ปรับขนาดอักษร
  • บริการ

นำชมโรงละครแห่งชาติ

 

นำชมโรงละครแห่งชาติ

 

     อาคารโรงละครแห่งชาติ ตั้งอยู่ในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ เลขที่ ๒ ถนนราชินี แขวงพระบรม มหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ แวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และสถานที่ราชการ ประกอบด้วย พระบรมมหาราชวัง วัดพระธาตุ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สนามหลวง และวิทยาลัยนาฏศิลป ซึ่งมีโบสถ์พระแก้ววังหน้า เป็นโบราณสถานที่งดงามและทรงคุณค่า
          การเดินทางมาโรงละครแห่งชาติ สามารถมาได้หลายเส้นทางที่สะดวกสบาย เนื่องจากบริเวณท้องสนามหลวงเป็นศูนย์กลางของการคมนาคม ทั้งทางรถประจำทาง รถโดยสารสาธารณะ รถยนต์ส่วนบุคคล และทางเรือโดยสารข้ามฟาก
          เมื่อท่านเดินทางมาถึงโรงละครแห่งชาติ ลำดับแรกที่ท่านเข้ามา ทางด้านขวามือจะเป็นอนุสรณ์สถานที่มีความสำคัญคือ พระบวรราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทางด้านซ้ายมือเป็นอาคารปีกขวาโรงละครแห่งชาติ ซึ่งเป็นโรงละครเล็ก ขนาดจำนวน ๓๕๐ ที่นั่ง และเมื่อท่านแหงนหน้าขึ้นมองตรงด้านบนรอบอาคาร ก็จะเห็น รูปปั้นประดับตัวอาคาร
 
ด้านหน้า :: รูปพระคเณศ อันเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาทั้งมวล
 
ด้านข้าง :: เบื้องบนตรงเหนือชายคาทั้ง ๒ ข้าง มีซุ้มจรนำข้างละ ๓ ซุ้ม ติดภาพฉลุโลหะซุ้มละภาพ
ซุ้มจรนำด้านขวา เป็นภาพพระเป็นเจ้า เรียงจากหน้าโรงไปหลังโรง
ซุ้มที่ ๑ พระนารายณ์ ตามคติพราหมณ์ถือว่าเป็นพระผู้สงวน เป็นผู้คอยช่วยปราบปรามยุค เข็ญให้แก่โลก
ซุ้มที่ ๒ พระพรหม ตามคติพราหมณ์ถือว่าเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งทั้งปวง คติทางพุทธ พระพรหม ย่อมมีเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
ซุ้มที่ ๓ พระอิศวร ตามคติพราหมณ์ถือว่าเป็นผู้ทำลาย แต่ทำลายแล้วสร้างใหม่ด้วย จึงเป็น ผู้เปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น
   
พระนารายณ์ พระพรหม พระอิศวร    
ซุ้มจรนำด้านซ้าย เป็นภาพเทพเจ้าแห่งดุริยางคศิลป
ซุ้มที่ ๑ พระวิศุกรรม เป็นนายช่างใหญ่ของเทวดา ถือว่าเป็นผู้สร้างสรรค์และฝึกสอนการแสดงขับร้องฟ้อนรำให้แก่มนุษย
ซุ้มที่ ๒ พระปรคนธรรพ เป็นครูใหญ่ในทางขับร้องบรรเลงดนตรีของพวกคนธรรพ เรียกอีกนามหนึ่งว่า พระนารทมุนี เนื่องจากเป็นยอดของคนธรรพจึงได้ชื่อว่า ปรคนธรรพ
ซุ้มที่ ๓ พระปัญจสีขร เป็นคนธรรพเทพบุตร ชำนาญการดีดพิณและขับร้อง เคยดีดพิณและขับลำถวายพระพุทธเจ้า ถึงแก่พระพุทธเจ้าตรัสชมเชย
   
พระวิศุกรรม พระปรคนธรรพ พระปัญจสีขร    
ภาพเศียรครูวานร ภาพเศียรครูนาง ภาพเศียรครูฤษี
 
