ปรับขนาดอักษร
  • นิทรรศการ

การจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย

                  แนวการจัดแสดง (นิทรรศการถาวร) เป็นการจัดแสดงด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ และโบราณคดี จัดแสดงโบราณวัตถุที่พบ และมีอยู่ในท้องถิ่น แบ่งตามพื้นที่การจัดแสดง ได้ดังนี้

ห้องศิลาจารึกเป็นห้องโถงเปิดโล่งอยู่ชั้นล่างของตัวอาคารจัดแสดง

 ศิลาจารึกมีความสำคัญ เพราะเป็นหลักฐานทางเอกสารในรูปแบบลายลักษณ์อักษร ซึ่งบ่งบอกถึงลักษณะเรื่องราวของบรรพชน เป็นกระจกเงาที่ส่องสะท้อนให้เห็นอารยธรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตนับพันปีล่วงมาแล้ว จารึกมิใช่เป็นเพียงเอกสารโบราณที่มีอายุเก่าแก่เท่านั้นยังเป็นหลักฐานที่นำไปประกอบในวิชาการด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ รวมถึงศาสนา ศิลปกรรม อายธรรม และวัฒนธรรมของชาติ ในยุคสมัยต่างๆอีกด้วย จึงนับเป็นมรดกวัฒนธรรมที่ควรอนุรักษ์ และเผยแพร่ให้กว้างขวาง

                ศิลาจารึกอันจัดตั้งที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จังหวัดลำพูน ทั้งหมดมี 23 หลัก อาจจะแบ่งออกได้ตามสมัย เป็น 2 ระยะ คือ

1. ศิลาจารึกสมัยหริภุญไชย ราวพุทธศตวรรษที่ 17 จำนวน 7 หลัก

                จารึกด้วยอักษรมอญโบราณ และจารึกเป็นภาษามอญโบราณก็มี บางทีขึ้นต้นจารึกเป็นภาษาบาลีแล้วแปลเป็นภาษามอญ หรือบางหลักจารึกทั้งภาษามอญและภาษาบาลีรวมกันไป ลักษณะอักษรจารึกจากศิลาจารึก 7 หลัก ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย เป็นรูปแบบตัวอักษรเหมือนกับตัวอักษรซึ่งจารึกอยู่ในศิลาจารึก " มรเจดีย์"( Mayazedi) ของพระเจ้ากยันจิตซา กษัตริย์พม่าผู้ครองกรุงพุกามทรงกระทำขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1628 และ 1630
                 ศิลาจารึกภาษามอญโบราณสมัยหริภุญไชยที่พบในจังหวัดลำพูน จำนวน 7 หลัก คือ

                 1. จารึกวัดดอนแก้ว 1 
                 2. จารึกวัดดอนแก้ว 2 
                 3. จารึกวัดมหาวัน 
                 4. จารึกวัดบ้านหลวย 
                 5. จารึกวัดแสนข้าวห่อ 
                 6. จารึกวัดกู่กุด 1 
                 7. จารึกวัดกู่กุด 2

                การวิเคราะห์ตัวอักษรจารึกจากศิลาจารึก 7 หลักในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จึงอนุมานได้ว่า ศิลาจารึกโบราณที่เป็นอักษรมอญโบราณกำหนดอายุพุทธศตวรรษที่ 17 และแสดงให้เห็นว่ากลุ่มชนโบราณที่จังหวัดลำพูน ในช่วงพุทธศตวรรษที่17 นั้นนับถือพระพุทธศาสนาที่ใช้ภาษาบาลีเป็นหลัก(ลัทธิเถรวาท) และใช้ภาษามอญอีกภาษาหนึ่งคงเป็นภาษาติดต่อในกลุ่มชนชั้น

                หลังจากพุทธศตวรรษที่ 17 กลุ่มชนที่ใช้ภาษามอญประหนึ่งว่าสูญหายไป ไม่ปรากฏหลักฐานทางเอกสารโบราณ เช่น ศิลาจารึกในระยะต่อมา กลับมีกลุ่มชนที่ใช้อักษรไทยและภาษาไทยต่างๆเข้าแทนที่ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา

