ปรับขนาดอักษร
  • นิทรรศการ

ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๒ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร

 


นิทรรศการ เรื่อง “มรดกล้ำค่าสมเด็จพระปิยมหาราชในมิวเซียมหลวง”

 

นับตั้งแต่กรมศิลปากรได้สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔ ล่วงเลยมาเป็นเวลานานนับศตวรรษ กรมศิลปากรได้มีการปรับปรุงพัฒนาโครงการสร้างการบริหารจัดการองค์กร มีการถ่ายโอนภารกิจ การขยายส่วนราชการและการแบ่งส่วนราชการภายใน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ให้กรมศิลปากรมีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ สืบทอด และธำรงรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติมาอย่างยาวนานก้าวเข้าสู่ปีที่ ๑๐๒ และจะยังคงเป็นสถาบันหลักในด้านการปกป้อง คุ้มครองมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติต่อไป ตามวิสัยทัศน์ และนโยบายในเชิงรุกที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และนโยบายของประเทศ

สำหรับกิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร เริ่มมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีว่าพิพิธภัณฑสถานเป็นสื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของชาติ ในวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๑๗ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอาคารหอคองคอเดีย (Concordia Hall) หรือ ศาลาสหทัยสมาคม จัดเป็นพิพิธภัณฑสถาน เรียกว่า ตั้งมิวเซียม โดยจัดแสดงสิ่งของล้ำค่าและหาชมยากประเภทต่างๆ ทั้งที่ผลิตโดยชาวสยามและของจากห้างร้านของชาวต่างประเทศมาเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเป็นครั้งแรก ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๓๐ โปรดให้ย้ายพิพิธภัณฑสถานมาตั้ง ณ วังหน้า และเปิดให้ประชาชนได้ชมเป็นการถาวร

กรมศิลปากร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงวางรากฐานการพิพิธภัณฑ์ไทยมาแต่อดีตจนกระทั่งกลายมาเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จึงกำหนดจัดนิทรรศการพิเศษเรื่อง “มรดกล้ำค่าสมเด็จพระปิยมหาราชในมิวเซียมหลวง” ขึ้น โดยนำมรดกอันล้ำค่าในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาจัดแสดงให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชม โบราณวัตถุทุกชิ้นที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ล้วนแต่เป็นโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าและหาชมได้ยากยิ่ง อาทิ ตราแผ่นดินประจำรัชกาล หีบทองคำลงยาเหรียญที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๑  กล้องเมียร์ชอม  เหล็กไหล ไม้กลายเป็นหิน ฯลฯ  นิทรรศการนี้จะเปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖  เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๘.๐๐ น. ณพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

นอกจากนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้อัญเชิญ พระพุทธรูปคันธารราฐ มาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ให้ประชาชนได้สักการะ เพื่ออำนวยความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคลสืบไป พระพุทธรูปคันธารราฐ เป็นพระพุทธรูปปางขอฝน ที่สร้างขึ้นสำหรับพระราชพิธีพิรุณศาสตร์ และงานพระราชพิธีพืชมงคล เพื่ออำนวยให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พื้นดินอุดมพร้อมพืชพันธุ์ธัญญาหารบริบูรณ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๔๕๓ โดยโปรดให้นายอัลฟอนโซ ทอร์นาเรลลี (Alfonso Tornarelli) ช่างชาวอิตาเลียน ปั้นพระพุทธปฏิมายืน ปางขอฝน เลียนแบบพระพุทธรูปในศิลปะอินเดียแบบคันธารราฐ  โดยเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะระหว่างวันที่ ๒๕– ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖  เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๘.๐๐ น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