ปรับขนาดอักษร
  • บริการ

ประวัติโรงละคร

 

ประวัติความเป็นมาโรงละครแห่งชาติ

 

                จากยุคสมัยแห่งความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวิทยาการผ่านมานานนับสหัสวรรษ มนุษย์ได้สร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่ ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมจำนวนมาก แม้ทุกสรรพสิ่งได้ถูกทำลายลงด้วยกาลเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงปรากฎเป็นหลักฐานความเจริญทางอารยธรรมและมรดกทาง ภูมิปัญญาสืบมาถึงปัจจุบันคือ โรงละคร ที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ ประหนึ่งว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอยู่ในจิตวิญญาณและวิถี การดำรงชีวิตของมวลมนุษยชาติ        แนวความคิดในการสร้างโรงละครได้สืบทอดและมีพัฒนาการตามยุคสมัย ซึ่งบรรดานานาอารยประเทศทั่ว โลกได้รักษา พัฒนา และสร้างสรรค์โรงละครขึ้นอย่างวิจิตร ทั้งด้านสถาปัตยกรรม การตกแต่งและระบบเทคนิคอุปกรณ์ เพื่อให้เป็นสถาบันที่เชิดหน้าชูตาของ ประเทศ        โรงละครแห่งชาติของ ไทย : นอกจากเป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ที่ไม่ด้อยไปกว่านานา อารยประเทศแล้ว ยังเป็นสถานที่สำคัญซึ่งเกิดจากแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ที่ว่า ศิลปินโขน ละคร ฟ้อนรำ และนักดนตรี จะต้องมีการแสดงออกซึ่งศิลปให้เข้าถึงผู้ดูและผู้ฟัง ศิลปินจึงจำเป็นต้องมีสถานที่ แสดงหรือโรงมหรสพ เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะได้รับประโยชน์อันยิ่งใหญ่จากโรงละครแห่งชาติคือ ใช้เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับบรรดามิตร ประเทศอัน เป็นรากฐานที่จะทำให้สัมพันธไมตรีระหว่างประเทศกระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้

    ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ เมื่อกรมศิลปากรได้รับโอนกิจการโขน ละคร และดนตรี จากสำนักพระราชวังมาดำเนินการ ได้ปรับปรุงหอประชุม กรมศิลปากรในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นโรงละครแห่งชาติ
    ชั่วคราว และปีพุทธศักราช ๒๕๐๔ กรมศิลปากรได้รับงบประมาณก่อสร้างโรงละครแห่งชาติอย่างถาวร ดำเนินการเสร็จสิ้นในปีงบประมาณ ๒๕๐๘
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ เสด็จ พระราชดำเนิน ทอดพระเนตรการแสดง นาฏศิลปไทยในวโรกาสพิธีเปิดโรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๘ นับเป็นปฐมฤกษ์ของการดำเนินกิจการโรงละครแห่งชาติเป็นต้น มา
    จากปฐมฤกษ์แห่งการดำเนินกิจการโรงละครแห่งชาติมาถึงปัจจุบัน นับเป็นระยะเวลากว่า ๔๐ ปี โรงละครแห่งชาติได้ทำหน้าที่สนองตาม แนวพระราชดำริแห่งองค์พระมหาธีรราชเจ้า ทำให้ศิลปินมีสถานที่สำหรับแสดงออกซึ่งศิลป ทำให้ศิลปสืบทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติตราบถึงปัจจุบัน นอก จากนั้น โรงละครแห่งชาติยังได้เป็นสถานที่สำหรับจัดงานรับรองพระราชอาคันตุกะและอาคันตุกะจากต่างประเทศ ในคราที่มาเยือนประเทศไทยได้อย่างสง่างามสม เกียรติยศศักดิ์ศรี ทั้งยังเป็นสถานที่เผยแพร่แลกเปลี่ยนศิลป วัฒนธรรมกับบรรดามิตรประเทศได้อย่างสมบูรณ์