2. ศิลาจารึกสมัยล้านนา  ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 จำนวน 16 หลัก
                ในจังหวัดลำพูนได้พบหลักฐานศิลาจารึกอักษรไทย ภาษาไทยล้านนาที่เก่าที่สุดเพียงแค่พุทธศตวรรษที่ 20 คือศิลาจารึกวัดพระยืน พ.ศ.1913 จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางโบราณคดีประวัติศาสตร์ จารึก ตำนานพงศาวดารต่างๆ สรุปได้อย่างกว้างว่า ในดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำปิงและน้ำวัง บริเวณจังหวัดลำพูน ลำปางในปัจจุบันมีกลุ่มชนซึ่งใช้อักษรมอญโบราณตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่อย่างเป็นอิสระ เจริญรุ่งเรืองด้วยอารยธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ใชัภาษาบาลี เมื่อพุทธศตวรรษที่ 13 มีการสร้างเมืองหริภุญไชย อารยธรรมรอบแรกนั้นรับขึ้นมาจากบริเวณที่ราบภาคกลางซึ่งขณะนั้นมีเมืองละโว้เป็นเมืองสำคัญ ต่อมามีการติดต่อสัมพันธ์กับเมืองใหญ่ในสหภาพพม่า เช่นหงสาวดี และพุกาม จนถึงพุทธศตวรรษที่ 19 พญายีบากษัตริย์องค์สุดท้ายเสียอำนาจการปกครองแก่พญามังราย แว่นแคว้นทางการปกครองของหริภุญไชยจึงสิ้นสุดลงตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา

ห้องจัดแสดงใหญ่ 

เป็นห้องโถงยาวอยู่ชั้นบนของตัวอาคาร มีการจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ โดยแบ่งออกเป็น 3 สมัยดังนี้

สมัยก่อนหริภุญไชย 

          แหล่งโบราณคดีบ้านวังไฮ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ได้ค้นพบโดยบังเอิญ ขณะขุดบ่อเลี้ยงปลา เมื่อปีพ.ศ. 2529 ต่อมา หน่วยศิลปากรที่4 (ปัจจุบันเป็นสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 6 เชียงใหม่) ร่วมกับโครงการโบราณคดีประเทศไทย (ภาคเหนือ) ได้ออกสำรวจพื้นที่ และเริ่มขุดค้นภาคสนามในปี พ.ศ. 2530 กระทั่งในพ.ศ. 2539-2541 เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างไทย ฝรั่งเศส

                ในการขุดค้น มีการพบโบราณวัตถุหลายประเภทร่วมกับโครงกระดูก ได้แก่ ภาชนะดินเผาเนื้อหยาบลายเชือกทาบขนาดใหญ่ ลูกปัดแก้วแบบวัฒนธรรมทวารวดี เศษภาชนะดินเผาแบบหริภุญไชย กำไลสำริด ต่างหูแก้ว กำไลแก้ว เครื่องมือหิน เครื่องมือเหล็ก จากรายละเอียดเห็นได้ว่าสิ่งของที่พบนั้นปะปนกันตั้งแต่วัสดุหินที่จัดว่าล้าหลังที่สุด จนถึงกำไลแก้ว ที่ถือว่าเทคโนโลยีสูงและจากการศึกษาภาคเอกสารสรุปได้ว่าในระยะแรกเริ่มมีกลุ่มชนดั้งเดิมอยู่แถบที่ราบเชียงใหม่ ลำพูน มีลักษณะวัฒนธรรมเป็นแบบดั้งเดิม ที่เริ่มยอมรับวัฒนธรรมภายนอก แต่ยังยึดมั่นเรื่องความเชื่อถือเกี่ยวกับประเพณีการตายแบบบรรพบุรุษดั้งเดิม และเมื่อมีการติดต่อกับพวกที่มาจากทวารดี ก็เริ่มเปลี่ยนจากการฝังศพมาเป็นการเผา เพราะพบภาชนะดินเผาที่บรรจุกระดูกจำนวนหนึ่ง ลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของชุมชนที่ติดต่อกับกลุ่มสังคมเมือง ที่มีอารยธรรมความเชื่อทางศาสนาที่รับจากภายนอก

