ปรับขนาดอักษร
  • ประชาสัมพันธ์

การสำรวจพื้นที่ในการจัดกิจกรรมความร่วมมือด้านการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง และโครงสร้างพระอุโบสถวัดมหาเต็งดอจี การศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี เรื่อง ชาวอยุธยาในเมียนมาร์ และการจัดการแสดงนาฏดุริยางคศิลป์ ณ เมืองมัณฑะเลย์และเมืองสะกาย

การสำรวจพื้นที่ในการจัดกิจกรรมความร่วมมือด้านการอนุรักษ์จิตรกรรม
ฝาผนังและโครงสร้างพระอุโบสถวัดมหาเต็งดอจี  
การศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี
เรื่อง ชาวอยุธยาในเมียนมาร์
และการจัดการแสดงนาฏดุริยางคศิลป์
ณ เมืองมัณฑะเลย์และเมืองสะกาย

 

วัตถุประสงค์ : เพื่อเจรจาความเป็นไปได้และสำรวจพื้นที่ พร้อมทั้งหาแนวทางใน
การจัดกิจกรรมความร่วมมือด้านการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง การศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับชาวอยุธยาในเมียนมาร์ และการจัดการแสดง
นาฏดุริยางคศิลป์ ณ เมืองมัณฑะเลย์และเมืองสะกาย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยประสานกับหน่วยงานจากทางการเมียนมาร์ เพื่อรับทราบกิจกรรมที่จะดำเนินการร่วมกัน

กำหนดเวลา : ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๗

สถานที่ :
- สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์
- Department of Archaeology, National Museum and Library, Sagaing
- Rama Shrine, Yodia Quarter, Mandalay
- National Theatre, Department of Fine Arts, Mandalay
- Mandalay Palace, Department of Archaeology, National Museum and Library, Mandalay

หน่วยงานผู้จัด : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

หน่วยงานสนับสนุน : -

กิจกรรม :
๑) การเข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับอัครราชทูต นาย ชัยณรงค์ กีรติยุตวงศ์ ในการจัดกิจกรรมความร่วมมือด้านการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง การศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับชาวอยุธยาในเมียนมาร์ และการจัดการแสดงนาฏดุริยางคศิลป์
ณ เมืองมัณฑะเลย์และเมืองสะกาย   

๒) การหารือกับ Assistant of Director,Department of Archaeology, National Museum, and Library, Sagaing เรื่อง การจัดกิจกรรมความร่วมมือด้านการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง การศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับชาวอยุธยาในเมียนมาร์ และการจัดการแสดงนาฏดุริยางคศิลป์ ณ เมืองสะกาย

๓) การหารือกับ Assistant of Director,Department of Archaeology, National Museum, and Library, Mandalay เรื่อง การศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับชาวอยุธยาในเมียนมาร์ และการจัดการแสดงนาฏดุริยางคศิลป์ ณ เมืองมัณฑะเลย์

๔) การหารือกับ Director,Fine Arts Department, Mandalay และ Assistant of Director, Department of Fine Arts, Mandalay เรื่อง การจัดการแสดงนาฏดุริยางคศิลป์ ณ National Theatre        เมืองมัณฑะเลย์

๕) การหารือกับ Assistant of Director,Department of Archaeology, National Museum, and Library, Mandalayเรื่อง การจัดการแสดงนาฏดุริยางคศิลป์ ณ พระราชวังมัณฑะเลย์

 

คณะผู้แทนไทย :
๑) นายสุรัตน์  เอี่ยมสะอาด       นาฏศิลปินอาวุโส                    หัวหน้าคณะ
๒) นายวิรัตน์   คำแข็งขวา       นายช่างเทคนิคชำนาญงาน       
๓) นางสาวนิธิวดี  หอมแย้ม      นักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการ    เลขานุการคณะ
๔) นางสาวชลธิชา  มูลเนียม      นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ     ผู้ช่วยเลขานุการคณะ

สรุปสาระกิจกรรม

๑. การเข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับนายชัยณรงค์  กีรติยุตวงศ์  อัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง

ในการหารือ คณะได้นำเรียนรายละเอียดความเป็นมาของกิจกรรมภายใต้โครงการศึกษา ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี เรื่อง ชาวอยุธยาในเมียนมาร์ฯ และวัตถุประสงค์ใน
การจัดแสดงนาฏศิลป์  ทั้งนี้ นายชัยณรงค์  กีรติยุตวงศ์  อัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้เสนอข้อคิดเห็นในการดำเนินกิจกรรม ดังนี้