ภาพเศียรครูพระ ภาพเศียรครูยักษ์  
ใต้ซุ้มจรนำทั้งสองข้างมีภาพปูนปั้นครึ่งซีกรูปเศียรครูทางนาฏศิลป ข้างละ ๕ เศียร
ภาพเศียรครูวานร สร้างตามลักษณะหนุมาน ซึ่งเป็นพญาวานรที่มีชื่อเสียงที่สุดในเรื่องรามเกียรติ์
ภาพเศียรครูนาง สร้างตามลักษณะนางสีดา ซึ่งถือว่าพระลักษมีอวตารมา เป็นนางเอกของเรื่อง รามเกียรติ์
ภาพเศียรครูฤษี หมายถึงพระภรตฤษี ผู้ริเริ่มการแสดงละคร ซึ่งนาฏศิลปินเคารพนับถือว่าเป็นครูใหญ่
ภาพเศียรครูพระ สร้างตามลักษณะของพระพิราพ (วิราธ) ผู้ซึ่งนาฏศิลปินถือว่าเป็นครูที่ศักดิ์สิทธิ์เรืองอิทธิอานุภาพ เพลงและท่ารำประจำองค์พระพิราพถือว่าเป็นเพลงและท่ารำอันสูงสุด
ภาพเศียรครูยักษ์ สร้างตามลักษณะของพระพิราพ (วิราธ) ผู้ซึ่งนาฏศิลปินถือว่าเป็นครูที่ศักดิ์สิทธิ์เรืองอิทธิอานุภาพ เพลงและท่ารำประจำองค์พระพิราพถือว่าเป็นเพลงและท่ารำอันสูงสุด
เมื่อได้เดินชมภาพปูนปั้นรอบๆ ภายนอกอาคารแล้ว เข้ามาภายในอาคารโรงละครแห่งชาติ ที่บริเวณห้องโถงด้านหน้า จะมีรูปหล่อสำริดช่องขวา รูปรำซัดไหว้ครู ชาตรี เป็นต้นกำเนิดละครไทย ช่องกลาง รูปพระนารายณ์ปราบนนทุก เป็นเรื่องเบิกโรง โขน และละครในช่องซ้าย รูปเจ้าเงาะและนางรจนาตอนเลือกคู่ ในเรื่อง สังข์ทอง เป็นสัญญลักษณ์ ละครนอก

          ภายในโรงละครแห่งชาติได้มีการออกแบบและใช้ระบบอุปกรณ์ทางเทคนิคที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน สามารถรองรับการแสดงทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติได้อย่างมีมาตรฐานสากล ในส่วนของภายในโรงละครแห่งชาติ ห้องโถงด้านหน้าจะเป็นบริเวณที่พักคอย และจัดนิทรรศการมีห้องจำหน่ายบัตร ห้องจำหน่ายหนังสือ และที่ให้บริการรับฝากสิ่งของ ด้านข้างทั้ง ๒ ข้าง มีห้องสุขาที่ทันสมัยและสะอาดไว้ให้บริการ

          ภายในห้องชมการแสดง ชั้นล่าง สามารถจุผู้ชมได้จำนวน ๙๘๓ ที่นั่ง และชั้นบน(Balcony) จำนวน ๓๖๖ ที่นั่ง ชั้นบน มีที่นั่งสำหรับผู้ชมการแสดงทั่วไป และส่วนสำหรับรับรองในการเสด็จฯ ของพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านหลังของที่นั่งผู้ชมเป็นห้องควบคุมระบบไฟฟ้าเวที และห้องควบคุมระบบเสียงส่วนของเวที ประกอบด้วย พื้นเวทีส่วนหน้ากรอบ (Apron หรือ forestage) ที่ตั้งวงดนตรี(Orchestra pit) และส่วนของเวทีที่ใช้ในการแสดง (Stage area) เป็นบริเวณที่อยู่ด้านหลังของกรอบโพรซีเนียมทั้งหมด มีม่านสำคัญ (Main curtain) ใช้สำหรับเปิดตอนต้นการแสดงและปิดเมื่อการแสดงสิ้นสุดลง ปักลวดลาย รูปพิฆเณศ เทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาการ แวดล้อมด้วยเรือนแก้ว และเหล่าวิทยาธรบรรเลงดนตรีด้านข้างทั้ง ๒ ของเวทีการแสดงเป็นห้องแต่งตัว ที่พักนักแสดง และที่ทำงานของผู้กำกับเวที ส่วนหลังจะเป็นพื้นที่สำหรับการเก็บฉาก และระบบอุปกรณ์เกี่ยวกับรอกม่านสำหรับการจัดฉาก