระพุทธปฏิมา เพื่อความเจริญศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทั้งมีความประสงค์ที่จะทราบตำนานความเป็นมาของพระพุทธรูปทรงเครื่องดังกล่าว คติการสร้าง และรูปแบบทางศิลปกรรมของพระพุทธรูปทั้ง ๑๐ องค์ ตลอดจนตระหนักรู้ในคุณค่า ความสำคัญ และร่วมกันดูแลปกป้องมรดกของชาติให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยสืบไปชั่วกาลนาน

          กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากรหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประชาชนชาวไทยจะได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบูรพมหากษัตริย์ไทย รวมทั้งได้รับประโยชน์ทางความรู้ และความสุขสวัสดีโดยทั่วกัน

          การสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องนั้น เป็นการสร้างเพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่บูรพกษัตริย์ไทยในอดีตที่ผ่านมา และเป็นการอุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในศิลปะอินเดียสมัยคุปตะ สันนิษฐานว่าเป็นการสร้างเพื่อถวายเครื่องประดับทองแด่พระพุทธรูปทรงเครื่อง และได้แผ่คติการสร้างเข้ามาในประเทศไทย โดยนิยมสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องกันมากในสมัยอยุธยา เรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์

          สำหรับคติในการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องนั้นแบ่งออกเป็น ๓ คติดังนี้

๑. คติ “พระราชาธิราช” เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ปรากฏในพระพุทธประวัติตอน “ชมพูบดีสูตร” กล่าวถึงตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่ ณ เวฬุวันวิหาร พระยาชมพูบดีนั้น ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีบุญญาธิการและฤทธานุภาพมาก แต่ได้ทรงใช้อิทธิฤทธิ์ที่มีอยู่มาคุกคามและรบกวนพระเจ้าพิมพิสารอยู่เสมอ จนพระเจ้าพิมพิสารต้องขอพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง ซึ่งในการปราบพระยาชมพูบดีนี้    พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระพุทธบารมีว่าพระยาชมพูบดีนี้จะได้สำเร็จในพระพุทธศาสนา จึงทรงเนรมิตพระองค์เองเป็นพระราชาธิราช ทรงเครื่องราชาภรณ์ครบทุกประการ แล้วตรัสให้พระอินทร์แปลงเป็นราชทูตไปเชิญพระยาชมพูบดีมาเฝ้าที่เวฬุวันวิหาร เพื่อแสดงธรรมโปรดพระยาชมพูบดีจนหมดทิฐิและขอบรรพชาอุปสมบทพร้อมด้วยพระมเหสีและพระราชโอรส

๒. คติ “พระพุทธเจ้าเป็นพระจักรพรรดิราช” เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน กล่าวคือ การสร้างพระพุทธเจ้าผู้มีภาวะเหนือกว่ามนุษย์ หรือการที่กษัตริย์รวมกับเทพเจ้า เป็นคติที่มีการผสมผสานลัทธิเทวราชาของฮินดูเข้ามาเกี่ยวข้อง

๓. คติ “อนาคตพุทธ” ซึ่งในการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องนี้ อาจหมายถึงพระศรีอารยเมตไตรย ที่เชื่อว่าจะเป็นอนาคตพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป

พระพุทธปฏิมาทรงเครื่องทั้ง ๑๐ องค์มีรายละเอียดดังนี้

พระพุทธสิหิงค์  ปางสมาธิ

แบบศิลปะ/อายุสมัย ศิลปะสุโขทัย-ล้านนา ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐ – ๒๑

ประวัติสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท (วังหน้ารัชกาลที่ ๑) ทรงอัญเชิญมาจากเมืองเชียงใหม่เมื่อประมาณ พุทธศักราช ๒๓๓๘ 

ปัจจุบันประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

พระพุทธรูปทรงเครื่องแสดงวิตรรกมุทราสองพระหัตถ์

แบบศิลปะ/อายุสมัยศิลปะเขมรในประเทศไทย พุทธศตวรรษที่ ๑๘ - ๑๙

ประวัติ  ได้มาจากวัดมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี  สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานยืม

ปัจจุบันเก็บรักษา ณ ห้องศิลปะลพบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

พระพุทธรัตนมหามุนี (พระแก้วน้อย)ปางประทานพร

แบบศิลปะ/อายุสมัยศิลปะล้านนา  พุทธศตวรรษที่ ๒๑ 

ประวัติ  ทายาทของ พล.ต.ต.เนื่อง และคุณหญิงอนินฑิตา อาขุบุตร มอบให้เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๓๔

ปัจจุบันประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

พระไภษัชยคุรุปางสมาธิ

แบบศิลปะ/อายุสมัย  ศิลปะล้านนา  ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ 

ประวัติ  กรมพระราชพิธีส่งมาจากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานใน พระบรมมหาราชวัง เมื่อ ๑๓ พฤษภาคม ๒๔๗๔

ปัจจุบันเก็บรักษา ณ ห้องศิลปะล้านนา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางมารวิชัย

แบบศิลปะ/อายุสมัยศิลปะล้านนา  พุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒

ประวัติ  ของหลวงพระราชทานมา เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๖

ปัจจุบันเก็บรักษา ณ ห้องศิลปะล้านนา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

พระพุทธรูปปางประทานธรรม

แบบศิลปะ/อายุสมัยศิลปะอยุธยา  พุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒        

ประวัติ  พบที่วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ย้ายมาจากอยุธยาพิพิธภัณฑสถาน เมื่อ ๔ พฤศจิกายน ๒๔๗๓

ปัจจุบันเก็บรักษา ณ คลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

พระพุทธรูปไสยา(ปางไสยาหรือปรินิพพาน)

แบบศิลปะ/อายุสมัย  ศิลปะอยุธยา  พุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒       

ประวัติ  ขุดพบบริเวณพระประธานวิหารใหญ่วัดธรรมิกราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๓๐ 

ปัจจุบันเก็บรักษา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

 

พระพุทธรูปห้ามสมุทร

แบบศิลปะ/อายุสมัย  ศิลปะอยุธยา

ประวัติ  เป็นของอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมาแต่เดิม

ปัจจุบันเก็บรักษา ห้องศิลปะอยุธยา  อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พระนคร

 

พระพุทธรูปทรงเครื่อง

แบบศิลปะ/อายุสมัย  ศิลปะอยุธยา  ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓

ประวัติ  ย้ายมาจากห้องกลางกระทรวงมหาดไทยเดิม ได้มาจากมณฑลนครราชสีมา

ปัจจุบันเก็บรักษา ห้องศิลปะอยุธยา  อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พระนคร

 

พระล้อม (พระห้าร้อย)

แบบศิลปะ/อายุสมัย  ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕

ประวัติ  สถานีตำรวจภูธรพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการยึดอายัด

ปัจจุบันเก็บรักษา คลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี

          กิจกรรมพิเศษสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน “ทศพุทธปฏิมาธราช” นี้ จะจัดแสดง ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๐ – ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๖.๐๐ น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์