๑.๑) ควรกำหนดวัตถุประสงค์ในการจัดแสดงนาฏศิลป์ให้ชัดเจน เช่น หากเป็นการจัดแสดงเพื่อ    การประชาสัมพันธ์ประเทศ เมืองมัณฑะเลย์อาจเป็นสถานที่ที่มีความเหมาะสมไม่มากนัก หากเปรียบเทียบกับกรุงย่างกุ้ง เนื่องจากอาจสร้างผลกระทบ (Impact) ต่อการประชาสัมพันธ์ประเทศได้น้อยกว่า

๑.๒)  ควรกำหนดกลุ่มผู้ชมว่า ควรเป็นบุคคลสำคัญ (Selective Guests)หรือเป็น
การแสดงที่เปิดกว้างสำหรับประชาชนทั่วไป (Public Open) ให้สามารถเข้าชมได้
ซึ่งหากเป็นการแสดงสำหรับประชาชนทั่วไป จะทำให้การควบคุมต่างๆ ยากยิ่งขึ้น
เนื่องจากจำนวนผู้ชมและลักษณะของผู้ชมมีความหลากหลาย   และหากเป็นการแสดงที่เลือกเชิญเฉพาะแขกสำคัญ กรมศิลปากรจะประสบปัญหาเรื่องงบประมาณสำหรับ  การเดินทางและที่พักของผู้ชมที่ได้เลือกเชิญเข้าร่วมชมการแสดงหรือไม่ ทั้งนี้ หากเลือกจัดการแสดงที่กรุงย่างกุ้ง สถานเอกอัครราชทูต สามารถประสานการเชิญบุคคลสำคัญของทางการเมียนมาร์เข้าร่วมชมการแสดงได้

๑.๓) ควรพิจารณาเรื่องสภาพอากาศว่า มีความเหมาะสมสำหรับช่วงเวลาที่ได้กำหนดไว้ในเบื้องต้นหรือไม่ เนื่องจากระหว่างเดือนสิงหาคม – กันยายน เป็นช่วงฤดูฝนในประเทศเมียนมาร์ สถานที่ซึ่งกำหนดจะจัดแสดงเป็นลานกลางแจ้ง อาจประสบปัญหาได้ ฉะนั้น ควรกำหนดจัดงานในช่วงฤดูหนาวจะมีความเหมาะสมมากกว่า

๑.๔) ควรหารือกับผู้แทนจากมัณฑะเลย์ถึงความเป็นไปได้ในการจัดแสดงนาฏศิลป์ โดยเฉพาะด้านศักยภาพในการให้ความช่วยเหลือของทางการมัณฑะเลย์ในการเชิญผู้ชม และสถานที่จัดแสดง รวมทั้งผู้จัดงาน (Organizer) ต่างๆ เป็นต้น

๑.๕) หากกรมศิลปากรสามารถจัดสรรงบประมาณได้ และต้องการสร้างผลกระทบ (Impact) ในด้านการรับรู้การมีอยู่ของชุมชนชาวอยุธยาในมัณฑะเลย์และสะกาย 
สิ่งหนึ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์   อย่างยิ่งต่อการประชาสัมพันธ์ คือ การจัดทำสารคดี (Documentary) เกี่ยวกับชุมชมชาวอยุธยาในเมียนมาร์ เพื่อนำมาถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง สามารถให้ความช่วยเหลือ       ในการจัดหาช่องทางสำหรับการนำเทปบันทึกภาพออกอากาศในประเทศเมียนมาร์ได้  และหากกรมศิลปากรพิจารณาจัดการแสดงนาฏศิลป์ที่กรุงย่างกุ้ง สามารถประสานการถ่ายทอดสดการแสดงผ่านสื่อโทรทัศน์ได้  และยังสามารถนำบันทึกเทปการแสดงมาออกอากาศซ้ำ (Re-run) หลายครั้ง เพื่อให้เกิด Impact ได้  อย่างต่อเนื่อง

๑.๖)  ควรทำอย่างไรเพื่อสร้างความเข้าใจในการชมการแสดงนาฏศิลป์ โดยเฉพาะโขน ซึ่งอาจเป็นเรื่องยากที่ผู้ชมซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปจะสามารถเข้าใจเนื้อหาการแสดงได้ ควรขอความร่วมมือทางการเมียนมาร์   ในการจัดการแสดงมาร่วมแสดงด้วยหรือไม่

๑.๗) ควรพิจารณาเรื่องระบบแสง สี เสียง ในการจัดการแสดงว่า ทางการมัณฑะเลย์สามารถให้ความช่วยเหลือได้มากเพียงใด และสามารถจัดหาผู้จัดงาน (Organizer) มาบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวได้หรือไม่