สมัยหริภุญไชย
     
ศิลาจารึกหริภุญไชย
ทะเบียนเลขที่ 354/18
แผ่นศิลาจารึก ชนิด หิน อักษรมอญโบราณ 
ด้านที่ 1 มี 19 บรรทัด ด้านที่ 2 มี 19 บรรทัด 
หนา 29 เซนติเมตร สูง 124 เซนติเมตร กว้าง 98 เซนติเมตร
อักษรมอญโบราณ ภาษาบาลี และอักษรมอญ พบที่วัดกู่กุด (จามเทวี)
อายุราวพุทธสตวรรษที่ 17 กล่าวถึงพระเจ้าสววาธิสิทธิ ทรงปฏิสังขรณ์พระรัตนเจดีย์ แทนองค์เดิมที่ทรุดโทรมเนื่องจากแผ่นดินไหว
ตำนานต่างๆของภาคเหนือเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา ตั้งแต่สมัยพุทธกาลต่อเนื่องลงมาถึงสมัยที่เขียนตำนานบอกเล่าความเก่าแก่ของท้องถิ่นที่เน้นความสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมธาตุพระพุทธเจ้า เช่นตำนานจามเทวีวงศ์พงศาวดารเมืองหริภุญไชย ตำนานมูลศาสนา ชินกาลมาลีปกรณ์ ล้วนแต่งสมัยครั้งหลังของพุทธศตวรรษที่ 20 ลงมาทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี เค้าเงื่อนที่ได้จากตำนานเหล่านี้ทำให้เห็นถึงภาพรวมของชนกลุ่มแรกเริ่มของการสร้างบ้านแปงเมืองที่ประกอบจากผู้คนต่างเผ่าหลายตระกูลที่กระจายอยู่ในท้องถิ่น โดยมีชนเผ่าเมงหรือมอญ คงเป็นคนกลุ่มใหญ่ รวมตัวกันบริเวณที่ราบดอยสุเทพใกล้ลำน้ำขานอันเป็นสาขาแม่น้ำปิง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากสังคมเผ่ามาเป็นสังคมเมือง เน้นความเด่นชัดกลุ่มชนชั้นปกครองที่รับวัฒนธรรมพุทธศาสนาจากภาคกลาง อันก่อให้เกิดพัฒนาการสังคมอย่างรวดเร็ว
  
            ตำนานกล่าวถึงฤาษีวาสุเทพ สร้างเมืองหริภุญไชย โดยได้อัญเชิญพระนางจามเทวีจากเมืองละโว้ (ลพบุรี) เสด็จขึ้นมาครองเมือง พระนางมีคณะนักปราชญ์ ราชบัณฑิตตามเสด็จขึ้นมาด้วย สะท้อนให้เห็นว่ามีอารยธรรมที่แพร่หลายขึ้นมาจากภาคกลางแล้วในระยะแรกเริ่มของบ้านเมิองทางภาคเหนือ  

            ช่วงเวลาราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 เมืองละโว้เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งในวัฒนธรรมมอญทวารวดี ทางภาคกลางที่รับนับถือพุทธศาสนาลัทธิเถรวาท การเกี่ยวข้องกันระหว่างละโว้กับหริภุญไชยทางด้านสงครามมีขึ้นในกลางพุทธศตวรรษที่ 16 ครั้งหนึ่ง และในปลายพุทธศตวรรษที่ 17 สงครามทั้งสองนี้อาจมิใช่ชาวละโว้กับหริภุญไชย เพราะมีความเกี่ยวดองกัน แต่อาจเป็นชาวขอมที่ขยายมาเมืองละโว้และทำสงครามกับเมืองหริภุญไชย จารึกจำนวน 7 หลักพบที่ ลำพูน ใช้อักษรมอญ ในบรรดาที่พบนี้ปรากฏตรงกับรัชกาลพระเจ้าสววาธิสิทธิ หรือพระเจ้าสรรพสิทธิ์ อักษรที่ใช้ใกล้เคียงกับอักษรมอญ ที่เมืองพุกาม ประเทศพม่า ในรัชกาลของพระเจ้ากยันจิตถา (พ.ศ.1628-1656)

            ศิลปวัฒนธรรมของชาวหริภุญไชยมีหลักฐานที่กล่าวได้ว่าน่าจะเจริญรุ่งเรืองที่สุดในช่วงเวลาหลังจากปีพ.ศ.1600 จนถึงระยะเวลาที่สูญเสียอำนาจปกครองตนเองแก่พระเจ้ามังรายปฐมกษัตริย์แห่งแคว้นล้านนาในพ.ศ. 1836 ช่วงเวลารุ่งเรืองของเมืองหริภุญไชยนั้นตรงกับสมัยที่อาณาจักรพุกามในประเทศพม่ามีความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งด้วย