๑.๘) กิจกรรมการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังที่วัดมหาเต็งดอจีนั้น สถานเอกอัครราชทูต ก็มีความสนใจและต้องการดำเนินการเพื่อการอนุรักษ์ด้วยเช่นกัน ดังนั้น จึงเป็นการดีที่
กรมศิลปากรเล็งเห็นความสำคัญและดำเนินการอนุรักษ์สถานที่ดังกล่าว
 

๒. การหารือกับ Daw Moe Moe Thien (ตอ โม โม เต็ง), Assistant to Director, Departmentof Archaeology, National Museum and Library, Saggaing Region

Daw Moe Moe Thien แสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมการอนุรักษ์จิตรกรรม     ฝาผนังและโครงสร้างพระอุโบสถวัดมหาเต็งดอจี เขตสะกาย และการศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับชาวอยุธยาในเมียนมาร์ ดังนี้

๒.๑) กรมศิลปากรควรมีหนังสือแจ้งไปยัง Ministry of Culture, Myanmar เพื่อแจ้งขออนุญาตการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวให้รัฐบาลเมียนมาร์ทราบและอนุมัติการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว หากรัฐบาลเมียนมาร์  ได้อนุมัติแล้ว Department of Archaeology, National Museum & Library, Saggaing Region  มีความยินดีที่จะดำเนินกิจกรรมการอนุรักษ์ฯ และการศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีฯ ร่วมกับกรมศิลปากร 

๒.๒) การแสดงนาฏศิลป์ที่วัดมหาเต็งดอจี Daw Moe Moe Thienแจ้งว่า หากรัฐบาลเมียนมาร์ ที่เนปิดอว์อนุมัติและอนุญาตให้ดำเนินโครงการแล้ว Department of Archaeology, National Museum and Library, Saggaing จะให้ความช่วยเหลือในการเชิญผู้ชม การจัดหาระบบแสง สี เสียง และจัดการปรับสภาพภูมิทัศน์รอบ
พระอุโบสถฯ เพื่อให้พร้อมต่อการดำเนินกิจกรรมฯ

 

 

 

 

 

 

๓. การหารือกับ U Hla Shwe (อู หลา ชเว), Assistant of Director, Department of Archaeology, National Museum and Library, Mandalay

๓.๑) การจัดแสดงนาฏศิลป์ ณ ลานกลางแจ้งวัดเจดีย์ ๓ องค์ บริเวณศาลพระราม
ตลาด  โยเดีย เมืองมัณฑะเลย์

เนื่องจากบริเวณวัดเจดีย์ ๓ องค์ ไม่ได้อยู่ในความดูแลของ Department of Archaeology, National Museum, Mandalay ดังนั้น U Hla Shweจึงแนะนำให้คณะเข้าพบกับ Ko Hein Moe Tun     (โก เหียง โม ทุน) ผู้ดูแลวัดเจดีย์ ๓ องค์ ซึ่งได้แสดงข้อคิดเห็น ดังนี้

หากกรมศิลปากรมีความประสงค์จัดแสดงนาฏศิลป์บริเวณดังกล่าว ควรทำหนังสือขออนุญาตจากรัฐบาลเมียนมาร์ก่อน ทางวัดจึงจะสามารถดำเนินการต่อไปได้ เมื่อรัฐบาลเมียนมาร์ได้อนุญาตแล้ว วัดจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือในการปรับสภาพภูมิทัศน์โดยรอบ และการจัดหาเรื่องระบบแสง สี เสียง

๓.๒) การดำเนินกิจกรรม “การศึกษาด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับชาวอยุธยาในเมียนมาร์ (ศึกษาในเขตปกครองมัณฑะเลย์และเขตปกครองสะกาย)”

U Hla Shwe แนะนำว่ากรมศิลปากรควรแจ้งรายละเอียดกิจกรรมไปยัง Ministry of Culture, Myanmar เพื่อให้รัฐบาลเมียนมาร์อนุญาตและมอบหมายมายัง Department of Archaeology, National Museumเพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ควรแจ้งรายละเอียดการดำเนินกิจกรรมมาพร้อมด้วย นอกจากนี้ ยังแจ้งว่านอกจากตลาดโยเดีย (Yodia Market) แล้ว ยังมีย่าน Ya Haing Market ที่ซึ่งมีผู้คนเชื้อสายอยุธยาอาศัย

๔. การหารือกับ Lt. Col Than Aung Kyi (พันโท ทัน อุง จี), Director of Fine Arts Department และ U Thet Shwe (อู เต็ด ชเว), Technician (National Theatre)

เนื่องจาก U Hla Shwe ได้เชิญคณะไปพบกับ Lt. Col Than Aung Kyi (พันโท ทัน อุง จี), Director of Fine Arts Department และ U Thet Shwe (อู เต็ด ชเว), Technician ซึ่งเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบโรงละครแห่งชาติ เมืองมัณฑะเลย์ เพื่อติดต่อประสานการสำรวจสถานที่จัดแสดงนาฏศิลป์ภายใน โรงละครแห่งชาติ พร้อมกับสอบถามขั้นตอนการขออนุญาต ดังนี้

๔.๑)  Lt. Col Than Aung Kyi (พันโท ทัน อุง จี), Director of Fine Arts Departmentแจ้งว่า กรมศิลปากรควรมีหนังสือแจ้งไปยัง Ministry of Culture, Myanmarเพื่อขออนุญาตการใช้โรงละครแห่งชาติอย่างเป็นทางการ หากรัฐบาล
เมียนมาร์ที่เนปิดอว์อนุญาตแล้ว Director of Fine Arts Departmentก็ยินดีให้
ความช่วยเหลือโดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเช่าสถานที่ แต่กรมศิลปากรต้องชำระค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการแสดงดังกล่าว นอกจากนี้ Fine Arts Department, Myanmar สามารถจัดการแสดงนาฏศิลป์เมียนมาร์เข้าร่วมการแสดงได้ตามที่
กรมศิลปากรขอความอนุเคราะห์

๔.๒) คณะผู้แทนกรมศิลปากรได้แจ้งว่า การแสดงนาฏศิลป์ที่จะจัดขึ้นนั้น กรมศิลปากรจะดำเนินการแสดงโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ หากFine Arts Department, Myanmarต้องการเรียกเก็บค่าเข้าชมสามารถดำเนินการได้ตามที่เห็นสมควร

๕. การหารือกับ U Kyaw Thiha (อู จอ ติฮา), Assistant of Director, Department of Archaeology, National Museum and Library, Mandalay
ในการจัดแสดงนาฏศิลป์ ณ พระราชวังมัณฑะเลย์  

คณะได้แจ้งให้ U Kyaw Thihaทราบถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการแสดงนาฏศิลป์ของ
กรมศิลปากร และได้สอบถามความเป็นไปได้ในการจัดแสดง ณ พระราชวังมัณฑะเลย์ ทั้งนี้ U Kyaw Thihaชี้แจงว่า Department of Archaeology, National Museumand Libraryได้รับการแจ้งขออนุญาตการใช้สถานที่พระราชวังมัณฑะเลย์
เพื่อจัดแสดงนาฏศิลป์ต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง แต่รัฐบาลเมียนมาร์ไม่เคยอนุญาตให้ใช้พระราชวังฯ เพื่อจัดงานใดๆ เลย ทั้งนี้ หากกรมศิลปากรมีความประสงค์ที่จะจัดการแสดงในพระราชวังมัณฑะเลย์ ควรมีหนังสือแจ้งไปยัง Ministry of Culture, Myanmar
หากรัฐบาลเมียนมาร์ที่เนปิดอว์อนุญาตให้จัดการแสดงDepartment of Archaeology, National Museum, Mandalay จึงจะสามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปได้ พร้อมกันนี้ U Kyaw Thihaได้เชิญคณะสำรวจพื้นที่โดยรอบพระราชวังฯ เพื่อกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดการแสดง หากได้รับอนุญาตจากรัฐบาลเมียนมาร์

 

ข้อเสนอแนะจากการจัดกิจกรรม

 ๑. การเจรจาหารือกับ Daw Moe Moe Thien (ตอ โม โม เต็ง), Assistant to Director, Department of Archaeology, National Museum and Library, Saggaing Region, U Hla Shwe       (อู หลา ชเว), Assistant of Director, Department of Archaeology, National Museum and Library, Mandalay, U Kyaw Thiha (อู จอ ติฮา), Assistant of Director, Department of Archaeology, National Museum and Library, Mandalayและ Lt. Col Than Aung Kyi (พันโท ทัน อุง จี), Director of Fine Arts Department และ U Thet Shwe (อู เต็ด ชเว), Technician (National Theatre)รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทีเกี่ยวข้อง (Mr. Ko Hein Moe Tun ผู้ดูแลวัดเจดีย์ ๓ องค์) ทั้งในเมืองมัณฑะเลย์และเมืองสะกาย ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

๒. แนวทางการจัดกิจกรรม/โครงการความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมในสาธารณรัฐ
แห่งสหภาพเมียนมาร์ ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลหรือรัฐมนตรี ณ เมืองเนปิดอว์
ผ่านสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง

๓. การเสนอโครงการความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรม ควรประกอบด้วย รายละเอียดกิจกรรมภายใต้แต่ละหน่วยงาน/สถานที่/เมือง ให้ชัดเจนเพื่อนำไปสู่การวางแผนปฏิบัติงานได้จริง